เช็คลิสต์เตรียมไฟล์อาร์ตเวิร์คพิมพ์ฉลาก ให้สีตรงปกไม่เพี้ยน
- สรุปประเด็นสำคัญสำหรับการเตรียมไฟล์พิมพ์ฉลาก
- ความสำคัญของการเตรียมไฟล์อาร์ตเวิร์คก่อนส่งโรงพิมพ์
-
เช็คลิสต์เตรียมไฟล์อาร์ตเวิร์คพิมพ์ฉลาก ให้สีตรงปกไม่เพี้ยน
- 1. การตั้งค่าโหมดสี (Color Mode) เป็น CMYK
- 2. การกำหนดขนาดงาน (Artwork Size) ให้ถูกต้อง
- 3. การตั้งค่าความละเอียดไฟล์ (Resolution) ที่ 300 DPI
- 4. การเผื่อระยะตัดตก (Bleed) และระยะปลอดภัย (Margin)
- 5. การแปลงตัวอักษร (Font) เป็นวัตถุ (Create Outlines)
- 6. การฝังรูปภาพ (Embed Images) ลงในไฟล์
- 7. การเพิ่มเครื่องหมายครอบตัด (Crop Marks)
- 8. การบันทึกไฟล์ในรูปแบบที่ถูกต้อง
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและแนวทางป้องกัน
- บทสรุปและการเลือกใช้บริการพิมพ์ฉลาก
การพิมพ์ฉลากสินค้าให้มีคุณภาพสูงและสีสันที่ตรงตามการออกแบบ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างแบรนด์และดึงดูดสายตาผู้บริโภค ปัญหาที่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SME มักเผชิญคือสีของฉลากที่พิมพ์ออกมาผิดเพี้ยนไปจากที่เห็นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งปัญหานี้สามารถป้องกันได้ด้วยการเตรียมไฟล์งานอย่างถูกวิธี การใช้ เช็คลิสต์เตรียมไฟล์อาร์ตเวิร์คพิมพ์ฉลาก ให้สีตรงปกไม่เพี้ยน จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลดความผิดพลาด ทำให้งานพิมพ์ราบรื่น และได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
สรุปประเด็นสำคัญสำหรับการเตรียมไฟล์พิมพ์ฉลาก

- โหมดสี CMYK: การตั้งค่าโหมดสีเป็น CMYK เป็นมาตรฐานสำหรับงานพิมพ์ เพื่อให้แน่ใจว่าสีที่ได้จะใกล้เคียงกับที่ออกแบบไว้มากที่สุด
- ความละเอียด 300 DPI: ไฟล์งานต้องมีความละเอียดอย่างน้อย 300 DPI เพื่อให้ภาพและตัวอักษรบนฉลากมีความคมชัด ไม่แตกเบลอ
- ระยะตัดตกและระยะปลอดภัย: การกำหนดระยะตัดตก (Bleed) 3-5 มม. และระยะปลอดภัย (Margin) 3-4 มม. เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันเนื้อหาสำคัญถูกตัดขาดหรือเกิดขอบขาวที่ไม่พึงประสงค์
- การจัดการฟอนต์และรูปภาพ: ต้องแปลงตัวอักษรทั้งหมดเป็น Outlines และฝัง (Embed) รูปภาพทุกรูปในไฟล์ เพื่อป้องกันปัญหาฟอนต์เพี้ยนหรือภาพหายเมื่อเปิดไฟล์ที่โรงพิมพ์
- การตรวจสอบไฟล์ขั้นสุดท้าย: บันทึกไฟล์ในรูปแบบที่เหมาะสม เช่น PDF หรือ AI และตรวจสอบความเรียบร้อยทั้งหมดอีกครั้งก่อนส่ง เพื่อลดข้อผิดพลาดและประหยัดเวลา
ความสำคัญของการเตรียมไฟล์อาร์ตเวิร์คก่อนส่งโรงพิมพ์
ในกระบวนการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะฉลากสินค้าซึ่งเปรียบเสมือนหน้าตาของแบรนด์ การเตรียมไฟล์อาร์ตเวิร์คถือเป็นขั้นตอนแรกที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง หลายครั้งที่ผู้ประกอบการหรือนักออกแบบมือใหม่มักมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในขั้นตอนนี้ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาใหญ่หลวงตามมา เช่น สีที่ผิดเพี้ยน, ข้อความหรือโลโก้ถูกตัดขาด, ภาพแตกไม่คมชัด หรือไฟล์งานไม่สามารถเปิดใช้งานได้ที่โรงพิมพ์ ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้เสียเวลาในการแก้ไขและส่งไฟล์ใหม่ แต่ยังอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและทำให้การเปิดตัวสินค้าล่าช้าออกไป
ดังนั้น การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามหลักการเตรียมไฟล์ที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ต้องการควบคุมคุณภาพและต้นทุน, นักออกแบบกราฟิกที่ต้องการส่งมอบงานที่มีมาตรฐานระดับมืออาชีพ หรือฝ่ายการตลาดที่ต้องการให้ภาพลักษณ์ของสินค้าออกมาดีที่สุด การลงทุนเวลาในการตรวจสอบไฟล์ตามเช็คลิสต์อย่างละเอียด จะช่วยให้กระบวนการพิมพ์เป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาด และทำให้มั่นใจได้ว่าฉลากสินค้าที่ผลิตออกมาจะมีคุณภาพสูงสุด สีสันสดใส ตรงตามที่คาดหวังไว้ทุกประการ
เช็คลิสต์เตรียมไฟล์อาร์ตเวิร์คพิมพ์ฉลาก ให้สีตรงปกไม่เพี้ยน
เพื่อให้กระบวนการสั่งพิมพ์ฉลากเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ การตรวจสอบไฟล์อาร์ตเวิร์คตามรายการต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
1. การตั้งค่าโหมดสี (Color Mode) เป็น CMYK
หัวใจสำคัญที่สุดของการเตรียมไฟล์สำหรับงานพิมพ์คือการเลือกใช้โหมดสีที่ถูกต้อง ระบบสีที่แสดงผลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต คือโหมดสี RGB (Red, Green, Blue) ซึ่งเป็นการผสมสีจากแสง เหมาะสำหรับงานดิจิทัล แต่สำหรับเครื่องพิมพ์จะใช้โหมดสี CMYK (Cyan, Magenta, Yellow, Key/Black) ซึ่งเป็นการผสมสีจากหมึกพิมพ์
หากส่งไฟล์งานที่อยู่ในโหมด RGB ไปให้โรงพิมพ์ ระบบจะทำการแปลงสีเป็น CMYK โดยอัตโนมัติ ซึ่งกระบวนการแปลงนี้มักทำให้สีที่ได้ดรอปลงหรือผิดเพี้ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะสีโทนสว่างสดใส เช่น สีเขียวนีออน หรือสีชมพูบานเย็น ดังนั้น เพื่อให้สีบนฉลากที่พิมพ์ออกมาใกล้เคียงกับสีที่เห็นบนหน้าจอมากที่สุด จึงต้องตั้งค่าไฟล์อาร์ตเวิร์คให้เป็นโหมด CMYK ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการออกแบบ
2. การกำหนดขนาดงาน (Artwork Size) ให้ถูกต้อง
ขนาดของไฟล์งานออกแบบต้องตรงกับขนาดของฉลากที่ต้องการพิมพ์จริงแบบ 1:1 ตัวอย่างเช่น หากต้องการฉลากขนาด 5 x 8 เซนติเมตร ก็ควรกำหนดขนาดของพื้นที่ทำงาน (Artboard) ในโปรแกรมออกแบบให้เป็น 5 x 8 เซนติเมตรเช่นกัน การออกแบบในขนาดที่เล็กกว่าแล้วนำมาขยายในภายหลัง จะทำให้ความละเอียดของภาพลดลง ส่งผลให้ภาพและตัวอักษรแตกเบลอ ไม่คมชัด ในทางกลับกัน การออกแบบในขนาดที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่โดยไม่จำเป็นและอาจเกิดความสับสนในการกำหนดตำแหน่งตัดได้ การตรวจสอบและยืนยันขนาดให้แม่นยำตั้งแต่เริ่มต้นจึงช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้
3. การตั้งค่าความละเอียดไฟล์ (Resolution) ที่ 300 DPI
ความละเอียดของไฟล์ หรือ Resolution คือค่าที่บ่งบอกความหนาแน่นของจุดสีในพื้นที่หนึ่งตารางนิ้ว มีหน่วยเป็น DPI (Dots Per Inch) สำหรับงานพิมพ์ทุกประเภท รวมถึงการพิมพ์ฉลากสินค้า ควรตั้งค่าความละเอียดของไฟล์ไว้ที่ 300 DPI ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่ทำให้ได้ผลงานพิมพ์ที่คมชัดและมีคุณภาพสูงสุด หากใช้ความละเอียดต่ำกว่านี้ เช่น 72 DPI (ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับงานบนเว็บไซต์) จะทำให้ภาพที่พิมพ์ออกมาดูแตกเป็นเม็ดพิกเซลและขาดความคมชัดอย่างชัดเจน การตั้งค่านี้ควรทำตั้งแต่เริ่มสร้างไฟล์ใหม่ในโปรแกรมออกแบบ เพื่อให้แน่ใจว่าองค์ประกอบทุกส่วนในงานมีความละเอียดที่เหมาะสม
4. การเผื่อระยะตัดตก (Bleed) และระยะปลอดภัย (Margin)
ในกระบวนการพิมพ์และตัดฉลาก อาจเกิดความคลาดเคลื่อนของเครื่องจักรได้เล็กน้อย การออกแบบโดยไม่เผื่อระยะเหล่านี้อาจทำให้เกิดปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ได้
ระยะตัดตก (Bleed) คืออะไร?
ระยะตัดตกคือพื้นที่ของพื้นหลังหรือรูปภาพที่ออกแบบให้มีขนาดใหญ่เกินขอบเขตของชิ้นงานจริงออกไปทุกด้าน โดยทั่วไปจะกำหนดไว้ที่ 3-5 มิลลิเมตร จุดประสงค์หลักคือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขอบสีขาวบางๆ บนชิ้นงานหลังการตัด หากใบมีดตัดคลาดเคลื่อนไปแม้เพียงเล็กน้อย พื้นที่สีที่เผื่อไว้นี้จะช่วยให้ฉลากยังคงมีสีเต็มขอบสวยงาม
ระยะปลอดภัย (Margin หรือ Safety Zone) คืออะไร?
ระยะปลอดภัยคือพื้นที่ที่เว้นเข้ามาจากขอบของชิ้นงานจริง โดยทั่วไปจะกำหนดไว้ที่ 3-4 มิลลิเมตร องค์ประกอบที่สำคัญทั้งหมด เช่น โลโก้, ชื่อสินค้า, ข้อความ, หรือ QR Code ควรถูกวางอยู่ภายในขอบเขตของระยะปลอดภัยนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อหาสำคัญเหล่านี้ถูกตัดขาดหรืออยู่ชิดขอบจนเกินไป ทำให้งานออกแบบดูไม่สวยงามและขาดความเป็นมืออาชีพ
5. การแปลงตัวอักษร (Font) เป็นวัตถุ (Create Outlines)
ปัญหาคลาสสิกอย่างหนึ่งในการส่งไฟล์งานคือ “ฟอนต์เพี้ยน” หรือ “ฟอนต์เด้ง” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคอมพิวเตอร์ของโรงพิมพ์ไม่มีฟอนต์เดียวกับที่ใช้ในการออกแบบ เพื่อป้องกันปัญหานี้ ก่อนบันทึกไฟล์เพื่อส่งพิมพ์ ควรทำการ Create Outlines (หรือ Convert to Curves ในบางโปรแกรม) ให้กับข้อความทั้งหมดในไฟล์งาน คำสั่งนี้จะเปลี่ยนสถานะของตัวอักษรจาก “ข้อความที่แก้ไขได้” ให้กลายเป็น “วัตถุลายเส้น (Vector)” ซึ่งจะคงรูปลักษณ์เดิมไว้เสมอไม่ว่าจะเปิดบนคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ตาม สำหรับโปรแกรม Adobe Illustrator สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการเลือกข้อความทั้งหมด (Ctrl + A) แล้วกดคีย์ลัด Shift + Ctrl + O
6. การฝังรูปภาพ (Embed Images) ลงในไฟล์
เมื่อนำเข้ารูปภาพมาใช้ในไฟล์ออกแบบ โปรแกรมส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการ “ลิงก์ (Link)” ไฟล์ภาพจากตำแหน่งที่จัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งหมายความว่าตัวไฟล์ภาพจริงๆ ไม่ได้ถูกรวมอยู่ในไฟล์อาร์ตเวิร์ค หากส่งไฟล์งานไปให้โรงพิมพ์โดยที่ไม่ได้ส่งไฟล์ภาพที่ลิงก์ไว้ไปด้วย จะทำให้เกิดปัญหา “ภาพหาย (Missing Link)” และโรงพิมพ์จะไม่สามารถเปิดไฟล์งานได้อย่างสมบูรณ์ วิธีแก้ไขคือการ “ฝังรูปภาพ (Embed Images)” ซึ่งเป็นการนำข้อมูลของไฟล์ภาพทั้งหมดมารวมไว้ในไฟล์อาร์ตเวิร์คโดยตรง ทำให้ไฟล์มีความสมบูรณ์ในตัวเองและสามารถเปิดได้ทุกที่โดยไม่มีปัญหาภาพหาย
7. การเพิ่มเครื่องหมายครอบตัด (Crop Marks)
เครื่องหมายครอบตัด หรือ Crop Marks (บางครั้งเรียกว่า Trim Marks) คือเส้นบอกตำแหน่งสั้นๆ ที่มุมทั้งสี่ของชิ้นงาน ทำหน้าที่เป็นแนวทางให้โรงพิมพ์ทราบว่าต้องตัดชิ้นงานที่ตำแหน่งใดให้ได้ขนาดที่ถูกต้อง โปรแกรมออกแบบส่วนใหญ่จะมีฟังก์ชันสำหรับใส่ Crop Marks โดยอัตโนมัติในขั้นตอนการบันทึกไฟล์ (โดยเฉพาะเมื่อบันทึกเป็น PDF) การใส่เครื่องหมายนี้จะช่วยยืนยันขนาดและตำแหน่งที่ต้องการตัดได้อย่างชัดเจน ลดความผิดพลาดในการผลิต
8. การบันทึกไฟล์ในรูปแบบที่ถูกต้อง
รูปแบบไฟล์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการส่งโรงพิมพ์คือ PDF (Portable Document Format) เนื่องจากเป็นไฟล์ที่สามารถรวบรวมทั้งฟอนต์, รูปภาพ, และการตั้งค่าสีไว้ในไฟล์เดียวได้อย่างสมบูรณ์ และมักจะมีขนาดเล็กกว่าไฟล์ต้นฉบับ นอกจากนี้ ไฟล์ต้นฉบับอย่าง AI (Adobe Illustrator) หรือ EPS (Encapsulated PostScript) ก็เป็นที่ยอมรับเช่นกัน ควรหลีกเลี่ยงการส่งไฟล์รูปภาพอย่าง JPG หรือ PNG เพื่อการพิมพ์ฉลากโดยตรง เนื่องจากไฟล์เหล่านี้อาจถูกบีบอัดทำให้คุณภาพลดลง และไม่รองรับการตั้งค่าที่จำเป็นสำหรับงานพิมพ์ เช่น ระยะตัดตก หรือโหมดสี CMYK อย่างสมบูรณ์
การตรวจสอบไฟล์ด้วยตนเองอย่างละเอียดก่อนส่ง ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลาในการประสานงาน แต่ยังอาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่ไม่คาดคิดซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพของฉลากสินค้าได้
| หัวข้อตรวจสอบ | รายละเอียดการตั้งค่า | เหตุผลและความสำคัญ |
|---|---|---|
| โหมดสี | ตั้งค่าเป็น CMYK (Cyan, Magenta, Yellow, Key/Black) | เพื่อให้สีที่พิมพ์ออกมาตรงกับมาตรฐานงานพิมพ์และใกล้เคียงกับการออกแบบมากที่สุด |
| ขนาดงาน | กำหนดขนาดให้เท่ากับขนาดฉลากจริง (1:1) | ป้องกันปัญหาภาพแตกจากการขยาย และเพื่อให้ได้ขนาดที่แม่นยำตามต้องการ |
| ความละเอียด | ตั้งค่าที่ 300 DPI (Dots Per Inch) | เพื่อให้ได้งานพิมพ์ที่มีความคมชัดสูง ภาพและตัวอักษรไม่แตกเบลอ |
| ระยะตัดตก (Bleed) | เผื่อพื้นหลังออกไปจากขอบงานด้านละ 3-5 มม. | ป้องกันการเกิดขอบขาวบนชิ้นงานหลังการตัด เนื่องจากการคลาดเคลื่อนของเครื่องจักร |
| ระยะปลอดภัย (Margin) | เว้นเนื้อหาสำคัญเข้ามาจากขอบงานด้านละ 3-4 มม. | ป้องกันข้อความหรือโลโก้สำคัญถูกตัดขาด ทำให้ชิ้นงานสมบูรณ์และสวยงาม |
| ตัวอักษร (Font) | แปลงฟอนต์ทั้งหมดเป็นวัตถุ (Create Outlines) | แก้ปัญหาฟอนต์เพี้ยนหรือฟอนต์หายเมื่อเปิดไฟล์งานบนคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น |
| รูปภาพ (Image) | ฝังรูปภาพ (Embed) ทั้งหมดลงในไฟล์ | ป้องกันปัญหารูปภาพหาย (Missing Link) ทำให้ไฟล์มีความสมบูรณ์ในตัวเอง |
| รูปแบบไฟล์ | บันทึกเป็น PDF หรือไฟล์ต้นฉบับ เช่น AI, EPS | เป็นรูปแบบไฟล์มาตรฐานสำหรับโรงพิมพ์ที่รวบรวมข้อมูลได้ครบถ้วนและคงคุณภาพไว้ได้ดีที่สุด |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและแนวทางป้องกัน
แม้จะมีเช็คลิสต์ที่ชัดเจน แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดบางอย่างที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในการเตรียมไฟล์ การทำความเข้าใจข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยให้ระมัดระวังได้มากขึ้น:
- ใช้สีดำที่ไม่ใช่ K100: สำหรับข้อความหรือเส้นสีดำเล็กๆ ควรใช้ค่าสีดำ K=100% เท่านั้น (C=0, M=0, Y=0, K=100) การใช้สีดำผสม (Rich Black) อาจทำให้เกิดปัญหาการพิมพ์ซ้อนเหลื่อม ทำให้ขอบตัวอักษรไม่คมชัด
- ลืมตรวจสอบการสะกดคำ: ข้อผิดพลาดด้านการพิมพ์เป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้หลังจากการพิมพ์เสร็จสิ้น ควรอ่านทวนข้อความทั้งหมดอย่างน้อย 2-3 ครั้ง หรือให้บุคคลอื่นช่วยตรวจสอบเพื่อความแน่ใจ
- ความละเอียดภาพต่ำเกินไป: การนำภาพที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ตซึ่งมักมีความละเอียดต่ำ (72 DPI) มาใช้ในงานพิมพ์โดยตรง จะทำให้ภาพแตกและไม่สวยงาม ควรใช้ภาพถ่ายหรือภาพกราฟิกที่มีความละเอียดสูงตั้งแต่ต้น
- ไม่ได้บันทึกไฟล์เป็นเวอร์ชันที่เข้ากันได้: หากบันทึกไฟล์ด้วยโปรแกรมเวอร์ชันล่าสุด อาจทำให้โรงพิมพ์ที่ใช้เวอร์ชันเก่ากว่าไม่สามารถเปิดไฟล์ได้ การบันทึกไฟล์ PDF หรือการบันทึกไฟล์ต้นฉบับเป็นเวอร์ชันที่ต่ำลงมา (Legacy Version) จะช่วยลดปัญหานี้ได้
บทสรุปและการเลือกใช้บริการพิมพ์ฉลาก
การปฏิบัติตาม เช็คลิสต์เตรียมไฟล์อาร์ตเวิร์คพิมพ์ฉลาก ให้สีตรงปกไม่เพี้ยน อย่างเคร่งครัด เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพระดับมืออาชีพ ช่วยลดความผิดพลาด ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไข และที่สำคัญคือช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ผ่านฉลากสินค้าที่สวยงามและมีสีสันตรงตามที่ต้องการ
สำหรับผู้ประกอบการ SME หรือผู้ที่อาจไม่มีประสบการณ์ด้านการออกแบบ การเลือกใช้บริการจากโรงพิมพ์ที่มีความเชี่ยวชาญและให้บริการครบวงจรคือทางออกที่ดีที่สุด ที่ GIANT PRINT เราคือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่เข้าใจความต้องการของลูกค้า มีทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำปรึกษาและบริการออกแบบฟรี เพื่อให้ไฟล์งานของคุณสมบูรณ์แบบที่สุดก่อนเข้าสู่กระบวนการพิมพ์
เราให้บริการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์ และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์ Fuji Xerox ที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน พร้อมการันตีสีสันที่สดใส คมชัด ตรงปก พร้อมบริการไดคัทฟรีและจัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศภายใน 2-3 วัน
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/GiantprintMedia
- LINE: https://line.me/ti/p/@282iufnx
- TIKTOK: https://www.tiktok.com/@giantprint_official
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
