จับตาเทรนด์สิ่งพิมพ์ปลายปี 2026! ฉลากสินค้ารักษ์โลกมาแรง
เมื่อโลกหมุนเข้าสู่ช่วงปลายปี 2026 ภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมการพิมพ์และการออกแบบได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นแกนหลักที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมและความคาดหวังของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน
- ความยั่งยืนเป็นมาตรฐานหลัก: เทรนด์สิ่งพิมพ์ปี 2026 มุ่งเน้นไปที่การใช้วัสดุรีไซเคิล ย่อยสลายได้ และหมึกพิมพ์จากธรรมชาติ ซึ่งกลายเป็นข้อบังคับที่ไม่เป็นทางการจากตลาดและผู้บริโภค
- การออกแบบที่เน้นความชัดเจน: สไตล์ Minimal & Bold ที่ผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับสีสันและตัวอักษรที่โดดเด่น กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในการดึงดูดความสนใจท่ามกลางข้อมูลข่าวสารที่ท่วมท้น
- เทคโนโลยี Phygital: การผสานโลกกายภาพและดิจิทัลผ่าน QR Code, AR และ NFC บนสื่อสิ่งพิมพ์ กำลังสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้บริโภคและเพิ่มมูลค่าให้แก่แบรนด์
- การสื่อสารกับ Gen Z: ฉลากและบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก คือเครื่องมือสำคัญในการสร้างความไว้วางใจและเชื่อมโยงกับผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับความจริงใจและความรับผิดชอบต่อสังคมของแบรนด์
บทความนี้จะพาไปสำรวจและวิเคราะห์ทิศทางสำคัญของวงการออกแบบและสื่อสิ่งพิมพ์ไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยจะเจาะลึกถึงเทรนด์ จับตาเทรนด์สิ่งพิมพ์ปลายปี 2026! ฉลากสินค้ารักษ์โลกมาแรง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า การทำความเข้าใจในเทรนด์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้ทันท่วงที แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างความแตกต่างและครองใจผู้บริโภคในยุคที่ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ
ทิศทางอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์: เมื่อความยั่งยืนคือมาตรฐานใหม่

ในอดีต การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอาจถูกมองว่าเป็นเพียง “ทางเลือก” หรือ “จุดขายเสริม” สำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์เฉพาะกลุ่ม แต่ในปี 2026 สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับแรงกดดันจากนโยบายภาครัฐและมาตรฐานสากล ได้ผลักดันให้ “ความยั่งยืน” (Sustainability) กลายเป็นหัวใจสำคัญและเป็นมาตรฐานที่ทุกธุรกิจในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ต้องยอมรับและปรับตัวตาม
ผู้ประกอบการและนักออกแบบไม่สามารถมองข้ามกระแสนี้ได้อีกต่อไป เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ไม่ได้มองหาเพียงแค่สินค้าที่มีคุณภาพหรือดีไซน์ที่สวยงาม แต่พวกเขายังมองลึกไปถึงกระบวนการผลิต ที่มาของวัสดุ และความรับผิดชอบต่อสังคมของแบรนด์นั้นๆ ฉลากสินค้าและบรรจุภัณฑ์จึงเปรียบเสมือน “ด่านแรก” ที่แบรนด์ใช้สื่อสารคุณค่าเหล่านี้ไปยังผู้บริโภค การเลือกใช้ฉลากสินค้ารักษ์โลกจึงไม่ใช่แค่การตามเทรนด์ แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างความไว้วางใจและความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว
เจาะลึก 4 เทรนด์การออกแบบสิ่งพิมพ์ที่ไม่ควรพลาดในปี 2026
เพื่อให้สามารถแข่งขันและเติบโตในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการและนักออกแบบจำเป็นต้องเข้าใจและนำเทรนด์การออกแบบสิ่งพิมพ์ที่สำคัญมาปรับใช้ เทรนด์เหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงสุนทรียศาสตร์ที่เปลี่ยนไป แต่ยังตอบสนองต่อพฤติกรรมและความคาดหวังของผู้บริโภคยุคใหม่อีกด้วย
Minimal & Bold – เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
เทรนด์การออกแบบนี้คือการผสมผสานระหว่างความเรียบง่าย (Minimalism) กับความโดดเด่น (Boldness) อย่างลงตัว โดยหัวใจหลักคือการลดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นออกไป เหลือไว้เพียงสิ่งที่สำคัญที่สุด แล้วนำเสนอสิ่งนั้นอย่างทรงพลัง หลักการนี้มักแสดงออกผ่านการใช้พื้นที่ว่าง (White Space) อย่างชาญฉลาด, การเลือกใช้ตัวอักษร (Typography) ขนาดใหญ่ที่อ่านง่ายและมีเอกลักษณ์, และการใช้คู่สีที่จัดจ้านหรือตัดกันอย่างชัดเจนเพื่อดึงดูดสายตา
ในยุคที่ผู้บริโภคถูกถล่มด้วยข้อมูลข่าวสารจากทุกทิศทาง การออกแบบที่ซับซ้อนอาจถูกมองข้ามไปได้ง่าย สไตล์ Minimal & Bold จึงเข้ามาตอบโจทย์โดยการสร้างการจดจำที่รวดเร็วและสื่อสารข้อความหลักของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนทันที เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย และมั่นใจ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือบรรจุภัณฑ์สินค้าออร์แกนิกที่ใช้พื้นหลังสีขาวสะอาดตา พร้อมโลโก้และชื่อสินค้าขนาดใหญ่สีเขียวสด หรือนามบัตรที่ใช้เพียงตัวอักษรหนาๆ บนกระดาษรีไซเคิลคุณภาพดี ซึ่งสามารถสร้างความประทับใจได้มากกว่าการออกแบบที่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ไม่จำเป็น
Eco-friendly Printing – งานพิมพ์รักษ์โลก
นี่คือเทรนด์ที่เป็นหัวใจสำคัญของปี 2026 และเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวังจากแบรนด์มากที่สุด การพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมครอบคลุมตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุไปจนถึงกระบวนการผลิต โรงพิมพ์และแบรนด์จำนวนมากได้หันมาให้ความสำคัญกับองค์ประกอบต่างๆ ดังนี้:
- วัสดุรีไซเคิล (Recycled Materials): การเลือกใช้กระดาษหรือพลาสติกที่ผลิตจากวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้ว (Post-consumer waste) หรือเศษวัสดุจากกระบวนการผลิต (Pre-consumer waste) กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ การใช้วัสดุเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะและลดการตัดต้นไม้ แต่ยังสื่อถึงความรับผิดชอบของแบรนด์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
- วัสดุย่อยสลายได้ (Biodegradable Materials): สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ต้องสัมผัสกับอาหารหรือสินค้าบางประเภท การเลือกใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เช่น พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) ที่ทำจากข้าวโพดหรืออ้อย หรือกระดาษที่ไม่ผ่านการเคลือบสารเคมีที่เป็นพิษ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูง
- หมึกพิมพ์จากธรรมชาติ (Natural Inks): หมึกพิมพ์แบบดั้งเดิมมักมีส่วนผสมของปิโตรเลียมซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เทรนด์ใหม่คือการหันมาใช้หมึกพิมพ์ที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น หมึกถั่วเหลือง (Soy-based ink) หรือหมึกที่ทำจากสาหร่าย ซึ่งมีสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ต่ำกว่า และทำให้กระดาษที่พิมพ์แล้วง่ายต่อการนำไปรีไซเคิลมากขึ้น
ฉลากและบรรจุภัณฑ์ในปี 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเปลือกห่อสินค้า แต่คือพื้นที่ที่อุตสาหกรรมการพิมพ์แสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบต่อโลก เพื่อครองใจผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความจริงใจและคุณค่าของแบรนด์
Customization – สิ่งพิมพ์เฉพาะบุคคลที่สร้างความประทับใจ
ในยุค Data-driven การตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) ได้ขยายขอบเขตจากโลกดิจิทัลมาสู่สื่อสิ่งพิมพ์อย่างเต็มรูปแบบด้วยเทคโนโลยี Variable Data Printing (VDP) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการพิมพ์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบบางอย่าง เช่น ข้อความ รูปภาพ หรือกราฟิก ในแต่ละชิ้นงานที่พิมพ์ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง โดยดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลลูกค้า
เทคนิคนี้เปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ที่ “พูดคุย” กับลูกค้าแต่ละรายได้โดยตรง ตัวอย่างเช่น การส่งโบรชัวร์ที่ระบุชื่อของลูกค้าบนหน้าปก, การพิมพ์บัตรกำนัลที่มีรหัสส่วนลดเฉพาะบุคคล, หรือการทำการ์ดขอบคุณที่อ้างอิงถึงสินค้าที่ลูกค้าเพิ่งซื้อไป การสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลเช่นนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษและมีคุณค่า ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการตอบสนองและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
Interactive Print – ผสานโลกจริงและดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ
สื่อสิ่งพิมพ์ไม่ได้จำกัดอยู่บนหน้ากระดาษอีกต่อไป แต่กลายเป็นประตูสู่โลกดิจิทัลผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Phygital” (Physical + Digital) ซึ่งเป็นการผสานประสบการณ์ทางกายภาพเข้ากับประสบการณ์ดิจิทัล เทคโนโลยีที่นิยมใช้ ได้แก่:
- QR Code: เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น การพิมพ์ QR Code บนเมนูอาหารเพื่อลิงก์ไปยังเมนูออนไลน์พร้อมรูปภาพ, บนบรรจุภัณฑ์สินค้าเพื่อพาไปดูวิดีโอสาธิตวิธีการใช้งาน หรือบนนามบัตรเพื่อบันทึกข้อมูลติดต่อลงในโทรศัพท์มือถือได้ทันที
- Augmented Reality (AR): เทคโนโลยี AR ช่วยยกระดับประสบการณ์ไปอีกขั้น โดยผู้ใช้สามารถใช้กล้องสมาร์ทโฟนส่องไปที่สื่อสิ่งพิมพ์ (เช่น โปสเตอร์ แคตตาล็อก หรือแม้กระทั่งฉลากสินค้า) แล้วเห็นภาพสามมิติ, แอนิเมชัน, หรือข้อมูลดิจิทัลปรากฏซ้อนทับขึ้นมาในโลกจริง สร้างความตื่นตาตื่นใจและทำให้แบรนด์เป็นที่น่าจดจำ
- Near Field Communication (NFC): เทคโนโลยี NFC ที่ฝังอยู่ในชิปขนาดเล็กบนสิ่งพิมพ์ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายๆ เพียงแค่แตะสมาร์ทโฟนเข้ากับจุดที่กำหนด เหมาะสำหรับการให้ข้อมูลเชิงลึก หรือการยืนยันผลิตภัณฑ์ว่าเป็นของแท้
ฉลากสินค้ารักษ์โลก: โอกาสและความท้าทายสำหรับธุรกิจ SME
สำหรับธุรกิจ SME การปรับตัวตามเทรนด์ฉลากสินค้ารักษ์โลกถือเป็นทั้งโอกาสครั้งสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และในขณะเดียวกันก็มีความท้าทายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
การออกแบบที่คำนึงถึงวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Lifecycle Assessment)
การสร้างบรรจุภัณฑ์หรือฉลากที่ “รักษ์โลก” อย่างแท้จริงนั้น ไม่ได้จบแค่การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ต้องมองภาพรวมตลอดทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้งาน (End-of-life management) นักออกแบบและโรงพิมพ์จำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าเทคนิคการพิมพ์ การเคลือบผิว หรือกาวที่ใช้บนฉลาก จะไม่กลายเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการรีไซเคิลหรือการย่อยสลายในขั้นตอนสุดท้าย
ตัวอย่างเช่น การเคลือบพลาสติกบางๆ บนกล่องกระดาษเพื่อความสวยงามอาจทำให้กล่องนั้นไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ หรือการใช้หมึกพิมพ์ที่มีส่วนผสมของโลหะหนักอาจปนเปื้อนในกระบวนการทำปุ๋ยหมัก ดังนั้น การเลือกใช้เทคนิคการเคลือบผิวแบบ Water-based หรือการเลือกใช้หมึกพิมพ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
การสื่อสารคุณค่าเพื่อครองใจผู้บริโภคยุคใหม่
โอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับ SME คือการใช้ฉลากและบรรจุภัณฑ์เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเรื่องราวและความมุ่งมั่นของแบรนด์ในด้านความยั่งยืน ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความจริงใจ พวกเขามองหาแบรนด์ที่มีคุณค่าสอดคล้องกับความเชื่อของตนเอง การออกแบบฉลากที่เรียบง่ายแต่บอกเล่าเรื่องราวได้อย่างชัดเจน เช่น การใช้สัญลักษณ์รีไซเคิล, การระบุว่าบรรจุภัณฑ์นี้ทำจากวัสดุอะไร, หรือการมี QR Code ที่ลิงก์ไปยังหน้าเว็บที่อธิบายถึงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท จะสามารถสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์และสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักมีพลังมากกว่าการโฆษณาประชาสัมพันธ์แบบดั้งเดิม
| ประเภทของวัสดุ/เทคนิค | คุณสมบัติเด่น | การประยุกต์ใช้ที่เหมาะสม |
|---|---|---|
| วัสดุรีไซเคิล | ลดปริมาณขยะ, ลดการใช้ทรัพยากรใหม่, สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม | กล่องบรรจุภัณฑ์, ถุงกระดาษ, นามบัตร, โบรชัวร์, ฉลากสินค้าที่ไม่ต้องการความทนทานต่อน้ำสูง |
| วัสดุย่อยสลายได้ | สามารถย่อยสลายกลับสู่ธรรมชาติได้ ลดปัญหามลพิษจากพลาสติกในระยะยาว | บรรจุภัณฑ์อาหาร, แก้วเครื่องดื่ม, สติกเกอร์สำหรับติดบนผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก, สินค้าที่ใช้งานครั้งเดียว |
| หมึกพิมพ์จากธรรมชาติ | มีสารพิษและสารระเหยต่ำ, ปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม, ทำให้กระดาษรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น | งานพิมพ์ทุกประเภท โดยเฉพาะสิ่งพิมพ์สำหรับเด็ก, บรรจุภัณฑ์อาหาร, และสื่อสิ่งพิมพ์ที่ต้องการเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย |
ความท้าทายและการปรับตัวของอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทย
การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาวัตถุดิบ, กระบวนการพิมพ์, การออกแบบ, ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้งาน ผู้ประกอบการโรงพิมพ์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ทั้งในด้านเทคโนโลยี, องค์ความรู้, และทัศนคติในการดำเนินงาน
ความท้าทายหลักอาจประกอบด้วยต้นทุนการลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สูงขึ้นในระยะแรก, การขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์และการออกแบบเพื่อความยั่งยืน, และความจำเป็นในการสร้างความเข้าใจกับลูกค้าถึงคุณค่าและราคาของผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่อาจสูงกว่าตัวเลือกแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม การปรับตัวนี้ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ
บทสรุป และแนวทางสำหรับผู้ประกอบการ
เทรนด์สิ่งพิมพ์ในช่วงปลายปี 2026 ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความยั่งยืน, ความเรียบง่ายที่ทรงพลัง, และการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล คือสามเสาหลักที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทรนด์ฉลากสินค้ารักษ์โลกที่ได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและประเมินคุณค่าของแบรนด์
สำหรับผู้ประกอบการ SME การก้าวให้ทันเทรนด์เหล่านี้คือโอกาสในการสร้างความแตกต่างและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ การเริ่มต้นอาจเริ่มจากการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและโรงพิมพ์ที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและวัสดุรักษ์โลก เพื่อเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และงบประมาณ การลงทุนในวันนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้แบรนด์ของคุณดูทันสมัยและเป็นที่ยอมรับ แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมรองรับทุกเทรนด์โลก ด้วยเครื่องพิมพ์คุณภาพสูงและทันสมัย พร้อมทีมงานมืออาชีพที่เข้าใจความต้องการของธุรกิจ SME เรามีบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ตั้งแต่ฉลากสินค้า, สติกเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, ไปจนถึงโบรชัวร์และเมนูอาหาร โดยใช้วัสดุชั้นนำที่หลากหลาย รวมถึงตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้แบรนด์ของคุณพร้อมแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน
บริการของเรา:
- ให้คำปรึกษาและออกแบบฟรี เพื่อให้งานพิมพ์ของคุณตอบโจทย์ที่สุด
- ไดคัทฟรีทุกรูปทรง เพิ่มเอกลักษณ์ให้ฉลากและสติกเกอร์ของคุณ
- จัดส่งด่วนทั่วประเทศภายใน 2-3 วันทำการ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
- LINE: @282iufnx
- TIKTOK: @giantprint_official
- เว็บไซต์: giantprint.co.th
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
