5 ทริคออกแบบ Thank You Card ดึงลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ
ในยุคที่การแข่งขันของตลาดออนไลน์สูงขึ้น การรักษาลูกค้าเก่ากลายเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญกว่าการหาลูกค้าใหม่ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ 5 ทริคออกแบบ Thank You Card ดึงลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ จึงไม่ใช่แค่การสร้างความประทับใจ แต่เป็นการลงทุนที่เปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ การ์ดขอบคุณที่ออกแบบอย่างมีกลยุทธ์สามารถเป็นเครื่องมือการตลาดสิ่งพิมพ์ที่ทรงพลัง สร้างความภักดีต่อแบรนด์ และกระตุ้นยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง
หัวใจสำคัญของการ์ดขอบคุณที่สร้างยอดซื้อซ้ำ
การ์ดขอบคุณ หรือ Thank You Card ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการกระตุ้นการซื้อซ้ำ ไม่ได้เป็นเพียงกระดาษที่กล่าวคำขอบคุณ แต่เป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์และมอบเหตุผลที่ชัดเจนให้ลูกค้ากลับมาอีกครั้ง โดยมีหลักการสำคัญดังนี้
- ความเฉพาะบุคคล: การ์ดที่เอ่ยชื่อลูกค้าหรืออ้างอิงถึงสินค้าที่ซื้อ จะสร้างความรู้สึกว่าแบรนด์ใส่ใจและจดจำพวกเขาได้จริง ซึ่งมีพลังมากกว่าข้อความทั่วไป
- ข้อเสนอที่คุ้มค่า: การมอบส่วนลด ของแถม หรือสิทธิพิเศษสำหรับการซื้อครั้งถัดไป เป็นการเปลี่ยนคำขอบคุณให้เป็นแรงจูงใจที่จับต้องได้
- ความชัดเจนของเป้าหมาย: การ์ดควรมีคำกระตุ้นการตัดสินใจ (Call-to-Action) เพียงหนึ่งอย่างที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ลูกค้าสับสนและนำไปสู่การกระทำที่แบรนด์ต้องการ
- การสร้างคุณค่าเพิ่ม: การ์ดที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น วิธีใช้สินค้า หรือเคล็ดลับต่างๆ จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและทำให้แบรนด์ดูเป็นผู้เชี่ยวชาญ
- คุณภาพของวัสดุ: การเลือกใช้กระดาษคุณภาพดีและการออกแบบที่สวยงามสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจของแบรนด์ ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวม
5 เทคนิคเชิงกลยุทธ์ในการออกแบบ Thank You Card
การออกแบบ Thank You Card ที่มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำนั้นต้องอาศัยการวางแผนมากกว่าแค่การพิมพ์คำว่า “ขอบคุณ” ลงบนกระดาษ แต่ต้องผสมผสานระหว่างความจริงใจ กลยุทธ์ทางการตลาด และการออกแบบที่น่าจดจำ เทคนิคทั้ง 5 ข้อต่อไปนี้จะช่วยเปลี่ยนการ์ดขอบคุณธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องมือรักษาฐานลูกค้าที่ทรงประสิทธิภาพ
1. สร้างความรู้สึกพิเศษด้วยข้อความเฉพาะบุคคล
หัวใจของการสร้างความสัมพันธ์คือการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งในคำสั่งซื้อจำนวนมาก แต่เป็นคนพิเศษสำหรับแบรนด์ การใช้ข้อความเฉพาะบุคคล (Personalization) เป็นวิธีที่ง่ายและทรงพลังที่สุดในการสร้างความรู้สึกดังกล่าว การระบุชื่อลูกค้า สินค้าที่ซื้อ หรือพฤติกรรมบางอย่างที่แบรนด์ต้องการขอบคุณ จะทำให้ข้อความดูจริงใจและแตกต่างจากการ์ดที่พิมพ์สำเร็จรูป
สำหรับลูกค้าเก่า การใช้ข้อความที่สื่อว่าแบรนด์จดจำพวกเขาได้ เช่น “ดีใจที่ได้ดูแลคุณอีกครั้ง” จะสร้างผลกระทบทางความรู้สึกได้ดีกว่าคำว่า “ขอบคุณที่ใช้บริการ” ซึ่งเป็นข้อความที่กว้างและขาดความรู้สึกส่วนตัว
“ขอบคุณคุณเมย์ที่กลับมาเลือกเซตสกินแคร์กับเราอีกครั้งนะคะ การสนับสนุนของคุณทำให้ทีมงานมีกำลังใจพัฒนาสินค้าดี ๆ ต่อไปค่ะ”
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและสร้างความผูกพันทางอารมณ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเลือกที่จะกลับมาซื้อซ้ำ
2. เปลี่ยนคำขอบคุณให้เป็นแรงจูงใจด้วยข้อเสนอที่น่าสนใจ
นอกจากการแสดงความขอบคุณแล้ว การ์ดควรมีองค์ประกอบที่กระตุ้นให้เกิดการกระทำในลำดับถัดไป การใส่ข้อเสนอพิเศษสำหรับการซื้อครั้งหน้าเป็นกลยุทธ์ที่เปลี่ยนคำขอบคุณให้กลายเป็นแรงจูงใจในการกลับมาซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อเสนอเหล่านี้อาจอยู่ในรูปแบบของคูปองส่วนลด, ของแถม, หรือ Gift Card
หลักการออกแบบข้อเสนอให้ได้ผล:
- รหัสที่จำง่าย: ใช้รหัสที่สื่อความหมายและพิมพ์ง่าย เช่น `WELCOME15`, `COMEBACK10`, หรือ `THANKYOU15`
- กำหนดวันหมดอายุ: การระบุวันหมดอายุที่ชัดเจนช่วยสร้างความรู้สึกเร่งด่วน (Urgency) และกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจกลับมาซื้อภายในกรอบเวลาที่กำหนด
- เงื่อนไขที่เข้าใจง่าย: ระบุเงื่อนไขต่างๆ ให้ชัดเจนและไม่ซับซ้อน เช่น ยอดซื้อขั้นต่ำ หรือสินค้าที่ร่วมรายการ
- สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า: อาจมอบข้อเสนอที่ดีกว่าลูกค้าใหม่ เช่น ส่วนลดสำหรับสินค้าที่เคยซื้อเป็นประจำ เพื่อแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ให้คุณค่ากับการเป็นลูกค้าประจำ
- ความเรียบง่าย: หลีกเลี่ยงการใส่ข้อเสนอหลายอย่างซ้อนกันในการ์ดใบเดียว เพราะอาจทำให้ลูกค้าสับสนและไม่เลือกใช้เลย
3. ชี้เป้าหมายให้ชัดเจนด้วยคำกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA) เพียงหนึ่งเดียว
การ์ดที่มีข้อมูลมากเกินไป เช่น มีทั้งโค้ดส่วนลด, QR Code ขอรีวิว, ลิงก์ติดตามโซเชียลมีเดีย, และโปรแกรมสะสมคะแนนในใบเดียวกัน อาจทำให้สาระสำคัญถูกลดทอนลงและลูกค้าไม่รู้ว่าควรทำอะไรก่อน ข้อมูลจากหลายแหล่งแนะนำให้เลือก “ขั้นตอนถัดไป” หรือ Call-to-Action (CTA) เพียงอย่างเดียวที่สอดคล้องกับเป้าหมายหลักของแคมเปญนั้นๆ
ตัวอย่างการเลือก CTA ตามเป้าหมาย:
- เป้าหมายคือการซื้อซ้ำ: “ใช้โค้ดนี้เพื่อรับส่วนลดในออเดอร์ถัดไป”
- เป้าหมายคือการกระตุ้นให้กลับมาเร็วขึ้น: “สแกน QR Code เพื่อดูสินค้าแนะนำสำหรับคุณโดยเฉพาะ”
- เป้าหมายคือการให้ความรู้ (สำหรับสินค้าที่ต้องมีคำแนะนำ): “สแกนเพื่อดูวิดีโอวิธีใช้และการดูแลรักษาสินค้า”
- เป้าหมายคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว: “ติดตามคอลเลกชันใหม่ก่อนใครได้ที่ [ช่องทางโซเชียล]”
- เป้าหมายคือการรับฟังความคิดเห็น: ควรส่งคำขอรีวิวหลังจากที่ลูกค้าได้รับและทดลองใช้สินค้าแล้วระยะหนึ่ง ไม่ควรรบกวนด้วยการขอรีวิวทันทีในข้อความขอบคุณแรก
4. ผสานการ์ดให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สินค้า
Thank You Card ไม่ควรเป็นเพียงกระดาษที่ใส่โค้ดส่วนลด แต่ควรทำหน้าที่เป็นส่วนเสริมที่ช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากสินค้าที่ซื้อไป เช่น การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์, คำแนะนำ, หรือแรงบันดาลใจเพิ่มเติม การใช้ QR Code เพื่อนำลูกค้าไปยังหน้าเว็บไซต์ที่มีคุณค่าเฉพาะเจาะจง จะสร้างความประทับใจได้มากกว่าการลิงก์ไปยังหน้าหลักของร้านค้า
ตัวอย่างการเชื่อมโยงประสบการณ์:
- ร้านกาแฟ: QR Code อาจนำไปสู่หน้าเว็บที่มีสูตรการชงกาแฟ หรือข้อมูลเกี่ยวกับโปรไฟล์รสชาติของเมล็ดกาแฟที่ลูกค้าซื้อไป
- ร้านเสื้อผ้า: สามารถให้คู่มือการดูแลรักษาเนื้อผ้า หรือไอเดียการแต่งตัวที่เข้ากับสินค้าชิ้นนั้น
- ร้านสกินแคร์: ลิงก์ไปยังลำดับขั้นตอนการใช้ผลิตภัณฑ์ และแนะนำสินค้าอื่นๆ ที่เหมาะกับรูทีนการดูแลผิวของลูกค้า
- ร้านอาหาร: มอบคูปองสำหรับเมนูเดิมที่ลูกค้าชื่นชอบ หรือแนะนำเมนูใหม่ที่เข้ากัน
5. ใส่ใจในรายละเอียดด้วยคุณภาพงานพิมพ์และลายมือ
สัมผัสแรกมีความสำคัญอย่างยิ่ง การ์ดที่มีคุณภาพงานพิมพ์ที่ดี ใช้กระดาษที่มีน้ำหนัก และออกแบบอย่างสวยงาม จะช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพของแบรนด์ นอกจากนี้ การเพิ่มความเป็นมนุษย์เข้าไปในชิ้นงาน เช่น การเขียนข้อความสั้นๆ ด้วยลายมือ จะสร้างความรู้สึกที่แตกต่างและน่าจดจำมากกว่าข้อความที่ดูเหมือนถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ
แนวทางการออกแบบและงานพิมพ์:
- ขนาดที่เหมาะสม: ขนาดประมาณ 4×6 หรือ 5×7 นิ้ว เป็นขนาดที่เหมาะมือและอ่านง่าย
- สอดคล้องกับแบรนด์: ใช้สีและฟอนต์ที่ตรงกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity)
- ลำดับการสื่อสาร: จัดวางองค์ประกอบให้ลูกค้าเห็นคำขอบคุณก่อน ตามด้วยสิทธิประโยชน์ และปิดท้ายด้วย CTA ที่ชัดเจน
- พื้นที่ว่าง: ออกแบบให้มีพื้นที่ว่างเพียงพอ ไม่ใส่ข้อความจนแน่นเกินไป เพื่อให้ดูสบายตาและน่าอ่าน
- ความชัดเจนของโค้ด: ทำให้โค้ดส่วนลดหรือ QR Code มีขนาดใหญ่พอและโดดเด่น ง่ายต่อการมองเห็นและสแกน
- การตรวจสอบ: ควรทดสอบ QR Code และโค้ดส่วนลดทุกครั้งก่อนดำเนินการพิมพ์จริงเพื่อป้องกันความผิดพลาด
โครงสร้างและตัวอย่างข้อความที่นำไปใช้ได้ทันที
เพื่อให้การออกแบบ Thank You Card เป็นเรื่องง่ายและมีทิศทางที่ชัดเจน การมีโครงสร้างพื้นฐานและตัวอย่างข้อความที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ จะช่วยประหยัดเวลาและทำให้มั่นใจได้ว่าการ์ดของคุณสื่อสารได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ
องค์ประกอบสำคัญในการ์ดที่สมบูรณ์
- หัวข้อสั้นๆ ที่น่าสนใจ: เช่น “ขอบคุณที่กลับมาอุดหนุนเรา” หรือ “คำขอบคุณพิเศษสำหรับคุณ”
- ข้อความเฉพาะบุคคล: กล่าวถึงชื่อลูกค้า, สินค้าที่ซื้อ, หรือการกลับมาซื้อซ้ำ
- ประโยชน์สำหรับการซื้อครั้งหน้า: ระบุส่วนลด, ของแถม, หรือสิทธิพิเศษให้ชัดเจน
- CTA ที่ชัดเจนเพียงหนึ่งเดียว: บอกลูกค้าอย่างตรงไปตรงมาว่าต้องทำอะไร เช่น “ใช้โค้ด…”, “สแกนที่นี่…”
- วันหมดอายุและเงื่อนไข: ระบุข้อมูลสำคัญให้เห็นได้ง่าย เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ
- ลายเซ็นหรือข้อความลายมือ: เพิ่มความเป็นส่วนตัวและสร้างความรู้สึกใกล้ชิด อาจเป็นชื่อเจ้าของร้านหรือชื่อผู้ที่แพ็กสินค้า
ตัวอย่างข้อความสำหรับสถานการณ์ต่างๆ
สำหรับลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ:
ขอบคุณคุณ [ชื่อลูกค้า] ที่กลับมาอุดหนุนเราอีกครั้งนะคะ
เพื่อแทนคำขอบคุณ รับส่วนลด 15% สำหรับออเดอร์ถัดไป
ใช้โค้ด: COMEBACK15 (ใช้ได้ถึงวันที่ [ระบุวันที่])
แล้วพบกันใหม่เร็วๆ นี้นะคะ!
สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าที่ต้องมีการซื้อซ้ำ (เช่น สกินแคร์, กาแฟ):
ขอบคุณที่เลือก [ชื่อสินค้า] กับเรานะคะ
หากสินค้าใกล้หมดแล้ว สามารถใช้โค้ด REFILL10 เพื่อรับส่วนลด 10% สำหรับการสั่งซื้อครั้งต่อไป
ใช้ได้ถึง [ระบุวันที่]
สำหรับเสนอขายสินค้าที่เกี่ยวข้อง (Cross-selling):
หวังว่า [ชื่อสินค้า] จะช่วยให้วันของคุณดีขึ้นนะคะ
ครั้งหน้า ลองจับคู่กับ [ชื่อสินค้าที่เกี่ยวข้อง] เพื่อประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
รับส่วนลด 10% ทันที ด้วยโค้ด PAIRIT10 ถึงวันที่ [ระบุวันที่]
ข้อควรระวังและวิธีวัดผลความสำเร็จ
การสร้างแคมเปญ Thank You Card ที่ดีไม่ได้จบลงที่การออกแบบและการพิมพ์ แต่ยังรวมถึงการหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น และการวัดผลเพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงกลยุทธ์ให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการออกแบบ Thank You Card
- ข้อความทั่วไป: หลีกเลี่ยงข้อความที่ไม่มีความเฉพาะเจาะจง เช่น “ขอบคุณสำหรับคำสั่งซื้อ”
- โปรโมชันซับซ้อน: อย่าใส่ข้อเสนอหลายอย่างในใบเดียว เพราะจะทำให้ลูกค้าสับสน
- ไม่มีวันหมดอายุ: ส่วนลดที่ไม่มีวันหมดอายุจะไม่สร้างแรงกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อในเร็ววัน
- ขอรีวิวเร็วเกินไป: อย่าขอรีวิวก่อนที่ลูกค้าจะได้รับหรือมีโอกาสได้ทดลองใช้สินค้า
- ภาษาที่เป็นทางการเกินไป: ใช้ภาษาที่ดูเป็นมิตรและจริงใจ แทนภาษาโฆษณาที่ดูห่างเหิน
- QR Code ที่ใช้ไม่ได้: ทดสอบ QR Code ทุกครั้งก่อนพิมพ์ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถสแกนและนำไปยังหน้าเว็บที่ถูกต้อง
- ส่วนลดที่สูงเกินไป: การให้ส่วนลดมากเกินไปอาจทำให้ลูกค้ารอซื้อเฉพาะช่วงโปรโมชัน ซึ่งส่งผลต่อกำไรในระยะยาว
| คุณลักษณะ | การออกแบบที่ได้ผล (Effective) | การออกแบบที่ควรหลีกเลี่ยง (Ineffective) |
|---|---|---|
| ข้อความ | “ขอบคุณคุณสมชายที่กลับมาสั่งเมล็ดกาแฟจากเราอีกครั้งครับ!” | “ขอบคุณสำหรับคำสั่งซื้อ” |
| ข้อเสนอและ CTA | ส่วนลด 10% (โค้ด: COMEBACK10) และ CTA ที่ชัดเจนเพียงหนึ่งเดียว | มีโปรโมชัน 3 อย่างในใบเดียว (ส่วนลด, ขอรีวิว, ติดตามโซเชียล) |
| การออกแบบ | กระดาษคุณภาพดี, สีสันสอดคล้องกับแบรนด์, มีลายเซ็นสั้นๆ | กระดาษบาง, QR Code เล็กสแกนไม่ติด, ข้อความแน่นเกินไป |
| การวัดผล | ใช้รหัสส่วนลด “THANKYOU” ที่สามารถติดตามผลได้โดยเฉพาะ | ไม่ใช้รหัสเฉพาะ ทำให้ไม่รู้ว่ายอดซื้อซ้ำมาจากการ์ดหรือไม่ |
วิธีวัดผล: การ์ดขอบคุณของคุณได้ผลจริงหรือไม่?
การลงทุนทำ Thank You Card จะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อสามารถวัดผลได้ การติดตามข้อมูลจะช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าและปรับปรุงแคมเปญให้ดีขึ้น
- ใช้รหัสส่วนลดเฉพาะ: สร้างรหัสส่วนลดที่ไม่ซ้ำกันสำหรับแคมเปญ Thank You Card โดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถติดตามอัตราการใช้งานได้อย่างแม่นยำ
- แยกรหัสตามกลุ่มลูกค้า: อาจใช้รหัสที่แตกต่างกันสำหรับลูกค้าใหม่, ลูกค้าเก่า, หรือสมาชิกระดับ VIP เพื่อวิเคราะห์ว่ากลุ่มใดตอบสนองต่อแคมเปญได้ดีที่สุด
- ติดตามอัตราการใช้โค้ด (Redemption Rate): วัดผลว่ามีลูกค้ากี่เปอร์เซ็นต์ที่ใช้โค้ดส่วนลดภายในช่วงเวลาต่างๆ เช่น 7, 30, และ 60 วันหลังจากการซื้อ
- เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม: หากเป็นไปได้ ลองเปรียบเทียบอัตราการซื้อซ้ำของกลุ่มที่ได้รับการ์ด กับกลุ่มที่ไ่ม่ได้รับการ์ด (Control Group)
- วิเคราะห์กำไร: คำนวณยอดสั่งซื้อเฉลี่ย (Average Order Value) และกำไรที่ได้หลังหักส่วนลด เพื่อให้แน่ใจว่าแคมเปญยังคงสร้างผลกำไรให้ธุรกิจ
- ทดสอบ A/B Testing: ลองทดสอบองค์ประกอบต่างๆ เช่น ข้อความ, สี, รูปแบบข้อเสนอ, หรือระยะเวลาหมดอายุ เพื่อหาว่าแบบใดให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สรุป: เปลี่ยนคำขอบคุณให้เป็นเครื่องมือรักษาลูกค้า
การใช้ 5 ทริคออกแบบ Thank You Card ดึงลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ เป็นมากกว่าการสร้างความประทับใจหลังการขาย แต่มันคือกลยุทธ์การตลาดที่ลงทุนน้อยแต่ให้ผลตอบแทนสูงในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์และเพิ่ม Customer Lifetime Value (CLV) หัวใจสำคัญคือการขอบคุณอย่างจริงใจ, ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์จดจำเขาได้, และมอบเหตุผลที่ชัดเจนให้พวกเขากลับมาซื้ออีกครั้ง การ์ดที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องหรูหราที่สุด แต่ต้องเป็นการ์ดที่สื่อสารได้ตรงจุด, เฉพาะบุคคล, อ่านง่าย และมีข้อเสนอที่เหมาะสมกับลูกค้ารายนั้นๆ ซึ่งจะเปลี่ยนทุกคำสั่งซื้อให้เป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนต่อไป
ยกระดับแบรนด์ด้วยงานพิมพ์คุณภาพ
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการสร้าง Thank You Card หรือสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ ที่มีความเป็นมืออาชีพและสร้างความประทับใจให้ลูกค้า GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการ ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานระดับสากลและวัสดุคุณภาพพรีเมียม ทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำปรึกษาและบริการออกแบบ เพื่อให้สื่อสิ่งพิมพ์ของคุณสะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, และอื่นๆ อีกมากมาย
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือติดตามผลงานได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
- LINE: @giantprint
- TIKTOK: @giantprint_official
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
