แบรนด์ SME ควรรู้! เทคนิคตั้งค่าสีงานพิมพ์ให้สีสดเป๊ะ
- สรุปประเด็นสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจ
- แบรนด์ SME ควรรู้! เทคนิคตั้งค่าสีงานพิมพ์ให้สีสดเป๊ะ
- ทำไมการตั้งค่าสีจึงสำคัญต่อธุรกิจ SME
- ทำความเข้าใจระบบสีพื้นฐาน: RGB vs CMYK
- ขั้นตอนการตั้งค่าสีงานพิมพ์ในโปรแกรมออกแบบยอดนิยม
- เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาสีเพี้ยนอย่างมืออาชีพ
- บทสรุป: ส่งไฟล์งานพิมพ์ครั้งต่อไปให้สีสวยเป๊ะไม่มีเพี้ยน
- เลือกมืออาชีพด้านงานพิมพ์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
การสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น ฉลากสินค้า สติ๊กเกอร์ หรือนามบัตร จำเป็นต้องอาศัยความแม่นยำของสีเป็นอย่างยิ่ง ปัญหาที่พบบ่อยคือสีที่เห็นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์กลับผิดเพี้ยนไปเมื่อพิมพ์ออกมาเป็นชิ้นงานจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์โดยตรง บทความนี้จะนำเสนอความรู้พื้นฐานและเทคนิคการตั้งค่าสีที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME สามารถควบคุมคุณภาพงานพิมพ์ให้มีสีสดและตรงตามที่ออกแบบไว้
สรุปประเด็นสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจ

- ความสำคัญของโหมดสี CMYK: โหมดสี CMYK คือมาตรฐานสำหรับงานพิมพ์ทุกประเภท การตั้งค่าไฟล์งานให้เป็น CMYK ตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาสีเพี้ยนได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ความแตกต่างระหว่าง RGB และ CMYK: ระบบสี RGB ถูกออกแบบมาเพื่อการแสดงผลบนหน้าจอดิจิทัลซึ่งมีขอบเขตสีที่กว้างกว่า ในขณะที่ CMYK ใช้สำหรับงานพิมพ์ ทำให้สีบางเฉดที่เห็นบนจอไม่สามารถพิมพ์ออกมาได้เหมือนกัน 100%
- ขั้นตอนการตรวจสอบและแปลงไฟล์: โปรแกรมออกแบบมาตรฐานอย่าง Adobe Illustrator และ Adobe Photoshop มีเครื่องมือในการตรวจสอบและแปลงโหมดสีจาก RGB เป็น CMYK ซึ่งเป็นขั้นตอนที่จำเป็นอย่างยิ่งก่อนส่งไฟล์ให้โรงพิมพ์
- เทคนิคเสริมเพื่อความแม่นยำ: นอกจากการตั้งค่าโหมดสีแล้ว การเลือกใช้ค่าสีดำที่เหมาะสม (Rich Black) และการสื่อสารกับโรงพิมพ์เกี่ยวกับโปรไฟล์สี (Color Profile) จะช่วยให้ผลลัพธ์ของงานพิมพ์มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
แบรนด์ SME ควรรู้! เทคนิคตั้งค่าสีงานพิมพ์ให้สีสดเป๊ะ
สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) การสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นที่จดจำคือหนึ่งในเป้าหมายหลัก สื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า สติ๊กเกอร์ นามบัตร หรือโบรชัวร์ ล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารกับลูกค้า สีสันที่ถูกต้องและสม่ำเสมอในสื่อเหล่านี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ ดังนั้น การเรียนรู้ เทคนิคตั้งค่าสีงานพิมพ์ให้สีสดเป๊ะ จึงไม่ใช่เรื่องทางเทคนิคที่ซับซ้อนเกินจำเป็น แต่เป็นความรู้พื้นฐานที่ช่วยให้แบรนด์สามารถควบคุมคุณภาพผลงานและหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่มีค่าใช้จ่ายสูงจากการพิมพ์ซ้ำได้ การทำความเข้าใจระบบสีที่ถูกต้องจะช่วยลดช่องว่างระหว่างสิ่งที่ออกแบบบนหน้าจอกับสิ่งที่ได้จากเครื่องพิมพ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำไมการตั้งค่าสีจึงสำคัญต่อธุรกิจ SME
ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ภาพลักษณ์คือสิ่งแรกที่ลูกค้าสัมผัส สีเป็นองค์ประกอบหลักของอัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity) ที่ส่งผลต่อการจดจำและความรู้สึกของลูกค้าโดยตรง สีของโลโก้บนบรรจุภัณฑ์ที่ผิดเพี้ยนไปจากสีมาตรฐานของแบรนด์ อาจทำให้ลูกค้าเกิดความสับสนหรือไม่มั่นใจในคุณภาพของสินค้าได้
ความสำคัญของการตั้งค่าสีให้ถูกต้องสำหรับ SME มีหลายมิติ:
- การรักษาความสม่ำเสมอของแบรนด์ (Brand Consistency): ไม่ว่าจะพิมพ์ฉลากสินค้าในครั้งแรกหรือครั้งที่สิบ สีที่ปรากฏควรจะเหมือนกันทุกครั้ง ความสม่ำเสมอนี้สร้างความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในระยะยาว
- การลดต้นทุนและเวลา: การเตรียมไฟล์งานพิมพ์ที่ถูกต้องตั้งแต่แรกช่วยลดความจำเป็นในการแก้ไขและสั่งพิมพ์งานใหม่ ซึ่งเป็นการประหยัดทั้งต้นทุนด้านการผลิตและเวลาในการดำเนินธุรกิจ
- การสร้างความประทับใจแรกพบ (First Impression): ฉลากสินค้าหรือนามบัตรที่มีสีสดใส คมชัด และตรงตามที่ออกแบบไว้ ย่อมสร้างความประทับใจที่ดีและสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของธุรกิจได้ดีกว่างานพิมพ์ที่มีสีซีดจางหรือผิดเพี้ยน
- การสื่อสารทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ: สีมีผลต่อจิตวิทยาของผู้บริโภค การใช้สีที่ถูกต้องตามกลยุทธ์ที่วางไว้จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและสื่อสารข้อความของแบรนด์ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
ทำความเข้าใจระบบสีพื้นฐาน: RGB vs CMYK
ต้นตอของปัญหาสีเพี้ยนส่วนใหญ่เกิดจากการขาดความเข้าใจในความแตกต่างระหว่างระบบสีสองประเภทหลักที่ใช้ในโลกดิจิทัลและโลกการพิมพ์ นั่นคือระบบสี RGB และ CMYK การทราบว่าแต่ละระบบทำงานอย่างไรและเหมาะกับงานประเภทไหนคือก้าวแรกสู่การแก้ปัญหาสีเพี้ยน
CMYK คืออะไร: หัวใจของงานพิมพ์
CMYK เป็นตัวย่อของแม่สีสี่สีที่ใช้ในกระบวนการพิมพ์ ประกอบด้วย Cyan (สีฟ้าอมเขียว), Magenta (สีชมพูอมม่วง), Yellow (สีเหลือง), และ Key (สีดำ) ระบบสีนี้ทำงานแบบ “การผสมสีแบบลบ” (Subtractive Color Model) ซึ่งหมายถึงการนำสีต่างๆ มาซ้อนทับกันบนพื้นผิวสีขาว (เช่น กระดาษ) เพื่อดูดกลืน (Subtract) ความยาวคลื่นแสงบางส่วน และสะท้อนแสงส่วนที่เหลือออกมาเป็นสีที่ตามองเห็น
เมื่อนำแม่สีทั้งสาม (C, M, Y) มาผสมกันในปริมาณที่เท่ากัน ตามทฤษฎีแล้วจะได้สีดำ แต่ในทางปฏิบัติ หมึกพิมพ์ไม่สามารถสร้างสีดำที่สนิทได้ จึงต้องมีการเพิ่มหมึกสีดำ (K) เข้ามาเพื่อให้งานพิมพ์มีมิติและความคมชัดมากขึ้น ระบบสี CMYK จึงเป็นมาตรฐานสากลสำหรับเครื่องพิมพ์ทุกประเภท ตั้งแต่เครื่องพิมพ์ในสำนักงานไปจนถึงเครื่องพิมพ์ออฟเซ็ตในโรงพิมพ์ขนาดใหญ่
RGB คืออะไร: สีสันแห่งโลกดิจิทัล
RGB เป็นตัวย่อของแม่สีสามสี คือ Red (สีแดง), Green (สีเขียว), และ Blue (สีน้ำเงิน) ซึ่งเป็นระบบสีที่ใช้สำหรับอุปกรณ์แสดงผลที่เปล่งแสงได้เอง เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์, โทรทัศน์, สมาร์ทโฟน และกล้องดิจิทัล ระบบสีนี้ทำงานแบบ “การผสมสีแบบบวก” (Additive Color Model) โดยเริ่มต้นจากพื้นหลังสีดำ (ไม่มีแสง) และทำการผสมแสงสีต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อสร้างเป็นสีสันต่างๆ ขึ้นมา
เมื่อผสมแสงสีทั้งสาม (R, G, B) เข้าด้วยกันด้วยความเข้มสูงสุด จะได้ผลลัพธ์เป็นแสงสีขาว ระบบสี RGB สามารถสร้างเฉดสีที่สว่างและสดใสได้หลากหลาย ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมภาพถ่ายหรือการออกแบบบนหน้าจอจึงมักดูมีสีสันที่จัดจ้านกว่างานพิมพ์
ต้นตอของปัญหาสีเพี้ยน: ขอบเขตสีที่ไม่เท่ากัน
ปัญหาหลักเกิดขึ้นเมื่อไฟล์ที่ออกแบบในโหมดสี RGB ถูกส่งไปพิมพ์โดยตรงโดยไม่มีการแปลงเป็น CMYK ก่อน ขอบเขตของสีที่สามารถแสดงผลได้ (Color Gamut) ของระบบ RGB นั้นกว้างกว่าของ CMYK อย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสีนีออน สีเขียวสด และสีน้ำเงินสว่าง เมื่อโปรแกรมหรือเครื่องพิมพ์พยายามแปลงค่าสี RGB ที่อยู่นอกขอบเขตของ CMYK ผลลัพธ์ที่ได้คือสีที่ใกล้เคียงที่สุดที่ระบบ CMYK สามารถสร้างได้ ซึ่งมักจะดูซีดจางหรือทึมกว่าต้นฉบับบนหน้าจออย่างเห็นได้ชัด
| คุณสมบัติ | ระบบสี RGB | ระบบสี CMYK |
|---|---|---|
| การใช้งานหลัก | อุปกรณ์แสดงผลดิจิทัล (จอคอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน, เว็บไซต์) | สื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด (ฉลาก, สติ๊กเกอร์, โบรชัวร์, นิตยสาร) |
| การผสมสี | การผสมสีแบบบวก (Additive) – ใช้แสงในการสร้างสี | การผสมสีแบบลบ (Subtractive) – ใช้หมึกดูดกลืนแสง |
| ขอบเขตสี (Gamut) | กว้างกว่า สามารถแสดงสีที่สว่างและสดใสได้มากกว่า | แคบกว่า ไม่สามารถสร้างสีสว่างบางเฉดได้เท่า RGB |
| สีดำ | เกิดจากการปิดแสงทั้งหมด (ค่า R, G, B เป็น 0) | ใช้หมึกสีดำ (K) โดยเฉพาะเพื่อความคมชัด |
| สีขาว | เกิดจากการรวมแสงสีแดง เขียว น้ำเงิน ที่ความเข้มสูงสุด | เกิดจากสีของพื้นผิววัสดุ (เช่น สีขาวของกระดาษ) |
ขั้นตอนการตั้งค่าสีงานพิมพ์ในโปรแกรมออกแบบยอดนิยม
เพื่อป้องกันปัญหาสีเพี้ยน การตั้งค่าโหมดสีของเอกสารให้เป็น CMYK ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างไฟล์ใหม่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม หากไฟล์ถูกสร้างขึ้นในโหมด RGB ไปแล้ว ก็ยังสามารถตรวจสอบและแปลงโหมดสีได้ในภายหลัง ก่อนที่จะบันทึกไฟล์เพื่อส่งโรงพิมพ์
การตั้งค่าสีใน Adobe Illustrator
Adobe Illustrator เป็นโปรแกรมหลักสำหรับการออกแบบงานเวกเตอร์ เช่น โลโก้ และฉลากสินค้า ซึ่งเหมาะกับงานพิมพ์ที่ต้องการความคมชัดสูง
- การตั้งค่าเมื่อสร้างไฟล์ใหม่: เมื่อเปิดหน้าต่าง New Document ให้ไปที่ส่วน Advanced Options และตั้งค่า Color Mode เป็น CMYK ตั้งแต่แรก
- การตรวจสอบโหมดสีของไฟล์ปัจจุบัน: วิธีที่ง่ายที่สุดคือการสังเกตที่แถบชื่อไฟล์ (File Tab) ด้านบนของหน้าต่างโปรแกรม จะมีข้อความระบุโหมดสีปัจจุบันอยู่ในวงเล็บ เช่น “ชื่อไฟล์.ai @ 100% (CMYK/GPU Preview)” หากแสดงเป็น RGB หมายความว่าไฟล์ยังไม่ได้อยู่ในโหมดสีสำหรับงานพิมพ์
- ขั้นตอนการแปลงโหมดสี: หากไฟล์ปัจจุบันเป็น RGB ให้ไปที่เมนูด้านบน เลือก File > Document Color Mode > CMYK Color โปรแกรมจะทำการแปลงค่าสีทั้งหมดในเอกสารเป็น CMYK อาจสังเกตเห็นว่าสีบางส่วนบนหน้าจอดูซีดลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นการแสดงตัวอย่างสีที่ใกล้เคียงกับงานพิมพ์จริงมากขึ้น
การตั้งค่าสีใน Adobe Photoshop
Adobe Photoshop มักใช้สำหรับงานตกแต่งภาพถ่ายหรืองานกราฟิกที่มีลักษณะเป็น Raster ซึ่งก็จำเป็นต้องตั้งค่าสีให้ถูกต้องเช่นกัน
- การตั้งค่าเมื่อสร้างไฟล์ใหม่: ในหน้าต่าง New Document สามารถเลือก Color Mode เป็น CMYK Color ได้ทันที
- การตรวจสอบโหมดสีของไฟล์ปัจจุบัน: คล้ายกับ Illustrator ให้ดูที่แถบชื่อไฟล์ด้านบน จะแสดงเป็น “(CMYK/8)” หรือ “(RGB/8)” เพื่อบอกโหมดสีปัจจุบัน
- ขั้นตอนการแปลงโหมดสี: หากต้องการแปลงไฟล์ ให้ไปที่เมนู Image > Mode > CMYK Color ในขั้นตอนนี้ Photoshop อาจแสดงหน้าต่างแจ้งเตือนเกี่ยวกับการรวมเลเยอร์ (Flattening) หรือการเปลี่ยนแปลงโปรไฟล์สี ให้ดำเนินการตามคำแนะนำ แต่ควรบันทึกไฟล์เป็นสำเนาใหม่ (Save As) เพื่อเก็บไฟล์ต้นฉบับในโหมด RGB ไว้ใช้งานอื่น ๆ ต่อไป
เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาสีเพี้ยนอย่างมืออาชีพ
นอกเหนือจากการตั้งค่าโหมดสี CMYK ที่เป็นหัวใจหลักแล้ว ยังมีเทคนิคปลีกย่อยอื่น ๆ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพงานพิมพ์และทำให้สีมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
การเลือกใช้ค่าสีดำให้เหมาะสม: Rich Black vs. Standard Black
ในงานพิมพ์ สีดำไม่ได้มีเพียงค่าเดียว การใช้สีดำแบบ Standard Black (C=0, M=0, Y=0, K=100) เหมาะสำหรับตัวอักษรขนาดเล็กหรือลายเส้นบาง ๆ เพราะจะให้ความคมชัดและป้องกันปัญหาการพิมพ์เหลื่อมของแม่สี แต่สำหรับพื้นหลังสีดำหรือวัตถุสีดำขนาดใหญ่ การใช้เพียงหมึกสีดำอย่างเดียวอาจทำให้สีดูไม่ดำสนิทเมื่อเทียบกับสีอื่น ๆ บนหน้ากระดาษ
วิธีแก้ไขคือการใช้ Rich Black ซึ่งเป็นการผสมแม่สีอื่น ๆ เข้าไปกับสีดำเล็กน้อย เช่น C=60, M=40, Y=40, K=100 ค่าผสมนี้จะทำให้สีดำที่ได้มีความลึกและเข้มกว่าอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ค่าผสมของ Rich Black อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละโรงพิมพ์ จึงควรสอบถามค่าที่แนะนำก่อนการตั้งค่าเสมอ
ความสำคัญของการ Calibrate หน้าจอ
หน้าจอคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องมีการแสดงผลสีที่แตกต่างกันออกไปตามการตั้งค่าจากโรงงานและอายุการใช้งาน การ Calibrate หน้าจอคือกระบวนการปรับแต่งการแสดงผลของจอให้ตรงตามมาตรฐานสากล โดยใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Colorimeter) ร่วมกับซอฟต์แวร์ แม้ว่าขั้นตอนนี้อาจดูซับซ้อนสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป แต่สำหรับนักออกแบบมืออาชีพหรือธุรกิจที่ต้องการความแม่นยำของสีสูงสุด การมีหน้าจอที่ผ่านการ Calibrate จะช่วยให้สีที่เห็นบนจอใกล้เคียงกับผลลัพธ์จากงานพิมพ์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
การสื่อสารกับโรงพิมพ์: กุญแจสู่ความสำเร็จ
โรงพิมพ์แต่ละแห่งอาจมีเครื่องพิมพ์ เทคโนโลยี และมาตรฐานการจัดการสีที่แตกต่างกัน ก่อนส่งไฟล์งานขั้นสุดท้าย ควรมีการพูดคุยกับทางโรงพิมพ์เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับข้อกำหนดทางเทคนิค เช่น:
- โปรไฟล์สี (Color Profile): โรงพิมพ์อาจแนะนำให้ใช้โปรไฟล์สีเฉพาะ เช่น FOGRA39 หรือ Japan Color เพื่อให้การแปลงสีมีความแม่นยำสำหรับเครื่องพิมพ์ของตนเอง
- ประเภทไฟล์ที่ต้องการ: โดยทั่วไปมักจะเป็นไฟล์ PDF, AI หรือ EPS ที่มีการฝังฟอนต์และรูปภาพครบถ้วน
- ความละเอียดของภาพ: สำหรับงานพิมพ์ ความละเอียดที่แนะนำคือ 300 DPI (Dots Per Inch) เพื่อให้ภาพมีความคมชัด
การสื่อสารที่ชัดเจนจะช่วยลดข้อผิดพลาดและทำให้มั่นใจได้ว่าทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่คาดหวัง
บทสรุป: ส่งไฟล์งานพิมพ์ครั้งต่อไปให้สีสวยเป๊ะไม่มีเพี้ยน
การจัดการสีสำหรับงานพิมพ์อาจดูเป็นเรื่องทางเทคนิค แต่สำหรับแบรนด์ SME แล้ว นี่คือองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์และความเป็นมืออาชีพ การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างระบบสี RGB และ CMYK และการให้ความสำคัญกับการตั้งค่าไฟล์งานให้เป็นโหมดสี CMYK ตั้งแต่ต้น คือกุญแจหลักในการป้องกันปัญหาสีเพี้ยน การตรวจสอบไฟล์ในโปรแกรมออกแบบอย่าง Adobe Illustrator และ Photoshop ก่อนส่งโรงพิมพ์เป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม และเมื่อนำเทคนิคเพิ่มเติม เช่น การใช้ Rich Black และการสื่อสารกับโรงพิมพ์มารวมด้วย ก็จะยิ่งทำให้ผลลัพธ์ของงานพิมพ์มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
การใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการตั้งค่าโหมดสีให้ถูกต้องตั้งแต่แรก คือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่แข็งแกร่งและน่าจดจำ
เลือกมืออาชีพด้านงานพิมพ์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
เพื่อให้มั่นใจว่าสื่อสิ่งพิมพ์ของแบรนด์จะมีคุณภาพสูงสุด การเลือกใช้บริการจากโรงงานผลิตที่มีความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ SME ด้วยบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์, การ์ดแต่งงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย
ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานสูงและวัสดุชั้นนำจากต่างประเทศ พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกชิ้นงานมีสีสันที่สดใส คมชัด และตรงตามความต้องการของลูกค้า เพื่อช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้โดดเด่นและประสบความสำเร็จ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
- LINE: @282iufnx
- TIKTOK: @giantprint_official
หรือสามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์
ที่อยู่:
269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์:
082-2262660
อีเมล:
[email protected]
