คู่มือเลือกสีสติ๊กเกอร์และโลโก้ สร้างแบรนด์ SME ให้สะดุดตา
- หัวใจสำคัญของการเลือกสีเพื่อสร้างแบรนด์
- ทำไมสีจึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับแบรนด์ SME
- หลักการพื้นฐานในการเลือกสีสำหรับโลโก้และสติ๊กเกอร์
- ขั้นตอนการเลือกสีอย่างเป็นระบบสำหรับ SME
- เคล็ดลับเฉพาะทางเพื่อการออกแบบโลโก้และสติ๊กเกอร์
- ข้อควรหลีกเลี่ยงที่สำคัญในการเลือกใช้สี
- สรุป: สร้างเอกลักษณ์แบรนด์ที่น่าจดจำด้วยพลังแห่งสีสัน
การเลือกสีสำหรับแบรนด์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการรับรู้และการตัดสินใจของผู้บริโภค คู่มือเลือกสีสติ๊กเกอร์และโลโก้ สร้างแบรนด์ SME ให้สะดุดตา ฉบับนี้ จะนำเสนอหลักการและขั้นตอนเชิงลึก เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้สีที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างแม่นยำ และสร้างความได้เปรียบในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
หัวใจสำคัญของการเลือกสีเพื่อสร้างแบรนด์

- การเลือกใช้สีอย่างจำกัด: การใช้สีหลักเพียง 1-3 สี ช่วยสร้างการจดจำที่แข็งแกร่งและหลีกเลี่ยงความสับสนของผู้บริโภค
- จิตวิทยาการใช้สี: สีแต่ละโทนสามารถกระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน การเลือกสีที่สอดคล้องกับบุคลิกของแบรนด์จึงเป็นสิ่งสำคัญ
- ความสำคัญของคอนทราสต์: การใช้คู่สีที่มีความต่างระดับสูง ช่วยให้โลโก้และสติ๊กเกอร์โดดเด่นและอ่านง่ายบนทุกพื้นผิวของบรรจุภัณฑ์
- เริ่มต้นด้วยการออกแบบขาว-ดำ: การออกแบบโลโก้โดยไม่ใช้สีในขั้นแรก ช่วยให้สามารถประเมินความแข็งแกร่งของรูปทรงและเอกลักษณ์ได้อย่างแท้จริง
- ความสม่ำเสมอของสี: การกำหนดค่าสีมาตรฐาน (Corporate Identity) และนำไปใช้อย่างสม่ำเสมอในทุกสื่อ จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่น่าเชื่อถือและเป็นมืออาชีพ
การเลือกสีสำหรับโลโก้และสติ๊กเกอร์เป็นหนึ่งในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สีมีอิทธิพลอย่างมากต่อการรับรู้ของลูกค้า สร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ และส่งผลต่อการจดจำแบรนด์ในระยะยาว การทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานและจิตวิทยาของสีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของนักออกแบบ แต่เป็นความรู้ที่จำเป็นสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและโดดเด่นในตลาด
ทำไมสีจึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับแบรนด์ SME
ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การสร้างความแตกต่างเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ สำหรับธุรกิจ SME ที่อาจมีงบประมาณจำกัดด้านการตลาด สีคือเครื่องมือที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงในการสื่อสารตัวตนของแบรนด์ สีสามารถถ่ายทอดบุคลิกภาพ, คุณค่า, และอารมณ์ของแบรนด์ได้ในทันทีที่ผู้บริโภคเห็น ซึ่งเร็วกว่าการสื่อสารด้วยข้อความหรือคำพูดเสียอีก
ผู้ประกอบการ SME ควรให้ความสำคัญกับการเลือกสีตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการสร้างแบรนด์ เนื่องจากสีที่เลือกจะถูกนำไปใช้ในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่การออกแบบโลโก้, การออกแบบฉลากสินค้า, บรรจุภัณฑ์, เว็บไซต์, ไปจนถึงสื่อส่งเสริมการขายต่างๆ การเลือกสีที่เหมาะสมและใช้มันอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นเอกภาพและน่าจดจำ ทำให้ลูกค้าสามารถระบุแบรนด์ของคุณได้ทันทีท่ามกลางคู่แข่งมากมาย
หลักการพื้นฐานในการเลือกสีสำหรับโลโก้และสติ๊กเกอร์
การเลือกสีไม่ใช่การทำตามความชอบส่วนตัว แต่ต้องอาศัยหลักการออกแบบและจิตวิทยาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้การตัดสินใจเลือกสีสำหรับแบรนด์ SME ของคุณมีทิศทางที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จำกัดจำนวนสี: น้อยแต่มากเพื่อการจดจำ
หนึ่งในกฎทองของการสร้างแบรนด์คือความเรียบง่าย แบรนด์ชั้นนำระดับโลกส่วนใหญ่มักใช้สีหลักเพียง 1-2 สี และมีสีรองไม่เกิน 3 สีในภาพรวม การจำกัดจำนวนสีช่วยให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้ง่ายขึ้น ลดความสับสน และสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนและมั่นคง การใช้สีมากเกินไปอาจทำให้โลโก้ดูซับซ้อน ไม่เป็นมืออาชีพ และลดความน่าเชื่อถือของแบรนด์ลง ตัวอย่างเช่น แบรนด์อย่าง McDonald’s ใช้เพียงสีแดงและเหลืองเป็นหลัก หรือ นกแอร์ ที่ใช้สีเหลืองเป็นภาพจำที่แข็งแกร่ง
เริ่มต้นด้วยดีไซน์ขาว-ดำ: รากฐานที่แข็งแกร่ง
ก่อนที่จะลงลึกไปถึงการเลือกสีใดๆ ควรเริ่มต้นกระบวนการออกแบบโลโก้ด้วยสีขาว-ดำก่อนเสมอ วิธีนี้เป็นวิธีปฏิบัติมาตรฐานในวงการออกแบบ เพราะมันบังคับให้ต้องมุ่งเน้นไปที่องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของโลโก้ นั่นคือ รูปทรง, สัญลักษณ์, และความชัดเจนในการสื่อสาร โลโก้ที่ดีควรจะยังคงจดจำได้และสื่อความหมายได้แม้จะไม่มีสีสัน การทดสอบโลโก้ในรูปแบบขาว-ดำ และลองสลับเป็นเส้นขาวบนพื้นดำ จะช่วยให้แน่ใจได้ว่าดีไซน์มีความแข็งแกร่งพอที่จะนำไปใช้งานได้บนทุกพื้นผิวและในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์สติ๊กเกอร์, การทำตรายาง, หรือการพิมพ์บนวัสดุที่มีสีเดียว
การออกแบบโลโก้ในรูปแบบขาว-ดำก่อนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าแก่นแท้ของดีไซน์นั้นแข็งแกร่งและสื่อสารได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสีสัน
จิตวิทยาการใช้สี: สื่อสารบุคลิกแบรนด์ผ่านสีสัน
สีแต่ละสีมีความสามารถในการกระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจใน จิตวิทยาการใช้สี จะช่วยให้สามารถเลือกสีที่สะท้อนบุคลิกของแบรนด์และสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด การเลือกสีที่เหมาะสมจะช่วยสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับลูกค้า และทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่น่าจดจำ
| สี | ความหมายและอารมณ์ | เหมาะกับธุรกิจประเภท |
|---|---|---|
| สีน้ำเงิน | สื่อถึงความน่าเชื่อถือ, ความมั่นคง, ความสงบ, และความเป็นมืออาชีพ เป็นสีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มธุรกิจที่ต้องการสร้างความไว้วางใจ | บริการทางการเงิน, ฟินเทค, เทคโนโลยี, สุขภาพ, ประกันภัย, และหน่วยงานราชการ |
| สีแดง | กระตุ้นพลังงาน, ความตื่นเต้น, ความเร่งด่วน, และความหลงใหล มักใช้เพื่อดึงดูดความสนใจและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ | ร้านอาหาร, เครื่องดื่ม, สินค้าลดราคา, บริการจัดส่งด่วน, และแบรนด์ที่เน้นกลุ่มวัยรุ่น |
| สีเหลือง | ให้ความรู้สึกสดใส, สนุกสนาน, เป็นมิตร, และมองโลกในแง่ดี เป็นสีที่โดดเด่นและจดจำได้ง่ายที่สุดสีหนึ่ง | ร้านค้าปลีก, สินค้าสำหรับเด็ก, บริการที่เน้นความรวดเร็วและราคาเข้าถึงง่าย |
| สีส้ม | ผสมผสานพลังของสีแดงและความสดใสของสีเหลือง สื่อถึงความอบอุ่น, ความคิดสร้างสรรค์, และความเป็นมิตร | ธุรกิจสตาร์ทอัพ, แบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม, สินค้าอุปโภคบริโภค, และธุรกิจที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย |
| สีเขียว | เป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติ, การเติบโต, สุขภาพ, และความสดชื่น สร้างความรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย | สินค้าออร์แกนิก, ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ, สปา, การเกษตร, และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม |
| สีดำ | สื่อถึงความหรูหรา, ความพรีเมียม, ความคลาสสิก, และความเป็นมืออาชีพ มักใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ทรงพลังและมีระดับ | แบรนด์แฟชั่น, สินค้าลักชัวรี, เครื่องประดับ, และบริการระดับสูง |
พลังของคอนทราสต์: สร้างความโดดเด่นสะดุดตา
คอนทราสต์ หรือความต่างระดับของสี เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลโก้และสติ๊กเกอร์ของคุณมองเห็นได้ชัดเจนบนทุกพื้นหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์สินค้า การเลือกใช้คู่สีที่มีคอนทราสต์สูง เช่น ขาว-ดำ, เหลือง-ดำ, หรือ แดง-ขาว จะช่วยให้ข้อความและสัญลักษณ์ในโลโก้ของคุณโดดเด่นและอ่านง่าย ดึงดูดสายตาผู้บริโภคได้จากระยะไกล การคำนึงถึงคอนทราสต์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการ ออกแบบฉลากสินค้า เพื่อให้แน่ใจว่าแบรนด์ของคุณจะไม่ถูกกลืนหายไปบนชั้นวางสินค้า
ขั้นตอนการเลือกสีอย่างเป็นระบบสำหรับ SME
การเลือกสีไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย แต่เป็นกระบวนการที่มีขั้นตอนชัดเจน การปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเลือกสีที่เหมาะสมกับแบรนด์ได้อย่างมีหลักการและมั่นใจ
ขั้นตอนที่ 1: กำหนดบุคลิกของแบรนด์ (Brand Personality)
ก่อนจะเลือกสีใดๆ ต้องตอบคำถามให้ได้ก่อนว่า “แบรนด์ของคุณมีบุคลิกอย่างไร?” ลองกำหนดคำคุณศัพท์ 3-5 คำที่อธิบายความเป็นตัวตนของแบรนด์ เช่น สนุกสนาน, จริงจัง, หรูหรา, เป็นมิตร, น่าเชื่อถือ, หรือทันสมัย บุคลิกของแบรนด์จะเป็นเสมือนเข็มทิศในการเลือกโทนสีที่สอดคล้องกัน เช่น หากแบรนด์ของคุณมีบุคลิก “สนุกสนานและเป็นมิตร” สีโทนร้อนอย่างสีเหลืองหรือสีส้มอาจเป็นตัวเลือกที่ดี ในขณะที่แบรนด์ที่เน้น “ความน่าเชื่อถือและเป็นมืออาชีพ” อาจเหมาะกับสีน้ำเงินหรือสีเทา
ขั้นตอนที่ 2: ร่างแบบโลโก้ในรูปแบบขาว-ดำ
ตามหลักการที่กล่าวไปข้างต้น ให้เริ่มกระบวนการออกแบบโดยการร่างแบบโลโก้ประมาณ 10-20 แบบโดยใช้เพียงสีขาวและดำเท่านั้น ในขั้นตอนนี้ ให้ความสำคัญกับความเรียบง่าย, ความสมดุลขององค์ประกอบ, และความสามารถในการจดจำ เลือกแบบร่างที่ดีที่สุด 2-3 แบบที่สามารถสื่อสารตัวตนของแบรนด์ได้ดีที่สุดโดยไม่ต้องพึ่งพาสีสัน
ขั้นตอนที่ 3: เลือกชุดสีหลักและสีรอง
นำแบบร่างโลโก้ขาว-ดำที่เลือกไว้มาทดลองลงสี โดยอ้างอิงจากบุคลิกของแบรนด์ที่กำหนดไว้ในขั้นตอนแรก และหลักจิตวิทยาของสี เลือกสีหลัก 1 สี และสีรองอีก 1-2 สีที่เข้ากันและมีคอนทราสต์ที่เหมาะสม สามารถใช้เครื่องมือออนไลน์อย่าง Adobe Color เพื่อช่วยในการหาคู่สีที่ลงตัว
ขั้นตอนที่ 4: ทดสอบโลโก้ในสถานการณ์จำลอง
เมื่อได้ชุดสีที่ต้องการแล้ว ให้นำโลโก้เวอร์ชันสีไปทดสอบในหลากหลายรูปแบบและสถานการณ์จำลอง เพื่อให้แน่ใจว่าโลโก้จะยังคงดูดีและสื่อสารได้ชัดเจนในทุกการใช้งาน เช่น ทดสอบบนพื้นหลังสีต่างๆ (ทั้งสีอ่อนและสีเข้ม), ทดสอบเมื่อย่อขนาดให้เล็กมากๆ (สำหรับใช้เป็นไอคอนหรือบนนามบัตร), และทดสอบในรูปแบบขาว-ดำอีกครั้ง
ขั้นตอนที่ 5: กำหนดค่าสีมาตรฐานขององค์กร (CI)
เพื่อความเป็นเอกภาพของแบรนด์ในระยะยาว ควรกำหนดค่าสีที่แน่นอนสำหรับนำไปใช้งานในสื่อต่างๆ โดยทั่วไปจะกำหนดค่าสีใน 2 ระบบหลัก คือ RGB (Red, Green, Blue) สำหรับการใช้งานบนหน้าจอดิจิทัล เช่น เว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย และ CMYK (Cyan, Magenta, Yellow, Black) สำหรับงานพิมพ์ทุกชนิด รวมถึงการ พิมพ์สติ๊กเกอร์ และฉลากสินค้า การมีค่าสีมาตรฐานจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าสีของแบรนด์จะถูกต้องและสม่ำเสมอไม่ว่าจะปรากฏบนสื่อใดก็ตาม
ขั้นตอนที่ 6: ทดสอบบนผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์จริง
ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด คือการนำสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่ออกแบบไปทดลองติดบนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์จริง แล้วถ่ายรูปหรือวางในสภาพแวดล้อมการขายจริง (เช่น บนชั้นวางสินค้า) เพื่อประเมินว่าสีสันและดีไซน์นั้นโดดเด่นและน่าสนใจเพียงพอหรือไม่ ขั้นตอนนี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมและสามารถปรับแก้ได้ก่อนการผลิตจำนวนมาก
เคล็ดลับเฉพาะทางเพื่อการออกแบบโลโก้และสติ๊กเกอร์
นอกเหนือจากหลักการพื้นฐานแล้ว ยังมีเทคนิคและข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมสำหรับการออกแบบโลโก้และสติ๊กเกอร์โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจ SME
เทคนิคการออกแบบโลโก้สำหรับธุรกิจ SME
- เลือกประเภทโลโก้ที่เหมาะสม: สำหรับ SME ที่ต้องการสร้างการจดจำชื่อแบรนด์เป็นหลัก โลโก้ประเภท Wordmark (การใช้ฟอนต์ที่มีเอกลักษณ์เพื่อแสดงชื่อแบรนด์) เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเรียบง่าย, ชัดเจน, และสื่อสารได้ตรงไปตรงมา
- รวมสโลแกน (Tagline): หากแบรนด์มีสโลแกนที่น่าจดจำ การออกแบบโลโก้ให้มีพื้นที่สำหรับวางสโลแกนควบคู่กันไป จะช่วยเสริมสร้างการจดจำและสื่อสารคุณค่าของแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น
- คิดเผื่อการใช้งานที่หลากหลาย: โลโก้จะต้องถูกนำไปใช้ในหลายขนาดและหลายวัสดุ ต้องแน่ใจว่าดีไซน์ของคุณยังคงความคมชัดและเอกลักษณ์ได้แม้จะถูกย่อส่วนหรือพิมพ์ด้วยสีเดียว
เทคนิคการออกแบบสติ๊กเกอร์ให้โดดเด่นบนชั้นวาง
- รักษาความสอดคล้องกับ CI: ใช้สีหลักของแบรนด์บนสติ๊กเกอร์และบรรจุภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการผสมสีที่หลากหลายเกินไปบนพื้นที่เล็กๆ เพราะจะทำให้ดูรกและไม่น่าจดจำ
- วางตำแหน่งโลโก้ให้ชัดเจน: ตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่ายที่สุด เช่น มุมบนซ้าย หรือตรงกลางของสติ๊กเกอร์ เป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดในการวางโลโก้ เพื่อให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้ทันที
- ใช้ประโยชน์จากพื้นหลังสีขาว: สำหรับ SME ที่ต้องการความโดดเด่นและประหยัดงบประมาณ การออกแบบสติ๊กเกอร์โดยใช้พื้นหลังสีขาวและวางโลโก้สีหลัก 1-2 สี เป็นเทคนิคที่ทำให้โลโก้ดูสะอาดตาและโดดเด่นขึ้นมาได้เสมอ
- ทดสอบบนพื้นผิวจริง: สีของสติ๊กเกอร์อาจดูแตกต่างไปเมื่อติดบนบรรจุภัณฑ์ที่มีสีต่างกัน (เช่น กล่องสีน้ำตาล, ขวดใส, หรือถุงสีเข้ม) ควรทดสอบก่อนเสมอเพื่อให้แน่ใจว่า สติ๊กเกอร์แบรนด์ ของคุณยังคงโดดเด่นในทุกสถานการณ์
ข้อควรหลีกเลี่ยงที่สำคัญในการเลือกใช้สี
เพื่อให้การสร้างแบรนด์ผ่านสีสันประสบความสำเร็จ ควรหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทั่วไปที่อาจบั่นทอนความพยายามในการออกแบบของคุณ
- การใช้สีมากเกิน 3 สี: ทำให้แบรนด์ขาดเอกภาพ ลูกค้าสับสนและจดจำได้ยาก
- การละเลยการทดสอบแบบขาว-ดำ: อาจส่งผลให้ได้โลโก้ที่ซับซ้อนเกินไปและใช้งานได้ไม่ดีในบางสถานการณ์
- การเลือกสีที่มีคอนทราสต์ต่ำ: ทำให้โลโก้หรือข้อความบนสติ๊กเกอร์อ่านยากและไม่โดดเด่นเมื่ออยู่บนบรรจุภัณฑ์
- การเลือกสีตามความชอบส่วนตัว: ควรเลือกสีโดยอิงจากบุคลิกของแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่ความชอบของเจ้าของธุรกิจ
สรุป: สร้างเอกลักษณ์แบรนด์ที่น่าจดจำด้วยพลังแห่งสีสัน
การเลือกสีไม่ใช่เพียงขั้นตอนเสริมในการออกแบบ แต่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและน่าจดจำสำหรับธุรกิจ SME การทำความเข้าใจในหลักการเลือกใช้สี, จิตวิทยาของสี, และการปฏิบัติตามกระบวนการอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้คุณสามารถสร้างสรรค์โลโก้และสติ๊กเกอร์ที่ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ยังสามารถสื่อสารตัวตนของแบรนด์และดึงดูดลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลงทุนเวลาและความคิดในการเลือกสีที่ใช่ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับแบรนด์ของคุณในระยะยาว
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการคำปรึกษาและบริการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพสูงเพื่อต่อยอดแบรนด์ของคุณ GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบและผลิตฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, และสื่อส่งเสริมการขายอื่นๆ ด้วยทีมงานมืออาชีพ เครื่องพิมพ์มาตรฐานสากล และวัสดุคุณภาพสูง เราพร้อมช่วยให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นและเป็นที่จดจำ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE, TIKTOK
