เช็กลิสต์ 9 ข้อบนฉลากสินค้า SME ที่ อย. กำหนด
สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) การจัดทำฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามกฎหมายถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง การมีข้อมูลครบถ้วนตาม เช็กลิสต์ 9 ข้อบนฉลากสินค้า SME ที่ อย. กำหนด ไม่เพียงแต่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นการปฏิบัติตามข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งช่วยให้สินค้าสามารถวางจำหน่ายได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยต่อผู้บริโภค
ประเด็นสำคัญที่ต้องทราบ
- ฉลากสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องแสดงข้อมูลสำคัญครบถ้วน เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์, เลขสารบบอาหาร (อย.), ส่วนประกอบ, ข้อมูลโภชนาการ, และข้อมูลผู้ผลิต
- ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหารเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคกลุ่มเสี่ยง
- การระบุวันผลิต (MFG) และวันหมดอายุ (EXP) อย่างชัดเจน ช่วยสร้างความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า
- การออกแบบฉลากสินค้าต้องคำนึงถึงความชัดเจนของตัวอักษร การจัดวางที่อ่านง่าย และเป็นไปตามข้อกำหนดด้านขนาดของ อย.
- ผู้ประกอบการ SME ควรตรวจสอบข้อบังคับเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ของตนเองเสมอ เนื่องจากสินค้าแต่ละประเภทอาจมีรายละเอียดข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป
ความสำคัญของการแสดงข้อมูลบนฉลากสินค้า

ฉลากสินค้าเปรียบเสมือนบัตรประจำตัวของผลิตภัณฑ์ ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลที่จำเป็นและสำคัญที่สุดจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคโดยตรง การแสดงข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องตามที่กฎหมายฉลากสินค้ากำหนดนั้นมีความสำคัญในหลายมิติ เริ่มตั้งแต่การสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ไปจนถึงการคุ้มครองความปลอดภัยและสิทธิของผู้บริโภคในการรับทราบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ
สำหรับผู้ประกอบการ SME การลงทุนเวลาและทรัพยากรในการจัดทำฉลากสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานของ อย. ไม่ใช่เพียงการทำตามกฎระเบียบ แต่คือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับธุรกิจ ฉลากที่ถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย การถูกเรียกคืนสินค้า หรือการเสียค่าปรับ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์และสถานะทางการเงินของกิจการ นอกจากนี้ ฉลากสินค้าที่ออกแบบอย่างมืออาชีพและให้ข้อมูลชัดเจนยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลัง สามารถดึงดูดความสนใจและสร้างความภักดีของลูกค้าในระยะยาวได้
องค์ประกอบสำคัญที่ต้องมีบนฉลากสินค้าตามมาตรฐาน อย.
เพื่อให้สินค้า SME สามารถวางจำหน่ายในตลาดได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าฉลากผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอางมีข้อมูลสำคัญครบถ้วนตามข้อบังคับของ อย. ซึ่งสามารถสรุปเป็นเช็กลิสต์หลักได้ 9 ข้อดังต่อไปนี้
1. ชื่อผลิตภัณฑ์และเครื่องหมายการค้า
ชื่อผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งแรกที่ผู้บริโภคจะมองเห็น ต้องมีความชัดเจน สื่อถึงประเภทของสินค้า และต้องไม่เป็นเท็จหรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของผลิตภัณฑ์นั้นๆ เช่น หากเป็น “น้ำส้ม” ก็ต้องผลิตจากส้มจริง ไม่ใช่เพียงการแต่งกลิ่นสังเคราะห์ นอกจากชื่อสามัญของผลิตภัณฑ์แล้ว การมีชื่อทางการค้า (Brand Name) และเครื่องหมายการค้า (Logo) ที่จดทะเบียนถูกต้อง จะช่วยสร้างการจดจำและปกป้องสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ได้อีกด้วย
2. เลขสารบบอาหาร 13 หลัก (อย.)
เครื่องหมาย อย. พร้อมเลขสารบบอาหาร 13 หลัก คือเครื่องหมายรับรองว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้ผ่านการพิจารณาด้านประสิทธิภาพ คุณภาพ และความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว ถือเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอางควบคุม การแสดงเลข 13 หลักนี้อย่างชัดเจนบนฉลาก ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปยังฐานข้อมูลของ อย. ได้ เป็นการสร้างความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าอย่างสูงสุด
3. ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณ
กฎหมายกำหนดให้ต้องระบุรายการส่วนประกอบทั้งหมดในผลิตภัณฑ์ โดยเรียงลำดับจากปริมาณมากที่สุดไปน้อยที่สุด และต้องระบุเป็นร้อยละของน้ำหนัก การแสดงข้อมูลนี้ช่วยให้ผู้บริโภคทราบว่าผลิตภัณฑ์ทำมาจากอะไรบ้าง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงส่วนผสมบางชนิด หรือผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการเปรียบเทียบส่วนประกอบระหว่างผลิตภัณฑ์ต่างๆ
4. ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร
สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของสารก่อภูมิแพ้ เช่น ถั่ว, นม, ไข่, แป้งสาลี, อาหารทะเล, หรือซัลไฟต์ ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องแสดงข้อความเตือนอย่างชัดเจนบนฉลาก โดยอาจใช้วิธีพิมพ์ข้อความเป็นตัวหนาในรายการส่วนประกอบ หรือระบุข้อความแยกต่างหากว่า “ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร: มี…” การให้ข้อมูลส่วนนี้อย่างถูกต้องเป็นเรื่องของความปลอดภัยโดยตรง และมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคกลุ่มเสี่ยง
การระบุข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหารอย่างชัดเจนและถูกต้อง ไม่ใช่แค่ข้อบังคับทางกฎหมาย แต่ยังแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและความใส่ใจในความปลอดภัยของผู้บริโภคทุกคน
5. ข้อมูลทางโภชนาการ
ฉลากข้อมูลโภชนาการ หรือที่เรียกกันว่า “กรอบข้อมูลโภชนาการ” เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอาหารบางประเภทตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข โดยจะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับพลังงาน (แคลอรี), โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, ไขมัน, วิตามิน และแร่ธาตุต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ข้อมูลส่วนนี้ช่วยให้ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพสามารถวางแผนการรับประทานอาหารและควบคุมปริมาณสารอาหารที่ได้รับในแต่ละวันได้อย่างเหมาะสม
6. วันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ
การระบุวันที่ผลิต (MFG หรือ MFD) และวันที่ควรบริโภคก่อนหรือวันหมดอายุ (EXP หรือ BBE) เป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งบนฉลากสินค้าทุกประเภท ช่วยให้ผู้บริโภคทราบถึงอายุของผลิตภัณฑ์และสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่ยังคงคุณภาพดีและปลอดภัยสำหรับการบริโภค การแสดงข้อมูลส่วนนี้ต้องชัดเจน อ่านง่าย และอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้สะดวก
7. คำแนะนำในการเก็บรักษาและวิธีใช้
ผลิตภัณฑ์บางชนิดต้องการวิธีการเก็บรักษาเป็นพิเศษเพื่อคงคุณภาพไว้ เช่น “ควรเก็บในที่แห้งและเย็น” หรือ “หลังจากเปิดแล้วควรเก็บในตู้เย็น” การให้คำแนะนำที่ชัดเจนจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถดูแลผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ สำหรับสินค้าที่ต้องมีการเตรียมก่อนบริโภคหรือใช้งาน เช่น อาหารแช่แข็ง หรือเครื่องสำอางบางชนิด ควรมีคำแนะนำวิธีการใช้หรือวิธีเตรียมที่เข้าใจง่ายระบุไว้ด้วย
8. ข้อมูลผู้ผลิต, ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่าย
ฉลากสินค้าต้องระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิต หรือผู้แบ่งบรรจุให้ชัดเจน ในกรณีที่เป็นสินค้านำเข้า ต้องระบุชื่อและที่อยู่ของผู้นำเข้าด้วย ข้อมูลนี้มีความสำคัญต่อการตรวจสอบย้อนกลับในกรณีที่เกิดปัญหากับผลิตภัณฑ์ และยังเป็นช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือร้องเรียนได้โดยตรง
9. ปริมาณสุทธิของสินค้า
ปริมาณสุทธิคือปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ภายในภาชนะ โดยไม่รวมน้ำหนักของภาชนะบรรจุ ต้องแสดงในหน่วยเมตริก เช่น กรัม (g), กิโลกรัม (kg), มิลลิลิตร (ml) หรือลิตร (l) ข้อมูลนี้ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาต่อหน่วยของสินค้าแต่ละยี่ห้อได้อย่างเป็นธรรม และเป็นข้อมูลพื้นฐานในการตัดสินใจซื้อ
| หัวข้อข้อมูล | ฉลากอาหาร | ฉลากเครื่องสำอาง |
|---|---|---|
| เลขจดแจ้ง | เลขสารบบอาหาร 13 หลัก | เลขที่ใบรับจดแจ้ง 10 หลัก |
| ส่วนประกอบ | เรียงลำดับจากมากไปน้อย (ร้อยละ) | เรียงลำดับจากมากไปน้อย (ไม่ต้องระบุร้อยละ) |
| ข้อมูลโภชนาการ | จำเป็นสำหรับอาหารบางประเภท | ไม่จำเป็น |
| ข้อมูลผู้แพ้ | จำเป็นอย่างยิ่ง (ถ้ามี) | อาจระบุสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง |
| วิธีใช้ | คำแนะนำการเตรียม/บริโภค | วิธีใช้ผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด |
ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมในการออกแบบฉลากสินค้า
นอกเหนือจากการมีข้อมูลครบถ้วนทั้ง 9 ข้อแล้ว การออกแบบและการจัดวางข้อมูลบนฉลากก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ผู้ประกอบการควรใส่ใจในรายละเอียดต่อไปนี้:
- ขนาดตัวอักษร: ข้อความสำคัญ เช่น ชื่อสินค้า, วันหมดอายุ, และข้อมูลผู้แพ้อาหาร ควรมีขนาดที่อ่านง่ายและชัดเจน โดยทั่วไป อย. มีข้อกำหนดขนาดความสูงของตัวอักษรขั้นต่ำสำหรับข้อมูลต่างๆ ซึ่งควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนทำการพิมพ์
- ความชัดเจนและความสวยงาม: การออกแบบฉลากควรมีความสมดุลระหว่างความคิดสร้างสรรค์และความเป็นระเบียบ ควรเลือกใช้สีและรูปแบบตัวอักษรที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ แต่ต้องไม่ทำให้ข้อมูลสำคัญอ่านยากหรือถูกบดบัง
- วัสดุของฉลาก: ควรเลือกใช้วัสดุสติกเกอร์หรือฉลากที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ผลิตภัณฑ์จะถูกจัดเก็บ เช่น ฉลากสำหรับสินค้าแช่แข็งควรเป็นชนิดกันน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลเลือนหายไป
- การรับรองอื่นๆ: หากผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองมาตรฐานอื่นๆ เช่น GMP, HACCP, หรือ Halal การใส่ตราสัญลักษณ์เหล่านี้ลงบนฉลากจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและขยายโอกาสทางการตลาดได้ โดยเฉพาะการส่งออกไปยังต่างประเทศ
สรุปแนวทางการจัดทำฉลากสินค้าสำหรับ SME
การปฏิบัติตาม เช็กลิสต์ 9 ข้อบนฉลากสินค้า SME ที่ อย. กำหนด เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องสำอางให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืน การให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจน ไม่เพียงแต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเป็นการสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริโภค ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ประเมินค่าไม่ได้สำหรับทุกธุรกิจ
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความมั่นใจว่าฉลากสินค้าของตนเองนั้นถูกต้องตามระเบียบและมีความสวยงามโดดเด่น การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด
ที่ GIANT PRINT เราคือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจร พร้อมให้บริการออกแบบและผลิตฉลากสินค้า, สติกเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, และสื่อส่งเสริมการขายทุกรูปแบบ ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานระดับสากลและวัสดุคุณภาพสูง ทีมงานมืออาชีพของเราพร้อมให้คำปรึกษาเพื่อให้ผลงานของคุณผ่านมาตรฐานและตอบโจทย์ทางธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
ติดตามเราผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย: FACEBOOK PAGE | LINE | TIKTOK
