วิธีดูแลป้ายไวนิลหน้าร้านให้สีสดทนแดดทนฝน ยืดอายุใช้งาน
ป้ายไวนิลหน้าร้านเป็นเครื่องมือสื่อสารด่านแรกที่สร้างความประทับใจและดึงดูดลูกค้า แต่ด้วยสภาพอากาศของเมืองไทยที่ต้องเผชิญทั้งแสงแดดจัดและฝนตกหนัก ป้ายเหล่านี้จึงเสื่อมสภาพได้ง่าย การเรียนรู้วิธีดูแลป้ายไวนิลหน้าร้านให้สีสดทนแดดทนฝน ยืดอายุใช้งานจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูดีอยู่เสมอ พร้อมทั้งช่วยประหยัดต้นทุนในการเปลี่ยนป้ายใหม่บ่อยครั้ง บทความนี้จะนำเสนอแนวทางและขั้นตอนการดูแลรักษาป้ายโฆษณากลางแจ้งอย่างละเอียด เพื่อให้ป้ายของคุณคงความสวยงามและใช้งานได้อย่างยาวนานที่สุด
หัวใจสำคัญของการดูแลป้ายไวนิล

- การทำความสะอาดเป็นประจำ: การกำจัดฝุ่นและคราบสกปรกอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันการเสื่อมสภาพและรักษาสีสันให้สดใส
- เลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม: การใช้ผ้านุ่มหรือฟองน้ำแทนแปรงแข็งและสารเคมีรุนแรง ช่วยป้องกันความเสียหายต่อพื้นผิวและชั้นเคลือบของป้าย
- ตำแหน่งติดตั้งมีผลโดยตรง: การติดตั้งป้ายในที่ที่หลีกเลี่ยงแสงแดดและลมแรงโดยตรง สามารถชะลอการซีดจางของสีและยืดอายุวัสดุได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ตรวจสอบและซ่อมแซมทันที: การตรวจเช็กสภาพป้ายอย่างสม่ำเสมอและซ่อมแซมรอยขาดเล็กๆ น้อยๆ ทันทีที่พบ จะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญลุกลามจนต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งผืน
- การป้องกันเพิ่มเติมคือการลงทุนที่คุ้มค่า: การเลือกใช้วัสดุที่มีการเคลือบสารป้องกันรังสียูวี (UV) ตั้งแต่แรก หรือการเคลือบเพิ่มเติม จะช่วยเพิ่มความทนทานต่อสภาพอากาศและยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น
ป้ายไวนิลถือเป็นหนึ่งในสื่อโฆษณากลางแจ้งที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับธุรกิจทุกขนาด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ SME เนื่องจากมีราคาไม่แพง สามารถออกแบบได้หลากหลาย และติดตั้งได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ป้ายเหล่านี้ต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอกที่รุนแรงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นรังสียูวีจากแสงแดดที่ทำให้สีซีดจาง, ความชื้นจากฝนที่ก่อให้เกิดเชื้อราและคราบสกปรก, รวมถึงฝุ่นละอองและมลภาวะที่บดบังความสวยงามของป้าย การขาดการดูแลเอาใจใส่ที่ถูกต้องอาจทำให้ป้ายที่เคยดูโดดเด่นกลายเป็นดูเก่าและทรุดโทรมในเวลาอันสั้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของร้านค้าและแบรนด์
ความสำคัญของการดูแลป้ายไวนิลและผลกระทบต่อธุรกิจ
การดูแลรักษาป้ายไวนิลอย่างถูกวิธีไม่ได้เป็นเพียงการรักษาความสวยงามภายนอก แต่ยังส่งผลดีต่อธุรกิจในหลายมิติ ผู้ประกอบการและเจ้าของร้านค้าควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เนื่องจากป้ายหน้าร้านเปรียบเสมือนตัวแทนของธุรกิจที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
ประการแรกคือ การรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ (Brand Image) ป้ายที่สะอาด สีสันสดใส และอยู่ในสภาพดี จะสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพ ความใส่ใจในรายละเอียด และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ ในทางกลับกัน ป้ายที่ซีดจาง สกปรก หรือฉีกขาด อาจทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกในแง่ลบและมองว่าธุรกิจขาดการดูแลเอาใจใส่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าใช้บริการได้
ประการที่สองคือ ความคุ้มค่าและการประหยัดต้นทุนในระยะยาว ป้ายไวนิลที่มีคุณภาพและได้รับการดูแลอย่างดีสามารถใช้งานได้นานหลายปี การลงทุนเวลาและแรงงานเพียงเล็กน้อยในการทำความสะอาดและบำรุงรักษาเป็นประจำ จะช่วยยืดอายุการใช้งานของป้ายออกไปได้อีกมาก ซึ่งหมายถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายในการสั่งพิมพ์และติดตั้งป้ายใหม่บ่อยๆ ทำให้สามารถนำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้พัฒนาส่วนอื่นๆ ของธุรกิจได้
ท้ายที่สุด การดูแลป้ายให้ดูใหม่อยู่เสมอช่วยให้ประสิทธิภาพในการสื่อสารไม่ลดลง ข้อความ โปรโมชั่น หรือรูปภาพบนป้ายจะยังคงชัดเจนและดึงดูดสายตาผู้ที่ผ่านไปมาได้อย่างเต็มที่ ทำให้การลงทุนทำป้ายโฆษณากลางแจ้งเกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้น การทำความเข้าใจขั้นตอนการดูแลรักษาที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเจ้าของธุรกิจทุกคนที่ต้องการให้หน้าร้านของตนโดดเด่นและสร้างความประทับใจแรกพบที่ดีที่สุด
5 ขั้นตอนหลักเพื่อดูแลป้ายไวนิลหน้าร้านให้สีสดทนแดดทนฝน
การจะยืดอายุการใช้งานของป้ายไวนิลให้ยาวนานและคงความสวยงามนั้น ต้องอาศัยการดูแลอย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ โดยสามารถแบ่งกระบวนการดูแลออกเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การทำความสะอาดไปจนถึงการป้องกันเชิงรุก
ขั้นตอนที่ 1: การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
การทำความสะอาดเป็นประจำคือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการดูแลป้ายไวนิล การปล่อยให้ฝุ่นละออง คราบเขม่า หรือสิ่งสกปรกต่างๆ เกาะติดบนผิวป้ายเป็นเวลานาน จะทำให้คราบฝังแน่นและทำความสะอาดยากขึ้น อีกทั้งยังเป็นแหล่งสะสมความชื้นที่อาจนำไปสู่การเกิดเชื้อราได้
ความถี่ที่เหมาะสม: ควรวางแผนทำความสะอาดป้ายไวนิลอย่างน้อย เดือนละ 1-2 ครั้ง สำหรับพื้นที่ทั่วไป แต่หากป้ายถูกติดตั้งในบริเวณที่มีมลภาวะสูง เช่น ริมถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ใกล้เขตก่อสร้าง หรือในย่านอุตสาหกรรม อาจจำเป็นต้องเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดเป็นสัปดาห์ละครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมของคราบที่ทำลายพื้นผิว
ขั้นตอนการทำความสะอาดที่ถูกต้อง:
- ปัดฝุ่นแห้งออกก่อน: เริ่มต้นด้วยการกำจัดฝุ่นและหยากไย่ที่เกาะอยู่บนผิวป้ายออกไปก่อน โดยใช้ไม้ปัดฝุ่นขนนุ่มหรือผ้าไมโครไฟเบอร์แห้งเช็ดเบาๆ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้เม็ดฝุ่นหรือทรายขีดข่วนผิวป้ายเมื่อเริ่มทำความสะอาดด้วยน้ำ
- ผสมน้ำยาทำความสะอาดอย่างอ่อน: ใช้น้ำสบู่อ่อนๆ หรือน้ำยาล้างจานเพียงเล็กน้อยผสมกับน้ำสะอาดในถัง ไม่ควรใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง เช่น ผงซักฟอก น้ำยาฟอกขาว หรือน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ เพราะจะทำลายชั้นเคลือบและสีพิมพ์บนไวนิล
- เช็ดทำความสะอาด: ใช้ผ้านุ่มหรือฟองน้ำชุบน้ำยาที่ผสมไว้ บิดให้หมาด แล้วเช็ดทำความสะอาดบนพื้นผิวป้ายอย่างเบามือ โดยเริ่มจากด้านบนลงมาด้านล่างเพื่อให้น้ำสกปรกไหลลง สำหรับคราบที่ฝังแน่น อาจต้องเช็ดวนเบาๆ หลายครั้ง แต่ควรหลีกเลี่ยงการขัดถูอย่างรุนแรง
- ล้างด้วยน้ำสะอาด: หลังจากเช็ดด้วยน้ำสบู่ทั่วทั้งป้ายแล้ว ให้ใช้ผ้าสะอาดอีกผืนชุบน้ำเปล่าแล้วเช็ดซ้ำ เพื่อล้างคราบสบู่และสิ่งสกปรกที่ตกค้างออกให้หมดจด การมีคราบสบู่เหลืออยู่จะทำให้ฝุ่นกลับมาเกาะติดได้ง่ายขึ้น
- ปล่อยให้แห้ง: ควรปล่อยให้ป้ายแห้งเองตามธรรมชาติในที่อากาศถ่ายเท หรือหากต้องการให้แห้งเร็วขึ้น สามารถใช้ผ้าแห้งที่นุ่มและสะอาดซับน้ำออกเบาๆ ห้ามใช้ความร้อน เช่น ไดร์เป่าผม ในการทำให้ป้ายแห้งเด็ดขาด เพราะความร้อนสูงอาจทำให้วัสดุไวนิลหดตัวหรือเสียหายได้
ขั้นตอนที่ 2: การเลือกอุปกรณ์และวัสดุทำความสะอาดที่ถูกต้อง
การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมอาจสร้างความเสียหายให้กับป้ายไวนิลได้มากกว่าการไม่ทำความสะอาดเลยเสียอีก ผิวของป้ายไวนิลและหมึกพิมพ์นั้นมีความบอบบาง การขีดข่วนหรือการใช้สารเคมีที่รุนแรงอาจทำให้เกิดรอยถาวรหรือทำให้สีลอกได้
การเลือกเครื่องมือที่ถูกต้องเปรียบเสมือนการเลือกเกราะป้องกันให้ป้ายของคุณ การลงทุนกับอุปกรณ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน จะช่วยรักษาพื้นผิวให้สวยงามและใช้งานได้ยาวนานขึ้น
| สิ่งที่ควรใช้ (Do’s) | สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (Don’ts) |
|---|---|
| ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้านุ่มที่ไม่มีขน | แปรงขนแข็ง, สก๊อตไบร์ท, หรือฝอยขัดหม้อ |
| ฟองน้ำเนื้อนุ่ม | ผงขัดหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีลักษณะเป็นเม็ดทราย |
| น้ำสบู่อ่อน หรือน้ำยาล้างจานเจือจาง | ผงซักฟอก, น้ำยาฟอกขาว, แอมโมเนีย, หรือน้ำยาเช็ดกระจก |
| น้ำสะอาดอุณหภูมิห้อง | น้ำร้อนหรือน้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด/ด่างรุนแรง |
| น้ำยาทำความสะอาดไวนิลโดยเฉพาะ (สำหรับคราบหนัก) | ทินเนอร์, อะซิโตน, หรือสารละลายเคมีรุนแรงอื่นๆ |
สำหรับกรณีพิเศษ เช่น ป้ายที่พิมพ์ด้วยหมึก UV ซึ่งมีความทนทานสูงกว่าหมึกทั่วไป อาจสามารถใช้ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (Isopropyl Alcohol) ในปริมาณเล็กน้อยบนผ้าสะอาดเพื่อเช็ดคราบเฉพาะจุดได้ แต่ควรทดสอบในบริเวณเล็กๆ ที่สังเกตได้ยากก่อนเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ทำลายสีพิมพ์
ขั้นตอนที่ 3: การติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อลดการเสื่อมสภาพ
การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข ตำแหน่งที่ติดตั้งป้ายมีผลอย่างมากต่ออายุการใช้งาน การเลือกจุดติดตั้งที่ชาญฉลาดตั้งแต่แรกสามารถลดผลกระทบจากสภาพแวดล้อมและชะลอการเสื่อมสภาพของป้ายได้เป็นอย่างดี
หลีกเลี่ยงแสงแดดและลมโดยตรง: รังสียูวีในแสงแดดคือตัวการหลักที่ทำให้สีของป้ายซีดจางและวัสดุไวนิลกรอบแตก หากเป็นไปได้ ควรเลือกติดตั้งป้ายในทิศที่ไม่ได้รับแสงแดดโดยตรงตลอดทั้งวัน เช่น ด้านที่หันไปทางทิศเหนือ หรือในจุดที่มีเงาของอาคารอื่นช่วยบังในช่วงบ่าย นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งในช่องลมหรือบริเวณที่ต้องรับแรงปะทะของลมแรงตลอดเวลา เพราะแรงกระพือจะทำให้วัสดุและตาไก่เกิดความเสียหายได้เร็วขึ้น
ใช้โครงสร้างป้องกัน: การติดตั้งป้ายไว้ใต้กันสาดหรือชายคาเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการป้องกันทั้งแดดและฝนโดยตรง หากไม่มีโครงสร้างดังกล่าว อาจพิจารณาสร้างกรอบหรือหลังคาขนาดเล็กคลุมเหนือป้าย เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เทคนิคการติดตั้งที่ถูกต้อง: ขณะติดตั้ง ควรขึงป้ายให้ตึงพอดี ไม่หย่อนจนเกิดรอยพับหรือเป็นแอ่งสำหรับน้ำขัง แต่ก็ไม่ควรดึงตึงจนเกินไป เพราะจะสร้างแรงเค้นให้กับวัสดุและตาไก่มากเกินความจำเป็น การใช้ตาไก่ที่มีคุณภาพและยึดให้ครบทุกจุดจะช่วยกระจายแรงดึงได้อย่างสม่ำเสมอ ป้องกันการฉีกขาดบริเวณมุมป้าย
ขั้นตอนที่ 4: การตรวจสอบและซ่อมแซมอย่างทันท่วงที
การเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและยืดอายุการใช้งานของป้ายไวนิล การปล่อยปละละเลยความเสียหายเล็กน้อยอาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่แก้ไขไม่ได้ในภายหลัง
ตรวจเช็กสภาพป้ายเป็นประจำ: ควรกำหนดตารางเวลาในการตรวจสภาพป้ายอย่างละเอียด อาจจะเป็นช่วงเวลาเดียวกับการทำความสะอาดก็ได้ โดยให้สังเกตสัญญาณการเสื่อมสภาพต่างๆ เช่น
- สีซีดจาง: สังเกตว่าสีมีความสดใสน้อยลงหรือไม่ โดยเฉพาะในบริเวณที่โดนแดดจัด
- การหลุดลอก: ตรวจสอบว่ามีส่วนของสีพิมพ์หรือชั้นเคลือบที่เริ่มพองหรือหลุดลอกออกมาหรือไม่
- รอยแตกหรือรอยฉีกขาด: มองหารอยปริเล็กๆ หรือรอยฉีกขาด โดยเฉพาะบริเวณขอบและรอบตาไก่
- การยกตัวของขอบ: ดูว่าขอบป้ายยังคงแนบสนิทกับโครงสร้างที่ยึดอยู่หรือไม่
ซ่อมแซมทันทีที่พบปัญหา: หากพบรอยฉีกขาดเล็กๆ ควรทำการซ่อมแซมทันทีโดยใช้เทปซ่อมไวนิลโดยเฉพาะ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ การปล่อยรอยขาดทิ้งไว้จะทำให้ลมสามารถเข้าไปเซาะและขยายรอยขาดให้ใหญ่ขึ้นจนไม่สามารถซ่อมแซมได้
การดูแลหลังเผชิญสภาพอากาศรุนแรง: หลังจากเกิดพายุฝนตกหนักหรือลมพัดแรง ควรตรวจสอบสภาพป้ายทันที และหากมีเศษใบไม้ กิ่งไม้ หรือคราบโคลนกระเด็นมาติด ควรรีบทำความสะอาดออกไป เพื่อป้องกันคราบฝังแน่นและการสะสมของความชื้น
ขั้นตอนที่ 5: การจัดเก็บและการป้องกันเพิ่มเติม
สำหรับป้ายที่ไม่ได้ใช้งานถาวร เช่น ป้ายโปรโมชั่นตามฤดูกาล การจัดเก็บที่ถูกต้องจะช่วยรักษาสภาพป้ายให้พร้อมใช้งานในครั้งต่อไป นอกจากนี้ การลงทุนกับการป้องกันเพิ่มเติมตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตก็เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด
วิธีจัดเก็บที่ถูกต้อง: หากจำเป็นต้องถอดป้ายเก็บ ควรทำความสะอาดและปล่อยให้แห้งสนิทก่อน จากนั้นให้ทำการ ม้วนเก็บโดยหันด้านที่มีภาพพิมพ์ออกด้านนอก วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้หมึกพิมพ์ติดกันหรือเกิดรอยยับที่ทำลายภาพได้ ห้ามพับป้ายไวนิลโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดรอยพับถาวรที่ลบไม่ออก จากนั้นนำไปเก็บในที่แห้ง เย็น และไม่โดนแสงแดดโดยตรง
การเพิ่มเกราะป้องกันด้วยสารเคลือบ: เพื่อเพิ่มความทนทานต่อสภาพอากาศให้สูงสุด สามารถเลือกใช้บริการเคลือบป้องกันเพิ่มเติมได้
- การเคลือบสารป้องกัน UV (UV Coating): เป็นการเคลือบผิวหน้าป้ายด้วยสารเคมีพิเศษที่ช่วยสะท้อนและกรองรังสียูวี ทำให้สีของป้ายซีดจางช้าลงอย่างมาก เหมาะสำหรับป้ายที่ต้องติดตั้งในบริเวณที่โดนแดดจัดตลอดทั้งวัน
- การเคลือบลามิเนต (Lamination): คือการปิดทับผิวหน้าป้ายด้วยฟิล์มใสอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันรังสียูวี แต่ยังช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและความชื้นได้เป็นอย่างดี ทำให้ป้ายมีความทนทานสูงขึ้นและทำความสะอาดง่ายขึ้นด้วย
การปฏิบัติตามทั้ง 5 ขั้นตอนนี้อย่างครบถ้วนและสม่ำเสมอ จะช่วยให้ป้ายไวนิลหน้าร้านของคุณคงความสวยงาม สีสันสดใส และทำหน้าที่เป็นตัวแทนของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพยาวนานที่สุด
สรุป: ยืดอายุการใช้งานป้ายไวนิล เพิ่มความคุ้มค่าให้ธุรกิจ
การดูแลป้ายไวนิลหน้าร้านให้มีสภาพดีและสีสันสดใสอยู่เสมอไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยความใส่ใจและความสม่ำเสมอ การปฏิบัติตามแนวทางทั้ง 5 ขั้นตอน ตั้งแต่การทำความสะอาดเป็นประจำด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม, การเลือกตำแหน่งติดตั้งที่ชาญฉลาด, การหมั่นตรวจสอบและซ่อมแซมความเสียหายเล็กน้อยทันที ไปจนถึงการเลือกใช้การป้องกันเพิ่มเติม เช่น การเคลือบ UV จะช่วยยืดอายุการใช้งานของป้ายโฆษณากลางแจ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลงทุนดูแลรักษาป้ายในวันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจ แต่ยังเป็นการลงทุนที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนป้ายใหม่ในระยะยาว ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการต้นทุนที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ประกอบการทุกคน
ต้องการป้ายใหม่คุณภาพสูง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากป้ายไวนิลเดิมของคุณถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน หรือกำลังมองหาการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพสูงเพื่อส่งเสริมธุรกิจ GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เรามีบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์, การ์ดแต่งงาน, และอื่นๆ อีกมากมาย
เราใช้เครื่องพิมพ์ Fuji Xerox ที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน พร้อมด้วยวัสดุชั้นนำจากต่างประเทศ เพื่อให้ทุกชิ้นงานมีสีสันที่สดใส คมชัด และทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ทีมงานมืออาชีพของเราพร้อมให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและผู้ประกอบการ SME ได้อย่างตรงจุด
ติดต่อเราได้ที่:
FACEBOOK PAGE
LINE
TIKTOK
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
ที่อยู่:
269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์:
082-2262660
อีเมล:
[email protected]
