ทำไมสีหน้าจอไม่เหมือนงานพิมพ์? รู้จักระบบสี CMYK vs RGB
- ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับระบบสี
- ไขข้อข้องใจ: ทำไมสีหน้าจอไม่เหมือนงานพิมพ์
- ระบบสี RGB คืออะไร? โลกแห่งสีสันบนหน้าจอ
- ระบบสี CMYK คืออะไร? หัวใจสำคัญของงานพิมพ์
- ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง RGB และ CMYK
- ปัจจัยแฝงอื่น ๆ ที่ส่งผลให้สีงานพิมพ์เพี้ยน
- แนวทางปฏิบัติเพื่อลดปัญหาสีเพี้ยนสำหรับผู้ประกอบการ
- สรุปและแนวทางการเลือกใช้บริการงานพิมพ์คุณภาพ
ปัญหาคลาสสิกที่ผู้ประกอบการและนักออกแบบจำนวนมากต้องเผชิญคือการที่สีของงานออกแบบบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ดูสวยงามสดใส แต่เมื่อพิมพ์ออกมาเป็นสื่อสิ่งพิมพ์จริง เช่น สติ๊กเกอร์ นามบัตร หรือป้ายโฆษณา สีกลับดูหม่นลงหรือผิดเพี้ยนไปจากที่คาดหวัง ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ความผิดพลาดของโรงพิมพ์เสมอไป แต่เป็นผลมาจากความแตกต่างพื้นฐานของเทคโนโลยีการแสดงผลสี
ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับระบบสี

- หน้าจอแสดงผลดิจิทัลใช้ระบบสี RGB ซึ่งเป็นการผสมสีโดยใช้ “แสง” ทำให้มีขอบเขตสีที่กว้างและสดใส
- งานพิมพ์ทุกชนิดใช้ระบบสี CMYK ซึ่งเป็นการผสมสีโดยใช้ “หมึกพิมพ์” บนวัสดุ ทำให้มีขอบเขตสีที่จำกัดกว่า
- สีที่สว่างและสดจัดบนหน้าจอ (เช่น สีนีออน, สีเขียวมะนาวสด) ส่วนใหญ่ไม่สามารถพิมพ์ออกมาให้เหมือนต้นฉบับในระบบ CMYK ได้ 100%
- การตั้งค่าไฟล์งานออกแบบให้เป็นโหมดสี CMYK ตั้งแต่ขั้นตอนแรก จะช่วยให้เห็นภาพสีที่ใกล้เคียงกับงานพิมพ์จริงมากที่สุด และลดปัญหาสีเพี้ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ปัจจัยอื่น เช่น ประเภทกระดาษ, การตั้งค่าเครื่องพิมพ์, และการปรับเทียบสีของหน้าจอ ล้วนมีผลต่อความแม่นยำของสีในงานพิมพ์ขั้นสุดท้าย
ไขข้อข้องใจ: ทำไมสีหน้าจอไม่เหมือนงานพิมพ์
คำถามที่ว่า ทำไมสีหน้าจอไม่เหมือนงานพิมพ์? รู้จักระบบสี CMYK vs RGB จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจ SME นักการตลาด และนักออกแบบทุกคนควรทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ความแตกต่างนี้เกิดจากหลักการสร้างสีที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงระหว่างสื่อดิจิทัลและสื่อสิ่งพิมพ์ การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้ไม่เพียงแต่ช่วยจัดการความคาดหวังให้ตรงกับความเป็นจริง แต่ยังช่วยประหยัดต้นทุนและเวลาจากการแก้ไขงานหรือสั่งพิมพ์ใหม่
บทความนี้จะอธิบายถึงพื้นฐานของระบบสีทั้งสองแบบอย่างละเอียด ชี้ให้เห็นถึงสาเหตุหลักที่ทำให้สีผิดเพี้ยน พร้อมทั้งให้แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมคุณภาพสีของสื่อสิ่งพิมพ์ให้มีความสม่ำเสมอและตรงตามอัตลักษณ์ของแบรนด์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ฉลากสินค้า โบรชัวร์ หรือสื่อส่งเสริมการขายอื่น ๆ การมีความรู้เรื่องงานพิมพ์เบื้องต้นจะช่วยให้การสื่อสารกับโรงพิมพ์เป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
ระบบสี RGB คืออะไร? โลกแห่งสีสันบนหน้าจอ
ระบบสี RGB เป็นมาตรฐานสำหรับสื่อดิจิทัลทั้งหมดที่เราใช้งานในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่หน้าจอสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงโทรทัศน์และกล้องดิจิทัล การทำความเข้าใจหลักการทำงานของมันคือขั้นตอนแรกในการไขปริศนาว่าทำไมสีที่เราเห็นจึงสดใสและมีชีวิตชีวา
นิยามและการทำงานของ RGB
RGB ย่อมาจาก Red (สีแดง), Green (สีเขียว), และ Blue (สีน้ำเงิน) ซึ่งเป็นแม่สีของแสง ระบบสีนี้ทำงานภายใต้หลักการ “การผสมสีแบบบวก” (Additive Color Model) หมายความว่าสีต่างๆ จะถูกสร้างขึ้นโดยการนำแสงสีทั้งสามมาผสมกันในความเข้มที่แตกต่างกันบนพื้นหลังสีดำ (ซึ่งหมายถึงไม่มีแสงเลย)
- เมื่อนำแม่สีแสงทั้งสามมาผสมกันด้วยความเข้มสูงสุด จะได้ผลลัพธ์เป็น แสงสีขาว
- หากไม่มีการเปล่งแสงของแม่สีใด ๆ เลย ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็น สีดำสนิท
- การผสมกันของแม่สีแสงทีละคู่จะก่อให้เกิดสีใหม่ เช่น แดง + เขียว = เหลือง, แดง + น้ำเงิน = ม่วงแดง (Magenta), และ เขียว + น้ำเงิน = ฟ้า (Cyan)
ด้วยหลักการนี้ หน้าจอแสดงผลจึงสามารถสร้างเฉดสีได้นับล้านเฉดสีโดยการปรับระดับความสว่างของแต่ละพิกเซลสีแดง เขียว และน้ำเงินอย่างอิสระ
ขอบเขตสี (Color Gamut) อันกว้างขวางของ RGB
จุดเด่นที่สุดของระบบสี RGB คือมีขอบเขตสี หรือ Color Gamut ที่กว้างมาก เนื่องจากเป็นการสร้างสีจากแหล่งกำเนิดแสงโดยตรง จึงสามารถแสดงผลสีที่มีความสว่างและความอิ่มตัวสูงได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะสีที่มักเรียกกันว่า “สีสะท้อนแสง” หรือ “สีนีออน” เช่น สีเขียวไลม์สด, สีชมพูช็อกกิ้งพิ้งค์, หรือสีฟ้าอิเล็กทริกบลู สีเหล่านี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนของสีที่อยู่ในขอบเขตของ RGB แต่ไม่สามารถผลิตซ้ำได้ด้วยหมึกพิมพ์ในระบบ CMYK
ดังนั้น เมื่อมีการออกแบบงานกราฟิกสำหรับใช้งานบนเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือโซเชียลมีเดีย การเลือกใช้โหมดสี RGB จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะจะทำให้ได้สีที่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้งานจะเห็นบนหน้าจอของพวกเขามากที่สุด
ระบบสี CMYK คืออะไร? หัวใจสำคัญของงานพิมพ์
ในทางกลับกัน เมื่อเป้าหมายสุดท้ายของงานออกแบบคือการพิมพ์ลงบนวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ พลาสติก หรือผ้า ระบบสีที่ต้องใช้คือ CMYK ซึ่งมีหลักการทำงานและข้อจำกัดที่แตกต่างจาก RGB โดยสิ้นเชิง
นิยามและการทำงานของ CMYK
CMYK ย่อมาจาก Cyan (สีฟ้า), Magenta (สีม่วงแดง), Yellow (สีเหลือง), และ Key (สีดำ) ระบบสีนี้ทำงานภายใต้หลักการ “การผสมสีแบบลบ” (Subtractive Color Model) ซึ่งตรงข้ามกับ RGB โดยสิ้นเชิง
หลักการนี้เริ่มต้นจากพื้นผิวสีขาว (เช่น กระดาษ) ซึ่งสะท้อนแสงทุกสีกลับเข้าตาเรา การพิมพ์คือการใช้หมึกสี CMY ไปซึมซับ (หรือ “ลบ”) แสงบางสีออกไป ทำให้เรามองเห็นสีที่เหลือจากการสะท้อน
- หมึกสีจะทำหน้าที่เป็นฟิลเตอร์กรองแสง เมื่อหมึกสีฟ้า (Cyan) ถูกพิมพ์ลงบนกระดาษ มันจะดูดซับแสงสีแดงและสะท้อนแสงสีเขียวและน้ำเงินออกมา
- เมื่อผสมหมึก C, M, และ Y เข้าด้วยกันตามทฤษฎี ควรจะได้สีดำ แต่ในทางปฏิบัติ หมึกพิมพ์ไม่สมบูรณ์แบบ ทำให้ได้ผลลัพธ์เป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีเทาคล้ำ
- ด้วยเหตุนี้ จึงต้องเพิ่มหมึกสีดำ (K – Key) เข้ามาเพื่อให้ได้สีดำที่สนิทจริง ๆ และช่วยเพิ่มความคมชัด มิติ และคอนทราสต์ให้กับภาพพิมพ์
ข้อจำกัดด้านขอบเขตสีของ CMYK
ข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดของระบบสี CMYK คือมีขอบเขตสี (Color Gamut) ที่แคบกว่า RGB อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากหมึกพิมพ์ไม่สามารถเปล่งแสงได้ด้วยตัวเอง แต่ทำหน้าที่เพียงดูดซับแสง สีที่ได้จากการพิมพ์จึงไม่มีทางสว่างหรือสดใสเท่ากับสีที่เห็นบนหน้าจอซึ่งกำเนิดจากแสงโดยตรง
เมื่อไฟล์งานที่ออกแบบในโหมด RGB ถูกแปลงเป็น CMYK เพื่อการพิมพ์ ซอฟต์แวร์จะพยายามหาค่าสีที่ใกล้เคียงที่สุดในขอบเขตของ CMYK มาแทนที่สีเดิมที่อยู่นอกขอบเขต (Out-of-Gamut) กระบวนการนี้เองที่ทำให้สีที่เคยสดใสบนหน้าจอกลายเป็นสีที่หม่นลงหรือดูทึบขึ้นในงานพิมพ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหา “สีเพี้ยน” ที่หลายคนประสบ
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง RGB และ CMYK
| คุณสมบัติ | ระบบสี RGB | ระบบสี CMYK |
|---|---|---|
| หลักการสร้างสี | การผสมสีแบบบวก (Additive) – ใช้แสง | การผสมสีแบบลบ (Subtractive) – ใช้หมึก |
| แม่สีหลัก | Red, Green, Blue (แดง, เขียว, น้ำเงิน) | Cyan, Magenta, Yellow, Key (ฟ้า, ม่วงแดง, เหลือง, ดำ) |
| การเกิดสีขาว | เกิดจากการผสมแม่สีแสงทั้ง 3 สีเข้าด้วยกัน | คือสีของพื้นผิววัสดุ (เช่น กระดาษขาว) |
| การเกิดสีดำ | เกิดจากการไม่มีแสง (ปิดไฟทุกพิกเซล) | เกิดจากการใช้หมึกสีดำ (K) หรือผสม C, M, Y เข้มข้น |
| ขอบเขตสี (Gamut) | กว้างมาก สามารถแสดงสีสดและสว่างได้ดี | แคบกว่า ไม่สามารถพิมพ์สีที่สว่างจัด ๆ ได้ |
| การใช้งานหลัก | สื่อดิจิทัล: เว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย, วิดีโอ, หน้าจอทุกชนิด | สื่อสิ่งพิมพ์: โบรชัวร์, นามบัตร, สติ๊กเกอร์, บรรจุภัณฑ์ |
| ขนาดไฟล์ | โดยทั่วไปมีขนาดเล็กกว่าไฟล์ CMYK | มักจะมีขนาดใหญ่กว่าเนื่องจากมี 4 ช่องสี |
ปัจจัยแฝงอื่น ๆ ที่ส่งผลให้สีงานพิมพ์เพี้ยน
นอกเหนือจากความแตกต่างพื้นฐานระหว่าง RGB และ CMYK แล้ว ยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ อีกหลายประการที่สามารถส่งผลกระทบต่อสีสันของงานพิมพ์ขั้นสุดท้ายได้ การตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพงานได้ดียิ่งขึ้น
การปรับเทียบสีหน้าจอ (Screen Calibration)
หน้าจอคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง แม้จะเป็นยี่ห้อและรุ่นเดียวกัน ก็อาจแสดงผลสีที่แตกต่างกันเล็กน้อยได้หากไม่ผ่านการปรับเทียบสี (Calibrate) อย่างถูกต้อง จอที่ไม่ได้มาตรฐานอาจแสดงสีที่สว่างเกินไป, ติดโทนสีฟ้า, หรือติดโทนสีเหลือง ซึ่งทำให้สีที่นักออกแบบเห็นขณะทำงาน ไม่ตรงกับค่าสีจริง ๆ ของไฟล์งาน เมื่อไฟล์นั้นถูกนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ที่ได้มาตรฐาน ผลลัพธ์จึงคลาดเคลื่อนไปจากภาพที่เห็นบนจอ
ความสว่างของหน้าจอแสดงผล
การตั้งค่าความสว่างของหน้าจอไว้สูงเกินไป เป็นสาเหตุทั่วไปที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสีของงานพิมพ์ จอที่สว่างจ้าจะทำให้สีทุกสีดูสดใสและมีชีวิตชีวา แต่กระดาษไม่สามารถเปล่งแสงได้ ดังนั้น เมื่อพิมพ์ออกมา สีจึงดูหม่นลงหรือเข้มขึ้นโดยเปรียบเทียบ การทำงานออกแบบในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมแสงและปรับความสว่างจอให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ชนิดของวัสดุพิมพ์และการดูดซับหมึก
วัสดุที่ใช้พิมพ์มีผลอย่างมากต่อการแสดงผลของสี ตัวอย่างเช่น:
- กระดาษอาร์ตมัน/อาร์ตด้าน (Coated Paper): มีผิวเคลือบที่ช่วยให้หมึกพิมพ์ลอยอยู่บนผิวหน้ากระดาษ ทำให้สีดูสดใส คมชัด และมีความอิ่มตัวสูง เหมาะกับงานพิมพ์ภาพถ่ายหรือโบรชัวร์สีสันสดใส
- กระดาษปอนด์ (Uncoated Paper): ไม่มีผิวเคลือบ ทำให้หมึกซึมลึกลงไปในเนื้อกระดาษ ส่งผลให้สีดูจืดหรือหม่นลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกระดาษอาร์ต เหมาะกับงานเอกสาร นามบัตร หรือการ์ดที่ต้องการความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
- สติ๊กเกอร์ PVC หรือ PP: พื้นผิวพลาสติกที่แตกต่างกันก็ให้ผลลัพธ์สีที่ต่างกันไป สติ๊กเกอร์แบบใสหรือแบบขาวขุ่นก็จะให้โทนสีที่ไม่เหมือนกัน
เครื่องพิมพ์และโปรไฟล์สีในการตั้งค่า
เครื่องพิมพ์แต่ละระบบ (เช่น Offset, Digital) และแต่ละยี่ห้อ มีความสามารถในการให้สีที่แตกต่างกัน โรงพิมพ์มืออาชีพมักมีการจัดการโปรไฟล์สี (Color Profile) ของเครื่องพิมพ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้สีที่แม่นยำและสม่ำเสมอในทุก ๆ งานพิมพ์ การส่งไฟล์งานโดยไม่ได้ฝังโปรไฟล์สีที่ถูกต้อง หรือการที่โรงพิมพ์ไม่ได้ใช้โปรไฟล์สีที่เหมาะสมกับเครื่องและวัสดุพิมพ์ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สีผิดเพี้ยนได้
สภาพแวดล้อมในการพิมพ์
ปัจจัยที่ควบคุมได้ยากอย่างอุณหภูมิและความชื้นในอากาศขณะพิมพ์ ก็สามารถส่งผลต่อการแห้งตัวและการซึมผ่านของหมึกพิมพ์ได้เช่นกัน โรงพิมพ์ที่ได้มาตรฐานจึงมักมีการควบคุมสภาพแวดล้อมในพื้นที่การผลิตเพื่อรักษาคุณภาพงานพิมพ์ให้คงที่
แนวทางปฏิบัติเพื่อลดปัญหาสีเพี้ยนสำหรับผู้ประกอบการ
แม้ว่าความแตกต่างของสีระหว่างหน้าจอกับงานพิมพ์จะเป็นเรื่องทางเทคนิคที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 100% แต่ก็มีแนวทางปฏิบัติหลายอย่างที่สามารถช่วยลดช่องว่างของความแตกต่างนี้ลง และทำให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับความคาดหวังมากที่สุด
ตั้งค่าโหมดสีให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น
กฎเหล็กข้อแรกและสำคัญที่สุดคือ: ถ้ารู้ว่างานออกแบบชิ้นนี้จะถูกนำไปพิมพ์ ให้ตั้งค่าโหมดสี (Color Mode) ในโปรแกรมออกแบบ (เช่น Adobe Photoshop, Illustrator) เป็น CMYK ตั้งแต่เริ่มสร้างไฟล์ การทำเช่นนี้จะจำกัด палитраสีที่เลือกใช้ให้อยู่ในขอบเขตของงานพิมพ์ตั้งแต่แรก ทำให้สีที่เห็นบนหน้าจอใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น และช่วยหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงของสีที่รุนแรงเมื่อต้องแปลงไฟล์ในภายหลัง
ทำความเข้าใจสีที่อยู่นอกขอบเขต (Gamut)
โปรแกรมออกแบบกราฟิกระดับมืออาชีพมักมีฟังก์ชัน “Gamut Warning” ซึ่งจะแจ้งเตือนเมื่อเลือกใช้สีที่อยู่นอกขอบเขตการพิมพ์ของ CMYK การเปิดใช้งานฟังก์ชันนี้จะช่วยให้นักออกแบบสามารถหลีกเลี่ยงการใช้สีดังกล่าว หรือปรับเปลี่ยนไปใช้เฉดสีที่ใกล้เคียงที่สุดที่สามารถพิมพ์ได้แทน
การทำ Proof สีก่อนการผลิตจริง
สำหรับงานพิมพ์ที่มีความสำคัญสูง มีจำนวนมาก หรือต้องการความแม่นยำของสีเป็นพิเศษ เช่น งานบรรจุภัณฑ์สินค้า หรือแคตตาล็อกสี การขอ “Proof สี” จากโรงพิมพ์เป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม Proof คือตัวอย่างงานพิมพ์จริงที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์และวัสดุจริงในจำนวนน้อย เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของสีและรายละเอียดต่าง ๆ ก่อนที่จะสั่งผลิตจำนวนมาก แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่มีราคาสูงกว่า
ปรึกษาโรงพิมพ์ที่มีความเชี่ยวชาญ
การสื่อสารกับโรงพิมพ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งสำคัญ โรงพิมพ์ที่มีประสบการณ์สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเตรียมไฟล์ที่ถูกต้อง การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับงาน และข้อจำกัดทางเทคนิคของเครื่องพิมพ์ที่ใช้ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับโรงพิมพ์ที่เชื่อถือได้จะช่วยให้กระบวนการผลิตราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สรุปและแนวทางการเลือกใช้บริการงานพิมพ์คุณภาพ
การที่สีบนหน้าจอไม่ตรงกับงานพิมพ์เป็นปรากฏการณ์ปกติที่เกิดจากความแตกต่างทางวิทยาศาสตร์ระหว่างระบบสี RGB (แสง) และ CMYK (หมึก) การทำความเข้าใจในหลักการพื้นฐานเหล่านี้เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ SME และนักการตลาดในยุคดิจิทัล เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ที่มีคุณภาพ สีสันตรงตามอัตลักษณ์ของแบรนด์ และสื่อสารกับโรงพิมพ์ได้อย่างมืออาชีพ การวางแผนและเตรียมไฟล์งานอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น คือกุญแจสำคัญในการลดปัญหาสีเพี้ยนและควบคุมต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโรงพิมพ์ครบวงจรที่เข้าใจความต้องการของธุรกิจ SME อย่างแท้จริง GIANT PRINT คือคำตอบ โรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ของเราพร้อมให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและออกแบบฟรี ไปจนถึงการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์, และการ์ดต่าง ๆ ด้วยเครื่องพิมพ์ Fuji Xerox มาตรฐานสากลและวัสดุคุณภาพสูงจากต่างประเทศ ทำให้มั่นใจได้ในผลงานที่สวยงาม คมชัด และสีสันแม่นยำ ทีมงานมืออาชีพของเราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการทางธุรกิจของคุณ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
LINE: @282iufnx
TIKTOK: @giantprint_official
ที่อยู่:
269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
