พิมพ์รักษ์โลก: เทรนด์พิมพ์สีเขียวที่ SME ไทยต้องรู้ปี 2026
- ภาพรวมเทรนด์พิมพ์รักษ์โลกสำหรับธุรกิจ SME
- นิยามของคำว่า “พิมพ์รักษ์โลก” ในบริบทธุรกิจปี 2026
- เจาะลึกเทรนด์การพิมพ์สีเขียวที่ SME ต้องปรับตัวตาม
- กฎหมายและแรงผลักดันด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อ SME ไทย
- พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่กับความคาดหวังต่อแบรนด์
- โอกาสและความได้เปรียบทางธุรกิจจากการพิมพ์รักษ์โลก
- แนวทางปฏิบัติสำหรับ SME ในการเริ่มต้นพิมพ์สีเขียว
- สรุป: พิมพ์รักษ์โลกไม่ใช่ทางเลือก แต่คือมาตรฐานใหม่ของธุรกิจ
ในยุคที่ความยั่งยืน (Sustainability) ไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่เป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ การปรับตัวให้เข้ากับกระแสโลกจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น เทรนด์การพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Printing ได้กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่สร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด
ภาพรวมเทรนด์พิมพ์รักษ์โลกสำหรับธุรกิจ SME

- การเลือกใช้วัสดุและหมึกพิมพ์: การเปลี่ยนผ่านสู่วัสดุที่ยั่งยืน เช่น กระดาษรีไซเคิล, พลาสติกชีวภาพ และหมึกพิมพ์ soy ink กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
- เทคโนโลยีดิจิทัล: การนำเทคโนโลยีอย่าง QR Code และ AR (Augmented Reality) มาใช้บนบรรจุภัณฑ์และสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้า
- แรงขับเคลื่อนจากตลาด: กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลกและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ SME ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน
- การสร้างความได้เปรียบ: การลงทุนใน พิมพ์รักษ์โลก ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่แข็งแกร่ง เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
การพิมพ์รักษ์โลก: เทรนด์พิมพ์สีเขียวที่ SME ไทยต้องรู้ปี 2026 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเลือกใช้กระดาษรีไซเคิลอีกต่อไป แต่ครอบคลุมทุกมิติของกระบวนการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด การเลือกใช้วัสดุและหมึกพิมพ์ที่ย่อยสลายได้ ไปจนถึงการจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์อย่างเป็นระบบ แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และกลายเป็นความคาดหวังพื้นฐานจากผู้บริโภคและคู่ค้าทั่วโลกที่ธุรกิจ SME ไทยต้องให้ความสำคัญ
นิยามของคำว่า “พิมพ์รักษ์โลก” ในบริบทธุรกิจปี 2026
ภายในปี 2026 คำว่า “พิมพ์รักษ์โลก” จะมีความหมายที่ลึกซึ้งและครอบคลุมมากกว่าเดิม ไม่ใช่เป็นเพียงทางเลือกเสริม แต่เป็นองค์ประกอบหลักของกลยุทธ์การตลาดสีเขียวที่สมบูรณ์ โดยมีหัวใจสำคัญคือการลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์สิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งประกอบด้วยมิติต่างๆ ดังนี้
- การเลือกใช้วัสดุและหมึกพิมพ์: เน้นการใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycled) ทดแทนได้ (Renewable) หรือย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Biodegradable) เช่น กระดาษรีไซเคิล, กระดาษที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC (Forest Stewardship Council), พลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) ที่ผลิตจากพืช และที่สำคัญคือ หมึกพิมพ์ soy ink (หมึกถั่วเหลือง) หรือหมึกพิมพ์ฐานน้ำที่ปล่อยสารระเหยอินทรีย์ (VOCs) ต่ำ
- การออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพ: การออกแบบบรรจุภัณฑ์และสื่อสิ่งพิมพ์ที่ใช้ทรัพยากรน้อยลง (De-packaging) โดยลดส่วนประกอบที่ไม่จำเป็น เช่น การลดชั้นของกล่อง การยกเลิกฟิล์มพลาสติกหุ้มซ้ำซ้อน และการออกแบบที่เอื้อต่อการรีไซเคิลได้ง่าย
- การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล: ใช้เครื่องมือดิจิทัล เช่น QR Code หรือเทคโนโลยี AR เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ลูกค้า แทนการพิมพ์คู่มือหรือโบรชัวร์หนาๆ ซึ่งช่วยลดการใช้กระดาษได้อย่างมหาศาล
- การจัดการกระบวนการผลิต: โรงพิมพ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมจะเริ่มมีการวัดและจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (CFO) และของผลิตภัณฑ์สิ่งพิมพ์ (CFP) เพื่อสร้างความโปร่งใสและสื่อสารกับลูกค้าถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน
เจาะลึกเทรนด์การพิมพ์สีเขียวที่ SME ต้องปรับตัวตาม
เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ธุรกิจ SME จำเป็นต้องทำความเข้าใจเทรนด์หลักที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในปี 2026 ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ วัสดุ, เทคโนโลยีการพิมพ์ และการผสานโลกดิจิทัล
นวัตกรรมวัสดุพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
วัสดุคือด่านแรกที่ผู้บริโภคสัมผัสและเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก
- วัสดุพิมพ์หลัก: กระดาษรีไซเคิลและกระดาษที่ได้รับการรับรองมาตรฐานป่าไม้ (FSC) จะกลายเป็นตัวเลือกพื้นฐานสำหรับงานพิมพ์ทุกประเภท ตั้งแต่กล่องสินค้า ฉลาก ไปจนถึงนามบัตร
- พลาสติกชีวภาพ (Bioplastic): พลาสติกที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง หรือข้าวโพด กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ทดแทนพลาสติกจากปิโตรเลียมในบางผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์อาหาร
- นวัตกรรมการเคลือบ: การใช้สารเคลือบชีวภาพ (Bio-coating) แทนการเคลือบฟิล์มพลาสติกแบบเดิมๆ จะช่วยให้บรรจุภัณฑ์กระดาษสามารถนำไปรีไซเคิลได้ทั้งชิ้นโดยไม่ต้องแยกส่วนประกอบ
- ฉลากและสติกเกอร์: แนวโน้มจะเปลี่ยนไปใช้ฟิล์มที่ย่อยสลายได้หรือรีไซเคิลได้ง่าย เพื่อแก้ปัญหาขยะปนเปื้อนที่เกิดจากสติกเกอร์ PVC แบบเก่า
แนวคิด “De-packaging” หรือการลดทอนบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นจะทวีความสำคัญขึ้น การออกแบบจะเน้นความเรียบง่าย แต่ยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานและการปกป้องสินค้า โดยให้ความสำคัญกับความสามารถในการรีไซเคิลเป็นอันดับแรก
เทคโนโลยีหมึกพิมพ์และการผลิตแห่งอนาคต
เทคโนโลยีการพิมพ์ก็มีการพัฒนาไปในทิศทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเช่นกัน
- หมึกพิมพ์ soy ink: หมึกถั่วเหลืองจะกลายเป็นตัวเลือกหลักแทนหมึกพิมพ์ฐานปิโตรเลียม เนื่องจากมีข้อดีคือย่อยสลายได้ง่ายกว่า ปล่อยสารระเหย (VOCs) ที่เป็นอันตรายน้อยกว่า และให้สีสันที่สดใสไม่แพ้กัน
- การพิมพ์โดยตรงบนบรรจุภัณฑ์: เทคนิคการพิมพ์ฉลากหรือข้อมูลลงบนตัวบรรจุภัณฑ์โดยตรงด้วยหมึกที่ปลอดภัย จะช่วยลดการใช้สติกเกอร์และฟิล์มพลาสติกได้อย่างมีนัยสำคัญ
- การวัดผลกระทบ: โรงพิมพ์ชั้นนำจะเริ่มให้บริการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ของงานพิมพ์ เพื่อให้แบรนด์สามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการสื่อสารด้านความยั่งยืนกับผู้บริโภคได้อย่างเป็นรูปธรรม
การผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดการใช้ทรัพยากร
การพิมพ์ในยุคใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนกระดาษ แต่เป็นการสร้างสะพานเชื่อมไปสู่โลกดิจิทัล
- QR Code: การใช้ QR Code บนบรรจุภัณฑ์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง สามารถเชื่อมโยงผู้บริโภคไปยังข้อมูลเชิงลึก เช่น วิธีการใช้งานผลิตภัณฑ์, แนวทางการทิ้งและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อย่างถูกวิธี, หรือเรื่องราวความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมของแบรนด์
- Augmented Reality (AR): เทคโนโลยี AR สามารถเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์หรือโปสเตอร์ธรรมดาให้กลายเป็นสื่ออินเทอร์แอคทีฟที่สร้างประสบการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจ โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์เอกสารประกอบเพิ่มเติม
| มิติการพิจารณา | การพิมพ์แบบดั้งเดิม | การพิมพ์รักษ์โลก (Green Printing) |
|---|---|---|
| วัสดุหลัก | กระดาษผลิตใหม่, พลาสติกจากปิโตรเลียม (เช่น PVC) | กระดาษรีไซเคิล, กระดาษ FSC, พลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) |
| หมึกพิมพ์ | หมึกพิมพ์ฐานปิโตรเลียม (ปล่อย VOCs สูง) | หมึกพิมพ์ soy ink, หมึกฐานน้ำ (ปล่อย VOCs ต่ำ) |
| การออกแบบ | เน้นความหรูหรา, บรรจุภัณฑ์หลายชั้น, ใช้วัสดุสิ้นเปลือง | เน้นความเรียบง่าย (Minimalism), De-packaging, ออกแบบให้รีไซเคิลง่าย |
| การสื่อสาร | พิมพ์ข้อมูลทั้งหมดลงบนกระดาษ (โบรชัวร์, คู่มือ) | ใช้ QR Code และ AR เพื่อเชื่อมต่อไปยังข้อมูลดิจิทัล, ลดการใช้กระดาษ |
| การวัดผล | เน้นต้นทุนและคุณภาพการพิมพ์เป็นหลัก | วัดผลครอบคลุมถึงคาร์บอนฟุตพรินต์และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม |
กฎหมายและแรงผลักดันด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อ SME ไทย
ปัจจัยภายนอกเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ SME ไม่สามารถมองข้ามได้ โดยเฉพาะกฎระเบียบและกระแสกดดันจากตลาดโลก
- มาตรการแบนพลาสติก: หลายประเทศทั่วโลกมีนโยบายแบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastics) ที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับกฎหมายของประเทศปลายทาง
- แรงกดดันจากคู่ค้า: ห้างค้าปลีกและบริษัทขนาดใหญ่เริ่มมีนโยบายลดการรับสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลยาก เช่น พลาสติก PVC หรือบรรจุภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหลายชั้นที่แยกออกจากกันไม่ได้
- กระแส ESG และ Net Zero: แนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ทำให้คู่ค้ารายใหญ่ต้องการข้อมูลด้านความยั่งยืนจากซัพพลายเออร์ ซึ่งรวมถึงข้อมูลคาร์บอนฟุตพรินต์ของบรรจุภัณฑ์ เพื่อนำไปประกอบการรายงานผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของตนเอง
สำหรับ SME ไทย นี่หมายความว่าการเตรียมข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้พร้อม เช่น ประเภทของวัสดุ, มาตรฐานที่ได้รับ, และแนวทางการรีไซเคิล จะกลายเป็นข้อกำหนดพื้นฐานในการทำธุรกิจกับบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ
พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่กับความคาดหวังต่อแบรนด์
ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z มีความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมสูง และใช้ปัจจัยนี้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ พฤติกรรมของผู้บริโภคสายกรีนในปี 2026 จะมีแนวโน้มดังนี้
- มองหาความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ: ผู้บริโภคต้องการมากกว่าคำโฆษณา พวกเขามองหาแบรนด์ที่สื่อสารเรื่องราวความพยายามด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงใจและมีหลักฐานสนับสนุน เช่น การระบุประเภทวัสดุบนบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน
- สนับสนุนแบรนด์ที่ลงมือทำจริง: แบรนด์ที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การเปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก หรือการลดปริมาณพลาสติก จะได้รับความไว้วางใจและการบอกต่อในเชิงบวกจากผู้บริโภค
- ของพรีเมียมต้องยั่งยืน: ของขวัญหรือของสมนาคุณที่แบรนด์มอบให้ลูกค้า จะถูกคาดหวังให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กระบอกน้ำใช้ซ้ำ, ถุงผ้าจากวัสดุรีไซเคิล เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ใส่ใจโลก
โอกาสและความได้เปรียบทางธุรกิจจากการพิมพ์รักษ์โลก
การปรับตัวสู่การพิมพ์สีเขียวไม่ใช่แค่การทำตามกระแส แต่เป็นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
- สร้างความแตกต่างในตลาด: ในตลาดที่มีสินค้าและบริการคล้ายคลึงกันจำนวนมาก การใช้บรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่นด้านความยั่งยืนสามารถสร้างจุดขายที่แตกต่างและดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้
- เพิ่มความน่าเชื่อถือกับคู่ค้า: การมีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและเปิดประตูสู่การร่วมงานกับองค์กรขนาดใหญ่หรือตลาดต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับ ESG
- ลดต้นทุนในระยะยาว: แม้ว่าต้นทุนต่อหน่วยของวัสดุรักษ์โลกบางชนิดอาจสูงกว่าในระยะแรก แต่การออกแบบที่ลดวัสดุที่ไม่จำเป็นจะช่วยลดต้นทุนรวมในการผลิตและการขนส่งได้ในระยะยาว
- ขับเคลื่อนนวัตกรรม: การพิมพ์รักษ์โลกเป็นโอกาสให้ SME ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่รองรับระบบรีฟิล หรือการพัฒนา Smart Packaging ที่เชื่อมต่อกับเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า
แนวทางปฏิบัติสำหรับ SME ในการเริ่มต้นพิมพ์สีเขียว
การเริ่มต้นอาจดูเป็นเรื่องท้าทาย แต่ SME สามารถเริ่มได้จากขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
- ตรวจสอบและประเมินของเดิม (Audit): สำรวจสื่อสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน วิเคราะห์ประเภทของกระดาษ พลาสติก หมึกพิมพ์ และส่วนประกอบที่รีไซเคิลยาก เพื่อระบุจุดที่สามารถปรับปรุงหรือตัดทอนได้
- เลือกคู่ค้าที่เหมาะสม: มองหาโรงพิมพ์หรือซัพพลายเออร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Green Printing สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับวัสดุทางเลือก เช่น กระดาษรีไซเคิล หรือ หมึกพิมพ์ soy ink และมีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน
- ปรับปรุงการออกแบบ: ทำงานร่วมกับนักออกแบบเพื่อปรับดีไซน์บรรจุภัณฑ์ให้ใช้ทรัพยากรน้อยลง เช่น ลดขนาดกล่อง, ปรับรูปแบบการพับเพื่อลดการใช้กาว และนำข้อมูลที่ไม่จำเป็นไปไว้บน QR Code แทน
- สื่อสารอย่างโปร่งใส: ใช้พื้นที่บนบรรจุภัณฑ์เพื่อสื่อสารกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา เช่น ระบุสัญลักษณ์รีไซเคิล, ชนิดของวัสดุที่ใช้ และแนะนำวิธีการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการใช้งาน
- กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน: ผนวกแนวคิดความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยตั้งเป้าหมายที่วัดผลได้ เช่น การเพิ่มสัดส่วนการใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลให้ได้ 50% ภายใน 2 ปีข้างหน้า และใช้ข้อมูลนี้ในการเจรจาธุรกิจเพื่อแสดงถึงความพร้อมขององค์กร
สรุป: พิมพ์รักษ์โลกไม่ใช่ทางเลือก แต่คือมาตรฐานใหม่ของธุรกิจ
เทรนด์การพิมพ์ 2026 ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความยั่งยืนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้อีกต่อไป สำหรับผู้ประกอบการ SME ไทย การปรับตัวสู่การพิมพ์รักษ์โลกไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ แต่คือความจำเป็นเชิงกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดและการเติบโตในตลาดโลก การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมอย่างกระดาษรีไซเคิลและหมึกพิมพ์ soy ink การออกแบบที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสื่อสารอย่างจริงใจ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและมัดใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการเริ่มต้นหรือยกระดับสื่อสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาและพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยทีมงานมืออาชีพและเครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัย เรามีบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, บรรจุภัณฑ์, นามบัตร, โบรชัวร์ และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกใช้วัสดุรักษ์โลกและเทคนิคการพิมพ์ที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นและเติบโตไปพร้อมกับเทรนด์แห่งอนาคต
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
ช่องทางโซเชียลมีเดีย: FACEBOOK PAGE, LINE, TIKTOK
