พิมพ์ QR Code บนสื่อสิ่งพิมพ์: อาวุธลับการตลาด SME
- สาระสำคัญของการใช้ QR Code ในสื่อสิ่งพิมพ์
- ทำไม QR Code จึงเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับการตลาด SME
- ประโยชน์หลักของการพิมพ์ QR Code สำหรับธุรกิจ SME
- ขั้นตอนการสร้างและพิมพ์ QR Code อย่างมืออาชีพ
- แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด: ข้อควรทำและข้อควรระวัง
- ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ QR Code ในธุรกิจจริง
- พลิกโฉมการตลาดของคุณด้วยสื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัล
ในยุคดิจิทัลที่การแข่งขันทางธุรกิจทวีความรุนแรงขึ้น การผสมผสานกลยุทธ์การตลาดระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์ (O2O) กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจทุกขนาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มีทรัพยากรจำกัด การค้นหาเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพและคุ้มค่าจึงเป็นหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ
สาระสำคัญของการใช้ QR Code ในสื่อสิ่งพิมพ์

- เชื่อมโยงโลกออฟไลน์สู่โลกออนไลน์: QR Code ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น นามบัตร โบรชัวร์ หรือบรรจุภัณฑ์ กับช่องทางดิจิทัล เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือหน้าโปรโมชัน ได้อย่างราบรื่น
- ทลายข้อจำกัดด้านพื้นที่: สื่อสิ่งพิมพ์มีพื้นที่จำกัด แต่ QR Code สามารถนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมได้ไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอสาธิตสินค้า คู่มือการใช้งาน หรือแกลเลอรีรูปภาพ
- วัดผลและเก็บข้อมูลได้: การใช้ QR Code แบบไดนามิกช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามจำนวนการสแกน ตำแหน่ง และเวลา ซึ่งเป็นข้อมูลล้ำค่าในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาด
- ต้นทุนต่ำและเข้าถึงง่าย: การสร้าง QR Code สามารถทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านเครื่องมือออนไลน์ และสามารถนำไปใช้งานได้ทันที ทำให้เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสำหรับ SME ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว
การพิมพ์ QR Code บนสื่อสิ่งพิมพ์: อาวุธลับการตลาด SME เป็นกลยุทธ์ที่เปลี่ยนสื่อแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นเครื่องมือแบบอินเทอร์แอคทีฟ ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลดิจิทัลได้ทันทีเพียงแค่ใช้สมาร์ทโฟนสแกน เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้บริโภค แต่ยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถสร้างการมีส่วนร่วม วัดผลแคมเปญ และขับเคลื่อนยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นการลงทุนที่น้อยแต่ให้ผลตอบแทนสูงสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่
ทำไม QR Code จึงเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับการตลาด SME
ในอดีต สื่อสิ่งพิมพ์อย่างนามบัตร ใบปลิว หรือโปสเตอร์ ทำหน้าที่เป็นเพียงการให้ข้อมูลแบบทางเดียว แต่ปัจจุบันด้วยการมาถึงของ QR Code (Quick Response Code) สื่อเหล่านี้ได้ถูกปฏิวัติให้กลายเป็นประตูสู่โลกดิจิทัลที่กว้างใหญ่ ความสำคัญของเทคโนโลยีนี้สำหรับ SME ไม่ได้อยู่ที่ความแปลกใหม่ แต่อยู่ที่ความสามารถในการแก้ปัญหาทางการตลาดที่สำคัญหลายประการ
ธุรกิจ SME มักเผชิญกับความท้าทายในการเชื่อมโยงกิจกรรมการตลาดออฟไลน์เข้ากับการวัดผลแบบออนไลน์ เช่น ไม่สามารถทราบได้ว่าลูกค้าที่เห็นใบปลิวหน้าร้านกี่คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือสนใจโปรโมชันที่ประกาศไว้ QR Code เข้ามาตอบโจทย์นี้โดยตรง โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่สามารถติดตามได้ ทำให้ทุกการสแกนเปรียบเสมือนการคลิกบนโลกออนไลน์ ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าและประเมินความสำเร็จของสื่อแต่ละชิ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ QR Code ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสื่อสิ่งพิมพ์ได้อย่างมหาศาล จากเดิมที่นามบัตรมีพื้นที่เพียงพอสำหรับชื่อและเบอร์โทรศัพท์ ก็สามารถเพิ่ม QR Code ที่ลิงก์ไปยังแฟ้มผลงาน (Portfolio) ออนไลน์ หรือวิดีโอแนะนำตัวได้ หรือจากเมนูอาหารที่เป็นกระดาษธรรมดา ก็สามารถเปลี่ยนเป็นเมนูอินเทอร์แอคทีฟที่มีรูปภาพสวยงาม วิดีโอการทำอาหาร หรือระบบสั่งอาหารออนไลน์ได้ทันที สิ่งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจ แต่ยังช่วยอำนวยความสะดวกและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอีกด้วย
ประโยชน์หลักของการพิมพ์ QR Code สำหรับธุรกิจ SME
การนำ QR Code มาใช้กับสื่อสิ่งพิมพ์มอบประโยชน์ที่จับต้องได้หลายประการสำหรับธุรกิจ SME โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลักดังนี้
ขยายขีดจำกัดของสื่อสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิม
ข้อจำกัดที่ชัดเจนที่สุดของสื่อสิ่งพิมพ์คือพื้นที่กายภาพที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นโบรชัวร์ นิตยสาร หรือป้ายโฆษณา การใส่ข้อมูลทั้งหมดที่ต้องการอาจเป็นไปไม่ได้ แต่ด้วย QR Code ข้อจำกัดนี้จะหมดไป ผู้ประกอบการสามารถให้ข้อมูลเพียงเล็กน้อยบนสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อกระตุ้นความสนใจ แล้วเชิญชวนให้ลูกค้าสแกน QR Code เพื่อเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ทันที
QR Code เปลี่ยนสื่อสิ่งพิมพ์จาก “เอกสารที่ต้องอ่าน” ให้กลายเป็น “ประสบการณ์ที่ต้องสัมผัส” โดยเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาดิจิทัลที่หลากหลาย เช่น วิดีโอสาธิตผลิตภัณฑ์, เอกสารข้อมูลทางเทคนิค (Datasheet), แผนที่ Google Maps ไปยังหน้าร้าน, หรือลิงก์ตรงไปยังช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Line@, หรือ YouTube
ความสะดวกสบายนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากสำหรับลูกค้า ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ URL ที่ยาวและซับซ้อนอีกต่อไป เพียงแค่ยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาสแกน ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ภายในไม่กี่วินาที
เพิ่มการมีส่วนร่วมและขับเคลื่อนยอดขายโดยตรง
QR Code เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการกระตุ้นให้เกิดการกระทำ (Call to Action) ณ จุดขาย (Point of Purchase – POP) หรือบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าโดยตรง ตัวอย่างเช่น การติดสติ๊กเกอร์ QR Code บนชั้นวางสินค้าที่ลิงก์ไปยังวิดีโอรีวิว หรือหน้าเปรียบเทียบคุณสมบัติกับคู่แข่ง สามารถช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น หรือการพิมพ์ QR Code บนกล่องสินค้าที่นำไปสู่หน้าลงทะเบียนรับประกัน หรือคู่มือการใช้งานแบบวิดีโอ ก็ช่วยเพิ่มความพึงพอใจหลังการขายได้
นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อมอบส่วนลดหรือโปรโมชันพิเศษได้อีกด้วย เช่น “สแกนเพื่อรับส่วนลด 10% ทันที” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ดึงดูดความสนใจและกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ QR Code บนสื่อโฆษณาขนาดใหญ่อย่างโปสเตอร์หรือป้ายบิลบอร์ดก็สามารถวัดผลได้ว่ามีคนสนใจโฆษณานั้นๆ มากน้อยเพียงใดผ่านจำนวนการสแกน
ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
เทคโนโลยี QR Code ไม่ได้หยุดอยู่แค่การลิงก์ไปยังเว็บไซต์ธรรมดา แต่ยังสามารถผสานเข้ากับเทคโนโลยีความจริงเสริม (Augmented Reality – AR) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ การใช้ AR QR Code บนโบรชัวร์ โปสเตอร์ หรือแผ่นพับ สามารถปลดล็อกเนื้อหาแบบอินเทอร์แอคทีฟที่เหนือกว่าจินตนาการ
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สามารถให้ลูกค้าสแกน AR QR Code ในแคตตาล็อกเพื่อดูโมเดลโซฟาแบบ 3 มิติในห้องของตนเองผ่านกล้องมือถือ หรือโปสเตอร์โปรโมตคอนเสิร์ตอาจใช้ AR QR Code เพื่อแสดงตัวอย่างเวที 3 มิติพร้อมแสงสีเสียง สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจและความแตกต่างจากคู่แข่ง แต่ยังช่วยให้แบรนด์เป็นที่จดจำในระยะยาว
ขั้นตอนการสร้างและพิมพ์ QR Code อย่างมืออาชีพ
การเริ่มต้นใช้งาน QR Code นั้นง่ายกว่าที่คิด และไม่จำเป็นต้องมีทักษะทางเทคนิคที่ซับซ้อน ผู้ประกอบการ SME สามารถเริ่มต้นได้ทันทีด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
การสร้าง QR Code: ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย
ปัจจุบันมีเว็บไซต์และเครื่องมือออนไลน์มากมายที่ให้บริการสร้าง QR Code ได้ฟรีและรวดเร็ว ขั้นตอนโดยทั่วไปมีดังนี้:
- เลือกผู้ให้บริการ: ค้นหาเว็บไซต์สร้าง QR Code ที่น่าเชื่อถือ บางเว็บไซต์อาจมีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น การปรับแต่งสีหรือการใส่โลโก้
- ป้อนข้อมูลปลายทาง: นำ URL ของเว็บไซต์, วิดีโอ YouTube, โปรไฟล์โซเชียลมีเดีย, หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ต้องการให้ลูกค้าเข้าถึง มาใส่ในช่องที่กำหนด
- สร้างและดาวน์โหลด: คลิกปุ่มสร้าง QR Code จากนั้นระบบจะแสดงภาพ QR Code ขึ้นมา ให้เลือกดาวน์โหลดไฟล์ในรูปแบบที่ต้องการ โดยแนะนำให้เลือกไฟล์ที่มีความละเอียดสูง เช่น SVG หรือ EPS เพื่อคุณภาพการพิมพ์ที่ดีที่สุด
สำหรับลิงก์ที่ยาวเกินไป อาจพิจารณาใช้บริการย่อลิงก์ (URL Shortener) เช่น bit.ly ก่อนนำมาสร้างเป็น QR Code ซึ่งนอกจากจะทำให้ QR Code มีความซับซ้อนน้อยลงและสแกนง่ายขึ้นแล้ว บริการเหล่านี้มักมีฟังก์ชันติดตามการคลิกมาให้ด้วย
การออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสแกน
เพียงแค่มี QR Code อาจยังไม่เพียงพอที่จะดึงดูดให้คนสแกน การออกแบบรอบๆ QR Code ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน:
- เพิ่มคำแนะนำ (Call to Action): ควรมีข้อความสั้นๆ กำกับไว้เสมอเพื่อบอกให้ผู้ใช้รู้ว่าการสแกนจะนำไปสู่อะไร เช่น “สแกนเพื่อชมวิดีโอ”, “สแกนเพื่อรับโปรโมชัน”, หรือ “สแกนเพื่อดูเมนู”
- ใส่กรอบและโลโก้: การใส่กรอบหรือโลโก้ของแบรนด์ไว้ตรงกลาง QR Code ช่วยเพิ่มการจดจำและทำให้ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องระวังไม่ให้โลโก้มีขนาดใหญ่เกินไปจนบดบังส่วนสำคัญของโค้ด
- ทดสอบก่อนพิมพ์เสมอ: ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด ก่อนที่จะส่งไฟล์ไปพิมพ์ในปริมาณมาก ควรทดลองพิมพ์ QR Code ออกมา 1 ชุด แล้วใช้สมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่นทดลองสแกนเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
การเลือกเครื่องพิมพ์และวัสดุที่เหมาะสม
คุณภาพของการพิมพ์มีผลโดยตรงต่อความสามารถในการสแกน QR Code การพิมพ์ที่ไม่คมชัดหรือใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้โค้ดใช้งานไม่ได้ สำหรับการผลิตจำนวนน้อย อาจใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั่วไปได้ แต่สำหรับการผลิตระดับมืออาชีพหรือการพิมพ์บนวัสดุพิเศษ ควรพิจารณาใช้บริการจากโรงพิมพ์ที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งมีเครื่องพิมพ์เฉพาะทาง เช่น เครื่องพิมพ์บาร์โค้ดแบบใช้ความร้อน (Direct Thermal) สำหรับกระดาษความร้อน หรือเครื่องพิมพ์แบบถ่ายเทความร้อน (Thermal Transfer) ที่สามารถพิมพ์บนกระดาษธรรมดาและวัสดุอื่นๆ ได้หลากหลายและทนทานกว่า
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด: ข้อควรทำและข้อควรระวัง
เพื่อให้แคมเปญการตลาดผ่าน QR Code ประสบความสำเร็จสูงสุด ควรคำนึงถึงข้อปฏิบัติและข้อควรหลีกเลี่ยงต่อไปนี้
| สิ่งที่ควรทำ (Dos) | สิ่งที่ไม่ควรทำ (Don’ts) | |
|---|---|---|
| พิมพ์ขนาดเหมาะสม | ควรมีขนาดอย่างน้อย 2×2 ซม. (สำหรับนามบัตรอย่างน้อย 1.5×1.5 ซม.) เพื่อให้กล้องสมาร์ทโฟนโฟกัสและสแกนได้ง่าย | ออกแบบให้มีขนาดเล็กเกินไป หรือมีองค์ประกอบที่ซับซ้อนมากเกินไป ซึ่งทำให้สแกนได้ยาก |
| ใช้ไฟล์คุณภาพสูง | ใช้ไฟล์ประเภทเวกเตอร์ (Vector) เช่น SVG หรือ EPS สำหรับการพิมพ์ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดสูงสุด ไม่ว่าจะขยายขนาดเท่าใดก็ตาม | ใช้ไฟล์แรสเตอร์ (Raster) ที่มีความละเอียดต่ำ เช่น JPEG หรือ PNG ที่ดาวน์โหลดมาผิดขนาด เพราะอาจทำให้ภาพแตกเมื่อนำไปพิมพ์ |
| เลือกใช้วัสดุหลากหลาย | ประยุกต์ใช้ QR Code บนสื่อสิ่งพิมพ์หลายรูปแบบ เช่น นามบัตร, ใบปลิว, โปสเตอร์, สติกเกอร์, บรรจุภัณฑ์, หรือแม้กระทั่งในนิตยสาร | เลือกใช้วัสดุที่ทำให้สแกนยาก เช่น กระดาษที่มีความมันวาวสูงเกินไปจนเกิดแสงสะท้อน หรือพื้นผิวที่ไม่เรียบ |
| ใส่บริบทและคำกระตุ้น | วาง QR Code ควบคู่ไปกับข้อความเชิญชวนที่ชัดเจน (Call to Action) เพื่อบอกประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับจากการสแกน | แปะ QR Code ไว้โดดๆ โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ เพราะผู้คนส่วนใหญ่จะไม่เสียเวลาสแกนหากไม่รู้ว่าจะได้อะไรตอบแทน |
| วัดผลและปรับปรุง | ใช้ QR Code แบบไดนามิกหรือลิงก์ที่สามารถติดตามผลได้ เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของแคมเปญ และนำมาปรับปรุงกลยุทธ์ต่อไป | ละเลยการทดสอบ QR Code บนอุปกรณ์และสภาพแสงที่แตกต่างกันก่อนการใช้งานจริง |
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ QR Code ในธุรกิจจริง
ทฤษฎีจะเป็นจริงได้ต้องมีการนำไปปฏิบัติ ลองดูตัวอย่างการใช้งาน QR Code ที่ธุรกิจ SME สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที
การโฆษณาสินค้าและโปรโมชัน
ร้านค้าปลีกสามารถติดสติ๊กเกอร์ QR Code บนป้ายราคาหรือบรรจุภัณฑ์สินค้า เมื่อลูกค้าสแกนก็จะนำไปยังหน้าเว็บไซต์ที่มีข้อมูลสินค้าโดยละเอียด, วิดีโอสาธิตการใช้งาน, หรือรีวิวจากผู้ใช้คนอื่นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ หรือร้านอาหารสามารถพิมพ์ QR Code บนเต็นท์การ์ดบนโต๊ะอาหาร ลิงก์ไปยังโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่มาทานที่ร้าน หรือชวนให้ติดตามโซเชียลมีเดียเพื่อรับข่าวสารเมนูใหม่ๆ
การจัดงานอีเวนต์และกิจกรรมประชาสัมพันธ์
สำหรับธุรกิจที่จัดงานอีเวนต์ สามารถพิมพ์ QR Code บนบัตรเชิญหรือโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถสแกนเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงาน, ดูแผนที่การเดินทาง, หรือดาวน์โหลดกำหนดการได้ทันที นอกจากนี้ การใช้ AR QR Code ยังช่วยสร้างความน่าสนใจได้ เช่น ผู้จัดแสดงงานศิลปะสามารถพิมพ์ AR QR Code ข้างผลงาน เพื่อให้ผู้เข้าชมสแกนและเห็นโมเดล 3 มิติของผลงานชิ้นนั้น หรือฟังเสียงบรรยายจากศิลปินโดยตรง
การใช้บริการพิมพ์ระดับมืออาชีพ
เพื่อให้แน่ใจว่า QR Code ที่พิมพ์ออกมามีคุณภาพสูงสุดและใช้งานได้จริงบนทุกวัสดุ การเลือกใช้บริการจากโรงพิมพ์มืออาชีพเป็นสิ่งสำคัญ โรงพิมพ์ที่มีความเชี่ยวชาญจะสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับขนาดที่เหมาะสม, ประเภทไฟล์, และวัสดุการพิมพ์ที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละงาน ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์สติ๊กเกอร์ QR Code สำหรับติดสินค้า, การพิมพ์นามบัตรที่มี QR Code คมชัด, หรือการพิมพ์เมนูอาหารที่ทนทานและสแกนง่าย
พลิกโฉมการตลาดของคุณด้วยสื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัล
โดยสรุปแล้ว การพิมพ์ QR Code บนสื่อสิ่งพิมพ์ไม่ใชเป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นอาวุธทางการตลาดที่ทรงพลังและวัดผลได้สำหรับธุรกิจ SME เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างโลกออฟไลน์และออนไลน์ได้อย่างลงตัว เพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าจดจำ ทั้งหมดนี้สามารถเริ่มต้นได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำและขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับสื่อสิ่งพิมพ์ให้กลายเป็นเครื่องมือการตลาดดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการออกแบบและผลิตชิ้นงานคุณภาพสูงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์ QR Code, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์, และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัยและวัสดุชั้นนำ พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษา เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ตอบโจทย์กลยุทธ์การตลาด SME ของทุกท่าน
ช่องทางการติดต่อ:
สามารถเข้ามา ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือเยี่ยมชมโรงงานของเราได้ที่:
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
