เคล็ดลับดูแลป้ายไวนิลและสแตนดี้หน้าร้าน ให้สีสดทนแดดทนฝน
ป้ายไวนิลและสแตนดี้หน้าร้านเป็นเครื่องมือสื่อสารทางการตลาดชิ้นแรกที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเป้าหมาย การดูแลรักษาให้ป้ายมีสภาพดี สีสันสดใส และสะอาดตาอยู่เสมอ จึงสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจในรายละเอียดของธุรกิจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์
ประเด็นสำคัญที่ควรรู้

- การเลือกวัสดุคุณภาพสูง: การลงทุนในไวนิลที่เคลือบสารป้องกันรังสียูวี (UV) และใช้หมึกพิมพ์ที่ทนทานต่อสภาพอากาศตั้งแต่แรก เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการยืดอายุการใช้งานของป้าย
- เทคนิคการทำความสะอาดที่ถูกต้อง: ควรทำความสะอาดป้ายอย่างสม่ำเสมอทุก 1-3 เดือน โดยใช้เพียงผ้านุ่มและน้ำสบู่อ่อนๆ หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรงและอุปกรณ์ที่มีความแข็งกระด้างเพื่อป้องกันความเสียหาย
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน: การตรวจสอบการยึดติดของป้ายและโครงสร้างเป็นประจำ รวมถึงการจัดเก็บอย่างถูกวิธีเมื่อไม่ใช้งาน จะช่วยป้องกันปัญหาการฉีกขาดและรอยยับที่ไม่น่ามอง
- สภาพแวดล้อมมีผลต่ออายุการใช้งาน: ป้ายที่ติดตั้งในบริเวณที่โดนแดดจัดหรือฝนสาดโดยตรงย่อมเสื่อมสภาพเร็วกว่า การเลือกตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสมสามารถช่วยลดผลกระทบเหล่านี้ได้
บทความนี้จะนำเสนอ เคล็ดลับดูแลป้ายไวนิลและสแตนดี้หน้าร้าน ให้สีสดทนแดดทนฝน อย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาป้ายโฆษณาซึ่งเป็นหน้าตาของธุรกิจให้ดูดีเหมือนใหม่ได้ยาวนานที่สุด การดูแลรักษาที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยคงความสวยงามและคมชัดของข้อมูล แต่ยังช่วยประหยัดงบประมาณในการผลิตป้ายใหม่บ่อยครั้ง ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับทุกธุรกิจ โดยเฉพาะในสภาพอากาศของประเทศไทยที่มีทั้งแดดจัดและฝนตกชุกตลอดทั้งปี
ป้ายหน้าร้านเปรียบเสมือนพนักงานต้อนรับที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง การปล่อยให้ป้ายมีสภาพสีซีดจาง สกปรก หรือชำรุด อาจสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าและบริการได้ ดังนั้น การเรียนรู้วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเจ้าของกิจการที่ต้องการสร้างความประทับใจแรกที่ยอดเยี่ยมและรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้แข็งแกร่งอยู่เสมอ
รากฐานสำคัญ: เริ่มต้นจากการเลือกวัสดุและการพิมพ์ที่เหมาะสม
อายุการใช้งานและความทนทานของป้ายไวนิลและสแตนดี้เริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัสดุและการพิมพ์ การตัดสินใจที่ถูกต้องในขั้นตอนนี้จะช่วยลดภาระการบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนป้ายใหม่ในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ
การเลือกใช้วัสดุและการพิมพ์คุณภาพสูงตั้งแต่ครั้งแรก คือการลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุดในการยืดอายุการใช้งานป้ายและรักษาภาพลักษณ์ของธุรกิจในระยะยาว
ประเภทของวัสดุไวนิลและคุณสมบัติ
วัสดุไวนิลมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานกลางแจ้งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
- ไวนิลทึบแสง (Blockout Vinyl): เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับป้ายกลางแจ้ง มีคุณสมบัติเด่นคือการป้องกันแสงทะลุผ่าน ทำให้ภาพพิมพ์และข้อความมีความคมชัด สีสันสดใส ไม่ว่าด้านหลังของป้ายจะเป็นผนังสีเข้มหรือมีแสงแดดส่องก็ตาม เหมาะสำหรับป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ป้ายบิลบอร์ด หรือป้ายที่ต้องการให้มองเห็นชัดเจนจากระยะไกล
- ไวนิลโปร่งแสง (Translucent Vinyl): เหมาะสำหรับใช้งานกับป้ายกล่องไฟ (Lightbox) เนื่องจากวัสดุยอมให้แสงผ่านได้ ทำให้ภาพและข้อความสว่างและโดดเด่นในเวลากลางคืน ไม่เหมาะกับการใช้งานเป็นป้ายทั่วไปที่ไม่มีแหล่งกำเนิดแสงด้านหลัง
- ไวนิลเคลือบสารป้องกันรังสียูวี (UV Coated Vinyl): ไวนิลประเภทนี้มีการเคลือบผิวหน้าด้วยสารพิเศษที่ช่วยสะท้อนและป้องกันรังสียูวี ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สีซีดจาง การเลือกใช้วัสดุนี้จะช่วยยืดอายุความสดของสีได้นานกว่าไวนิลทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
เทคโนโลยีการพิมพ์และหมึกที่ทนทานต่อสภาพอากาศ
คุณภาพของหมึกพิมพ์และเทคโนโลยีที่ใช้มีผลโดยตรงต่อความทนทานของสีสันบนป้าย
- หมึกโซลเวนท์ (Solvent Ink): เป็นหมึกพิมพ์ที่มีตัวทำละลายเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้หมึกสามารถกัดเซาะและแทรกซึมลงไปในเนื้อไวนิลได้ดี ส่งผลให้สีติดทนนาน ทนทานต่อการขีดข่วน แสงแดด และความชื้นได้ดีเยี่ยม จึงเป็นมาตรฐานสำหรับงานพิมพ์กลางแจ้ง
- หมึกยูวี (UV Ink): เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า โดยหมึกจะแห้งตัวทันทีเมื่อโดนแสงยูวีจากหลอดไฟบนเครื่องพิมพ์ ทำให้หมึกยึดเกาะบนผิววัสดุได้อย่างแข็งแรง ให้สีสันที่สดใสและคมชัดเป็นพิเศษ และมีความทนทานต่อสภาพอากาศและแสงแดดสูงมากเช่นกัน
การตรวจสอบคุณภาพไวนิลก่อนการผลิต
ก่อนตัดสินใจสั่งผลิต ควรสอบถามผู้ให้บริการเกี่ยวกับคุณภาพของวัสดุไวนิล ควรหลีกเลี่ยงไวนิลที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพต่ำ ซึ่งมักจะมีลักษณะบางกว่าปกติ มีกลิ่นฉุน และผ้าใบเสื่อมสภาพได้เร็วกว่าเมื่อโดนแดดเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ควรพิจารณาถึงความหนาของไวนิล (มักระบุเป็นหน่วยออนซ์ หรือ oz) และความถี่ของเส้นใยด้ายที่ถักทออยู่ภายใน ซึ่งมีผลต่อความทนทานต่อแรงลมและการฉีกขาด
ขั้นตอนการทำความสะอาดป้ายไวนิลและสแตนดี้อย่างถูกวิธี
การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลป้ายให้ดูใหม่อยู่เสมอ คราบฝุ่น เขม่าควัน หรือมูลนกที่เกาะอยู่บนป้ายเป็นเวลานาน นอกจากจะทำให้ป้ายดูไม่สวยงามแล้ว ยังสามารถทำปฏิกิริยากับพื้นผิวและสีพิมพ์ ทำให้เกิดคราบฝังแน่นที่ทำความสะอาดยากในภายหลังได้ ความถี่ที่เหมาะสมในการทำความสะอาดคือทุกๆ 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ติดตั้งป้าย
อุปกรณ์ที่ควรใช้และควรหลีกเลี่ยง
การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้องจะช่วยทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่สร้างความเสียหายให้กับผิวป้าย
| สิ่งที่ควรทำ (Do’s) | สิ่งที่ควรเลี่ยง (Don’ts) |
|---|---|
| ใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดที่อ่อนนุ่ม | ใช้อุปกรณ์ที่แข็งหรือมีคม |
| ใช้ผ้านุ่ม, ฟองน้ำ, หรือแปรงขนอ่อน | หลีกเลี่ยงแปรงแข็ง, สก๊อตไบร์ท, ผ้าหยาบ, หรือกระดาษชำระที่อาจทิ้งขุย |
| ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่อ่อนโยน | ใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง |
| ใช้น้ำสะอาด, น้ำสบู่อ่อนๆ, หรือแชมพูล้างรถ | ห้ามใช้อะซิโตน, ทินเนอร์, แอลกอฮอล์, สารฟอกขาว, หรือน้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด/ด่างสูง |
| ใช้น้ำอุณหภูมิปกติ | ใช้น้ำร้อนจัด |
| น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย | ห้ามใช้น้ำที่ร้อนเกิน 80°C เพราะอาจทำให้ไวนิลและสีพิมพ์เสียหาย |
| ใช้แรงดันน้ำต่ำ | ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง |
| ใช้สายยางฉีดน้ำปกติ หรือเครื่องฉีดน้ำที่ปรับแรงดันต่ำได้ | แรงดันน้ำที่สูงเกินไปอาจทำให้ขอบสติ๊กเกอร์หรือสีพิมพ์หลุดลอกได้ |
วิธีการทำความสะอาดคราบสกปรกทั่วไป
- ปัดฝุ่นแห้งออกก่อน: ใช้ไม้ปัดฝุ่นหรือผ้าแห้งเช็ดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนผิวหน้าออกเบาๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นกลายเป็นคราบโคลนเมื่อโดนน้ำ
- ผสมน้ำยา: ผสมสบู่อ่อนๆ หรือแชมพูล้างรถเล็กน้อยกับน้ำสะอาดในถัง
- เช็ดทำความสะอาด: นำผ้านุ่มหรือฟองน้ำชุบน้ำยาที่ผสมไว้ บิดให้หมาด แล้วเช็ดทำความสะอาดบนป้าย ควรเริ่มเช็ดจากส่วนกลางของป้ายออกไปหาขอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ขอบป้ายที่เป็นสติ๊กเกอร์หรือตัวอักษรไวนิลลอกร่อน
- ล้างน้ำยาออก: ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเปล่าเช็ดซ้ำอีกครั้ง เพื่อล้างคราบสบู่หรือน้ำยาที่อาจตกค้างอยู่ออกให้หมดจด
- เช็ดให้แห้ง: ใช้ผ้าแห้งที่สะอาดซับน้ำบนป้ายออกให้หมดทันที การปล่อยให้ป้ายแห้งเองอาจทิ้งคราบน้ำไว้ และความชื้นที่สะสมอาจเป็นบ่อเกิดของเชื้อราได้
การจัดการคราบฝังแน่นและคราบพิเศษ
สำหรับคราบที่กำจัดได้ยาก เช่น คราบน้ำมัน เขม่าควัน หรือมูลนกที่แห้งกรัง อาจต้องใช้วิธีการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
- คราบฝังแน่น: สามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์สูตรอ่อนโยน หรือน้ำผสมผงซักฟอกชนิดที่ไม่กัดกร่อน โดยฉีดน้ำยาลงบนผ้าก่อนแล้วจึงนำไปเช็ดบริเวณที่มีคราบ ห้ามฉีดน้ำยาลงบนป้ายโดยตรง หลังจากเช็ดคราบออกแล้วให้รีบใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดตามทันที
- มูลนกหรือยางไม้: ควรทำความสะอาดทันทีที่พบเห็น หากปล่อยทิ้งไว้นาน ความเป็นกรดอาจทำลายผิวหน้าและสีของป้ายได้ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นโปะไว้บนคราบสักครู่เพื่อให้คราบนิ่มลง แล้วจึงค่อยๆ เช็ดออก
การบำรุงรักษาเชิงป้องกันเพื่อยืดอายุการใช้งานสูงสุด
นอกจากการทำความสะอาดแล้ว การบำรุงรักษาเชิงป้องกันยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ป้ายไวนิลและสแตนดี้มีอายุการใช้งานยาวนานตามที่ควรจะเป็น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วป้ายคุณภาพดีสามารถทนทานได้นาน 2-5 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการดูแลรักษา
การตรวจสอบสภาพป้ายและโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอ
ควรทำการตรวจสอบสภาพโดยรวมของป้ายและโครงสร้างอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน หรือหลังจากเกิดพายุลมแรง โดยมีจุดที่ต้องสังเกตดังนี้:
- การยึดติด: ตรวจสอบว่าตาไก่ (Grommets) ทุกตัวยังอยู่ในสภาพดีและยึดติดกับโครงอย่างแน่นหนาหรือไม่ หากมีการใช้เคเบิ้ลไทร์หรือเชือกในการยึด ควรดูว่ามีการเปื่อยหรือขาดหรือไม่
- ความตึงของป้าย: ป้ายไวนิลที่ขึงได้ตึงพอดีจะดูสวยงามและทนทานต่อแรงลมได้ดีกว่า หากพบว่าป้ายเริ่มหย่อน ควรทำการปรับขึงใหม่ให้ตึง
- สภาพโครงสร้าง: สำหรับสแตนดี้หรือป้ายที่มีโครงเหล็ก ควรตรวจสอบร่องรอยของสนิม รอยแตก หรือการบิดงอของโครงสร้าง ซึ่งอาจเป็นอันตรายและทำให้ป้ายเสียหายได้
- รอยฉีกขาด: หากพบรอยฉีกขาดเล็กๆ ควรทำการซ่อมแซมทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้รอยขยายใหญ่ขึ้นเมื่อโดนลม
เทคนิคการจัดเก็บป้ายเมื่อไม่ใช้งาน
ในกรณีที่เป็นป้ายสำหรับโปรโมชั่นชั่วคราวหรือป้ายที่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อยครั้ง การจัดเก็บที่ถูกวิธีจะช่วยรักษาสภาพป้ายให้พร้อมใช้งานในครั้งต่อไป
- ทำความสะอาดและทำให้แห้งสนิท: ก่อนเก็บต้องแน่ใจว่าป้ายสะอาดและแห้งสนิท 100% เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ
- ม้วน ห้ามพับ: การพับป้ายไวนิลจะทำให้เกิดรอยยับถาวรที่แก้ไขได้ยาก และอาจทำให้หมึกพิมพ์แตกบริเวณรอยพับได้ วิธีที่ถูกต้องคือการม้วนป้าย โดยให้ด้านที่มีภาพพิมพ์อยู่ด้านนอกเสมอ วิธีนี้จะช่วยลดแรงกดบนผิวหมึกพิมพ์ ป้องกันการแตกร้าว
- เก็บในที่เหมาะสม: นำป้ายที่ม้วนแล้วเก็บในที่แห้งและเย็น ไม่โดนแสงแดดโดยตรง และวางในแนวตั้งหรือแนวนอนบนพื้นที่เรียบเพื่อป้องกันการกดทับ
- การแก้ไขรอยยับ: หากเกิดรอยยับจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกต้อง สามารถแก้ไขได้โดยการนำป้ายไปตากแดดอ่อนๆ สักพัก ความร้อนจะช่วยให้ไวนิลคลายตัว หรืออาจใช้เครื่องรีดผ้าที่ตั้งค่าความร้อนต่ำสุด โดยมีผ้าสะอาดหนาๆ วางทับบนป้ายก่อนรีด
การป้องกันปัญหาสีซีดและเชื้อรา
แสงแดดและความชื้นเป็นศัตรูตัวฉกาจของป้ายไวนิล การป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยคงความสวยงามของป้ายไว้ได้นานขึ้น นอกจากการเลือกใช้วัสดุกันยูวีและหมึกที่ทนทานแล้ว การเลือกตำแหน่งติดตั้งก็มีส่วนสำคัญ หากเป็นไปได้ควรเลือกติดตั้งในบริเวณที่มีชายคาหรือร่มเงาในช่วงบ่ายซึ่งเป็นช่วงที่แดดแรงที่สุด จะช่วยลดการสัมผัสรังสียูวีโดยตรงได้มาก
ข้อควรพิจารณาพิเศษสำหรับสแตนดี้และป้ายโครงสร้าง
สแตนดี้และป้ายที่มีโครงสร้างเหล็กหรืออลูมิเนียมมีข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมที่แตกต่างจากป้ายไวนิลที่ขึงกับผนังโดยตรง
ความสำคัญของโครงสร้างที่แข็งแรง
โครงสร้างของสแตนดี้ต้องมีความแข็งแรงและมีน้ำหนักที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกลางแจ้งที่อาจมีลมพัดแรง โครงสร้างที่นิยมใช้ เช่น โครง X-Stand, Roll-up หรือโครงเหล็กสั่งทำพิเศษ ควรเลือกแบบที่มีฐานกว้างและถ่วงน้ำหนักได้ เพื่อป้องกันการล้มซึ่งอาจทำให้ทั้งป้ายและโครงเสียหาย นอกจากนี้ การออกแบบโครงที่สามารถเปลี่ยนแผ่นป้ายไวนิลได้ง่าย เช่น การร้อยท่อเข้ากับตาไก่ที่ขอบบนและล่างของป้าย จะช่วยให้สามารถอัปเดตโปรโมชั่นหรือข้อมูลใหม่ๆ ได้สะดวกและประหยัด โดยใช้โครงเดิมได้
การทาสีทับป้ายเก่า: ทำได้หรือไม่?
เป็นคำถามที่ผู้ประกอบการหลายรายสงสัยเพื่อลดต้นทุน อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วไม่แนะนำให้ทาสีทับบนป้ายไวนิลเก่าโดยตรง เนื่องจากผิวของไวนิลมีความเรียบและมันวาว ทำให้สีทั่วไปไม่สามารถยึดเกาะได้ดี และมักจะเกิดปัญหาหลุดลอกร่อนในเวลาไม่นาน แม้ว่าจะมีการใช้สีเฉพาะทางอย่างสีอะคริลิกหรือสีน้ำมันที่ออกแบบมาสำหรับพื้นผิวพลาสติก แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็มักจะไม่สวยงามและทนทานเท่ากับการพิมพ์ใหม่ อีกทั้งยังอาจดูไม่เป็นมืออาชีพ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดเมื่อป้ายเก่าสีซีดหรือต้องการเปลี่ยนข้อมูล คือการลงทุนสั่งพิมพ์ป้ายใหม่จากโรงพิมพ์ที่มีคุณภาพ ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและรักษาภาพลักษณ์ของธุรกิจได้ดีกว่าในระยะยาว
บทสรุปและแนวทางการเลือกผู้ผลิตป้ายคุณภาพ
การดูแลรักษาป้ายไวนิลและสแตนดี้หน้าร้านให้มีสีสันสดใส ทนทานต่อแดดและฝน ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ต้องอาศัยความใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ การทำความสะอาดอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ ไปจนถึงการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน การปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของป้ายให้ยาวนานที่สุด ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจ แต่ยังเป็นการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ลดความจำเป็นในการเปลี่ยนป้ายบ่อยครั้ง
จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการเลือกผู้ผลิตและโรงพิมพ์ที่ไว้วางใจได้ ซึ่งใช้เครื่องพิมพ์มาตรฐาน วัสดุคุณภาพ และหมึกพิมพ์ที่ทนทานต่อสภาพอากาศ เพื่อให้ได้ป้ายโฆษณาที่สวยงาม คมชัด และพร้อมเป็นหน้าตาให้กับธุรกิจของคุณไปอีกนาน
สำหรับผู้ประกอบการ SME และธุรกิจทุกขนาดที่กำลังมองหาโซลูชันด้านการพิมพ์ป้ายโฆษณาและสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจร GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่พร้อมให้บริการด้วยความเป็นมืออาชีพ มีบริการออกแบบและผลิตสื่อหลากหลายประเภท ตั้งแต่ฉลากสินค้า สติ๊กเกอร์ นามบัตร เมนูอาหาร ไปจนถึงป้ายไวนิลและสแตนดี้ขนาดใหญ่ ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานระดับสากลและวัสดุคุณภาพสูง พร้อมทีมงานที่เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา เพื่อให้ทุกชิ้นงานตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือติดตามผลงานผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่: FACEBOOK PAGE, LINE, และ TIKTOK
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
