ใช้ฟอนต์ฟรี-รูปฟรีทำโลโก้ ระวัง! อาจโดนฟ้องไม่รู้ตัว
การเริ่มต้นธุรกิจโดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย (SME) มักมาพร้อมกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้การเลือกใช้ทรัพยากรฟรีจากอินเทอร์เน็ตเป็นทางออกที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม การ ใช้ฟอนต์ฟรี-รูปฟรีทำโลโก้ ระวัง! อาจโดนฟ้องไม่รู้ตัว เนื่องจาก “ของฟรี” จำนวนมากมาพร้อมกับเงื่อนไขด้านลิขสิทธิ์ที่ซับซ้อน ซึ่งหากนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ตรวจสอบให้ดี อาจนำไปสู่ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์และผลกระทบทางกฎหมายที่รุนแรงได้
ภาพรวมความเสี่ยงจากการใช้ทรัพยากรฟรี
- ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “ของฟรี”: ทรัพยากรที่ให้ดาวน์โหลดฟรีจำนวนมากบนอินเทอร์เน็ตมักจำกัดการใช้งานไว้สำหรับส่วนบุคคล (Personal Use) เท่านั้น การนำไปใช้ในงานออกแบบโลโก้ สติ๊กเกอร์ หรือสื่อส่งเสริมการขาย ถือเป็นการใช้งานเชิงพาณิชย์ ซึ่งอาจเป็นการละเมิดเงื่อนไข
- สถานะทางกฎหมายของฟอนต์: ภายใต้พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของไทย ฟอนต์คอมพิวเตอร์ถูกจัดให้เป็น “โปรแกรมคอมพิวเตอร์” ซึ่งได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายเช่นเดียวกับซอฟต์แวร์อื่นๆ การใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตจึงมีความผิด
- ความสำคัญของการตรวจสอบใบอนุญาต: ก่อนนำฟอนต์หรือรูปภาพใดๆ มาใช้ในงานเชิงพาณิชย์ การตรวจสอบและทำความเข้าใจประเภทของใบอนุญาต (License) เป็นขั้นตอนที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้อง
- แหล่งข้อมูลที่ปลอดภัย: การเลือกใช้ทรัพยากรจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและระบุเงื่อนไขการใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างชัดเจน เช่น ฟอนต์จากโครงการ Google Fonts ซึ่งเป็นแบบ Open Font License (OFL) เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
ในยุคดิจิทัลที่การเข้าถึงข้อมูลและทรัพยากรต่างๆ ทำได้อย่างง่ายดาย ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) จำนวนมากเลือกที่จะลดต้นทุนในการสร้างแบรนด์ด้วยการออกแบบโลโก้หรือสื่อสิ่งพิมพ์ด้วยตนเอง โดยอาศัยฟอนต์และรูปภาพที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงทางกฎหมายโดยไม่คาดคิด ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ฟอนต์และรูปภาพเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิด และส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของธุรกิจ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เจ้าของธุรกิจ นักออกแบบ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์ผลงานเชิงพาณิชย์ เกี่ยวกับความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในการใช้ทรัพยากรฟรี โดยจะเจาะลึกถึงแง่มุมทางกฎหมาย ประเภทของใบอนุญาตที่ควรรู้จัก และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมั่นใจและป้องกันธุรกิจจากปัญหาการฟ้องร้องที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การทำความเข้าใจประเด็นเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ยังเป็นการเคารพสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของนักออกแบบและผู้สร้างสรรค์ผลงานอีกด้วย
ความเสี่ยงทางกฎหมายของการใช้ฟอนต์ฟรี-รูปฟรีทำโลโก้
การใช้ทรัพยากรดิจิทัลโดยขาดความเข้าใจในเรื่องลิขสิทธิ์อาจก่อให้เกิดผลกระทบทางกฎหมายที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้งานเชิงพาณิชย์ เช่น การออกแบบโลโก้ SME หรือการทำสื่อโฆษณาต่างๆ ความเสี่ยงนี้ครอบคลุมทั้งลิขสิทธิ์ฟอนต์และลิขสิทธิ์รูปภาพ ซึ่งต่างก็มีกฎหมายคุ้มครองอย่างชัดเจน
ลิขสิทธิ์ฟอนต์ในมุมมองกฎหมายไทย
หลายคนอาจไม่ทราบว่าฟอนต์ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิทัลนั้นมีสถานะเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ได้มีการนิยามและให้ความคุ้มครองฟอนต์ในฐานะ “โปรแกรมคอมพิวเตอร์” ซึ่งหมายความว่าไฟล์ฟอนต์ (เช่น .TTF หรือ .OTF) ถือเป็นซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง และอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายลิขสิทธิ์
ด้วยเหตุนี้ เจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งอาจเป็นนักออกแบบฟอนต์ (Font Designer) หรือบริษัทผู้พัฒนา (Font Foundry) จึงมีสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการกำหนดเงื่อนไขการใช้งานฟอนต์ของตน สิทธิ์เหล่านี้รวมถึงการอนุญาตให้ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าฟอนต์ของตนสามารถนำไปใช้ในลักษณะใดได้บ้าง เช่น:
- การใช้งานส่วนบุคคล (Personal Use): อนุญาตให้ใช้ในงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือการสร้างรายได้ เช่น การทำการบ้าน รายงาน หรือโปรเจกต์ส่วนตัว
- การใช้งานเชิงพาณิชย์ (Commercial Use): อนุญาตให้ใช้ในงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เช่น การออกแบบโลโก้ บรรจุภัณฑ์ สื่อโฆษณา หรือเว็บไซต์
- ข้อจำกัดในการแจกจ่ายต่อหรือดัดแปลง: ฟอนต์จำนวนมากมีข้อห้ามไม่ให้ผู้ใช้งานนำไฟล์ไปแจกจ่ายต่อ หรือนำไปดัดแปลงแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต
ดังนั้น การดาวน์โหลดฟอนต์มาติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์และนำไปใช้ในงานออกแบบโลโก้ของบริษัทโดยที่ฟอนต์นั้นมีเงื่อนไขอนุญาตให้ใช้เฉพาะส่วนบุคคล จึงถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างชัดเจน
กับดัก “ของฟรี” ที่ผู้ประกอบการต้องระวัง
คำว่า “ฟรี” บนโลกอินเทอร์เน็ตมักเป็นดาบสองคม ฟอนต์ที่ถูกเผยแพร่ให้ดาวน์โหลดโดยทั่วไปนั้นอาจไม่ได้ “ฟรี” อย่างแท้จริงในทุกกรณี ปัญหาที่พบบ่อยคือการส่งต่อไฟล์ฟอนต์กันมาโดยที่ผู้รับไม่ทราบถึงแหล่งที่มาและเงื่อนไขการใช้งานดั้งเดิม ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าสามารถนำไปใช้งานได้อย่างอิสระ
ฟอนต์ที่ดาวน์โหลดมาฟรี อาจมีข้อจำกัดในการใช้งานเชิงพาณิชย์ หรือในบางกรณี ผู้สร้างอาจตั้งใจให้ทดลองใช้ฟรีเท่านั้น และหากต้องการนำไปใช้ในทางธุรกิจ จะต้องชำระเงินเพื่อขอใบอนุญาตที่ถูกต้องก่อน
ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฟอนต์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงรูปภาพฟรีด้วย รูปภาพที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้ประกอบในสื่อโฆษณา เมนูอาหาร หรือบนบรรจุภัณฑ์สินค้า ก็อยู่ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์เช่นกัน หากเจ้าของภาพไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ การกระทำดังกล่าวก็ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ และเจ้าของลิขสิทธิ์สามารถดำเนินการฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหายได้
บทลงโทษและค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
การใช้งานฟอนต์หรือรูปภาพผิดเงื่อนไขและไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะในงานเชิงพาณิชย์หรือในนามองค์กรธุรกิจ อาจนำไปสู่การถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายได้ เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิ์ที่จะเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดนั้นๆ ซึ่งจำนวนเงินค่าเสียหายอาจสูงกว่าที่คาดคิด
ในต่างประเทศมีกรณีตัวอย่างที่บริษัทถูกเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก เช่น 300 ยูโร (หรือมากกว่า) ต่อหนึ่งฟอนต์ที่ใช้งานโดยผิดกฎหมาย ซึ่งหากโลโก้หรือสื่อสิ่งพิมพ์มีการใช้ฟอนต์ละเมิดลิขสิทธิ์หลายตัว ค่าเสียหายก็จะทวีคูณขึ้นไปอีก แม้ในกระบวนการทางกฎหมายอาจมีการเจรจาประนีประนอมยอมความกันได้ แต่จำนวนเงินที่ต้องจ่ายก็ยังคงเป็นภาระหนักสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก และยังส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์อีกด้วย ดังนั้น การป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นจึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุด
ทำความเข้าใจประเภทใบอนุญาต (License) ของฟอนต์และรูปภาพ
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ การทำความเข้าใจประเภทของใบอนุญาต (License) ที่มาพร้อมกับฟอนต์และรูปภาพเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ใบอนุญาตแต่ละประเภทจะกำหนดขอบเขตและเงื่อนไขการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป การทำความเข้าใจในรายละเอียดจะช่วยให้สามารถเลือกใช้ทรัพยากรได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
| ประเภทใบอนุญาต (License Type) | คำอธิบายและขอบเขตการใช้งาน | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| Personal Use (ใช้งานส่วนบุคคล) | อนุญาตให้ใช้ในงานที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจ เช่น งานอดิเรก, โปรเจกต์นักศึกษา, การ์ดอวยพรที่ทำใช้เองในครอบครัว ห้ามใช้ในโลโก้, สินค้า, หรือโฆษณาเด็ดขาด | งานส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการค้า |
| Free For Commercial Use (ฟรีสำหรับเชิงพาณิชย์) | อนุญาตให้นำไปใช้ในงานเชิงพาณิชย์ได้ 100% โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถใช้ในโลโก้, บรรจุภัณฑ์, สื่อโฆษณา, และผลิตภัณฑ์เพื่อการจำหน่ายได้ อย่างไรก็ตาม ควรอ่านเงื่อนไขย่อยเสมอ | ออกแบบโลโก้ SME, สติ๊กเกอร์, สื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด |
| Open-Source Font (ฟอนต์โอเพนซอร์ส) | เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนักออกแบบ สามารถดาวน์โหลดใช้งาน, แบ่งปัน, และดัดแปลงแก้ไขได้ฟรีทั้งงานส่วนตัวและเชิงพาณิชย์ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามนำไปขายต่อ และหากดัดแปลงต้องระบุที่มาของต้นฉบับ (เช่น SIL Open Font License – OFL) | งานออกแบบทุกประเภทที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง |
| Desktop Font Licenses (ใบอนุญาตสำหรับเดสก์ท็อป) | เป็นใบอนุญาตแบบเสียเงินที่อนุญาตให้ผู้ซื้อติดตั้งฟอนต์ลงบนคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในโปรแกรมต่างๆ เช่น Adobe Illustrator หรือ Microsoft Word เหมาะสำหรับงานออกแบบสิ่งพิมพ์และโลโก้ | นักออกแบบมืออาชีพ, องค์กรธุรกิจ |
| Software/Product + Fonts (ฟอนต์ที่มากับซอฟต์แวร์) | ฟอนต์ที่ติดตั้งมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ (เช่น Windows, macOS) หรือโปรแกรมที่ซื้อ/เช่าใช้ (เช่น Adobe Creative Cloud) โดยทั่วไปสามารถนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้ตามเงื่อนไขของซอฟต์แวร์นั้นๆ | ผู้ใช้งานทั่วไปที่ใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ถูกต้อง |
แนวทางป้องกันและตรวจสอบลิขสิทธิ์ให้ถูกต้อง
การป้องกันปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ดีที่สุดคือการสร้างกระบวนการทำงานที่รอบคอบและตรวจสอบทุกทรัพยากรที่นำมาใช้ในงานเชิงพาณิชย์อย่างละเอียด การลงทุนเวลาในการตรวจสอบในช่วงเริ่มต้น จะช่วยลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายและความเสียหายทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้
ขั้นตอนการตรวจสอบก่อนนำไปใช้งาน
ก่อนที่จะดาวน์โหลดและนำฟอนต์หรือรูปภาพใดๆ ไปใช้งาน โดยเฉพาะสำหรับโปรเจกต์เชิงพาณิชย์ ควรปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เสมอ:
- ค้นหาไฟล์เอกสารใบอนุญาต: ทุกครั้งที่ดาวน์โหลดฟอนต์หรือรูปภาพ ให้มองหาไฟล์ที่ชื่อ “License”, “Readme.txt”, “OFL.txt” หรือเอกสารที่มีลักษณะคล้ายกันซึ่งมักจะแนบมาในไฟล์ ZIP เอกสารเหล่านี้จะระบุเงื่อนไขการใช้งานไว้อย่างชัดเจน
- อ่านและทำความเข้าใจเงื่อนไข: ใช้เวลาอ่านเงื่อนไขในเอกสารใบอนุญาตอย่างละเอียด มองหาคำสำคัญ เช่น “Commercial Use”, “Personal Use”, “Free for Commercial Use”, “Do not redistribute” เพื่อทำความเข้าใจขอบเขตที่ได้รับอนุญาต
- ตรวจสอบข้อมูลบนหน้าดาวน์โหลด: หากไม่มีเอกสารแนบมา ให้กลับไปที่หน้าเว็บไซต์ที่ดาวน์โหลดมา และอ่านข้อมูลรายละเอียดที่ผู้สร้างได้ให้ไว้ ซึ่งมักจะระบุประเภทของใบอนุญาตไว้อย่างชัดเจน
- ติดต่อผู้สร้างโดยตรงหากไม่แน่ใจ: หากข้อมูลไม่ชัดเจนหรือไม่สามารถหาใบอนุญาตได้ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการติดต่อสอบถามไปยังนักออกแบบหรือผู้พัฒนาโดยตรง เพื่อขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าสามารถนำไปใช้ในงานเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่
- จัดเก็บหลักฐาน: ควรบันทึกภาพหน้าจอของหน้าเว็บที่ระบุใบอนุญาต หรือเก็บไฟล์เอกสาร License ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อใช้อ้างอิงในอนาคตหากมีข้อพิพาทเกิดขึ้น
แหล่งดาวน์โหลดที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ
เพื่อลดความเสี่ยง ควรเลือกใช้ทรัพยากรจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและมีนโยบายด้านลิขสิทธิ์ที่ชัดเจน หนึ่งในแหล่งที่ดีที่สุดสำหรับฟอนต์ฟรีเชิงพาณิชย์คือ Google Fonts โครงการนี้รวบรวมฟอนต์คุณภาพสูงจำนวนมาก ซึ่งฟอนต์ทั้งหมดเป็นฟอนต์โอเพนซอร์สภายใต้สัญญาอนุญาตแบบ SIL Open Font License (OFL) ซึ่งหมายความว่าสามารถนำไปใช้งานได้ฟรีทั้งในงานส่วนตัวและเชิงพาณิชย์ รวมถึงการนำไปใช้กับโลโก้และผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์
สำหรับรูปภาพ แหล่งที่น่าเชื่อถือได้แก่เว็บไซต์ Stock Photo ที่ระบุใบอนุญาตชัดเจน เช่น Unsplash, Pexels หรือ Pixabay ซึ่งมักจะมีใบอนุญาตของตัวเองที่อนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ แต่ก็ยังจำเป็นต้องอ่านเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละเว็บไซต์เพื่อความแน่ใจเสมอ
สิ่งที่ควรทำเมื่อถูกเรียกร้องค่าเสียหาย
ในกรณีที่พลาดพลั้งและได้รับการติดต่อจากเจ้าของลิขสิทธิ์เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย สิ่งแรกที่ควรทำคือตั้งสติและไม่ตื่นตระหนก ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อเรียกร้องนั้นๆ โดยขอให้ผู้ที่ติดต่อมาแสดงเอกสารหลักฐานต่างๆ เช่น ใบลงทะเบียนลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ หรือเอกสารการอนุญาตทางกฎหมาย เพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่แท้จริงและมีสิทธิ์ในการเรียกร้องค่าเสียหาย การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณาเพื่อดำเนินการอย่างถูกต้อง
สรุปแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการออกแบบ
การใช้ฟอนต์ฟรีและรูปภาพฟรีในการออกแบบโลโก้และสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับธุรกิจ SME เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยประหยัดต้นทุนได้จริง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงด้านการละเมิดลิขสิทธิ์ที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อธุรกิจได้ การตระหนักว่าฟอนต์คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย และ “ของฟรี” ส่วนใหญ่มักมีเงื่อนไขการใช้งานเชิงพาณิชย์ซ่อนอยู่ เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการป้องกันปัญหา
ดังนั้น การตรวจสอบใบอนุญาตอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนนำทรัพยากรใดๆ มาใช้ในงานเชิงพาณิชย์จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้ การเลือกใช้แหล่งดาวน์โหลดที่น่าเชื่อถือ เช่น Google Fonts หรือการลงทุนซื้อฟอนต์และรูปภาพลิขสิทธิ์แท้ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพื่อสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ปราศจากปัญหาทางกฎหมายในอนาคต
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพสูงและถูกต้องตามลิขสิทธิ์ การเลือกใช้บริการจากโรงพิมพ์มืออาชีพเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ปลอดภัยและครบวงจร GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านการออกแบบไปจนถึงการผลิตชิ้นงานจริง ด้วยทีมงานมืออาชีพและเครื่องพิมพ์มาตรฐานสากล จึงมั่นใจได้ว่าทุกชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร หรือโบรชัวร์ จะถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างสวยงามและถูกต้องตามหลักทรัพย์สินทางปัญญา ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ SME ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
LINE: @282iufnx
TIKTOK: @giantprint_official
Website: giantprint.co.th
ที่อยู่:
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไจแอนท์ ปริ้น
44 หมู่ 14 ถนน ศรีจันทร์ ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
