เคล็ดลับทำบัตรสะสมแต้ม ดึงดูดลูกค้าประจำ เพิ่มยอดขาย SME
- ภาพรวมของบัตรสะสมแต้มในการตลาดสมัยใหม่
- ประโยชน์ของการทำบัตรสะสมแต้มต่อธุรกิจ SME
- กลยุทธ์การออกแบบโปรแกรมสะสมแต้มให้ประสบความสำเร็จ
- รูปแบบระบบสะสมแต้มที่เหมาะสมกับธุรกิจ SME
- บัตรกระดาษ vs. ระบบดิจิทัล: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับร้าน
- เทคนิคการใช้แต้มเพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพ
- องค์ประกอบสำคัญในการออกแบบบัตรสะสมแต้ม
- วิธีส่งเสริมโปรแกรมให้ลูกค้าเข้าร่วมและใช้งานจริง
- ตัวชี้วัดสำคัญที่ต้องติดตามเพื่อวัดผลความสำเร็จ
- ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
- สูตรสำเร็จสำหรับ SME ในการเริ่มต้น
- บทสรุปและแนวทางการต่อยอด
- บริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อธุรกิจของคุณ
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเคล็ดลับทำบัตรสะสมแต้ม ดึงดูดลูกค้าประจำ เพิ่มยอดขาย SME ถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า โปรแกรมสะสมแต้มที่ออกแบบมาอย่างดีไม่เพียงแต่ช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิม แต่ยังเป็นเครื่องมือการตลาดออฟไลน์ที่ทรงพลังในการกระตุ้นการซื้อซ้ำและเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อครั้ง การเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำคือเป้าหมายหลักที่บัตรสะสมแต้มสามารถตอบโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือร้านค้าปลีก
ภาพรวมของบัตรสะสมแต้มในการตลาดสมัยใหม่
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้น การรักษาลูกค้าเก่ากลายเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่ากว่าการหาลูกค้าใหม่หลายเท่า บัตรสะสมแต้มจึงเป็นเครื่องมือที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) โดยอาศัยหลักการทางจิตวิทยาที่มอบรางวัลเพื่อจูงใจให้เกิดพฤติกรรมที่ต้องการ นั่นคือการกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง โปรแกรมเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแจกส่วนลด แต่ยังสามารถใช้เก็บข้อมูลพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า เพื่อนำไปวิเคราะห์และพัฒนาแคมเปญการตลาดที่ตรงจุดและเฉพาะบุคคลมากขึ้น ผู้ประกอบการ SME ควรพิจารณาการใช้บัตรสะสมแต้มเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาด เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
หัวใจสำคัญของการทำบัตรสะสมแต้มสำหรับธุรกิจ SME คือการสร้างระบบที่เริ่มต้นง่าย กติกาเข้าใจง่าย ให้รางวัลที่คุ้มค่า และกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้อย่างสะดวก
ประโยชน์ของการทำบัตรสะสมแต้มต่อธุรกิจ SME
การนำระบบบัตรสะสมแต้มมาใช้ให้ประโยชน์ต่อธุรกิจในหลายมิติ โดยสามารถสรุปข้อดีหลักๆ ได้ดังนี้
- กระตุ้นความถี่ในการซื้อ: ลูกค้ามีแรงจูงใจที่ชัดเจนในการกลับมาใช้บริการหรือซื้อสินค้าเพื่อสะสมแต้มให้ครบตามเป้าหมายและแลกรับรางวัล
- รักษาฐานลูกค้าเดิม: โปรแกรมสะสมแต้มช่วยสร้างความผูกพันและลดโอกาสที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจไปใช้บริการของคู่แข่ง
- เพิ่มยอดซื้อต่อครั้ง (Average Basket Size): สามารถออกแบบโปรโมชันเพื่อมอบแต้มพิเศษเมื่อลูกค้าซื้อครบยอดที่กำหนด หรือซื้อสินค้าที่ต้องการส่งเสริมการขาย
- เก็บข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า: ระบบสะสมแต้ม (โดยเฉพาะแบบดิจิทัล) ช่วยให้ธุรกิจสามารถรวบรวมข้อมูลการซื้อ เพื่อนำไปวิเคราะห์และทำการตลาดแบบเจาะจงได้แม่นยำขึ้น
- สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว: บัตรสะสมแต้มเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การเป็นลูกค้าประจำที่ภักดีต่อแบรนด์ในที่สุด
กลยุทธ์การออกแบบโปรแกรมสะสมแต้มให้ประสบความสำเร็จ
โปรแกรมสะสมแต้มที่มีประสิทธิภาพต้องผ่านการคิดและวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายทางธุรกิจและทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก
กำหนดเป้าหมายที่วัดผลได้
ก่อนเริ่มต้นออกแบบโปรแกรม ควรกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ เพื่อให้สามารถประเมินความสำเร็จของแคมเปญได้ ตัวอย่างเป้าหมาย เช่น:
- เพิ่มอัตราการซื้อซ้ำของลูกค้าขึ้น 20% ภายใน 3 เดือน
- เพิ่มยอดซื้อเฉลี่ยต่อบิลจากลูกค้าสมาชิก 15%
- เพิ่มจำนวนสมาชิกใหม่ 500 คนภายในไตรมาสแรก
- ผลักดันยอดขายสินค้าประเภทเครื่องดื่มใหม่ให้เพิ่มขึ้น 30%
- รวบรวมข้อมูลติดต่อของลูกค้าเพื่อทำการตลาดผ่าน LINE Official Account
สร้างระบบที่เรียบง่ายและเข้าใจง่าย
กติกาที่ซับซ้อนเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ลูกค้าไม่สนใจเข้าร่วมโปรแกรม ควรออกแบบเงื่อนไขให้กระชับและชัดเจน โดยระบุข้อมูลสำคัญให้ครบถ้วน เช่น ซื้อเท่าไหร่ได้กี่แต้ม, แต้มมีวันหมดอายุหรือไม่, ใช้แต้มแลกอะไรได้บ้าง และใช้ร่วมกับโปรโมชันอื่นได้หรือไม่ หลักการสำคัญคือต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องสอบถามเพิ่มเติม
มอบรางวัลแรกอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างแรงจูงใจ
อย่าตั้งเป้าหมายการสะสมแต้มให้ไกลเกินไปจนลูกค้ารู้สึกท้อแท้ ควรออกแบบให้ลูกค้าสามารถรับรางวัลแรกได้ภายในระยะเวลาไม่นานนัก เช่น หลังจากการซื้อ 3–5 ครั้ง เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีและกระตุ้นให้ต้องการสะสมแต้มต่อไป ตัวอย่างเช่น สะสมครบ 5 ดวง รับส่วนลด 10% สำหรับครั้งถัดไป หรือสะสมครบ 10 ดวง รับเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว
เลือกรางวัลที่ลูกค้าเห็นคุณค่า
รางวัลไม่จำเป็นต้องมีมูลค่าสูงที่สุด แต่ต้องเป็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการและสร้างความรู้สึกคุ้มค่าให้กับลูกค้า รางวัลอาจอยู่ในรูปแบบของสินค้าฟรี, ส่วนลด, การอัปเกรดบริการ, สิทธิ์ในการเข้าถึงสินค้าใหม่ก่อนใคร หรือของขวัญพิเศษในวันเกิด ควรคำนวณต้นทุนของรางวัลให้สมดุลกับกำไรที่ได้รับ และหลีกเลี่ยงการให้ส่วนลดที่มากเกินไปจนกระทบต่อผลประกอบการ
รูปแบบระบบสะสมแต้มที่เหมาะสมกับธุรกิจ SME
ธุรกิจ SME สามารถเลือกระบบสะสมแต้มได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจและพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
| รูปแบบระบบ | จุดเด่น | เหมาะกับธุรกิจประเภท |
|---|---|---|
| สะสมแต้มตามยอดซื้อ | ลูกค้าเข้าใจง่าย ทุกยอดใช้จ่ายสามารถเปลี่ยนเป็นคะแนนได้ | ร้านอาหาร, คาเฟ่, ร้านค้าปลีกทั่วไป |
| สะสมตราประทับ | เริ่มต้นง่าย ต้นทุนต่ำ ลูกค้าเห็นความคืบหน้าได้ชัดเจน | ร้านกาแฟ, ร้านชานม, ร้านเสริมสวย, ธุรกิจบริการ |
| แบ่งระดับสมาชิก (Tier) | กระตุ้นให้ลูกค้าเพิ่มยอดซื้อเพื่อเลื่อนระดับและรับสิทธิประโยชน์ที่สูงขึ้น | ธุรกิจที่มีฐานลูกค้าประจำชัดเจนและมีการซื้อซ้ำสม่ำเสมอ |
| เงินคืนหรือเครดิตร้าน | ลูกค้าเห็นประโยชน์เป็นรูปธรรมและสามารถนำกลับมาใช้ได้ทันที | ร้านค้าออนไลน์, ธุรกิจบริการที่มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง |
| โปรแกรมแนะนำเพื่อน | ช่วยเพิ่มทั้งการซื้อซ้ำจากลูกค้าเดิมและได้ลูกค้าใหม่ไปพร้อมกัน | ธุรกิจที่เติบโตได้ดีจากการบอกต่อ เช่น ฟิตเนส, คลินิกความงาม |
บัตรกระดาษ vs. ระบบดิจิทัล: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับร้าน
การเลือกระหว่างบัตรกระดาษแบบดั้งเดิมกับระบบดิจิทัลสมัยใหม่ขึ้นอยู่กับงบประมาณ, ขนาดของธุรกิจ, และความถนัดของกลุ่มลูกค้า
บัตรสะสมแต้มแบบกระดาษ
ข้อดี: มีต้นทุนเริ่มต้นต่ำ, ใช้งานง่ายทั้งสำหรับร้านค้าและลูกค้า, ไม่ต้องพึ่งพาระบบหลังบ้านที่ซับซ้อน เหมาะสำหรับร้านขนาดเล็กหรือแคมเปญการตลาดระยะสั้น นอกจากนี้ การออกแบบบัตรที่สวยงามยังทำให้บัตรมีความน่าสะสมอีกด้วย
ข้อจำกัด: บัตรอาจสูญหายหรือชำรุดได้ง่าย, ร้านค้าไม่สามารถเก็บข้อมูลและวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าในเชิงลึกได้ และอาจมีความเสี่ยงด้านการทุจริต เช่น การปั๊มตราซ้ำ
ระบบสะสมแต้มดิจิทัล
ข้อดี: สามารถเชื่อมต่อกับระบบขายหน้าร้าน (POS) ได้, ลูกค้าสามารถตรวจสอบแต้มและประวัติการซื้อได้ด้วยตนเอง, ร้านค้าสามารถส่งโปรโมชันไปยังลูกค้าได้โดยตรงผ่านช่องทางต่างๆ เช่น LINE หรือ SMS และที่สำคัญคือสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อทำการตลาดเฉพาะบุคคลได้
ข้อจำกัด: มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและดูแลรักษาระบบ, พนักงานต้องได้รับการฝึกอบรมการใช้งาน และลูกค้าบางกลุ่มอาจไม่สะดวกในการใช้แอปพลิเคชันหรือสแกน QR Code
สำหรับ SME จำนวนมาก แนวทางแบบผสมผสาน (Hybrid) อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เช่น การใช้บัตรกระดาษที่มี QR Code สำหรับเชื่อมต่อไปยังระบบสมาชิกออนไลน์ เพื่อรวมข้อดีของความคุ้นเคยแบบบัตรจริงเข้ากับความสามารถด้านข้อมูลของระบบดิจิทัล
เทคนิคการใช้แต้มเพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากการสะสมแต้มแบบพื้นฐานแล้ว ยังสามารถใช้กลยุทธ์การให้แต้มเพื่อกระตุ้นยอดขายในสถานการณ์ต่างๆ ได้อีกด้วย
- แต้มพิเศษตามยอดซื้อ: มอบแต้มโบนัสเมื่อซื้อครบยอดที่กำหนด เช่น ซื้อครบ 500 บาท รับแต้มเพิ่ม 2 เท่า
- แต้มคูณตามช่วงเวลา: จัดโปรโมชันแต้มคูณสองหรือคูณสามในช่วงเวลาที่ยอดขายน้อย เช่น วันอังคาร-พฤหัสบดี
- แต้มสำหรับสินค้ากำไรดี: ให้แต้มมากกว่าปกติสำหรับสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง เพื่อจูงใจให้ลูกค้าเลือกซื้อ
- กระตุ้นการทดลองสินค้าใหม่: มอบแต้มพิเศษเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการที่เปิดตัวใหม่
- โบนัสสำหรับการกลับมาเร็ว: ให้แต้มพิเศษสำหรับลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น ภายใน 7 วัน
- แคมเปญวันพิเศษ: มอบแต้มเป็นของขวัญในวันเกิดหรือวันครบรอบการเป็นสมาชิกของลูกค้า
องค์ประกอบสำคัญในการออกแบบบัตรสะสมแต้ม
การออกแบบบัตรสะสมแต้มที่ดีควรมีความสวยงาม อ่านง่าย และสื่อสารข้อมูลสำคัญได้อย่างครบถ้วน องค์ประกอบที่ควรมีบนบัตร ได้แก่:
- โลโก้และอัตลักษณ์ของแบรนด์: ใช้สีและฟอนต์ที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของร้าน
- ชื่อโปรแกรม: ตั้งชื่อที่น่าสนใจและจดจำง่าย
- กติกาการสะสมแต้ม: อธิบายวิธีสะสมแต้มอย่างสั้นและชัดเจน
- ตารางสะสมแต้ม: ช่องสำหรับประทับตราหรือจำนวนแต้มที่ต้องสะสม
- ของรางวัลหลัก: ระบุรางวัลที่ลูกค้าจะได้รับเมื่อสะสมครบ
- เงื่อนไขสำคัญ: เช่น วันหมดอายุของบัตรหรือแต้ม
- ข้อมูลติดต่อร้าน: เบอร์โทรศัพท์, เว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย
- QR Code (ถ้ามี): สำหรับลิงก์ไปยังหน้าสมัครสมาชิกหรือดูข้อมูลเพิ่มเติม
วิธีส่งเสริมโปรแกรมให้ลูกค้าเข้าร่วมและใช้งานจริง
โปรแกรมที่ดีอาจไม่ประสบความสำเร็จหากขาดการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ พนักงานหน้าร้านมีบทบาทสำคัญที่สุดในการเชิญชวนลูกค้าให้สมัครและอธิบายสิทธิประโยชน์ นอกจากนี้ควรใช้ช่องทางอื่นๆ ร่วมด้วย
- สื่อสาร ณ จุดขาย: ติดป้ายโปสเตอร์หรือตั้งโชว์บัตรสะสมแต้มที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน
- การตลาดดิจิทัล: ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram หรือ LINE Official Account
- ใช้สื่อสิ่งพิมพ์อื่น: ใส่ข้อความเชิญชวนในใบเสร็จ, บนบรรจุภัณฑ์ หรือในเมนูอาหาร
- การแจ้งเตือน: หากเป็นระบบดิจิทัล สามารถส่งข้อความแจ้งเตือนเมื่อแต้มใกล้หมดอายุหรือเมื่อมีโปรโมชันพิเศษ
ตัวชี้วัดสำคัญที่ต้องติดตามเพื่อวัดผลความสำเร็จ
เพื่อประเมินว่าโปรแกรมสะสมแต้มได้ผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ ควรมีการติดตามและวัดผลตัวชี้วัด (KPIs) ที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ
- จำนวนสมาชิกใหม่ (New Member Enrollment Rate)
- อัตราการกลับมาซื้อซ้ำ (Repeat Purchase Rate)
- ความถี่ในการซื้อของสมาชิก (Purchase Frequency)
- ยอดซื้อเฉลี่ยต่อบิลของสมาชิก (Average Order Value)
- อัตราการแลกของรางวัล (Redemption Rate)
- รายได้ที่มาจากสมาชิกเทียบกับลูกค้าทั่วไป
- ต้นทุนของโปรแกรมเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น (ROI)
- จำนวนสมาชิกที่ไม่มีการใช้งาน (Inactive Members)
ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
การทำโปรแกรมสะสมแต้มอาจไม่ได้ผลหากมีการวางแผนที่ไม่ดีพอ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและควรหลีกเลี่ยง ได้แก่:
- เงื่อนไขซับซ้อนเกินไป: ทำให้ลูกค้าไม่เข้าใจและไม่อยากเข้าร่วม
- รางวัลอยู่ไกลเกินเอื้อม: ลูกค้ารู้สึกว่าต้องใช้เวลานานเกินไปกว่าจะได้รางวัลแรก
- รางวัลไม่น่าดึงดูด: ของรางวัลไม่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
- เปลี่ยนกติกาบ่อย: ทำให้ลูกค้าสับสนและรู้สึกไม่เชื่อมั่น
- พนักงานขาดความเข้าใจ: ไม่สามารถอธิบายโปรแกรมหรือเชิญชวนลูกค้าได้อย่างถูกต้อง
- ระบบใช้งานยุ่งยาก: โดยเฉพาะระบบดิจิทัลที่ต้องผ่านขั้นตอนการสมัครหลายขั้นตอน
- ไม่ติดตามผลกระทบต่อกำไร: ให้ส่วนลดหรือรางวัลมากเกินไปจนทำให้ขาดทุน
สูตรสำเร็จสำหรับ SME ในการเริ่มต้น
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นทำบัตรสะสมแต้ม สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:
- เลือกเป้าหมายหลัก 1-2 อย่าง: เช่น ต้องการเพิ่มการซื้อซ้ำ หรือเพิ่มยอดซื้อต่อบิล
- เริ่มจากระบบง่ายๆ: เช่น ซื้อเครื่องดื่มครบ 10 แก้ว ฟรี 1 แก้ว หรือทุก 50 บาท ได้รับ 1 ดวง
- กำหนดรางวัลแรกให้เข้าถึงง่าย: ควรได้รับภายใน 3-5 ครั้งที่มาใช้บริการ
- เลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม: เริ่มต้นด้วยบัตรกระดาษหรือระบบ QR Code ง่ายๆ หากงบประมาณจำกัด
- ฝึกอบรมพนักงาน: ให้พนักงานทุกคนสามารถเสนอโปรแกรมและอธิบายกติกาได้อย่างสม่ำเสมอ
- โปรโมตผ่านช่องทางหลัก: เน้นการสื่อสารที่หน้าร้านและผ่านช่องทางออนไลน์ที่ใช้เป็นประจำ เช่น LINE หรือ Facebook
- วัดผลและปรับปรุง: ตรวจสอบข้อมูลทุกเดือนและปรับเปลี่ยนกติกาหรือของรางวัลตามพฤติกรรมของลูกค้า
บทสรุปและแนวทางการต่อยอด
สรุปได้ว่า เคล็ดลับทำบัตรสะสมแต้ม ดึงดูดลูกค้าประจำ เพิ่มยอดขาย SME ที่มีประสิทธิภาพนั้น ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือในการแจกส่วนลด แต่เป็นระบบที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและรวบรวมข้อมูลอันมีค่า การออกแบบโปรแกรมที่มอบความคุ้มค่า ใช้งานง่าย และเชื่อมโยงกับการสื่อสารการตลาดที่ตรงจุด จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มอัตราการซื้อซ้ำ เพิ่มยอดขายต่อบิล และสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตที่ยั่งยืน
บริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อธุรกิจของคุณ
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างบัตรสะสมแต้มหรือสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ เพื่อส่งเสริมการตลาด GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการ มีบริการออกแบบและผลิตสื่อทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, และโบรชัวร์ ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัยและวัสดุคุณภาพสูง พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานที่ตอบโจทย์ธุรกิจ SME ของท่านได้อย่างลงตัว
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
สามารถติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือติดตามผลงานผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่ FACEBOOK PAGE, LINE, และ TIKTOK
