กฎหมายต้องรู้! 5 จุดตายบน “ฉลากสินค้า” ที่ทำให้ อย. ไม่ผ่าน (เช็กก่อนสั่งพิมพ์ทิ้งทั้งล็อต)
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของแบรนด์ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องสำอาง การออกแบบฉลากสินค้าเป็นมากกว่าเรื่องของความสวยงาม แต่เป็นด่านสำคัญทางกฎหมายที่ต้องผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ กฎหมายต้องรู้! 5 จุดตายบน “ฉลากสินค้า” ที่ทำให้ อย. ไม่ผ่าน (เช็กก่อนสั่งพิมพ์ทิ้งทั้งล็อต) จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันความเสียหายทางการเงินและการถูกระงับการจำหน่ายสินค้า
ประเด็นสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ต้องใส่ใจ

- ความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูล: ฉลากสินค้าต้องแสดงข้อมูลที่เป็นจริงและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ห้ามใช้ข้อความโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงหรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- การออกแบบที่ชัดเจนและอ่านง่าย: ขนาดตัวอักษรต้องเหมาะสม มองเห็นได้ชัดเจน และต้องใช้ภาษาไทยเป็นหลัก เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถอ่านและทำความเข้าใจข้อมูลสำคัญได้
- การแสดงเลข อย. หรือเลขจดแจ้ง: สำหรับสินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เช่น อาหาร เครื่องสำอาง หรือเครื่องมือแพทย์ การแสดงเลขสารบบหรือเลขที่ใบรับจดแจ้งเป็นข้อบังคับที่ละเลยไม่ได้
- การปฏิบัติตามกฎระเบียบเฉพาะ: สินค้าบางประเภทมีข้อกำหนดเพิ่มเติม เช่น การแสดงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร คำเตือนเฉพาะ หรือฉลากโภชนาการรูปแบบใหม่ ซึ่งต้องศึกษาและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
- ผลกระทบทางกฎหมายและการเงิน: ความผิดพลาดบนฉลากอาจนำไปสู่การถูกสั่งให้แก้ไข ถูกปรับ เรียกคืนสินค้า หรือแม้กระทั่งโทษจำคุก ซึ่งสร้างความเสียหายต่อต้นทุนและชื่อเสียงของแบรนด์อย่างมหาศาล
ความสำคัญของการออกแบบฉลากให้ถูกต้องตามกฎหมาย
การเรียนรู้เกี่ยวกับ กฎหมายต้องรู้! 5 จุดตายบน “ฉลากสินค้า” ที่ทำให้ อย. ไม่ผ่าน (เช็กก่อนสั่งพิมพ์ทิ้งทั้งล็อต) ถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศไทย ฉลากสินค้าไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ดึงดูดสายตาผู้ซื้อ แต่ยังเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ การออกแบบฉลากที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของ อย. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด
ผู้ประกอบการรายใหม่หรือแม้แต่แบรนด์ที่อยู่ในตลาดมานาน อาจเผชิญกับความท้าทายในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย ซึ่งมีการปรับปรุงอยู่เสมอ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยบนฉลาก เช่น การใช้คำโฆษณาที่เข้าข่ายอวดอ้างเกินจริง หรือการระบุข้อมูลสำคัญไม่ครบถ้วน อาจส่งผลให้สินค้าทั้งล็อตการผลิตไม่สามารถวางจำหน่ายได้ นำมาซึ่งการสูญเสียต้นทุนค่าพิมพ์ฉลาก ค่าบรรจุภัณฑ์ และที่สำคัญที่สุดคือการเสียโอกาสทางธุรกิจ ดังนั้น การตรวจสอบความถูกต้องของฉลากทุกครั้งก่อนดำเนินการสั่งพิมพ์ในปริมาณมาก จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อป้องกันความเสี่ยงและความเสียหายในระยะยาว
เจาะลึก 5 จุดตายบนฉลากสินค้าที่ทำให้ อย. ไม่อนุมัติ
การที่ฉลากสินค้าไม่ผ่านการพิจารณาจาก อย. มักเกิดจากข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยครั้ง การทำความเข้าใจในรายละเอียดของแต่ละประเด็นจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถออกแบบฉลากได้อย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงลงได้
1. การใช้ข้อความอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงหรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดคือการใช้ข้อความบนฉลากที่หลอกลวงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับสาระสำคัญของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งกำเนิด, สภาพ, คุณภาพ, หรือคุณลักษณะพิเศษต่างๆ ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
คำจำกัดความ: ข้อความที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง หมายถึง การระบุคุณประโยชน์ของสินค้าในลักษณะที่ไม่มีผลการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือมารองรับ หรือการใช้คำที่สื่อถึงการรักษาโรค เปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกาย หรือมีผลเทียบเท่ากับการใช้ยา ซึ่งเป็นสิ่งที่ห้ามโดยเด็ดขาดสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอาง
ตัวอย่างข้อความที่ห้ามใช้:
- “ลดน้ำหนักได้ 10 กิโลกรัมใน 1 เดือน”
- “รักษาโรคเบาหวานให้หายขาด”
- “ผิวขาวกระจ่างใสทันทีที่ใช้”
- “กำจัดสิวถาวร”
- “เพิ่มขนาดหน้าอก”
บริบทและความเสี่ยง: การใช้คำโฆษณาในลักษณะนี้อาจดึงดูดความสนใจได้ในระยะสั้น แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกตรวจสอบจาก อย. ซึ่งมีอำนาจสั่งให้แก้ไขหรือระงับการใช้ฉลากดังกล่าวทันที หากการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบในวงกว้าง อาจนำไปสู่การดำเนินคดีและบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญา นอกจากนี้ยังทำลายความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในระยะยาวอีกด้วย
2. ข้อมูลที่จำเป็นบนฉลากไม่ครบถ้วนสมบูรณ์
กฎหมายกำหนดให้ฉลากสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องสำอาง ต้องแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อผู้บริโภคอย่างครบถ้วน การขาดหายไปของข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งถือเป็นความบกพร่องและทำให้ฉลากนั้นไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
คำจำกัดความ: ข้อมูลจำเป็น หมายถึง รายละเอียดพื้นฐานที่กฎหมายบังคับให้ต้องระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคทราบถึงข้อมูลสำคัญของผลิตภัณฑ์ก่อนการตัดสินใจซื้อและการใช้งาน
รายการข้อมูลสำคัญที่ต้องมีบนฉลากอาหาร (ตัวอย่าง):
- ชื่ออาหาร: ต้องระบุชื่อประเภทและชื่อทางการค้าให้ชัดเจน
- เลขสารบบอาหาร: เลข อย. 13 หลัก ในกรอบเครื่องหมาย อย.
- ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต/ผู้แบ่งบรรจุ/ผู้นำเข้า: พร้อมระบุประเทศที่ผลิตสำหรับสินค้านำเข้า
- ปริมาณสุทธิ: แสดงในหน่วยระบบเมตริก เช่น กรัม, กิโลกรัม, มิลลิลิตร
- ส่วนประกอบที่สำคัญ: ระบุเป็นร้อยละของน้ำหนัก โดยเรียงลำดับจากปริมาณมากไปน้อย
- ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร: ต้องระบุส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น ถั่ว, นม, แป้งสาลี
- วันเดือนปีที่ผลิต (ผลิต/MFG/Mfd.) และวันเดือนปีที่หมดอายุ (หมดอายุ/ควรบริโภคก่อน/EXP/BBF):
- คำเตือน (ถ้ามี): เช่น “เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน”
- ข้อมูลโภชนาการ: กรอบข้อมูลโภชนาการ (Nutrition Facts) ตามรูปแบบที่กำหนด
ความเสี่ยงและการประยุกต์ใช้: ผู้ประกอบการควรจัดทำ Checklist เพื่อตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ทุกครั้งก่อนการออกแบบและสั่งพิมพ์สติ๊กเกอร์สินค้า การขาดข้อมูลแม้เพียงข้อเดียวอาจเป็นเหตุผลให้เจ้าหน้าที่ไม่อนุมัติฉลาก หรือถูกสั่งปรับเมื่อวางจำหน่ายไปแล้ว การแสดงข้อมูลครบถ้วนไม่เพียงแต่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังสร้างความโปร่งใสและความมั่นใจให้กับผู้บริโภคอีกด้วย
3. การออกแบบที่อ่านยาก: ขนาดตัวอักษรและภาษาไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
แม้ข้อมูลจะครบถ้วน แต่หากการนำเสนอทำได้ไม่ดีพอ ก็อาจทำให้ฉลากนั้นผิดกฎหมายได้เช่นกัน กฎหมายให้ความสำคัญกับการที่ผู้บริโภคต้องสามารถอ่านข้อมูลบนฉลากได้อย่างสะดวกและชัดเจน
คำจำกัดความ: ข้อกำหนดด้านการออกแบบหมายถึง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับขนาดของตัวอักษร, สีของตัวอักษรและพื้นหลัง, รวมถึงภาษาที่ใช้บนฉลาก ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องเอื้อให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถอ่านได้ง่ายในสภาวะปกติ
ประเด็นที่ต้องพิจารณา:
- ภาษา: ต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยเสมอ และสามารถมีภาษาต่างประเทศกำกับได้ แต่ข้อความภาษาไทยต้องมีความหมายตรงกับภาษาต่างประเทศ
- ขนาดตัวอักษร: ขนาดต้องสัมพันธ์กับขนาดของบรรจุภัณฑ์ โดยมีข้อกำหนดความสูงขั้นต่ำของตัวอักษร เช่น ข้อมูลสำคัญอย่างวันหมดอายุ ต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร และมองเห็นได้ชัดเจน
- ตำแหน่งการแสดงผล: ข้อมูลสำคัญต้องอยู่ในตำแหน่งที่ผู้บริโภคเห็นได้ง่าย ไม่ถูกบดบังด้วยส่วนประกอบอื่นของบรรจุภัณฑ์
- สีและความคมชัด: สีของตัวอักษรควรตัดกับสีพื้นหลังอย่างชัดเจน เพื่อให้อ่านง่าย
ความเสี่ยง: หากเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าฉลากอ่านยากเกินไป อาจถูกสั่งให้แก้ไขได้ การออกแบบโดยคำนึงถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม รวมถึงผู้สูงอายุที่มีปัญหาทางสายตา จะช่วยลดความเสี่ยงในจุดนี้ได้ การปรึกษาโรงพิมพ์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพิมพ์สติ๊กเกอร์สินค้าจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการออกแบบนั้นสอดคล้องกับข้อกำหนดทางเทคนิค
4. ขาดคำเตือนที่จำเป็นหรือข้อมูลโภชนาการรูปแบบใหม่
กฎหมายฉลากสินค้ามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะข้อกำหนดเฉพาะสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น คำเตือนบนเครื่องสำอาง หรือรูปแบบข้อมูลโภชนาการของอาหาร
คำจำกัดความ: คำเตือนที่จำเป็นคือข้อความที่กฎหมายบังคับให้ต้องระบุเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ส่วนข้อมูลโภชนาการรูปแบบใหม่คือการปรับปรุงวิธีการแสดงผลข้อมูลทางโภชนาการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและข้อมูลการบริโภคของคนไทยล่าสุด
การเปลี่ยนแปลงสำคัญปี 2026 (พ.ศ. 2569): ประกาศกระทรวงสาธารณสุขได้มีการปรับปรุงรูปแบบฉลากโภชนาการ โดยอ้างอิงค่า Thai RDI (Thai Recommended Daily Intakes) ฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต ผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่ม SME มีระยะเวลาในการปรับเปลี่ยนฉลากให้เป็นไปตามรูปแบบใหม่จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2570
การไม่ปรับเปลี่ยนฉลากตามข้อกำหนดใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด จะทำให้สินค้าที่ใช้ฉลากรูปแบบเก่าไม่สามารถวางจำหน่ายได้ตามกฎหมาย ซึ่งหมายถึงการต้องทิ้งสินค้าและบรรจุภัณฑ์เก่าทั้งหมด
ความเสี่ยง: การไม่ติดตามการอัปเดตกฎหมายอาจทำให้ผู้ประกอบการเสียเปรียบและต้องแบกรับต้นทุนในการแก้ไขฉลากอย่างกะทันหัน การวางแผนและปรับเปลี่ยนการออกแบบฉลากล่วงหน้าจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยง
5. ไม่มีเลขสารบบ-อย-หรือเลขที่ใบรับจดแจ้ง
สำหรับสินค้าที่จัดเป็นอาหาร เครื่องสำอางควบคุม หรือเครื่องมือแพทย์ การแสดงเลขทะเบียนที่ได้รับอนุญาตจาก อย. เป็นข้อบังคับพื้นฐานและสำคัญที่สุด
คำจำกัดความ:
- เลขสารบบอาหาร (เลข อย.): คือตัวเลข 13 หลักที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์อาหารนั้นๆ ได้รับการอนุญาตสถานที่ผลิตและอนุญาตผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์ที่ อย. กำหนด
- เลขที่ใบรับจดแจ้ง (เครื่องสำอาง): คือตัวเลข 10 หลักที่แสดงว่าเครื่องสำอางนั้นได้ผ่านการจดแจ้งข้อมูลกับ อย. เรียบร้อยแล้ว
ความเสี่ยงและการประยุกต์ใช้: การไม่มีเลขเหล่านี้บนฉลาก หรือการใช้เลขปลอม ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง มีโทษตั้งแต่การปรับ, ยึดหรืออายัดสินค้า ไปจนถึงโทษจำคุก ผู้ประกอบการต้องดำเนินการขออนุญาตหรือจดแจ้งผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนเริ่มการผลิตและจำหน่าย และต้องแสดงเลขดังกล่าวบนฉลากให้ชัดเจนและถูกต้องเสมอ ผู้บริโภคสามารถนำเลขเหล่านี้ไปตรวจสอบความถูกต้องได้ผ่านเว็บไซต์ของ อย. ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์
หน่วยงานกำกับดูแลและบทลงโทษที่เกี่ยวข้อง
การกำกับดูแลฉลากสินค้าในประเทศไทยมีหน่วยงานหลัก 2 แห่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมีขอบเขตอำนาจหน้าที่แตกต่างกันไป:
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.): มีหน้าที่กำกับดูแลสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยตรง ได้แก่ อาหาร, ยา, เครื่องสำอาง, เครื่องมือแพทย์, และวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน โดยอ้างอิงกฎหมายเฉพาะ เช่น พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.): มีหน้าที่กำกับดูแลสินค้าและบริการทั่วไปที่ไม่อยู่ภายใต้อำนาจของหน่วยงานอื่น โดยเน้นเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ถูกหลอกลวงหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
บทลงโทษสำหรับความผิดเกี่ยวกับฉลากสินค้ามีความรุนแรงแตกต่างกันไปตามเจตนาและความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจรวมถึง:
- การสั่งให้แก้ไขฉลาก: เป็นมาตรการเบื้องต้นเมื่อพบข้อบกพร่องเล็กน้อย
- การปรับ: มีอัตราโทษปรับแตกต่างกันไปตามฐานความผิด
- การยึดหรืออายัดสินค้า: ในกรณีที่สินค้าอาจเป็นอันตรายหรือไม่ปลอดภัย
- การเรียกคืนสินค้า (Product Recall): หากพบว่าสินค้าที่จำหน่ายไปแล้วอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค
- โทษจำคุก: สำหรับกรณีร้ายแรง เช่น การใช้เลข อย. ปลอม หรือการโฆษณาหลอกลวงที่ก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง
ตารางตรวจสอบฉลากสินค้าฉบับย่อ ก่อนส่งโรงพิมพ์
เพื่อลดความผิดพลาด ผู้ประกอบการสามารถใช้ตารางตรวจสอบเบื้องต้นนี้เพื่อทบทวนความถูกต้องของฉลากก่อนตัดสินใจสั่งพิมพ์
| ลำดับ | รายการตรวจสอบ | รายละเอียดที่ต้องพิจารณา |
|---|---|---|
| 1 | ข้อความและคำโฆษณา | ไม่มีคำที่สื่อถึงการรักษาโรค, การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกาย, หรืออวดอ้างสรรพคุณเกินจริง |
| 2 | ข้อมูลบังคับ | ชื่อสินค้า, ชื่อผู้ผลิต/ที่อยู่, ปริมาณสุทธิ, ส่วนประกอบ, วันผลิต/หมดอายุ, เลข อย./จดแจ้ง ครบถ้วนหรือไม่ |
| 3 | การออกแบบและภาษา | มีภาษาไทยเป็นหลัก, ขนาดตัวอักษรชัดเจน อ่านง่าย, สีไม่กลืนกับพื้นหลัง |
| 4 | ข้อกำหนดเฉพาะ | มีคำเตือน, ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร (ถ้ามี), รูปแบบข้อมูลโภชนาการถูกต้องตามกฎหมายปัจจุบันหรือไม่ |
| 5 | เลขทะเบียน | เลข อย. หรือเลขที่ใบรับจดแจ้งถูกต้อง ตรงกับที่ได้รับอนุญาต และแสดงในตำแหน่งที่มองเห็นชัดเจน |
สรุปแนวทางป้องกันปัญหาและเตรียมความพร้อมก่อนผลิต
การปฏิบัติตามกฎหมายฉลากสินค้าไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหากผู้ประกอบการมีความเข้าใจและให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนผลิตภัณฑ์ การตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบและปรึกษาผู้มีความรู้ก่อนการสั่งพิมพ์เป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันความเสียหายทางการเงินและปัญหากฎหมาย การลงทุนด้านเวลาและความใส่ใจในการจัดทำฉลากให้ถูกต้อง ถือเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในระยะยาว
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความมั่นใจในกระบวนการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ ตั้งแต่การออกแบบฉลากสินค้าไปจนถึงการผลิตจริง การเลือกใช้บริการจากโรงงานที่มีมาตรฐานและทีมงานมืออาชีพเป็นสิ่งสำคัญ GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์แบบครบวงจร ที่พร้อมให้บริการออกแบบและผลิตฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, และสื่อส่งเสริมการขายอื่นๆ ด้วยเครื่องพิมพ์ที่ทันสมัยและวัสดุคุณภาพสูง พร้อมทีมงานที่เชี่ยวชาญซึ่งสามารถให้คำแนะนำเพื่อให้ชิ้นงานของคุณถูกต้องและตอบโจทย์ทางธุรกิจ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม:
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
Email: [email protected]
ติดตามเราได้ที่: FACEBOOK PAGE | LINE | TIKTOK
เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
