ป้ายไวนิล+สติ๊กเกอร์ ดันยอดขายออนไลน์ด้วยการตลาด O2O
- ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- เปลี่ยนหน้าร้านให้เป็นประตูสู่โลกออนไลน์
- ทำความเข้าใจการตลาด O2O: กลยุทธ์เชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์
- พลังของสื่อสิ่งพิมพ์: ทำไมป้ายไวนิลและสติ๊กเกอร์ยังคงสำคัญ
- กลยุทธ์การใช้ป้ายไวนิล+สติ๊กเกอร์ ดันยอดขายออนไลน์ด้วยการตลาด O2O
- การวัดผลและข้อควรระวังในการทำแคมเปญ O2O
- สรุป: อนาคตของการตลาดที่ผสมผสานสื่อสิ่งพิมพ์และดิจิทัล
- เริ่มต้นสร้างแคมเปญ O2O ของคุณ
ในยุคที่ธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด การผสานกลยุทธ์ระหว่างโลกออฟไลน์และออนไลน์กลายเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ การใช้สื่อสิ่งพิมพ์อย่างป้ายไวนิลและสติ๊กเกอร์เพื่อดึงดูดลูกค้าจากหน้าร้านไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล หรือที่เรียกว่าการตลาดแบบ O2O (Offline-to-Online) กำลังเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ

- การตลาด O2O เป็นการเชื่อมโยงประสบการณ์ของลูกค้าจากช่องทางออฟไลน์ เช่น หน้าร้านหรือสื่อโฆษณา ไปสู่ช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย เพื่อปิดการขาย
- ป้ายไวนิลและสติ๊กเกอร์ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่จับต้องได้ เพื่อสร้างการรับรู้และนำพาลูกค้าเข้าสู่โลกดิจิทัลผ่านเครื่องมืออย่าง QR Code
- กลยุทธ์นี้สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายได้ โดยข้อมูลจากบทความเชิงการตลาดชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นราว 15–30% ต่อแคมเปญ
- ความสำเร็จของแคมเปญ O2O ขึ้นอยู่กับการออกแบบสื่อที่น่าสนใจ, Call-to-Action (CTA) ที่ชัดเจน และระบบการวัดผลที่มีประสิทธิภาพ
- สื่อสิ่งพิมพ์ยังคงมีความสำคัญในการสร้างตัวตนและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในพื้นที่จริง ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการตลาดดิจิทัล
เปลี่ยนหน้าร้านให้เป็นประตูสู่โลกออนไลน์
กลยุทธ์การใช้ ป้ายไวนิล+สติ๊กเกอร์ ดันยอดขายออนไลน์ด้วยการตลาด O2O คือการใช้ประโยชน์จากสื่อโฆษณาที่จับต้องได้เพื่อเป็นสะพานเชื่อมต่อไปยังช่องทางการขายดิจิทัล แนวทางนี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้านจริง เช่น ร้านค้าปลีก คาเฟ่ หรือร้านอาหาร ที่ต้องการเปลี่ยนผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาให้กลายเป็นลูกค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย การกระตุ้นให้เกิดการสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน หรือการเข้าร่วมโปรแกรมสมาชิก การผสมผสานนี้ช่วยสร้างเส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) ที่ไร้รอยต่อ และช่วยแก้ปัญหาหน้าร้านที่อาจจะเงียบเหงาแต่ยังคงมีศักยภาพในการสร้างยอดขายออนไลน์ที่แข็งแกร่ง
การตลาด O2O ไม่ได้มาแทนที่การตลาดแบบดั้งเดิม แต่เป็นการต่อยอดศักยภาพของสื่อออฟไลน์ให้ทำงานร่วมกับเครื่องมือดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้
สำหรับผู้ประกอบการ การทำความเข้าใจว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายและทำไมกลยุทธ์นี้จึงสำคัญเป็นสิ่งจำเป็น กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้บริโภคยุคใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัลและมักจะค้นหาข้อมูลออนไลน์ก่อนตัดสินใจซื้อ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่จับต้องได้ การเห็นป้ายโฆษณาที่น่าสนใจหน้าร้านสามารถกระตุ้นความอยากรู้และนำไปสู่การสแกน QR Code เพื่อรับส่วนลดหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทันที กลยุทธ์นี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันที่พฤติกรรมผู้บริโภคมีความซับซ้อนและเกิดขึ้นในหลายช่องทางพร้อมกัน
ทำความเข้าใจการตลาด O2O: กลยุทธ์เชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์
ก่อนที่จะลงลึกถึงวิธีการใช้ป้ายไวนิลและสติ๊กเกอร์ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจแนวคิดหลักของการตลาดแบบ O2O ซึ่งเป็นหัวใจของกลยุทธ์ทั้งหมดนี้
การตลาด O2O คืออะไร?
การตลาด O2O (Offline-to-Online) คือแคมเปญการตลาดที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดลูกค้าจากช่องทางออฟไลน์ (เช่น การเดินผ่านหน้าร้าน, การเห็นป้ายโฆษณา, การเข้าร่วมกิจกรรม) ไปยังช่องทางออนไลน์ (เช่น เว็บไซต์, แอปพลิเคชัน, หรือบัญชีโซเชียลมีเดียของแบรนด์) โดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือการสร้างยอดขาย, การเก็บข้อมูลลูกค้า, หรือการสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว แคมเปญ O2O มักจะใช้สิ่งจูงใจบางอย่างเพื่อกระตุ้นให้เกิดการกระทำ เช่น การมอบส่วนลดพิเศษเมื่อสแกน QR Code, การให้คูปองดิจิทัล, หรือการเชิญชวนให้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ
องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้แคมเปญ O2O ประสบความสำเร็จ
แคมเปญ O2O ที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยองค์ประกอบหลัก 3 ส่วนที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว:
- Content (เนื้อหา): เนื้อหาบนสื่อออฟไลน์ต้องมีความน่าดึงดูด ชัดเจน และกระชับ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอโปรโมชั่น, รูปภาพสินค้าที่น่าสนใจ, หรือข้อความกระตุ้นการตัดสินใจ (Call-to-Action) ที่เข้าใจง่าย เนื้อหาที่ดีจะสามารถหยุดสายตาของผู้คนและทำให้พวกเขาสนใจที่จะทำตามขั้นตอนต่อไป
- Data (ข้อมูล): หัวใจของการตลาดดิจิทัลคือข้อมูล แคมเปญ O2O ควรออกแบบให้สามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าได้ เช่น จำนวนการสแกน QR Code, อัตราการใช้คูปอง, หรือข้อมูลประชากรของผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วม ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถวัดผลและปรับปรุงแคมเปญในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น
- Conversion (การแปลงผล): ต้องมีกลไกที่ชัดเจนและใช้งานง่ายในการเปลี่ยนความสนใจให้เป็นการกระทำ เครื่องมือที่นิยมใช้คือ QR Code ที่นำไปยังหน้า Landing Page, บัญชี LINE Official Account, หรือหน้าสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ประสบการณ์หลังการสแกนต้องราบรื่นและไม่ซับซ้อน เพื่อไม่ให้ลูกค้าล้มเลิกกลางคัน
พลังของสื่อสิ่งพิมพ์: ทำไมป้ายไวนิลและสติ๊กเกอร์ยังคงสำคัญ
แม้ว่าโลกจะหมุนไปสู่ดิจิทัล แต่สื่อสิ่งพิมพ์อย่าง ป้ายไวนิล และ สติ๊กเกอร์ติดสินค้า ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำมาใช้ในกลยุทธ์ O2O เนื่องจากสื่อเหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษที่สื่อออนไลน์ไม่สามารถทดแทนได้
บทบาทของป้ายไวนิลในการสร้างการรับรู้
ป้ายไวนิลทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสร้างการรับรู้ (Awareness) ที่ทรงพลังในพื้นที่จริง ด้วยขนาดที่ใหญ่และสีสันที่โดดเด่น ทำให้สามารถดึงดูดสายตาของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นป้ายที่ติดตั้งอยู่หน้าร้าน, ในงานอีเวนต์, หรือตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ป้ายโฆษณาหน้าร้าน ช่วยสร้างการมีตัวตนจริง (Physical Presence) ให้กับแบรนด์ ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและการจดจำได้ง่ายกว่าการเห็นเพียงโฆษณาบนหน้าจอ เมื่อนำมาใช้ในแคมเปญ O2O ป้ายไวนิลจะทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Customer Journey โดยเชิญชวนให้ผู้ที่พบเห็นมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ในโลกออนไลน์ผ่านการสแกน QR Code เพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษ
สติ๊กเกอร์: เครื่องมือการตลาดขนาดเล็กแต่ทรงประสิทธิภาพ
ในขณะที่ป้ายไวนิลเน้นสร้างการรับรู้ในวงกว้าง สติ๊กเกอร์กลับเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการสร้างการจดจำและกระตุ้นการกระทำในระยะใกล้ (Close-Range Engagement) สติ๊กเกอร์สามารถนำไปติดบนบรรจุภัณฑ์, แก้วกาแฟ, ถุงชอปปิง, ประตูร้าน, หรือแม้กระทั่งรถส่งสินค้า ทำให้แบรนด์สามารถแทรกซึมเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้าได้มากขึ้น
สติ๊กเกอร์ที่มี QR Code หรือ LINE ID เป็นเครื่องมือ O2O ที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะสามารถเปลี่ยนทุกจุดสัมผัส (Touchpoint) ให้กลายเป็นโอกาสทางการตลาด เช่น สติ๊กเกอร์บนกล่องพิซซ่าอาจมี QR Code สำหรับสะสมแต้ม หรือสติ๊กเกอร์บนแก้วกาแฟอาจนำไปสู่หน้าโซเชียลมีเดียเพื่อเชิญชวนให้ถ่ายรูปและติดแฮชแท็ก ซึ่งเป็นการขยายการมองเห็นแบรนด์ออกไปอีกทอดหนึ่ง
กลยุทธ์การใช้ป้ายไวนิล+สติ๊กเกอร์ ดันยอดขายออนไลน์ด้วยการตลาด O2O
การนำแนวคิด O2O มาปรับใช้กับสื่อสิ่งพิมพ์ต้องอาศัยการวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้แน่ใจว่าสื่อแต่ละชิ้นสามารถทำหน้าที่ของมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและนำไปสู่เป้าหมายทางธุรกิจที่ตั้งไว้
| คุณลักษณะ | ป้ายไวนิล | สติ๊กเกอร์ |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์หลัก | สร้างการรับรู้ในวงกว้าง (Broad Awareness) และดึงดูดความสนใจเริ่มต้น | สร้างการจดจำ (Brand Recall) และกระตุ้นการกระทำซ้ำในระยะใกล้ |
| ตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม | หน้าร้าน, งานอีเวนต์, จุดที่มีคนสัญจรหนาแน่น, ริมถนน | บนบรรจุภัณฑ์, สินค้า, ประตูร้าน, แก้วเครื่องดื่ม, รถส่งของ |
| ขนาดและผลกระทบ | ขนาดใหญ่, มองเห็นได้จากระยะไกล, สร้าง Impact ได้ทันที | ขนาดเล็ก, สื่อสารในระยะใกล้, สร้างการมีส่วนร่วมแบบส่วนตัว |
| เครื่องมือ Conversion ที่แนะนำ | QR Code ขนาดใหญ่ที่นำไปสู่โปรโมชั่นหลักหรือหน้าแคมเปญ | QR Code สำหรับสะสมแต้ม, ติดตามโซเชียล, หรือรับส่วนลดเล็กๆ น้อยๆ |
| การวัดผลที่เหมาะสม | จำนวนการสแกนเพื่อรับข้อเสนอพิเศษ, ปริมาณ Traffic ที่เข้าสู่ Landing Page | จำนวนการเพิ่มเพื่อนใน LINE, การเข้าร่วมโปรแกรมสมาชิก, การใช้คูปอง |
การออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อผลลัพธ์สูงสุด
เพื่อให้ป้ายไวนิลและสติ๊กเกอร์สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือ O2O ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยต้องคำนึงถึงหลักการต่อไปนี้:
- Call-to-Action (CTA) ที่ชัดเจน: ต้องระบุให้ชัดเจนว่าต้องการให้ผู้ที่พบเห็นทำอะไร เช่น “สแกนเลยเพื่อรับส่วนลด 20%”, “แอดไลน์เพื่อสะสมแต้ม”, หรือ “สั่งออนไลน์ส่งฟรี!” CTA ที่ดีต้องสั้น กระชับ และสร้างความรู้สึกเร่งด่วน
- การออกแบบที่โดดเด่น: ใช้สีสันและองค์ประกอบกราฟิกที่สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของแบรนด์และสามารถดึงดูดสายตาได้ดี QR Code ควรมีขนาดใหญ่พอที่จะสแกนได้ง่ายจากระยะที่เหมาะสม
- เนื้อหาที่น่าเชื่อถือ: ข้อความบนสื่อควรสั้นและสื่อสารประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับอย่างชัดเจน การใส่รีวิวสั้นๆ หรือการอ้างอิงถึงความนิยมของสินค้าสามารถช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้
การนำไปใช้จริง: ตัวอย่างแคมเปญ O2O
ตัวอย่างที่ 1: คาเฟ่และร้านกาแฟ
ติดตั้งป้ายไวนิลขนาดใหญ่หน้าร้านพร้อมข้อความ “กาแฟสูตรพิเศษมาใหม่! สแกน QR สั่งล่วงหน้า รับส่วนลด 15% ทันที” เพื่อดึงดูดลูกค้าที่เดินผ่านและกระตุ้นให้ทดลองใช้บริการสั่งซื้อออนไลน์ ส่วนบนแก้วกาแฟทุกใบให้ติดสติ๊กเกอร์ที่มี QR Code สำหรับแอด LINE Official Account เพื่อเข้าร่วมโปรแกรม “สะสมแต้ม E-Stamp 10 แก้ว ฟรี 1 แก้ว” ซึ่งช่วยสร้างลูกค้าประจำและรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาว
ตัวอย่างที่ 2: ร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่น
ใช้ป้ายไวนิลโฆษณาคอลเลคชั่นใหม่ โดยมี QR Code ที่นำไปยังหน้า Lookbook ออนไลน์บนเว็บไซต์ ให้ลูกค้าสามารถเลือกดูสินค้าทั้งหมดและสั่งซื้อได้ทันที พร้อมโปรโมชั่น “ส่งฟรีเมื่อซื้อครบ 1,000 บาท” สำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก ในขณะเดียวกัน บนถุงชอปปิงและป้ายราคาสินค้า ให้ติดสติ๊กเกอร์เล็กๆ ที่มี QR Code เชิญชวนให้ติดตาม Instagram ของร้าน เพื่อดูสไตล์การแต่งตัวและอัปเดตสินค้าใหม่ๆ เป็นการสร้างชุมชนของแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย
การวัดผลและข้อควรระวังในการทำแคมเปญ O2O
เช่นเดียวกับการตลาดประเภทอื่นๆ การวัดผลคือสิ่งที่จะบอกว่ากลยุทธ์ที่ใช้นั้นประสบความสำเร็จหรือไม่ ในขณะเดียวกันก็มีข้อควรระวังบางประการที่ต้องพิจารณาเพื่อให้แคมเปญดำเนินไปอย่างราบรื่น
วิธีวัดผลความสำเร็จ
การวัดผลแคมเปญ O2O ที่ใช้ป้ายไวนิลและสติ๊กเกอร์สามารถทำได้โดยการติดตามข้อมูลดิจิทัลที่เกิดขึ้นหลังจากการปฏิสัมพันธ์กับสื่อออฟไลน์:
- ใช้ QR Code ที่แตกต่างกัน: สร้าง QR Code ที่ไม่ซ้ำกันสำหรับสื่อแต่ละประเภท (เช่น โค้ดสำหรับป้ายไวนิล, โค้ดสำหรับสติ๊กเกอร์บนแก้ว, โค้ดสำหรับสติ๊กเกอร์บนถุง) เพื่อให้สามารถติดตามได้ว่าช่องทางใดมีประสิทธิภาพสูงสุด
- ติดตาม Conversion Rate: วัดอัตราส่วนระหว่างจำนวนคนที่สแกนกับจำนวนคนที่ทำตามเป้าหมายจนสำเร็จ เช่น การสั่งซื้อ, การลงทะเบียน, หรือการแอดไลน์
- วิเคราะห์ข้อมูลจาก Landing Page: ใช้เครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์เพื่อดูว่าผู้ที่เข้ามาจากแคมเปญ O2O ใช้เวลาบนหน้านานเท่าไหร่, มีการเข้าชมหน้าอื่นๆ ต่อหรือไม่, และมาจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ใด
ข้อควรพิจารณาเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด
- ขาด Call-to-Action ที่ชัดเจน: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการออกแบบป้ายหรือสติ๊กเกอร์ที่สวยงามแต่ไม่มีคำสั่งหรือสิ่งจูงใจที่ชัดเจน ทำให้สื่อนั้นทำได้เพียงสร้างการรับรู้ แต่ไม่สามารถนำไปสู่การกระทำหรือยอดขายได้
- ประสบการณ์ออนไลน์ที่ไม่ราบรื่น: หาก QR Code นำไปสู่เว็บไซต์ที่โหลดช้า, ใช้งานบนมือถือยาก, หรือมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ลูกค้าอาจจะหมดความอดทนและออกจากหน้าเว็บไปก่อนที่จะทำตามเป้าหมายสำเร็จ
- การตั้งความคาดหวังที่ไม่สมจริง: ตัวเลขผลลัพธ์อย่างยอดขายที่เพิ่มขึ้น 15–30% ควรถูกมองเป็นแนวโน้มอ้างอิงมากกว่าตัวเลขที่การันตีได้ ผลลัพธ์ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณภาพของข้อเสนอ, กลุ่มเป้าหมาย, และการแข่งขันในตลาด
สรุป: อนาคตของการตลาดที่ผสมผสานสื่อสิ่งพิมพ์และดิจิทัล
การใช้ ป้ายไวนิล+สติ๊กเกอร์ ดันยอดขายออนไลน์ด้วยการตลาด O2O ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นกลยุทธ์ที่ตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว การผสมผสานระหว่างพลังของสื่อสิ่งพิมพ์ที่สามารถสร้างผลกระทบและดึงดูดความสนใจในโลกแห่งความเป็นจริง เข้ากับความสามารถของแพลตฟอร์มดิจิทัลในการปิดการขายและเก็บข้อมูลลูกค้าอย่างละเอียด ได้สร้างพลังทวีคูณที่การทำการตลาดเพียงช่องทางเดียวไม่สามารถทำได้
สื่อสิ่งพิมพ์อย่างป้ายไวนิลและสติ๊กเกอร์ได้วิวัฒนาการจากเครื่องมือโฆษณาแบบดั้งเดิมมาเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในเส้นทางของลูกค้า ช่วยสร้างตัวตนที่จับต้องได้ให้กับแบรนด์ และเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เริ่มต้นสร้างแคมเปญ O2O ของคุณ
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเพิ่มยอดขายออนไลน์และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน การเริ่มต้นทำแคมเปญ O2O ด้วยสื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพสูงคือคำตอบ GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของคุณ
เรามีบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์, และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัยและวัสดุคุณภาพสูง พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานที่ตอบโจทย์ธุรกิจ SME และลูกค้าทุกท่าน
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
FACEBOOK PAGE: GIANT PRINT
LINE: @giantprint
TIKTOK: @giantprint_official
Website: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
