เทคนิคดึงลูกค้าออฟไลน์สู่ออนไลน์ ด้วยสื่อสิ่งพิมพ์สไตล์ O2O
- ภาพรวมของการตลาด O2O ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์
- 6 เทคนิคเปลี่ยนสื่อสิ่งพิมพ์ธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องมือดึงลูกค้าสู่ออนไลน์
- โครงสร้างแคมเปญ O2O จากสื่อสิ่งพิมพ์สู่โลกดิจิทัล
- ประโยชน์ของการใช้กลยุทธ์สื่อสิ่งพิมพ์แบบ O2O สำหรับธุรกิจ SME
- ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ O2O Marketing กับสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ
- ข้อควรระวังในการใช้เทคนิค O2O กับสื่อสิ่งพิมพ์
- บทสรุปและก้าวต่อไปของการตลาดแบบผสมผสาน
ในยุคที่การตลาดดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดด ธุรกิจจำนวนมากอาจมองข้ามความสำคัญของสื่อออฟไลน์ไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว สื่อสิ่งพิมพ์ยังคงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง บทความนี้จะสำรวจ เทคนิคดึงลูกค้าออฟไลน์สู่ออนไลน์ ด้วยสื่อสิ่งพิมพ์สไตล์ O2O ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ผสมผสานจุดแข็งของทั้งสองโลกเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- O2O Marketing คือสะพานเชื่อมโลก: กลยุทธ์นี้ใช้สื่อสิ่งพิมพ์ที่จับต้องได้ เช่น โบรชัวร์ นามบัตร หรือบรรจุภัณฑ์ เป็นจุดเริ่มต้นในการนำลูกค้าเข้าสู่ช่องทางดิจิทัลของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์, LINE Official Account, หรือโซเชียลมีเดีย ผ่านเครื่องมือสำคัญอย่าง QR Code
- แรงจูงใจคือหัวใจสำคัญ: ความสำเร็จของแคมเปญ O2O ไม่ได้อยู่ที่การมี QR Code แต่ขึ้นอยู่กับการสร้างแรงจูงใจที่ชัดเจนและคุ้มค่าพอที่จะทำให้ลูกค้าลงมือสแกน เช่น คูปองส่วนลด โปรโมชันพิเศษเฉพาะช่องทางออนไลน์ หรือคอนเทนต์เสริมที่เป็นประโยชน์
- ประสบการณ์บนมือถือต้องไร้รอยต่อ: เนื่องจากลูกค้าจะสแกนและเข้าถึงช่องทางออนไลน์ผ่านสมาร์ตโฟนเป็นหลัก ดังนั้น Landing Page, แบบฟอร์มลงทะเบียน, หรือแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อไปจะต้องถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานบนมือถือ (Mobile-First) โหลดเร็ว และใช้งานง่าย
- เป้าหมายสูงสุดคือการเก็บข้อมูลและสร้างความสัมพันธ์: การสแกนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการเก็บข้อมูลติดต่อของลูกค้า (Lead Generation) เพื่อนำไปทำการตลาดต่อเนื่อง (Remarketing) และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่การซื้อซ้ำและการเป็นลูกค้าประจำ
ภาพรวมของการตลาด O2O ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์
เทคนิคดึงลูกค้าออฟไลน์สู่ออนไลน์ ด้วยสื่อสิ่งพิมพ์สไตล์ O2O (Offline-to-Online) คือแนวคิดทางการตลาดที่มุ่งเชื่อมต่อประสบการณ์ของลูกค้าจากโลกแห่งความเป็นจริง (Offline) เข้ากับโลกดิจิทัล (Online) อย่างราบรื่น โดยใช้สื่อสิ่งพิมพ์เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างจุดเริ่มต้นของการเดินทางดังกล่าว แทนที่จะมองว่าสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัลเป็นคู่แข่งกัน กลยุทธ์ O2O กลับมองว่าทั้งสองสามารถทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในยุคดิจิทัลที่ผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่บนสมาร์ตโฟน การตลาดออนไลน์อาจดูเหมือนเป็นคำตอบสุดท้าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ลูกค้ายังคงมีปฏิสัมพันธ์กับโลกออฟไลน์อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเดินผ่านหน้าร้าน การรับใบปลิว การอ่านเมนูอาหาร หรือการแกะกล่องผลิตภัณฑ์ สื่อสิ่งพิมพ์ที่จับต้องได้เหล่านี้จึงกลายเป็นจุดสัมผัส (Touchpoint) ที่สำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดความสนใจเบื้องต้น ก่อนที่จะนำพาลูกค้าไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น การรับโปรโมชัน การลงทะเบียนสมาชิก หรือการสั่งซื้อสินค้า กลยุทธ์นี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ SME ที่มีหน้าร้านหรือมีการแจกจ่ายสื่อสิ่งพิมพ์เป็นประจำ และต้องการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายที่พบเห็นให้กลายเป็นฐานข้อมูลลูกค้าที่มีค่าในโลกออนไลน์
6 เทคนิคเปลี่ยนสื่อสิ่งพิมพ์ธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องมือดึงลูกค้าสู่ออนไลน์
การจะเปลี่ยนสื่อสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิมให้กลายเป็นเครื่องมือ O2O Marketing ที่ทรงพลังนั้น จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคและการวางแผนที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าไม่เพียงแค่เห็น แต่ยังมีส่วนร่วมและก้าวต่อไปยังช่องทางออนไลน์ตามที่ธุรกิจต้องการ
1. ใช้ QR Code ที่มีแรงจูงใจชัดเจน
QR Code เป็นเครื่องมือที่ง่ายและทรงพลังที่สุดในการเชื่อมต่อโลกออฟไลน์และออนไลน์ แต่การวาง QR Code ไว้เฉยๆ โดยไม่มีคำอธิบายหรือเหตุผลที่น่าสนใจ มักจะไม่เกิดผลลัพธ์ที่ดีพอ แรงจูงใจที่ชัดเจนเป็นสิ่งจำเป็นในการกระตุ้นให้เกิดการสแกน แทนที่จะลิงก์ไปยังหน้าแรกของเว็บไซต์ ควรระบุปลายทางและประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับให้ชัดเจน เช่น:
- สแกนเพื่อรับคูปองส่วนลด: เชื่อมต่อไปยัง LINE OA เพื่อรับคูปองหรือโค้ดส่วนลดพิเศษ
- ดูรีวิวหรือวิดีโอสาธิตสินค้า: พาไปยังหน้า Landing Page ที่มีวิดีโอหรือคำรับรองจากผู้ใช้งานจริง
- ลงทะเบียนเพื่อทดลองใช้ฟรี: นำทางไปยังฟอร์มสั้นๆ เพื่อกรอกข้อมูลรับสิทธิ์ทดลอง
- จองคิวนัดหมายออนไลน์: สำหรับธุรกิจบริการ เช่น คลินิก หรือร้านอาหาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า
QR Code ที่มีประสิทธิภาพควรตอบคำถามของลูกค้าที่ว่า “ฉันจะสแกนไปเพื่ออะไร?” ได้อย่างชัดเจนและรวดเร็วที่สุด
2. สร้างข้อเสนอพิเศษเฉพาะบนสื่อสิ่งพิมพ์
เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสื่อสิ่งพิมพ์และสร้างเหตุผลที่ลูกค้าต้องลงมือทำทันที (Urgency) ควรออกแบบโปรโมชันหรือสิทธิพิเศษที่หาไม่ได้จากช่องทางอื่น เช่น “สแกน QR Code บนใบปลิวนี้เท่านั้น เพื่อรับส่วนลด 50 บาท” หรือ “เฉพาะผู้ที่ได้รับโบรชัวร์ฉบับนี้ แอด LINE เพื่อรับของแถมพิเศษ” วิธีนี้จะเปลี่ยนสถานะของสื่อสิ่งพิมพ์จากแค่ “สื่อเพื่อการรับรู้” ให้กลายเป็น “กุญแจสู่สิทธิพิเศษ” ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการกระทำได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
3. ออกแบบ Call to Action (CTA) ให้ตรงไปตรงมา
ข้อความเชิญชวนให้ลงมือทำ (Call to Action) บนสื่อสิ่งพิมพ์ควรสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย ผู้บริโภคมีเวลาและความสนใจที่จำกัด ดังนั้นข้อความที่ซับซ้อนเกินไปจะถูกมองข้ามได้ง่าย ควรใช้คำที่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่าต้องการให้ลูกค้าทำอะไร และจะได้รับอะไรเป็นการตอบแทน
- “สแกนเพื่อรับโปรโมชัน”
- “แอด LINE รับสิทธิ์ทันที”
- “ลงทะเบียนออนไลน์เพื่อรับของแถม”
- “ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและรีวิวได้ที่นี่”
4. พัฒนาช่องทางออนไลน์โดยยึดมือถือเป็นศูนย์กลาง
สมาร์ตโฟนคืออุปกรณ์หลักที่ลูกค้าจะใช้ในการสแกน QR Code และเข้าถึงช่องทางออนไลน์ ดังนั้น ประสบการณ์หลังการสแกนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง หน้า Landing Page, LINE OA, หรือแบบฟอร์มลงทะเบียนจะต้องถูกออกแบบโดยยึดหลัก Mobile-First ซึ่งหมายถึง:
- ความเร็วในการโหลด: หน้าเว็บต้องโหลดได้รวดเร็ว เพราะผู้ใช้อาจหมดความอดทนและปิดทิ้งหากต้องรอนาน
- การแสดงผลที่เหมาะสม: ตัวอักษรและรูปภาพต้องอ่านง่ายบนหน้าจอขนาดเล็ก โดยไม่ต้องซูมเข้าออก
- ขั้นตอนที่สั้นกระชับ: หากต้องกรอกข้อมูล ควรขอเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นจริงๆ และมีปุ่มกดที่ชัดเจน
5. เก็บข้อมูลเพื่อต่อยอดสู่การตลาดแบบ Remarketing
เป้าหมายของ O2O Marketing ไม่ควรจบลงแค่การสแกนเพียงครั้งเดียว แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อนำไปทำการตลาดต่อในอนาคต (Remarketing) การให้ลูกค้าลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร, แอด LINE OA, หรือสมัครสมาชิก เป็นวิธีการเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถส่งข้อเสนอเฉพาะบุคคล, แจ้งเตือนโปรโมชันใหม่ๆ, หรือชวนให้กลับมาซื้อซ้ำได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย
6. เชื่อมโยงสื่อสิ่งพิมพ์เข้ากับประสบการณ์จริงของลูกค้า
ทำให้การเปลี่ยนผ่านจากออฟไลน์สู่ออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ลูกค้าอย่างเป็นธรรมชาติ แทนที่จะเป็นเพียงกิจกรรมทางการตลาดที่แยกส่วนออกมา ตัวอย่างเช่น:
- เมนูร้านอาหาร: เพิ่ม QR Code ให้ลูกค้าสแกนเพื่อดูโปรโมชันประจำวันหรือสั่งอาหารล่วงหน้า
- บรรจุภัณฑ์สินค้า: สแกน QR Code บนกล่องเพื่อดูวิดีโอสาธิตวิธีการใช้งาน หรือลงทะเบียนรับประกันสินค้า
- ใบเสร็จรับเงิน: เชิญชวนให้สแกนเพื่อสมัครสมาชิกและรับคะแนนสะสมสำหรับการซื้อครั้งถัดไป
โครงสร้างแคมเปญ O2O จากสื่อสิ่งพิมพ์สู่โลกดิจิทัล
การวางโครงสร้างแคมเปญ O2O ที่มีประสิทธิภาพ ควรคำนึงถึงเส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) ตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งโดยทั่วไปจะประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้:
- การรับรู้ (Awareness): ลูกค้าพบเห็นสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น ใบปลิว, โบรชัวร์, ป้ายโฆษณาหน้าร้าน, หรือบรรจุภัณฑ์สินค้า
- การเกิดความสนใจ (Interest): ข้อความ โปรโมชัน หรือการออกแบบบนสื่อสิ่งพิมพ์สามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้สำเร็จ
- การลงมือทำ (Action): ลูกค้าตัดสินใจสแกน QR Code, แอด LINE, หรือเข้าเว็บไซต์ตามคำเชิญชวน (Call to Action) เพื่อรับข้อเสนอ
- การเก็บข้อมูล (Conversion/Lead Generation): ลูกค้าทำการลงทะเบียน, กรอกข้อมูลติดต่อ, หรือสมัครสมาชิก เพื่อรับสิทธิ์หรือข้อมูลเพิ่มเติม
- การสร้างความสัมพันธ์ (Engagement & Retention): ธุรกิจเริ่มทำการสื่อสารต่อเนื่องผ่านช่องทางออนไลน์ที่เก็บข้อมูลมาได้ เช่น ส่งโปรโมชันทาง LINE, ส่งอีเมลข่าวสาร, หรือทำ Remarketing บนโซเชียลมีเดีย
- การซื้อซ้ำ (Loyalty): เป้าหมายระยะยาวคือการเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำที่กลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการซ้ำ ผ่านการสื่อสารและการมอบข้อเสนอที่ตรงใจอย่างต่อเนื่อง
ประโยชน์ของการใช้กลยุทธ์สื่อสิ่งพิมพ์แบบ O2O สำหรับธุรกิจ SME
การผสมผสานสื่อสิ่งพิมพ์เข้ากับการตลาดออนไลน์ให้ประโยชน์กับธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SME ในหลายมิติ:
- เข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม: สามารถเข้าถึงลูกค้าที่อาจไม่ได้ใช้งานโซเชียลมีเดียตลอดเวลา แต่ยังคงมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อออฟไลน์ในชีวิตประจำวัน
- เพิ่มความน่าเชื่อถือ: สื่อสิ่งพิมพ์ที่จับต้องได้ยังคงให้ความรู้สึกที่เป็นทางการและน่าเชื่อถือ ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์
- วัดผลแคมเปญได้ชัดเจน: สามารถติดตามประสิทธิภาพของสื่อสิ่งพิมพ์แต่ละชิ้นได้จากจำนวนการสแกน QR Code, การลงทะเบียน, หรือการใช้คูปอง ซึ่งช่วยให้ปรับปรุงกลยุทธ์ในอนาคตได้ดีขึ้น
- สร้างฐานข้อมูลลูกค้าของตัวเอง: แทนที่จะพึ่งพาแพลตฟอร์มอื่นเพียงอย่างเดียว การเก็บข้อมูลติดต่อของลูกค้าโดยตรงช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างช่องทางการสื่อสารของตัวเองได้
- เปลี่ยนผู้คนหน้าร้านให้เป็นลูกค้าประจำ: สามารถเปลี่ยนผู้ที่เดินผ่านหรือลูกค้าที่มาใช้บริการครั้งเดียว ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบสมาชิกและทำการตลาดเพื่อกระตุ้นให้กลับมาใช้บริการซ้ำได้
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ O2O Marketing กับสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น นี่คือตารางสรุปแนวทางการนำกลยุทธ์ O2O ไปปรับใช้กับสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ สำหรับธุรกิจที่หลากหลาย
| ประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ | ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ O2O | เป้าหมายหลักของแคมเปญ |
|---|---|---|
| ใบปลิว / โบรชัวร์ | แจกใบปลิวหน้าร้านพร้อม QR Code สำหรับแอด LINE OA เพื่อรับคูปองส่วนลด 10% | เพิ่มเพื่อนใน LINE และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ |
| นามบัตร | ใส่นามบัตรในถุงสินค้า ให้ลูกค้าสแกนเพื่อลงทะเบียนรับข่าวสารและโปรโมชันทางอีเมล | เก็บข้อมูลลูกค้า (Lead Generation) |
| เมนูอาหาร | วาง QR Code บนโต๊ะอาหาร ให้สแกนเพื่อดูเมนูพิเศษประจำเดือน หรือสะสมแต้มสมาชิก | เพิ่มยอดขายต่อบิล และสร้างลูกค้าประจำ (Loyalty) |
| บรรจุภัณฑ์สินค้า | พิมพ์ QR Code บนกล่องสินค้า เพื่อให้ลูกค้าสแกนเข้าไปดูวิดีโอวิธีใช้ หรืออ่านรีวิวเพิ่มเติม | ให้ข้อมูลเสริมและสร้างความมั่นใจในสินค้า |
| ป้ายโฆษณา/สแตนดี้ | ตั้งป้ายหน้าร้านเชิญชวนให้สแกนเพื่อเช็กสต็อกสินค้า หรือรับสิทธิ์ทดลองสินค้า/บริการ | ดึงดูดคนเดินเท้าให้เข้าร้านและมีส่วนร่วม |
ข้อควรระวังในการใช้เทคนิค O2O กับสื่อสิ่งพิมพ์
แม้ว่ากลยุทธ์ O2O จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังที่อาจทำให้แคมเปญไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร:
- อย่าใส่ QR Code โดยไม่มีแรงจูงใจ: ดังที่กล่าวไปข้างต้น QR Code ที่ไม่มีเหตุผลให้สแกนจะถูกเมินเฉย ต้องมั่นใจว่ามีข้อเสนอที่คุ้มค่าพอ
- อย่าทำให้ขั้นตอนซับซ้อนเกินไป: หากลูกค้าต้องผ่านหลายขั้นตอน หรือกรอกฟอร์มที่ยาวเกินไป พวกเขาอาจล้มเลิกกลางคัน ควรทำให้ทุกอย่างง่ายและรวดเร็วที่สุด
- อย่าละเลยระบบหลังบ้าน: ต้องเตรียมช่องทางออนไลน์ให้พร้อมใช้งานก่อนเริ่มแคมเปญ ไม่ว่าจะเป็น LINE OA ที่มีแอดมินคอยตอบ, Landing Page ที่สมบูรณ์, หรือระบบ CRM ที่พร้อมเก็บข้อมูล
- อย่าใช้สื่อสิ่งพิมพ์แบบเดิมๆ: การทำการตลาดสิ่งพิมพ์แบบ O2O ไม่ใช่แค่การเพิ่ม QR Code ลงไปในดีไซน์เก่า แต่ควรออกแบบเนื้อหาและ CTA ทั้งหมดโดยมีเป้าหมายเพื่อนำคนไปสู่ออนไลน์โดยเฉพาะ
บทสรุปและก้าวต่อไปของการตลาดแบบผสมผสาน
เทคนิคดึงลูกค้าออฟไลน์สู่ออนไลน์ ด้วยสื่อสิ่งพิมพ์สไตล์ O2O ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์การตลาดชั่วคราว แต่เป็นกลยุทธ์ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างสะพานเชื่อมระหว่างสองโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในยุคที่การแข่งขันสูง การสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ไร้รอยต่อและเก็บข้อมูลเพื่อทำการตลาดอย่างต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจ สื่อสิ่งพิมพ์ที่เคยถูกมองว่าเป็นสื่อแบบทางเดียว (One-way communication) ได้ถูกพลิกโฉมให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างปฏิสัมพันธ์ (Interactive tool) ที่สามารถวัดผลและสร้างฐานลูกค้าในระยะยาวได้
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการเริ่มต้นหรือยกระดับการตลาดแบบผสมผสาน การเลือกใช้สื่อสิ่งพิมพ์ที่มีคุณภาพและออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ O2O โดยเฉพาะจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ
ที่ GIANT PRINT เราคือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่เข้าใจความต้องการของธุรกิจ SME ยุคใหม่ พร้อมให้บริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์, และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์ Fuji Xerox มาตรฐานสากลและวัสดุคุณภาพสูง พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาในการออกแบบชิ้นงานที่ตอบโจทย์กลยุทธ์ O2O ของท่าน
เชื่อมต่อกับเราเพื่อสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพผ่านช่องทาง
FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
LINE: @282iufnx
TIKTOK: @giantprint_official
หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
