วิธีดูแลป้ายไวนิลหน้าร้านให้สีสด ทนแดดฝน ยืดอายุใช้งาน
- หัวใจสำคัญของการยืดอายุป้ายไวนิล
- ปัจจัยสำคัญที่กำหนดอายุการใช้งานของป้ายไวนิล
- เทคนิคการทำความสะอาดป้ายไวนิลอย่างถูกวิธี
- กลยุทธ์ป้องกันความเสียหายจากสภาพอากาศ: แดด ลม และฝน
- การตรวจสอบและบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
- วิธีเก็บรักษาป้ายไวนิลเมื่อไม่ได้ใช้งาน
- สรุปเช็กลิสต์: 10 ขั้นตอนดูแลป้ายไวนิลให้สวยทนนาน
- เมื่อการดูแลไม่เพียงพอ: ทางเลือกสำหรับการผลิตป้ายใหม่
ป้ายไวนิลหน้าร้านเป็นเครื่องมือสื่อสารด่านแรกที่สร้างความประทับใจและดึงดูดลูกค้า แต่การเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรงทั้งแสงแดดและฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้สีสันซีดจาง วัสดุเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร บทความนี้จะนำเสนอ วิธีดูแลป้ายไวนิลหน้าร้านให้สีสด ทนแดดฝน ยืดอายุใช้งาน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรักษาภาพลักษณ์ของธุรกิจและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนป้ายใหม่บ่อยครั้ง
หัวใจสำคัญของการยืดอายุป้ายไวนิล
การดูแลรักษาป้ายไวนิลให้คงสภาพดีและใช้งานได้ยาวนานนั้นครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัสดุไปจนถึงการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้สามารถวางแผนและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- การเลือกวัสดุและหมึกพิมพ์ที่ทนทานต่อสภาพอากาศ เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดในการกำหนดอายุการใช้งานของป้ายไวนิลสำหรับงานกลางแจ้ง
- การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี ช่วยชะลอการซีดจางของสี ป้องกันการสะสมของคราบสกปรกฝังแน่น และรักษาสภาพพื้นผิวของไวนิลให้ดูใหม่อยู่เสมอ
- การตรวจสอบโครงสร้างและจุดยึดเป็นประจำ สามารถป้องกันความเสียหายรุนแรงที่อาจเกิดจากลมพายุหรือฝนตกหนัก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมใหญ่
- การติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม และการลดการสัมผัสกับแสงแดดและน้ำฝนโดยตรง เป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของป้ายได้อย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยสำคัญที่กำหนดอายุการใช้งานของป้ายไวนิล
อายุการใช้งานของป้ายไวนิลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการผลิตและการเลือกสรรองค์ประกอบต่างๆ การตัดสินใจที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะส่งผลโดยตรงต่อความทนทานและความคุ้มค่าในระยะยาว โดยทั่วไปแล้ว ป้ายไวนิลสำหรับงานกลางแจ้งอาจมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 1 ถึง 5 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านคุณภาพของวัสดุ สภาพแวดล้อมที่ติดตั้ง และคุณภาพของงานพิมพ์
การเลือกวัสดุและหมึกพิมพ์: หัวใจของการทนแดดทนฝน
การลงทุนในวัสดุคุณภาพสูงตั้งแต่แรกอาจมีราคาสูงกว่า แต่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อพิจารณาถึงอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าและความจำเป็นในการบำรุงรักษาที่น้อยลง วัสดุเกรดต่ำอาจดูสวยงามในตอนแรก แต่จะเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วเมื่อเผชิญกับสภาพอากาศจริง ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนใหม่เร็วกว่าที่คาดไว้
ประเภทของไวนิลและความหนาที่เหมาะสม
วัสดุไวนิลมีหลายเกรดและหลายความหนา ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน สำหรับป้ายที่ต้องติดตั้งภายนอกอาคารและเผชิญกับสภาพอากาศที่หลากหลาย ควรเลือกไวนิลที่มีความหนาเหมาะสมเพื่อความแข็งแรงทนทาน โดยทั่วไปแล้ว แหล่งข้อมูลด้านงานพิมพ์แนะนำให้เลือกใช้วัสดุที่มีความหนาอยู่ในช่วง 13 ถึง 18 ออนซ์ (oz) ขึ้นไปสำหรับงานที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ ไวนิลที่หนากว่ามักจะทนต่อการฉีกขาดจากแรงลมได้ดีกว่าและมีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า
ความสำคัญของหมึกพิมพ์และสารเคลือบป้องกัน UV
วัสดุไวนิลที่ดีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันความทนทานได้หากหมึกพิมพ์ที่ใช้ไม่มีคุณภาพ หมึกพิมพ์สำหรับงานกลางแจ้งต้องมีคุณสมบัติกันน้ำและทนทานต่อรังสียูวี (UV) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สีซีดจาง นอกจากนี้ การเลือกใช้ไวนิลที่มีการเคลือบสารป้องกันรังสียูวีมาตั้งแต่โรงงาน หรือการเคลือบเพิ่มเติมหลังการพิมพ์ จะเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่งที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของทั้งสีและเนื้อวัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันปัญหาสีซีดจางและวัสดุกรอบแตกก่อนเวลาอันควร
| เกรดวัสดุ | อายุการใช้งานโดยประมาณ | ลักษณะการใช้งานที่เหมาะสม |
|---|---|---|
| เกรดประหยัด (Economy) | 3–6 เดือน | ป้ายโปรโมชั่นระยะสั้น, ป้ายงานอีเวนต์, ป้ายที่ต้องการเปลี่ยนบ่อย |
| เกรดมาตรฐาน (Standard) | ประมาณ 1 ปี | ป้ายหน้าร้านทั่วไป, ป้ายโฆษณาที่ติดตั้งในบริเวณที่ไม่โดนแดดจัดตลอดวัน |
| เกรดพรีเมียม (Premium) | ประมาณ 2 ปี | ป้ายหลักของธุรกิจ, ป้ายที่ติดตั้งในจุดที่ต้องการความทนทานสูงและสีสดคมชัด |
| เกรดสูงสุด (Highest Grade) | 3–5 ปี | ป้ายถาวร, ป้ายขนาดใหญ่, ป้ายในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศรุนแรง (ลมแรง, แดดจัด) |
เทคนิคการทำความสะอาดป้ายไวนิลอย่างถูกวิธี
การทำความสะอาดเป็นประจำคือหนึ่งในวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดในการดูแลป้ายไวนิล การกำจัดฝุ่นละออง เขม่าควัน และสิ่งสกปรกอื่นๆ ที่เกาะบนพื้นผิว จะช่วยป้องกันการเกิดคราบฝังแน่นที่ทำความสะอาดยากและอาจทำลายพื้นผิวของป้ายในระยะยาว
ความถี่และอุปกรณ์ที่ควรใช้
ความถี่ในการทำความสะอาดขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ติดตั้งป้าย สำหรับป้ายที่อยู่ริมถนนหรือในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองมาก ควรทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1–2 ครั้ง ส่วนป้ายในบริเวณที่มีมลภาวะน้อยอาจทำความสะอาดทุกๆ 2–3 เดือน อุปกรณ์ที่ควรใช้คือ ผ้านุ่มที่ไม่มีขนหรือฟองน้ำเนื้อละเอียด ชุบน้ำสะอาดแล้วบิดให้หมาด จากนั้นเช็ดเบาๆ บนพื้นผิวป้ายเพื่อขจัดฝุ่น คราบน้ำฝน และสิ่งสกปรกทั่วไป
การจัดการกับคราบสกปรกและคราบฝังแน่น
หากพบคราบสกปรกที่เช็ดด้วยน้ำเปล่าไม่ออก เช่น คราบโคลน มูลนก หรือคราบยางไม้ ให้ผสมน้ำสบู่อ่อนๆ (เช่น สบู่ล้างจานเล็กน้อยผสมกับน้ำปริมาณมาก) ชุบผ้าแล้วเช็ดบริเวณที่มีคราบอย่างเบามือ หลังจากคราบหลุดออกแล้ว ควรใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้งเพื่อล้างคราบสบู่ออกให้หมดจด ป้องกันไม่ให้สารเคมีตกค้างซึ่งอาจทำปฏิกิริยากับแสงแดดและทำให้สีด่างได้ หลังทำความสะอาดหรือหลังฝนตก ควรตรวจสอบดูว่ามีน้ำขังตามขอบหรือรอยพับของป้ายหรือไม่ เพราะความชื้นที่สะสมเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดเชื้อราได้
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาดในการทำความสะอาด
การใช้อุปกรณ์หรือสารเคมีที่ไม่เหมาะสมสามารถสร้างความเสียหายถาวรให้กับป้ายไวนิลได้ในทันที ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด:
- แปรงขนแข็งหรือฟองน้ำที่มีผิวหยาบ: สามารถขีดข่วนพื้นผิวของไวนิลและทำให้หมึกพิมพ์หลุดลอกได้
- น้ำร้อน: ความร้อนสูงอาจทำให้ไวนิลเสียรูปทรงหรืออ่อนตัวลง และอาจส่งผลต่อการยึดเกาะของหมึกพิมพ์
- สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง: เช่น น้ำยาฟอกขาว, แอมโมเนีย, หรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือสารทำละลาย (Solvent) สารเหล่านี้จะทำลายชั้นเคลือบป้องกัน UV และกัดสีของหมึกพิมพ์ ทำให้สีซีดจางอย่างรวดเร็ว
- การฉีดน้ำแรงดันสูง: แรงดันน้ำที่สูงเกินไปอาจทำให้หมึกหลุดร่อนและสร้างความเสียหายให้กับรอยต่อหรือขอบของป้ายได้
กลยุทธ์ป้องกันความเสียหายจากสภาพอากาศ: แดด ลม และฝน
นอกจากการเลือกวัสดุและการทำความสะอาดแล้ว การวางแผนติดตั้งและเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ป้ายสามารถทนทานต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนได้ดีขึ้น
การเลือกตำแหน่งติดตั้งเพื่อลดผลกระทบ
หากเป็นไปได้ ควรเลือกตำแหน่งติดตั้งป้ายใต้ชายคา กันสาด หรือในบริเวณที่มีร่มเงาจากอาคารหรือต้นไม้ในช่วงเวลาที่แดดจัดที่สุดของวัน การลดปริมาณแสงแดดที่ปะทะกับป้ายโดยตรงจะช่วยชะลอการซีดจางของสีได้อย่างมาก ในทำนองเดียวกัน การมีหลังคาหรือสิ่งกำบังยังช่วยลดปริมาณน้ำฝนที่สัมผัสกับป้าย ซึ่งช่วยลดการเกิดคราบน้ำและลดความชื้นสะสม
การเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างและจุดยึด
ลมเป็นศัตรูตัวฉกาจของป้ายไวนิล การติดตั้งป้ายที่ไม่ตึงพอดีจะทำให้เกิดการกระพือเมื่อมีลมแรง ซึ่งแรงกระทำซ้ำๆ นี้จะทำให้รูตาไก่ฉีกขาด ขอบป้ายลุ่ย และอาจสร้างความเสียหายต่อโครงยึดได้ ดังนั้นจึงต้องแน่ใจว่าป้ายถูกขึงให้ตึงอย่างเหมาะสมกับโครงสร้างที่แข็งแรง ใช้อุปกรณ์ยึด เช่น เชือก เคเบิลไทร์ หรือสปริงที่มีคุณภาพดีและทนทานต่อสภาพอากาศ
ไวนิลตาข่าย (Mesh Vinyl): ทางออกสำหรับพื้นที่ลมแรง
สำหรับพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับลมแรงเป็นประจำ เช่น อาคารสูงหรือพื้นที่โล่งแจ้ง การพิจารณาใช้ ไวนิลตาข่าย (Mesh Vinyl) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ วัสดุประเภทนี้มีรูพรุนขนาดเล็กจำนวนมากบนพื้นผิว ซึ่งช่วยให้อากาศสามารถไหลผ่านได้ เป็นการลดแรงปะทะของลมที่กระทำต่อตัวป้ายและโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ลดความเสี่ยงที่ป้ายจะฉีกขาดหรือโครงสร้างเสียหาย
การตรวจสอบและบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
การตรวจสภาพป้ายเป็นประจำจะช่วยให้สามารถค้นพบปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่มันจะลุกลามกลายเป็นความเสียหายใหญ่ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่
ตารางการตรวจสอบสภาพป้าย
ควรกำหนดตารางการตรวจสอบสภาพป้ายทุกๆ 2–3 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเกิดพายุหรือลมแรง ควรเดินสำรวจและสังเกตสิ่งต่างๆ ดังนี้:
- สภาพสี: สังเกตว่ามีบริเวณใดที่สีเริ่มซีดจางอย่างเห็นได้ชัดหรือไม่
- สภาพพื้นผิว: มองหารอยฉีกขาด รูรั่ว หรือขอบป้ายที่เริ่มหลุดลุ่ย
- จุดยึดและตาไก่: ตรวจสอบว่าตาไก่ยังคงยึดแน่นกับเนื้อไวนิลหรือไม่ มีตาไก่ตัวไหนที่หลวมหรือหลุดไปแล้วหรือไม่
- โครงสร้าง: ดูว่าโครงยึดป้ายยังคงแข็งแรง ไม่บิดเบี้ยวหรือเอียง และอุปกรณ์ยึดต่างๆ เช่น เชือกหรือน็อตยังอยู่ในสภาพดี
- คราบสกปรก: มองหาคราบเชื้อราหรือตะไคร่น้ำ ซึ่งมักเกิดขึ้นในบริเวณที่มีความชื้นสะสม
การซ่อมแซมเบื้องต้นเพื่อยืดอายุการใช้งาน
หากพบรอยฉีกขาดเล็กๆ ควรทำการซ่อมแซมทันทีโดยใช้วัสดุซ่อมป้ายไวนิลโดยเฉพาะ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันไม่ให้รอยฉีกขยายวงกว้างขึ้น หากพบว่าอุปกรณ์ยึดหลวม ควรขันให้แน่นหรือเปลี่ยนใหม่ทันที การแก้ไขปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยรักษาความสมบูรณ์ของป้ายและยืดอายุการใช้งานออกไปได้อีก
สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนป้ายใหม่
แม้จะดูแลรักษาเป็นอย่างดี แต่ป้ายไวนิลทุกชิ้นก็มีอายุการใช้งานที่จำกัด การรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเปลี่ยนป้ายใหม่ก็มีความสำคัญไม่แพ้การบำรุงรักษา
สัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนป้าย ได้แก่:
- สีซีดจางจนอ่านไม่ออก: เมื่อข้อความหรือรูปภาพบนป้ายไม่สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจนอีกต่อไป ป้ายนั้นก็หมดหน้าที่ในการโฆษณาแล้ว
- วัสดุกรอบและแตก: เมื่อเนื้อไวนิลเริ่มแข็งกระด้างและเปราะบางจากการเสื่อมสภาพเพราะรังสียูวี การซ่อมแซมมักไม่คุ้มค่าและอาจเกิดความเสียหายเพิ่มเติมได้ง่าย
- ความเสียหายของโครงสร้างที่เกินจะซ่อม: หากโครงสร้างหลักบิดเบี้ยวหรือเสียหายอย่างรุนแรงจนไม่ปลอดภัย การเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดมักเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
วิธีเก็บรักษาป้ายไวนิลเมื่อไม่ได้ใช้งาน
สำหรับป้ายที่ใช้ตามฤดูกาลหรือป้ายโปรโมชั่น การจัดเก็บอย่างถูกวิธีเมื่อไม่ได้ใช้งานจะช่วยรักษาสภาพป้ายให้พร้อมสำหรับนำกลับมาใช้ใหม่ในอนาคต
ขั้นตอนการเตรียมป้ายก่อนการจัดเก็บ
ก่อนนำป้ายไปเก็บ ต้องทำความสะอาดป้ายตามขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น และที่สำคัญคือต้อง ปล่อยให้ป้ายแห้งสนิท ทั้งสองด้าน การเก็บป้ายในขณะที่ยังมีความชื้นอยู่จะทำให้เกิดเชื้อราและกลิ่นอับ ซึ่งยากต่อการกำจัดและอาจทำลายพื้นผิวของป้ายได้
เทคนิคการม้วนและการจัดเก็บที่ถูกต้อง
วิธีการเก็บรักษาที่ดีที่สุดคือการ ม้วนป้ายแบบหลวมๆ โดยให้ด้านที่มีภาพพิมพ์อยู่ด้านในเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน สิ่งสำคัญที่สุดคือ ห้ามพับป้ายไวนิลโดยเด็ดขาด เพราะรอยพับจะกลายเป็นรอยยับถาวรที่แก้ไขไม่ได้ และอาจทำให้หมึกพิมพ์และเนื้อไวนิลบริเวณรอยพับแตกหรือหักได้เมื่อคลี่ป้ายออกใช้งานอีกครั้ง หลังจากม้วนแล้ว ควรเก็บป้ายในที่แห้ง เย็น อากาศถ่ายเทสะดวก และพ้นจากแสงแดดโดยตรง หลีกเลี่ยงการวางป้ายกับพื้นคอนกรีตที่ชื้นหรือในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง เช่น ห้องเก็บของใต้หลังคา
สรุปเช็กลิสต์: 10 ขั้นตอนดูแลป้ายไวนิลให้สวยทนนาน
เพื่อความสะดวกในการนำไปปฏิบัติจริง นี่คือรายการตรวจสอบที่สรุปขั้นตอนสำคัญทั้งหมดในการดูแลป้ายไวนิลหน้าร้าน
- ทำความสะอาดเป็นประจำ: เช็ดฝุ่นและคราบสกปรกเบาๆ เดือนละ 1-2 ครั้ง
- ใช้อุปกรณ์ที่อ่อนโยน: ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำสบู่อ่อนๆ กับผ้านุ่มเท่านั้น
- หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง: ห้ามใช้แปรงแข็ง, น้ำยากัดกร่อน, หรือน้ำร้อนเด็ดขาด
- ตรวจสอบโครงสร้างสม่ำเสมอ: ตรวจสอบโครง, ตาไก่, เชือก และขอบป้ายทุก 2-3 เดือน
- เลือกตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม: พยายามติดตั้งใต้ชายคาหรือมีแผงบังเพื่อลดการโดนแดดและฝนโดยตรง
- เลือกวัสดุคุณภาพสูง: ใช้ไวนิลที่มีสารเคลือบ UV และหมึกพิมพ์ที่ทนน้ำทนแดด
- พิจารณาไวนิลตาข่าย: หากติดตั้งในจุดที่มีลมแรง ให้เลือกใช้ไวนิล Mesh เพื่อลดแรงปะทะ
- ซ่อมแซมทันที: จัดการกับรอยฉีกขาดเล็กๆ และจุดยึดที่หลวมทันทีที่พบ
- จัดเก็บอย่างถูกวิธี: หากต้องถอดเก็บ ให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งสนิท จากนั้นม้วนเก็บ ห้ามพับ
- รู้เวลาที่ควรเปลี่ยน: เปลี่ยนป้ายใหม่เมื่อวัสดุกรอบแตก สีซีดจนอ่านไม่ชัด หรือโครงสร้างไม่ปลอดภัย
เมื่อการดูแลไม่เพียงพอ: ทางเลือกสำหรับการผลิตป้ายใหม่
การดูแลรักษาป้ายไวนิลอย่างถูกวิธีสามารถยืดอายุการใช้งานและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป การเสื่อมสภาพตามธรรมชาติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากป้ายหน้าร้านมีสภาพเก่าเกินกว่าจะซ่อมแซมให้กลับมาดูดีได้ การลงทุนผลิตป้ายใหม่คือทางออกที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดลูกค้าต่อไป
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโซลูชันด้านสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจร GIANT PRINT พร้อมให้บริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ตั้งแต่ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, ไปจนถึงป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานระดับสากลและวัสดุคุณภาพสูง พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ SME ทุกระดับ
ช่องทางการติดต่อ:
สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือเดินทางมาที่สำนักงานได้ที่:
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
