อย. เข้ม! อัปเดต กม. ฉลากอาหาร SME ต้องรู้ก่อนพิมพ์
- ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องทราบ
- ความสำคัญของการปรับปรุงฉลากอาหารตามกฎหมายใหม่
- สรุปสาระสำคัญของประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับล่าสุด
- ข้อกำหนดที่ผู้ประกอบการ SME ต้องปฏิบัติตาม
- ผลกระทบและความท้าทายสำหรับธุรกิจ SME
- แนวทางปฏิบัติสำหรับ SME: เตรียมตัวอย่างไรก่อนถึงเส้นตาย
- บทสรุปและการเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานใหม่
ประเด็นเรื่อง อย. เข้ม! อัปเดต กม. ฉลากอาหาร SME ต้องรู้ก่อนพิมพ์ กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมากในแวดวงอุตสาหกรรมอาหาร การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับล่าสุดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่จำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อให้การออกแบบและพิมพ์ฉลากสินค้าสอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ การทำความเข้าใจในรายละเอียดของกฎหมายฉลากสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทางกฎหมายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องทราบ
- การบังคับใช้กฎหมายใหม่: ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับล่าสุดเกี่ยวกับการแสดงฉลากอาหารมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายต้องปรับปรุงฉลากให้เป็นไปตามข้อกำหนดใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด
- การปรับปรุงฉลากโภชนาการ (GDA): มีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในการแสดงค่าพลังงาน, น้ำตาล, ไขมัน และโซเดียม บนฉลาก GDA (Guideline Daily Amounts) ให้มีความชัดเจนและเข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภคมากขึ้น
- ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร: การแสดงข้อมูลส่วนประกอบที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้เป็นข้อบังคับที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภคกลุ่มเสี่ยง
- เงื่อนไขการกล่าวอ้างทางโภชนาการ: มีการปรับปรุงเงื่อนไขการคำนวณปริมาณสารอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีหน่วยบริโภคขนาดเล็ก ซึ่งส่งผลต่อการกล่าวอ้างคุณประโยชน์ทางโภชนาการบนฉลาก
- ความเสี่ยงทางกฎหมาย: การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ อาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย มีโทษปรับ หรืออาจต้องเก็บสินค้าออกจากชั้นวาง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อธุรกิจอย่างมาก
การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านฉลากอาหารครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความโปร่งใสให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย สำหรับผู้ประกอบการ SME การปรับตัวอย่างทันท่วงทีไม่เพียงแต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเป็นโอกาสในการทบทวนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันผ่านการสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือบนฉลากสินค้า
ความสำคัญของการปรับปรุงฉลากอาหารตามกฎหมายใหม่
การอัปเดตกฎหมายฉลากสินค้าอาหารโดยกระทรวงสาธารณสุขถือเป็นวาระสำคัญที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับแก้ข้อความเล็กน้อย แต่เป็นการปฏิรูปโครงสร้างข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณสุขและสร้างความเป็นธรรมทางการค้า
เหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง
วัตถุประสงค์หลักของการปรับปรุงกฎระเบียบคือเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยการให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารอย่างมีข้อมูลครบถ้วน ในปัจจุบัน แนวโน้มปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับพฤติกรรมการบริโภค ดังนั้น การทำให้ข้อมูลโภชนาการบนฉลาก โดยเฉพาะค่าพลังงาน, น้ำตาล, ไขมัน และโซเดียม มีความชัดเจนและสังเกตง่าย จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถควบคุมและวางแผนการรับประทานอาหารได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น นอกจากนี้ การกำหนดมาตรฐานฉลากให้เป็นสากลยังช่วยยกระดับสินค้าไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อีกด้วย
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ SME
สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจอาหารขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจก่อให้เกิดความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นภาระด้านต้นทุนในการออกแบบและพิมพ์ฉลากสินค้าใหม่ทั้งหมด รวมถึงความจำเป็นในการจัดสรรทรัพยากรบุคคลเพื่อศึกษาและทำความเข้าใจข้อกฎหมายที่มีความซับซ้อน อย่างไรก็ตาม หากมองในอีกมุมหนึ่ง นี่คือโอกาสอันดีในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ การมีฉลากที่ถูกต้องตามกฎหมายและแสดงข้อมูลอย่างโปร่งใส จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผลิตภัณฑ์ และทำให้ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพรู้สึกมั่นใจที่จะเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น การลงทุนเพื่อปรับปรุงฉลากในวันนี้ จึงอาจนำมาซึ่งผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว
สรุปสาระสำคัญของประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับล่าสุด
เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างถูกต้อง การทำความเข้าใจในสาระสำคัญของประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับการแสดงฉลากอาหารจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเนื้อหาหลักครอบคลุมตั้งแต่ข้อกำหนดทั่วไปบนบรรจุภัณฑ์ไปจนถึงรายละเอียดเชิงลึกของฉลากโภชนาการ
เจาะลึกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 450 พ.ศ. 2567
ประกาศฉบับนี้ได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นระเบียบและทำให้ข้อมูลบนฉลากมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ใจความสำคัญคือการกำหนดให้ข้อมูลที่จำเป็น เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์, ส่วนประกอบ, ข้อมูลผู้ผลิต, วันผลิต/หมดอายุ, และเครื่องหมาย อย. ต้องแสดงในตำแหน่งที่เห็นได้ง่ายและอ่านได้ชัดเจน ขนาดของตัวอักษรต้องเหมาะสมกับขนาดของบรรจุภัณฑ์ เพื่อป้องกันปัญหาข้อมูลสำคัญมีขนาดเล็กเกินไปจนผู้บริโภคไม่สามารถอ่านได้ การปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้จะช่วยลดข้อร้องเรียนและสร้างมาตรฐานเดียวกันสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารทุกประเภทในตลาด
การปรับปรุงฉลากโภชนาการ GDA รูปแบบใหม่
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการปรับปรุงฉลาก GDA (Guideline Daily Amounts) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ฉลากหวาน มัน เค็ม” ซึ่งจะแสดงข้อมูลโภชนาการ 4 ด้านที่สำคัญต่อสุขภาพ ได้แก่ พลังงาน, น้ำตาล, ไขมัน และโซเดียม ต่อหนึ่งหน่วยบรรจุภัณฑ์ ข้อกำหนดใหม่เน้นให้การแสดงผลมีความโดดเด่นและเข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วก่อนตัดสินใจซื้อ ตัวอย่างเช่น การกำหนดสีหรือสัญลักษณ์เพื่อบ่งชี้ระดับของสารอาหารนั้น ๆ ว่าอยู่ในเกณฑ์สูง, ปานกลาง หรือต่ำ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึงปริมาณสารอาหารที่กำลังจะได้รับมากขึ้น และส่งเสริมให้ผู้ผลิตพัฒนาสูตรอาหารที่ดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้น
| องค์ประกอบ | ข้อกำหนดเดิม (โดยประมาณ) | ข้อกำหนดใหม่ (ตามประกาศล่าสุด) |
|---|---|---|
| รูปแบบการแสดงผล | ข้อความและตัวเลขเป็นหลัก อาจมีรูปแบบหลากหลาย | กำหนดรูปแบบที่ชัดเจน เน้นความโดดเด่นและเป็นมาตรฐานเดียวกัน |
| ความชัดเจนของข้อมูล | ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิต อาจสังเกตได้ยาก | ต้องแสดงในตำแหน่งที่เห็นได้ง่าย ตัวอักษรต้องอ่านได้ชัดเจน |
| การแสดงค่าพลังงาน | แสดงเป็นหน่วยกิโลแคลอรี | ยังคงแสดงเป็นกิโลแคลอรี แต่ต้องเด่นชัดและเข้าใจง่ายขึ้น |
| การแสดงค่าน้ำตาล | แสดงเป็นกรัม และร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน | ปรับปรุงการแสดงผลให้ผู้บริโภคตระหนักถึงปริมาณน้ำตาลได้ง่ายขึ้น |
| การแสดงค่าไขมัน | แสดงเป็นกรัม และร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน | เพิ่มความชัดเจนในการสื่อสารข้อมูลปริมาณไขมัน |
| การแสดงค่าโซเดียม | แสดงเป็นมิลลิกรัม และร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน | เน้นย้ำให้ข้อมูลโซเดียมเป็นที่สังเกต เพื่อช่วยควบคุมการบริโภค |
ข้อกำหนดที่ผู้ประกอบการ SME ต้องปฏิบัติตาม
เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ประกอบการ SME จำเป็นต้องศึกษาและปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่เกี่ยวกับการแสดงฉลากอาหารอย่างเคร่งครัด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมข้อมูลไปจนถึงการกล่าวอ้างคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์
การเตรียมข้อมูลสำหรับการออกแบบฉลากสินค้า
ก่อนเริ่มขั้นตอนการออกแบบหรือพิมพ์ฉลากอาหารใหม่ ผู้ประกอบการต้องรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นให้ครบถ้วนและถูกต้องเสียก่อน ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่ออาหาร, เลขสารบบอาหาร (เลข อย.), ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า, ปริมาณสุทธิ, และวันเดือนปีที่ควรบริโภคก่อน นอกจากนี้ ข้อมูลสำคัญที่ต้องปรับปรุงตามกฎหมายใหม่คือข้อมูลโภชนาการ ซึ่งควรได้มาจากการส่งผลิตภัณฑ์ไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ค่าพลังงาน, โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, น้ำตาล, ไขมัน, และโซเดียมที่แม่นยำ การมีข้อมูลที่ถูกต้องเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในการสร้างฉลากที่เป็นไปตามข้อกำหนด
ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร: สิ่งที่ห้ามมองข้าม
กฎหมายฉลากสินค้าให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีอาการแพ้อาหาร ดังนั้น การแสดง “ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร” จึงเป็นข้อบังคับที่ละเลยไม่ได้ ผู้ประกอบการต้องระบุส่วนประกอบที่จัดเป็นสารก่อภูมิแพ้หลักอย่างชัดเจน เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม, ไข่, ถั่ว, แป้งสาลี, อาหารทะเล เป็นต้น โดยอาจแสดงเป็นข้อความตัวหนาในรายการส่วนประกอบ หรือระบุแยกไว้ใต้รายการส่วนประกอบก็ได้ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนในส่วนนี้ไม่เพียงแต่เป็นไปตามกฎหมาย แต่ยังแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคอีกด้วย
เงื่อนไขการกล่าวอ้างทางโภชนาการและสุขภาพ
การกล่าวอ้างสรรพคุณ เช่น “แคลเซียมสูง” “ไม่มีน้ำตาล” หรือ “ไขมันต่ำ” เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ได้รับความนิยม แต่การกล่าวอ้างเหล่านี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ อย. กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ประกาศฉบับใหม่ได้มีการปรับปรุงเงื่อนไขการคำนวณปริมาณสารอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคไม่เกิน 30 กรัม หรือไม่เกิน 2 ช้อนโต๊ะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์บางประเภท เช่น ขนมขบเคี้ยว หรือเครื่องปรุงรส ผู้ประกอบการจึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ของตนเข้าเกณฑ์สำหรับการกล่าวอ้างนั้น ๆ หรือไม่ การกล่าวอ้างเกินจริงหรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ถือเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคและมีโทษตามกฎหมาย
ผลกระทบและความท้าทายสำหรับธุรกิจ SME
การปรับตัวให้เข้ากับกฎระเบียบใหม่ย่อมมาพร้อมกับผลกระทบและความท้าทาย โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่อาจมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ การทำความเข้าใจความท้าทายเหล่านี้จะช่วยให้สามารถวางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ต้นทุนในการออกแบบและพิมพ์ฉลากใหม่
ความท้าทายอันดับแรกที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญคือภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการส่งผลิตภัณฑ์ไปวิเคราะห์ทางโภชนาการ, ค่าจ้างนักออกแบบเพื่อปรับปรุงอาร์ตเวิร์กของฉลากให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่, และที่สำคัญคือต้นทุนในการพิมพ์ฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ล็อตใหม่ทั้งหมด สำหรับธุรกิจที่มีสินค้าหลายรายการ (SKUs) ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อาจสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ หากยังมีบรรจุภัณฑ์แบบเก่าเหลืออยู่ในสต็อกเป็นจำนวนมาก ก็อาจกลายเป็นต้นทุนที่สูญเปล่าได้ การวางแผนทางการเงินและการจัดการสต็อกอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้
ความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
การเพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฉลากสินค้าใหม่นำมาซึ่งความเสี่ยงร้ายแรงต่อธุรกิจ เจ้าหน้าที่จาก อย. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอำนาจในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในตลาด หากพบว่าฉลากไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ผู้ประกอบการอาจต้องเผชิญกับบทลงโทษ ซึ่งมีตั้งแต่การตักเตือน, คำสั่งให้แก้ไขฉลากให้ถูกต้อง, ไปจนถึงการเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงินที่สูง ในกรณีที่ร้ายแรง อาจมีคำสั่งให้เรียกคืนสินค้าทั้งหมดออกจากตลาด ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางการเงิน แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่สั่งสมมา
การลงทุนในการปรับปรุงฉลากให้ถูกต้องตามกฎหมายในวันนี้ คือการป้องกันความเสี่ยงและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในระยะยาว
แนวทางปฏิบัติสำหรับ SME: เตรียมตัวอย่างไรก่อนถึงเส้นตาย
แม้จะมีความท้าทาย แต่ผู้ประกอบการ SME สามารถเตรียมความพร้อมและผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้อย่างราบรื่นหากมีการวางแผนที่ดีและดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน การดำเนินการเชิงรุกเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
ขั้นตอนการตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน
เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบฉลากของผลิตภัณฑ์ทุกรายการที่วางจำหน่าย เปรียบเทียบข้อมูลบนฉลากกับข้อกำหนดใหม่ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขทีละข้อ จัดทำเป็นเช็กลิสต์เพื่อประเมินว่ามีส่วนใดบ้างที่ต้องแก้ไข เช่น รูปแบบฉลาก GDA, การแสดงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร, ขนาดตัวอักษร, หรือการกล่าวอ้างทางโภชนาการ การระบุจุดที่ต้องแก้ไขได้อย่างชัดเจนจะช่วยให้กระบวนการปรับปรุงในขั้นตอนต่อไปเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ หากไม่แน่ใจในข้อกฎหมาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือติดต่อสอบถามโดยตรงกับทาง อย. เพื่อขอคำแนะนำ
การเลือกโรงพิมพ์สติ๊กเกอร์ที่ได้มาตรฐาน
เมื่อได้ข้อมูลและอาร์ตเวิร์กที่ถูกต้องแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกโรงพิมพ์สติ๊กเกอร์หรือบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ ควรเลือกโรงพิมพ์ที่มีความเข้าใจในกฎหมายฉลากอาหารและสามารถให้คำแนะนำเบื้องต้นได้ โรงพิมพ์ที่ดีควรใช้วัสดุและหมึกพิมพ์ที่ปลอดภัยสำหรับอาหาร (Food Grade) และมีเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ทันสมัย สามารถพิมพ์ตัวอักษรขนาดเล็กและสีสันต่างๆ ได้คมชัดตรงตามแบบ การเลือกพาร์ทเนอร์ด้านการพิมพ์ที่เหมาะสมไม่เพียงแต่จะช่วยให้ได้ฉลากที่สวยงามและถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการผลิตได้อีกด้วย
บทสรุปและการเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานใหม่
การอัปเดตกฎหมายฉลากอาหารโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารของไทยครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม สำหรับผู้ประกอบการ SME แม้การเปลี่ยนแปลงนี้จะนำมาซึ่งความท้าทายด้านต้นทุนและกระบวนการ แต่ก็เป็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในระยะยาว
สิ่งสำคัญที่สุดคือการดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยเริ่มจากการตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ของตนเองให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ ทั้งในส่วนของฉลาก GDA, ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร และการกล่าวอ้างทางโภชนาการ จากนั้นจึงประสานงานกับนักออกแบบและโรงพิมพ์ที่ได้มาตรฐานเพื่อผลิตฉลากใหม่ให้ทันตามกำหนดเวลา การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้จะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจของคุณพร้อมสำหรับมาตรฐานใหม่ที่กำลังจะมาถึง
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโซลูชันด้านการพิมพ์ฉลาก สติ๊กเกอร์ และบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและสอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่ล่าสุด หรือต้องการคำปรึกษาด้านการออกแบบ สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ GIANT Print Media เราพร้อมให้บริการด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ทันสมัยและทีมงานมืออาชีพ
ที่อยู่: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไจแอนท์ ปริ้น 44 หมู่ 14 ถนน ศรีจันทร์ ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
ติดตามเราได้ที่:
FACEBOOK PAGE |
LINE |
TIKTOK
