SME ต้องรู้! ออกแบบแพ็คเกจจิ้งยังไงให้ลูกค้าหยิบเลย
ในสมรภูมิการค้าที่การแข่งขันสูง บรรจุภัณฑ์หรือแพ็คเกจจิ้งไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งที่ใช้ห่อหุ้มสินค้าอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น ‘พนักงานขายไร้เสียง’ ที่ทรงพลังที่สุดบนชั้นวางสินค้า การออกแบบที่โดดเด่นและสื่อสารได้ตรงจุดสามารถเปลี่ยนผู้ที่เดินผ่านให้กลายเป็นลูกค้าได้ในทันที บทความนี้จะสำรวจกลยุทธ์และเทรนด์ล่าสุดที่ผู้ประกอบการ SME ต้องรู้! ออกแบบแพ็คเกจจิ้งยังไงให้ลูกค้าหยิบเลย ตั้งแต่หลักการพื้นฐานไปจนถึงนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนที่จะช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง
หัวใจสำคัญของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจ SME นั้นตั้งอยู่บนหลักการที่ผสมผสานระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความประทับใจแรกที่น่าจดจำและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ทันที ประเด็นสำคัญเหล่านี้คือรากฐานที่นำไปสู่การสร้างสรรค์แพ็คเกจจิ้งที่โดดเด่น
- ความชัดเจนและความเรียบง่าย: บรรจุภัณฑ์ต้องสามารถตอบคำถามพื้นฐานที่ว่า “นี่คือผลิตภัณฑ์อะไร” และ “แบรนด์อะไร” ได้ภายในไม่กี่วินาที การออกแบบที่สะอาดตาและสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาช่วยลดความสับสนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
- จิตวิทยาการใช้สีและฟอนต์: การเลือกใช้สีและรูปแบบตัวอักษรมีผลโดยตรงต่ออารมณ์และการรับรู้ของลูกค้า สีที่สดใสอาจเหมาะกับสินค้าสำหรับเด็ก ในขณะที่สีเอิร์ธโทนอาจสื่อถึงความเป็นธรรมชาติและออร์แกนิก การเลือกองค์ประกอบเหล่านี้ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญ
- การเล่าเรื่องราวของแบรนด์: บรรจุภัณฑ์คือผืนผ้าใบชั้นดีในการสื่อสารที่มาและคุณค่าของแบรนด์ การบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดของวัตถุดิบหรือปรัชญาของธุรกิจ ช่วยสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์และทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ
- นวัตกรรมและความยั่งยืน: ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อโลกหรือออกแบบให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ แต่ยังตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
สำหรับผู้ประกอบการ SME ต้องรู้! ออกแบบแพ็คเกจจิ้งยังไงให้ลูกค้าหยิบเลย ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องตีให้แตก บรรจุภัณฑ์ไม่ใช่แค่กล่องหรือถุง แต่เป็นเครื่องมือทางการตลาดชิ้นสำคัญที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงบนชั้นวาง การทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์การออกแบบจะช่วยให้สินค้าของคุณโดดเด่นท่ามกลางคู่แข่งนับร้อยนับพัน การลงทุนในการออกแบบฉลากสินค้าและแพ็คเกจจิ้งจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อการสร้างแบรนด์ SME และเพิ่มยอดขายอย่างยั่งยืน
บทความนี้จะเจาะลึกถึงกลยุทธ์ต่างๆ ที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง ตั้งแต่หลักการออกแบบพื้นฐานที่เหนือกาลเวลา ไปจนถึงการเกาะกระแสเทรนด์รักษ์โลกที่กำลังมาแรง เพื่อให้บรรจุภัณฑ์ของคุณไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังทำหน้าที่ขายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
กลยุทธ์หลักในการออกแบบแพ็คเกจจิ้งที่ดึงดูดลูกค้า
การสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ที่สามารถดึงดูดสายตาและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ทันทีนั้นอาศัยกลยุทธ์การออกแบบที่ผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทใด การใช้หลักการเหล่านี้จะช่วยให้แบรนด์ SME สามารถแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ในตลาดได้อย่างทัดเทียม
ความเรียบง่ายคือพลัง: สื่อสารชัดเจนใน 3 วินาที
ในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมายและมีเวลาจำกัด ความเรียบง่าย (Simplicity) กลายเป็นกุญแจสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ หลักการ “Keep it Simple” ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์คือการตัดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นออกไป และมุ่งเน้นการสื่อสารที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา ควรหลีกเลี่ยงการใช้สีสันที่ฉูดฉาดเกินไปหรือภาพประกอบที่ซับซ้อนจนบดบังข้อมูลสำคัญ เป้าหมายคือทำให้ลูกค้าเข้าใจได้ทันทีว่าผลิตภัณฑ์นั้นคืออะไร มีคุณสมบัติเด่นอย่างไร และเป็นของแบรนด์ใด
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือบรรจุภัณฑ์ประเภทถุงตั้ง (Stand-up Pouch) สำหรับกาแฟหรือขนมขบเคี้ยว แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมักใช้การออกแบบที่สะอาดตา โชว์ชื่อแบรนด์และประเภทสินค้าอย่างโดดเด่น พร้อมกราฟิกที่สื่อถึงรสชาติหรือส่วนผสมหลักเพียงไม่กี่อย่าง เพื่อไม่ให้ลูกค้าเกิดความสับสนเมื่อมองผ่านๆ บนชั้นวางสินค้าที่แออัด
จิตวิทยาสีและการออกแบบที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
สีมีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่ออารมณ์และการรับรู้ การเลือกใช้สีสันในการออกแบบบรรจุภัณฑ์จึงต้องสอดคล้องกับบุคลิกของแบรนด์และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การทำความเข้าใจจิตวิทยาสีจะช่วยให้นักออกแบบสามารถเลือกคู่สีที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นความรู้สึกที่ต้องการได้
ตัวอย่างเช่น สินค้าสำหรับเด็กมักใช้สีสันที่สดใสและสนุกสนาน เช่น สีเหลือง สีส้ม หรือสีแดง เพื่อดึงดูดสายตาและสร้างความรู้สึกตื่นเต้น ในทางกลับกัน ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวออร์แกนิกอาจเลือกใช้สีเอิร์ธโทน เช่น สีเขียว สีน้ำตาล หรือสีครีม เพื่อสื่อถึงความเป็นธรรมชาติ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายอย่างละเอียดจะช่วยให้การตัดสินใจเลือกใช้สีและองค์ประกอบการออกแบบอื่นๆ เป็นไปอย่างแม่นยำและสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
เล่าเรื่องแบรนด์ผ่านบรรจุภัณฑ์
ผู้ประกอบการ SME มักมีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นจุดแข็งในการสร้างความแตกต่างได้ บรรจุภัณฑ์คือพื้นที่ที่ดีเยี่ยมในการเล่าเรื่อง (Storytelling) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิตที่ใส่ใจ หรือแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ การสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้ช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับลูกค้า ทำให้แบรนด์มีความเป็นมนุษย์และน่าจดจำมากยิ่งขึ้น
การเล่าเรื่องราวบนแพ็คเกจจิ้งไม่เพียงแต่สร้าง Brand Awareness แต่ยังกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อ เมื่อลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงกับเรื่องราวของแบรนด์ พวกเขามีแนวโน้มที่จะจดจำและแบ่งปันประสบการณ์นั้นกับผู้อื่นได้ง่ายขึ้น
แคมเปญ “Share a Coke” ของ Coca-Cola ที่พิมพ์ชื่อคนยอดนิยมลงบนกระป๋องและขวด เป็นตัวอย่างระดับโลกของการใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและบอกเล่าเรื่องราวของ “การแบ่งปันความสุข” ซึ่ง SME สามารถนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ในสเกลของตนเองได้
มากกว่าแค่ห่อหุ้ม: บรรจุภัณฑ์หลายฟังก์ชัน
การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้งานต่อได้หลังจากที่สินค้าหมดแล้ว (Versatile and Multi-Purpose) เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เรื่องการลดขยะและใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่ยังทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการซื้อสินค้าครั้งนี้มีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
ตัวอย่างเช่น ขวดบีบสำหรับผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ออกแบบมาอย่างสวยงามและทนทาน สามารถนำไปบรรจุน้ำยาล้างจานหรือน้ำมันมะกอกได้ในภายหลัง หรือกล่องคุกกี้ดีไซน์สวยที่สามารถใช้เป็นกล่องเก็บของได้ กลยุทธ์นี้ช่วยให้แบรนด์ยังคงอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้าแม้ว่าสินค้าจะถูกใช้หมดไปแล้วก็ตาม
ดีไซน์ตามเทศกาล: สร้างความพิเศษเฉพาะโอกาส
การปรับเปลี่ยนดีไซน์บรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเทศกาลหรือโอกาสพิเศษต่างๆ (Timely and Occasion-Specific) เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างความสดใหม่และกระตุ้นยอดขายในช่วงเวลาสำคัญ บรรจุภัณฑ์รุ่นพิเศษเหล่านี้มักกลายเป็นสินค้าที่น่าสะสมและดึงดูดลูกค้าที่กำลังมองหาของขวัญหรือสินค้าสำหรับเฉลิมฉลอง
ตัวอย่างในบริบทของไทย เช่น การออกแบบกล่องลูกฟูกพิมพ์ลายสาดน้ำสำหรับสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือการใช้จานกระดาษลายไทยสำหรับบรรจุขนมไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่ การออกแบบที่เข้ากับบรรยากาศช่วยให้สินค้าดูโดดเด่นและสร้างแรงจูงใจในการซื้อแบบเร่งด่วน (Impulse Purchase) ได้เป็นอย่างดี
เจาะเทรนด์แพ็คเกจจิ้ง: ความยั่งยืนนำทางสู่ยอดขาย
แนวโน้มการออกแบบบรรจุภัณฑ์ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้มุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืน (Sustainability) การสื่อสารที่สร้างสรรค์ และการตอบสนองต่อความหลากหลายของผู้บริโภค การผสมผสานความสวยงามเข้ากับการใส่ใจสิ่งแวดล้อมไม่เพียงช่วยให้แบรนด์ดูทันสมัยและน่าเชื่อถือ แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่ใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า
บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก (Eco-Friendly): สร้างภาพลักษณ์และเปิดตลาดใหม่
การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม สำหรับ SME นี่คือโอกาสในการสร้างความแตกต่างและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจในสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
พลังจากธรรมชาติ: การเลือกใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้
การหันมาใช้วัสดุจากธรรมชาติและสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง วัสดุเหล่านี้ไม่เพียงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถเพิ่มมูลค่าและเรื่องราวให้กับผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย ตัวอย่างวัสดุที่น่าสนใจ ได้แก่:
- ใบชุมเห็ดเทศ (Butea monosperma): สามารถนำมาใช้ทำภาชนะใส่อาหารทดแทนโฟมได้
- ก้านกล้วยและกาบกล้วย: มีเส้นใยที่แข็งแรง สามารถนำมาทำเป็นเชือกหรือแปรรูปเป็นภาชนะ
- ไม้ไผ่: เป็นวัสดุที่เติบโตเร็วและแข็งแรง เหมาะสำหรับทำหลอดดูดหรือภาชนะต่างๆ
- เปลือกมะพร้าว: สามารถนำมาขึ้นรูปเป็นถ้วยชามที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Eco-Design สำหรับ SME: ลดต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Design) ไม่ใช่แค่การเลือกใช้วัสดุ แต่ยังรวมถึงกระบวนการผลิตที่ลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนจากบรรจุภัณฑ์เดิมที่เป็นถุงฟอยล์ติดสติกเกอร์ มาเป็นถุง PET Laminate pouch ที่มีซิปล็อกในตัวและใช้หมึกพิมพ์ฐานถั่วเหลือง (Soy-based ink) หรือฐานน้ำ (Water-based ink) ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า การปรับเปลี่ยนเช่นนี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนในระยะยาว แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับตลาดส่งออก เช่น ประเทศจีน ที่มีกฎระเบียบด้านการใช้พลาสติกที่เข้มงวดมากขึ้น
| คุณลักษณะ | แนวทางแบบดั้งเดิม | แนวทางแบบยั่งยืน (Eco-Design) |
|---|---|---|
| วัสดุหลัก | พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว, ฟอยล์, โฟม | วัสดุรีไซเคิล, วัสดุชีวภาพ (ก้านกล้วย, เปลือกมะพร้าว), PET Laminate |
| หมึกพิมพ์ | หมึกพิมพ์ฐานปิโตรเลียม (Solvent-based) | หมึกพิมพ์ฐานถั่วเหลือง (Soy-based) หรือฐานน้ำ (Water-based) |
| เป้าหมายการออกแบบ | เน้นความสวยงามและต้นทุนต่ำในระยะสั้น | เน้นการใช้งานซ้ำ, การย่อยสลาย, และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม |
| ภาพลักษณ์ต่อผู้บริโภค | อาจถูกมองว่าไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม | สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัย, มีความรับผิดชอบต่อสังคม |
| โอกาสทางการตลาด | จำกัดในตลาดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม | เปิดตลาดใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าสุขภาพและตลาดส่งออกที่มีกฎเกณฑ์เข้มงวด |
โอกาสและการสนับสนุนสำหรับ SME ไทย
การเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นเพียงภาระ แต่เป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ SME ไทย ซึ่งในปัจจุบันมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมากมายที่พร้อมให้การสนับสนุนทั้งในด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยี
โครงการส่งเสริมจากภาครัฐและองค์กรพันธมิตร
หน่วยงานต่างๆ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับบรรจุภัณฑ์ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล จึงได้จัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME อย่างต่อเนื่อง
- กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม: ร่วมมือกันพัฒนา eco-packaging เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์, กลุ่ม S-Curve (เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ, อาหารแห่งอนาคต) และ New S-Curve (กลุ่มสุขภาพผู้สูงอายุ, สมุนไพร)
- โครงการ MA-RE-DESIGN (เยอรมัน-ไทย): จัดกิจกรรมสัมมนาและเวิร์กช็อปให้ความรู้ด้าน eco-design โดยเน้นการใช้วัสดุชีวภาพและวัสดุหมุนเวียน เพื่อลดปัญหาขยะทางทะเล ซึ่งสอดคล้องกับ Roadmap การจัดการขยะพลาสติกของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2573
- ศูนย์ SMEs Eco-Innovation แห่งอาเซม (ASEM SMEs Eco-Innovation Center): จัดอบรมด้าน eco-design และการตลาดสีเขียว (Green Marketing) สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อาหาร, วัสดุก่อสร้าง และสิ่งทอ โดยมีการใช้เครื่องมือประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (LCA) และจัดเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติการ
- โครงการ Greening SMEs with Ecodesign: นำเสนอตัวอย่างนวัตกรรมจากต่างประเทศ เช่น Paper Bubble Wrap จากประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับวัสดุกันกระแทก
การเข้าร่วมโครงการเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SME ได้รับความรู้ใหม่ๆ สร้างเครือข่าย และเข้าถึงเทคโนโลยีที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อลดต้นทุน สร้างภาพลักษณ์ที่ดี และขยายโอกาสทางธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ
ยกระดับแบรนด์ SME ด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ใช่
โดยสรุป การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับ SME ในยุคปัจจุบันต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์ ความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์ตั้งแต่การออกแบบที่เรียบง่ายและชัดเจน การใช้จิตวิทยาสี การเล่าเรื่องราวของแบรนด์ ไปจนถึงการนำเทรนด์บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกมาปรับใช้ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้สินค้าของคุณโดดเด่นบนชั้นวางและชนะใจลูกค้าได้ในที่สุด
การลงทุนในการออกแบบแพ็คเกจจิ้งและฉลากสินค้าที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนเพื่อสร้างตัวตนของแบรนด์ เพิ่มยอดขาย และเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อย่างยั่งยืน การเลือกพันธมิตรด้านการพิมพ์และการออกแบบที่มีความเชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้วิสัยทัศน์ของคุณกลายเป็นความจริง
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่กำลังมองหาโซลูชันด้านการพิมพ์แบบครบวงจร GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่พร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพ เรามีบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์ และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัยและวัสดุชั้นนำจากต่างประเทศ พร้อมทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
- LINE: @giantprint
- TIKTOK: @giantprint_official
- Website: giantprint.co.th
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
