เทคนิคออกแบบป้ายไวนิลหน้าร้าน ดึงดูดลูกค้าใน 3 วินาที
- สรุปประเด็นสำคัญเพื่อการออกแบบที่ได้ผล
- ความสำคัญของ 3 วินาทีแรกในการตัดสินใจของลูกค้า
- หลักการพื้นฐานของเทคนิคออกแบบป้ายไวนิลหน้าร้าน ดึงดูดลูกค้าใน 3 วินาที
- โครงสร้างและองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับป้ายหน้าร้าน
- ตารางเปรียบเทียบการออกแบบป้ายที่ดีและไม่ดี
- สูตรสำเร็จในการออกแบบป้ายไวนิลสำหรับธุรกิจประเภทต่างๆ
- ตำแหน่งติดตั้ง: ปัจจัยสำคัญที่มองข้ามไม่ได้
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการออกแบบป้ายโฆษณาหน้าร้าน
- บทสรุป: สู่การสร้างป้ายที่เรียกลูกค้าได้จริง
ป้ายไวนิลหน้าร้านเปรียบเสมือนด่านแรกที่สร้างความประทับใจและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย การออกแบบที่มีประสิทธิภาพสามารถเปลี่ยนผู้คนที่เดินผ่านไปมาให้กลายเป็นลูกค้าได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที การเรียนรู้เทคนิคการออกแบบที่ถูกต้องจึงเป็นหัวใจสำคัญของการตลาดออฟไลน์ที่ประสบความสำเร็จ
สรุปประเด็นสำคัญเพื่อการออกแบบที่ได้ผล
- ความชัดเจนมาก่อนความสวยงาม: ป้ายต้องสื่อสารได้ทันทีว่าร้านขายอะไร มีจุดเด่นอะไร และต้องการให้ลูกค้าทำอะไรต่อ โดยใช้ข้อความสั้นกระชับและตัวอักษรขนาดใหญ่ที่อ่านง่าย
- กฎ 3 วินาที: การออกแบบต้องคำนึงว่าผู้คนมีเวลาเพียง 3 วินาทีในการมองและทำความเข้าใจสารบนป้าย การจัดลำดับข้อมูลจากสำคัญที่สุดไปน้อยที่สุดจึงเป็นสิ่งจำเป็น
- คอนทราสต์คือหัวใจ: การใช้สีที่มีความต่างกันสูงระหว่างตัวอักษรและพื้นหลัง (เช่น สีเข้มบนพื้นสว่าง) ช่วยให้ป้ายโดดเด่นและมองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล
- ข้อความเดียวที่ทรงพลัง: เลือกใช้หัวข้อหลัก (Headline) ที่แข็งแกร่งที่สุดเพียงหนึ่งเดียว เช่น โปรโมชันเด่น หรือจุดขายที่แตกต่าง เพื่อดึงดูดความสนใจได้ในทันที
- ตำแหน่งติดตั้งส่งผลต่อการออกแบบ: ตำแหน่งที่ติดตั้งป้ายมีผลอย่างมากต่อการออกแบบ หากอยู่ในจุดที่คนเห็นเพียงชั่วครู่ ข้อความต้องยิ่งสั้นและชัดเจนมากขึ้น
เทคนิคออกแบบป้ายไวนิลหน้าร้าน ดึงดูดลูกค้าใน 3 วินาที เป็นศาสตร์และศิลป์ที่ผสมผสานความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคเข้ากับหลักการออกแบบกราฟิก เพื่อสร้างเครื่องมือทางการตลาดออฟไลน์ที่ทรงประสิทธิภาพ ป้ายโฆษณาหน้าร้านไม่ใช่เพียงแค่แผ่นป้ายบอกชื่อ แต่เป็นพนักงานขายที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำหน้าที่เชิญชวนให้ผู้คนสนใจและตัดสินใจเข้ามาใช้บริการ การออกแบบที่คำนึงถึงระยะเวลาการมองเห็นที่จำกัดของผู้คนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ
บทความนี้จะสำรวจหลักการและเทคนิคที่จำเป็นในการสร้างสรรค์ป้ายไวนิลที่สามารถจับความสนใจและสื่อสารข้อความสำคัญได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกใช้ข้อความ การออกแบบตัวอักษร การใช้สี ไปจนถึงโครงสร้างและตำแหน่งการติดตั้งที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจทุกประเภท
ความสำคัญของ 3 วินาทีแรกในการตัดสินใจของลูกค้า
ในยุคที่เต็มไปด้วยสิ่งเร้าและความเร่งรีบ ผู้คนโดยเฉพาะในเขตเมือง มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ไม่นานนัก ไม่ว่าจะเป็นการเดินเท้า ขับรถ หรือใช้บริการขนส่งสาธารณะ พวกเขามีเวลาเพียงชั่วพริบตาในการรับข้อมูลจากสิ่งรอบตัว นี่คือเหตุผลที่ “กฎ 3 วินาที” กลายเป็นมาตรฐานสำคัญในการออกแบบป้ายโฆษณาหน้าร้าน
ภายใน 3 วินาทีแรกที่สายตาปะทะกับป้าย สมองของกลุ่มเป้าหมายจะประมวลผลและตอบคำถามสำคัญ 3 ข้อโดยอัตโนมัติ:
- ที่นี่ขายอะไร? (What is it?) – ป้ายต้องสามารถระบุประเภทของสินค้าหรือบริการได้อย่างชัดเจนและรวดเร็วที่สุด
- มีอะไรน่าสนใจ? (What’s in it for me?) – ต้องนำเสนอจุดขายที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นราคา โปรโมชัน หรือคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้แตกต่างจากคู่แข่ง
- ฉันควรทำอะไรต่อ? (What should I do?) – ป้ายต้องชี้นำการกระทำต่อไปอย่างชัดเจน เช่น “แวะเลย”, “เลี้ยวซ้าย 100 เมตร” หรือ “สแกนเพื่อสั่ง”
หากป้ายไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ภายใน 3 วินาที โอกาสที่ลูกค้าจะสนใจและเดินเข้าร้านก็จะลดลงอย่างมาก ดังนั้น การออกแบบป้ายไวนิลจึงไม่ใช่แค่การใส่ข้อมูลให้ครบ แต่เป็นการกลั่นกรองและจัดลำดับข้อมูลที่สำคัญที่สุด เพื่อให้สื่อสารออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรอบเวลาที่จำกัด
หลักการพื้นฐานของเทคนิคออกแบบป้ายไวนิลหน้าร้าน ดึงดูดลูกค้าใน 3 วินาที
การสร้างป้ายที่ได้ผลต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจในองค์ประกอบพื้นฐาน ซึ่งประกอบด้วย ข้อความ ตัวอักษร และสี การผสมผสานสามสิ่งนี้อย่างลงตัวจะทำให้ป้ายสามารถทำหน้าที่ของมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
พลังของข้อความที่สั้น กระชับ และทรงพลัง
หัวใจของการสื่อสารที่รวดเร็วคือความกระชับ ข้อความบนป้ายกลางแจ้งควรมีจำนวนจำกัด โดยทั่วไปแนะนำให้ไม่เกิน 7-10 คำ เพื่อให้คนสามารถอ่านจบได้ในพริบตา ควรเลือกใช้ “Headline” หรือพาดหัวหลักเพียงหนึ่งเดียวที่ทรงพลังที่สุดและสามารถสื่อสารคุณค่าหลักของร้านได้ทันที
ตัวอย่างข้อความที่มีประสิทธิภาพ:
“กาแฟสด เริ่มต้น 35.-“
“ซักอบรีดด่วน 1 ชม.”
“อาหารตามสั่ง ส่งไวใน 30 นาที”
ข้อความเหล่านี้ประสบความสำเร็จเพราะบอกได้ทันทีว่าขายอะไร (กาแฟ, บริการซักรีด, อาหาร) และมีจุดเด่นอะไร (ราคาถูก, รวดเร็ว) โดยไม่ต้องตีความซับซ้อน
การเลือกตัวอักษรและขนาดที่เหมาะสมเพื่อการมองเห็นระยะไกล
การเลือกใช้ตัวอักษร (Typography) มีผลโดยตรงต่อความสามารถในการอ่าน (Readability) โดยเฉพาะจากระยะไกล หลักการสำคัญคือ:
- เลือกฟอนต์ที่เรียบง่าย: ควรใช้ฟอนต์หนา (Bold) และมีรูปแบบที่สะอาดตา ไม่เล่นลวดลายหรือเส้นที่บางเกินไป เพราะจะทำให้อ่านยากเมื่อมองจากระยะไกลหรือขณะเคลื่อนที่
- ขนาดตัวอักษรสัมพันธ์กับระยะการมองเห็น: มีหลักการคำนวณขนาดตัวอักษรคร่าวๆ คือ ความสูงของตัวอักษรประมาณ 1 นิ้ว ต่อระยะการมองเห็น 10 ฟุต หรือประมาณ 8-12 เซนติเมตร ต่อระยะมอง 10 เมตร สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาจาก “ระยะที่คนจะเห็นจริง” ไม่ใช่แค่ออกแบบบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตัวอักษรสำหรับหัวข้อหลักควรมีขนาดใหญ่ที่สุดเสมอ
จิตวิทยาการใช้สีเพื่อสร้างความโดดเด่น
สีเป็นองค์ประกอบแรกๆ ที่ดึงดูดสายตา การเลือกใช้สีที่เหมาะสมจะทำให้ป้ายโดดเด่นกว่าสภาพแวดล้อมรอบข้าง เทคนิคที่สำคัญที่สุดคือ การใช้สีที่มีคอนทราสต์สูง (High Contrast) หมายถึงการจับคู่สีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างตัวอักษรและพื้นหลัง
- คู่สีที่แนะนำ: ตัวอักษรสีดำบนพื้นสีเหลือง, ตัวอักษรสีขาวบนพื้นสีแดง, ตัวอักษรสีน้ำเงินเข้มบนพื้นสีขาว เป็นต้น
- สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: การใช้สีที่ใกล้เคียงกัน เช่น ตัวอักษรสีฟ้าอ่อนบนพื้นสีฟ้าเข้ม หรือสีพาสเทลบนพื้นสีขาว เพราะจะทำให้ตัวหนังสือกลืนไปกับพื้นหลังและอ่านยากจากระยะไกล
นอกจากนี้ การใช้สีที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) จะช่วยสร้างการจดจำและเชื่อมโยงภาพลักษณ์ของร้านในสื่อต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
โครงสร้างและองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับป้ายหน้าร้าน
เมื่อเข้าใจหลักการพื้นฐานแล้ว ขั้นต่อไปคือการนำองค์ประกอบเหล่านั้นมาจัดวางอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อนำทางสายตาของผู้ชมและสื่อสารข้อความได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดลำดับชั้นของข้อมูลเพื่อการสื่อสารที่ชัดเจน
การจัดลำดับชั้นของข้อมูล (Information Hierarchy) คือการจัดเรียงเนื้อหาตามความสำคัญ ทำให้ผู้ชมรู้ว่าควรอ่านอะไรก่อน-หลัง โครงสร้างที่แนะนำสำหรับป้ายหน้าร้านคือ:
- หัวเรื่องหลัก (Headline): ใหญ่และเด่นที่สุด สื่อถึงสินค้า/บริการหลัก
- รายละเอียดสนับสนุน (Supporting Detail): ขนาดเล็กลงมาเล็กน้อย บอกจุดขายหรือโปรโมชัน
- คำกระตุ้นการตัดสินใจ (Call-to-Action): ชัดเจนและกระตุ้นให้เกิดการกระทำ
- ข้อมูลติดต่อ (Contact Info): ขนาดเล็กที่สุด วางไว้มุมล่าง เช่น เบอร์โทรศัพท์, LINE ID, หรือ QR Code
โครงสร้างแบบ 3 บรรทัดเป็นที่นิยมและได้ผลดี:
บรรทัดที่ 1: สินค้าหรือบริการหลัก (เช่น “อาหารตามสั่ง”)
บรรทัดที่ 2: จุดขายหรือโปรโมชัน (เช่น “เริ่ม 40.- ทำสดใหม่ทุกวัน”)
บรรทัดที่ 3: CTA หรือช่องทางติดต่อ (เช่น “สแกนสั่งเลย | LINE OA”)
ความสำคัญของพื้นที่ว่าง (White Space)
พื้นที่ว่าง หรือ Negative Space คือบริเวณที่ไม่มีข้อความหรือรูปภาพใดๆ บนป้าย พื้นที่ว่างไม่ใช่พื้นที่ที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้องค์ประกอบโดยรวมดูสะอาดตา ไม่แออัด และช่วยขับเน้นให้ส่วนที่สำคัญที่สุด (เช่น หัวเรื่องหลัก) โดดเด่นขึ้นมา ป้ายที่เต็มไปด้วยข้อมูลจนแน่นจะทำให้คนดูรู้สึกสับสนและไม่รู้ว่าจะต้องอ่านส่วนไหนก่อน
คำกระตุ้นการตัดสินใจ (Call-to-Action) ที่ทรงประสิทธิภาพ
หลังจากดึงดูดความสนใจและให้ข้อมูลแล้ว ป้ายที่ดีต้องบอกผู้ชมว่าต้องการให้พวกเขาทำอะไรต่อ CTA ที่ชัดเจนจะช่วยเปลี่ยนความสนใจให้เป็นการกระทำ ควรเลือกใช้คำที่สั้นและตรงไปตรงมา
ตัวอย่าง CTA ที่มีประสิทธิภาพ:
- สำหรับหน้าร้าน: แวะเข้าร้าน, ทางเข้าด้านนี้, เปิดบริการ
- สำหรับป้ายริมทาง: เลี้ยวซ้าย 100 เมตร, จอดรถด้านหลัง
- สำหรับยุคดิจิทัล: สแกน QR, แอดไลน์เลย, โทรเลย
การใช้รูปภาพและโลโก้อย่างชาญฉลาด
รูปภาพสามารถสื่อสารได้เร็วกว่าข้อความ แต่ควรใช้เมื่อจำเป็นและช่วยส่งเสริมการขายจริงๆ เท่านั้น เช่น รูปอาหารที่น่ารับประทานสำหรับร้านอาหาร หรือรูปผลงานก่อน-หลังสำหรับร้านเสริมสวย รูปที่ใช้ต้องมีความคมชัดสูงและจัดวางอย่างเหมาะสม ไม่แย่งความเด่นจากข้อความหลัก ส่วนโลโก้ควรมีขนาดที่พอดีและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อสร้างการจดจำแบรนด์ โดยไม่รบกวนการสื่อสารหลักของป้าย
ตารางเปรียบเทียบการออกแบบป้ายที่ดีและไม่ดี
| องค์ประกอบ | ตัวอย่างที่ดี (ดึงดูดลูกค้า) | ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง (ลูกค้าเมิน) |
|---|---|---|
| ข้อความ | สั้น ไม่เกิน 7-10 คำ, มี 1 หัวข้อหลักที่ชัดเจน | ยาวเกินไป, ใส่รายละเอียดสินค้าทุกอย่าง, ไม่มีจุดโฟกัส |
| ฟอนต์ | หนา, เรียบง่าย, อ่านชัดจากระยะไกล | ฟอนต์แฟนซี, ตัวเขียน, เส้นบาง, อ่านยาก |
| สี | คอนทราสต์สูง (เช่น ขาวบนแดง, ดำบนเหลือง) | สีกลืนกัน (เช่น ฟ้าอ่อนบนฟ้าเข้ม, เทาบนขาว) |
| ข้อมูล | จัดลำดับชั้นชัดเจน: หัวข้อใหญ่ > รายละเอียด > CTA | ข้อมูลทุกอย่างขนาดเท่ากัน, แน่นเต็มป้าย, ดูรก |
| Call-to-Action | ชัดเจนและตรงไปตรงมา เช่น “แวะเลย”, “โทรจอง” | ไม่มี CTA หรือ CTA ไม่ชัดเจน, ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ |
สูตรสำเร็จในการออกแบบป้ายไวนิลสำหรับธุรกิจประเภทต่างๆ
แม้หลักการออกแบบจะเป็นสากล แต่การปรับใช้ให้เข้ากับประเภทธุรกิจจะช่วยให้การสื่อสารตรงจุดมากยิ่งขึ้น นี่คือตัวอย่างสูตรการออกแบบที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที:
- ร้านอาหาร:
– ข้อความหลัก: อาหารตามสั่ง เริ่ม 40.-
– จุดขาย: ทำสดใหม่ทุกจาน
– CTA: สั่งผ่าน LINE / โทรเลย - คาเฟ่ / ร้านกาแฟ:
– ข้อความหลัก: กาแฟหอมเข้ม
– จุดขาย: ใช้เมล็ดพิเศษอาราบิก้า 100%
– CTA: นั่งชิลได้ทั้งวัน / แวะชิมเลย - ร้านซักรีด:
– ข้อความหลัก: ซัก-อบ-พับ ด่วน 1 ชม.
– จุดขาย: บริการรับ-ส่งถึงบ้าน
– CTA: โทร. 0XX-XXX-XXXX - ร้านเสริมสวย / บาร์เบอร์:
– ข้อความหลัก: ตัดผมชาย 120.-
– จุดขาย: โปรโมชันวันนี้! / จองคิวง่าย
– CTA: Walk-in ได้เลย / สแกนจองคิว
ตำแหน่งติดตั้ง: ปัจจัยสำคัญที่มองข้ามไม่ได้
การออกแบบป้ายที่ดีอาจไร้ความหมายหากติดตั้งในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ตำแหน่งติดตั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการมองเห็นและความสำเร็จของป้าย ควรพิจารณาดังนี้:
- การมองเห็นที่ชัดเจน: ควรติดตั้งป้ายในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย ไม่มีสิ่งกีดขวาง เช่น ต้นไม้, เสาไฟฟ้า หรือป้ายอื่นๆ บดบัง ตำแหน่งยอดนิยมคือบริเวณหน้าร้าน, หัวมุมอาคาร หรือริมถนนที่การจราจรหนาแน่น
- สัมพันธ์กับการออกแบบ: หากตำแหน่งติดตั้งอยู่ในจุดที่ผู้คนมองเห็นเพียงแวบเดียว (เช่น ริมถนนสายหลัก) การออกแบบต้องเน้นความเรียบง่ายขั้นสูงสุด ใช้ข้อความน้อยที่สุด และตัวอักษรใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในทางกลับกัน หากป้ายอยู่ในบริเวณที่คนเดินช้าๆ หรือมีที่สำหรับหยุดมอง อาจใส่รายละเอียดเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการออกแบบป้ายโฆษณาหน้าร้าน
เพื่อให้การออกแบบมีประสิทธิภาพสูงสุด การเรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง ได้แก่:
- ข้อมูลมากเกินไป: การพยายามใส่รายการสินค้า, บริการ, หรือราคา ทั้งหมดลงในป้ายเดียว จะทำให้ไม่มีจุดเด่นและอ่านไม่ทัน
- ข้อความยาวและซับซ้อน: การใช้ประโยคยาวๆ หรือศัพท์เทคนิค ทำให้ผู้คนต้องใช้เวลาตีความ ซึ่งขัดกับหลักการ 3 วินาที
- ฟอนต์ที่ไม่เหมาะสม: การเลือกฟอนต์ตามความสวยงามแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงความสามารถในการอ่านจากระยะไกล
- คอนทราสต์ต่ำ: การใช้สีที่กลมกลืนกันเกินไป ทำให้ป้ายจมหายไปกับสภาพแวดล้อม
- ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน: ป้ายที่ไม่มี CTA หรือเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะให้ลูกค้าทำอะไรต่อ ถือเป็นป้ายที่ล้มเหลวในการทำการตลาด
บทสรุป: สู่การสร้างป้ายที่เรียกลูกค้าได้จริง
การใช้ เทคนิคออกแบบป้ายไวนิลหน้าร้าน ดึงดูดลูกค้าใน 3 วินาที ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ต้องอาศัยการวางแผนและการให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายและชัดเจนเป็นอันดับแรก การสรุปหัวใจสำคัญให้เหลือเพียง 1 ข้อความหลัก, 1 จุดขาย, และ 1 CTA พร้อมกับการใช้สีคอนทราสต์สูงและตัวอักษรขนาดใหญ่ คือสูตรสำเร็จที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งให้กับธุรกิจได้ ป้ายโฆษณาหน้าร้านที่ออกแบบอย่างดีคือการลงทุนที่คุ้มค่า สามารถเพิ่มการรับรู้และดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ เข้าร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการป้ายไวนิลคุณภาพสูงที่ออกแบบโดยมืออาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่าป้ายของคุณจะโดดเด่นและสื่อสารได้อย่างเต็มศักยภาพ GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการ มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์ป้ายที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ
GIANT PRINT ให้บริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์ และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัยและวัสดุคุณภาพสูงจากต่างประเทศ พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการ SME และลูกค้าทุกท่าน
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ: 082-2262660
Email: [email protected]
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือติดตามผลงานผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียได้ที่ FACEBOOK PAGE, LINE, และ TIKTOK
