เทรนด์ฉลากและแพ็กเกจจิ้งรักษ์โลก 2027 ที่ SME ไทยต้องรู้
- สรุปประเด็นสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ
- ทำไมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกจึงสำคัญต่อธุรกิจ SME ในปี 2027
- จากทางเลือกสู่ข้อบังคับ: เมื่อกฎหมายและมาตรฐานใหม่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรม
- นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตที่ SME ต้องจับตา
- พลังของฉลาก Eco-labels: สร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มมูลค่าสินค้า
- โอกาสทางการตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
- คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับ SME ไทยในการปรับตัว
- บทสรุป: ก้าวต่อไปของ SME ไทยในสมรภูมิแพ็กเกจจิ้งรักษ์โลก
โลกกำลังมุ่งหน้าสู่ปี 2027 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนที่ไม่ได้เป็นเพียงกระแสอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานที่ทุกธุรกิจต้องปฏิบัติตาม
สรุปประเด็นสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ

- จากทางเลือกสู่ข้อบังคับ: บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก (Green Packaging) จะไม่ใช่แค่กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) แต่จะกลายเป็นข้อบังคับทางกฎหมายและมาตรฐานการค้าที่สำคัญในปี 2027
- นวัตกรรมคือหัวใจ: เทรนด์ที่โดดเด่นคือบรรจุภัณฑ์ที่กินได้ (Edible Packaging), การออกแบบที่เรียบง่ายลดส่วนเกิน (De-packaging) และบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart Packaging) ที่ใช้เทคโนโลยีสื่อสารกับผู้บริโภค
- ฉลากสะท้อนความรับผิดชอบ: ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Label) จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการแสดงความโปร่งใสและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์
- ผู้บริโภคพร้อมสนับสนุน: ตลาดของผู้บริโภคยุคใหม่ยินดีจ่ายเพิ่มสำหรับสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายฐานลูกค้า
ทำไมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกจึงสำคัญต่อธุรกิจ SME ในปี 2027
การศึกษา เทรนด์ฉลากและแพ็กเกจจิ้งรักษ์โลก 2027 ที่ SME ไทยต้องรู้ ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในการปรับตัวให้เข้ากับภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป บรรจุภัณฑ์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ห่อหุ้มสินค้าอีกต่อไป แต่ยังเป็นตัวแทนของค่านิยมและความรับผิดชอบต่อสังคมของแบรนด์ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคทั่วโลก การปรับเปลี่ยนสู่บรรจุภัณฑ์และฉลากที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่แค่การลงทุนเพื่อภาพลักษณ์ แต่เป็นการลงทุนเพื่อความอยู่รอดและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
สำหรับผู้ประกอบการ SME ไทย การทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือกับเทรนด์เหล่านี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเปลี่ยนผ่านนี้จะช่วยยกระดับแบรนด์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืน
จากทางเลือกสู่ข้อบังคับ: เมื่อกฎหมายและมาตรฐานใหม่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรม
จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในปี 2027 คือการยกระดับบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกจาก “ทางเลือก” ที่แบรนด์ทำเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี (CSR) ไปสู่ “ข้อบังคับ” (Mandatory) ที่ทุกธุรกิจต้องปฏิบัติตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับแรงผลักดันจากกฎหมายและมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายระดับโลกและในประเทศไทย
ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกับปัญหาขยะพลาสติก โดยเฉพาะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) ซึ่งนำไปสู่การออกกฎหมายควบคุมและลดการใช้งานในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทย มีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเลถึง 70% ภายในปี 2080 และได้มีการกำหนดแผนยกเลิกการใช้พลาสติก 7 ประเภท ซึ่งรวมถึงฝาขวดน้ำดื่ม กล่องโฟมบรรจุอาหาร และแก้วพลาสติกแบบบาง การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายเหล่านี้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังผู้ประกอบการว่า การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ความยั่งยืน: โครงสร้างใหม่ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
การเปลี่ยนสู่บรรจุภัณฑ์สีเขียว (Green Packaging) ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนวัสดุจากพลาสติกเป็นกระดาษหรือวัสดุชีวภาพเท่านั้น แต่หมายถึงการปรับโครงสร้างของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทยทั้งหมดให้สอดรับกับทิศทางความยั่งยืนของโลก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้งาน อุตสาหกรรมนี้กำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีมูลค่าสูง และผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้ก่อนย่อมมีความได้เปรียบในการเข้าถึงตลาดและสร้างการเติบโตในระยะยาว
นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตที่ SME ต้องจับตา
เทคโนโลยีและแนวคิดสร้างสรรค์กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชันการใช้งานและความยั่งยืน ผู้ประกอบการ SME ควรติดตามและพิจารณานำเทรนด์เหล่านี้มาปรับใช้เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์กินได้ (Edible Packaging): คำตอบสุดท้ายของปัญหาขยะ
หนึ่งในเทรนด์ที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2026-2027 คือ “บรรจุภัณฑ์ที่กินได้” ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาขยะจากต้นตออย่างแท้จริง แนวคิดนี้คือการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติที่ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้หลังใช้งาน เช่น ฟิล์มห่ออาหารจากสาหร่าย หรือแก้วน้ำที่ทำจากวุ้น ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะให้เป็นศูนย์ ปัจจุบันเริ่มมีการนำมาใช้จริงแล้วในกลุ่มสินค้าบางประเภท และคาดว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นในอนาคต
De-packaging: ศิลปะแห่งความเรียบง่ายที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค
แนวคิด “น้อยแต่มาก” จะกลายเป็นหัวใจของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ในปี 2027 เทรนด์ De-packaging มุ่งเน้นไปที่การออกแบบที่เรียบง่าย ตัดส่วนประกอบที่ไม่จำเป็นออกทั้งหมด เพื่อลดการใช้วัสดุและลดปริมาณขยะ บรรจุภัณฑ์ที่ซับซ้อนอย่างกล่องซ้อนกล่อง หรือพลาสติกหุ้มหลายชั้นจะค่อยๆ หายไปจากตลาด แทนที่ด้วยดีไซน์ที่ชาญฉลาดซึ่งใช้วัสดุน้อยชิ้นแต่ยังคงปกป้องสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart Packaging): เชื่อมแบรนด์กับลูกค้าด้วยดิจิทัล
ในยุคที่ผู้บริโภคใช้สมาร์ทโฟนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะจึงกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลัง การใช้เทคโนโลยีอย่าง QR Code หรือ Augmented Reality (AR) บนฉลากหรือตัวแพ็กเกจจิ้ง ช่วยให้แบรนด์สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าได้โดยไม่ต้องใช้กระดาษแผ่นพับสอดไส้ ผู้บริโภคสามารถสแกนเพื่อดูข้อมูลส่วนประกอบ วิธีการใช้งาน หรือแม้กระทั่งเรื่องราวของแบรนด์ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่และยังช่วยลดการใช้กระดาษได้อีกด้วย
เจาะลึกวัสดุรักษ์โลกยุคใหม่
การเลือกใช้วัสดุเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้พัฒนาวัสดุทางเลือกขึ้นมามากมาย เพื่อทดแทนพลาสติกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
| ประเภทวัสดุ | คุณสมบัติหลัก | เป้าหมายด้านความยั่งยืน |
|---|---|---|
| Bio PET & Mono Material | ผลิตจากวัสดุชีวภาพ (Bio PET) หรือวัสดุชนิดเดียว (Mono Material) ทำให้ง่ายต่อการรีไซเคิล | ลดการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการรีไซเคิล |
| Green Carton | กระดาษนาโนที่มีความแข็งแรงทนทานสูง สามารถใช้ทดแทนพลาสติกในหลายๆ การใช้งาน | เป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนการใช้งานเป็น 100% เพื่อลดการพึ่งพาพลาสติก |
| Flexible Packaging | บรรจุภัณฑ์รูปแบบถุงหรือฟิล์มที่มีความยืดหยุ่น ใช้แทนบรรจุภัณฑ์แบบแข็ง (Rigid Packaging) เช่น ขวด | ลดปริมาณการใช้พลาสติกลงได้ถึง 50-70% เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์แบบดั้งเดิม |
พลังของฉลาก Eco-labels: สร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มมูลค่าสินค้า
ในโลกที่ข้อมูลข่าวสารท่วมท้น ฉลากที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน (Eco-labels) กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ ฉลากเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ได้ผ่านกระบวนการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Label): มาตรฐานใหม่ที่ต้องมี
ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ คือเครื่องหมายที่แสดงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัดทิ้ง ฉลากนี้เป็นเกณฑ์สำคัญในการประเมินความยั่งยืนของสินค้าและกำลังกลายเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยทั่วไปอายุการรับรองของฉลากคือ 3 ปี
สำหรับ SME ไทย การขอการรับรอง Carbon Footprint of Product (CFP) เพื่อระบุปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบรรจุภัณฑ์แต่ละชิ้น จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและเปิดโอกาสในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยบริษัทชั้นนำอย่าง SCGP ได้ตั้งเป้าหมายในการขอการรับรอง CFP ในกลุ่มสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยให้ได้ 100% ภายในปี 2027 ซึ่งเป็นทิศทางที่ชัดเจนสำหรับอุตสาหกรรม
ฉลากเขียวและฉลากประกาศตนเอง: เครื่องมือสร้างความแตกต่าง
นอกเหนือจากฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์แล้ว ยังมี “ฉลากเขียว” (Green Label / Eco-label) ซึ่งมอบให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน โดยที่คุณภาพยังคงได้มาตรฐาน นอกจากนี้ ยังมี “ฉลากประกาศตนเอง” (Private Declaration Label) ซึ่งเป็นฉลากที่ผู้ผลิตพัฒนาขึ้นเองเพื่อแสดงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ เช่น ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมมีเอกสารรับรองประกอบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสื่อสารความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนไปยังผู้บริโภค
โอกาสทางการตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
การปรับตัวสู่บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกไม่ได้มีเพียงต้นทุน แต่ยังมาพร้อมกับโอกาสทางการตลาดมหาศาลที่เกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
ผู้บริโภคยุคใหม่พร้อมจ่ายเพื่อความยั่งยืน
ผลสำรวจจากหลายสถาบันชี้ตรงกันว่า ปัจจุบันผู้บริโภคทั่วโลกยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20% สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า Green Packaging ไม่ใช่แค่ต้นทุน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่างทางการตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า การใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกจึงสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อและใส่ใจในประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
ประตูสู่ตลาดโลกและงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ
การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อมจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก และเป็นใบเบิกทางสำคัญในการส่งออกสินค้าไปยังประเทศพัฒนาแล้ว นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์และสื่อสิ่งพิมพ์ระดับโลกอย่าง WEPACK Thailand 2027 เป็นครั้งแรก จะเป็นโอกาสอันดีสำหรับ SME ไทยในการเรียนรู้เทรนด์และนวัตกรรมใหม่ๆ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์แห่งอาเซียน (Packaging Hub)
คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับ SME ไทยในการปรับตัว
การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนต้องอาศัยการวางแผนและการลงมือทำอย่างจริงจัง ต่อไปนี้คือคำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการเริ่มต้น
การลงทุนในเทคโนโลยีและวัสดุเพื่ออนาคต
แม้ในระยะสั้น การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาวัสดุใหม่ๆ หรือการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอาจดูเหมือนเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ในระยะยาว สิ่งนี้จะช่วยสร้างแต้มต่อทางการแข่งขันและสร้างมูลค่าที่สูงขึ้นให้กับผลิตภัณฑ์ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมจะช่วยลดของเสียในกระบวนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม
เทคนิคการพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อีกหนึ่งแนวทางที่สามารถทำได้ทันทีคือการปรับเปลี่ยนเทคนิคการพิมพ์ การเลือกใช้หมึกพิมพ์จากถั่วเหลือง (Soy Ink) ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและย่อยสลายได้ง่ายกว่าหมึกพิมพ์ทั่วไป รวมถึงการพิจารณาพิมพ์ฉลากสินค้าลงบนตัวบรรจุภัณฑ์โดยตรง เพื่อลดการใช้สติกเกอร์ที่ทำจาก PVC ซึ่งรีไซเคิลได้ยาก ถือเป็นการปรับปรุงที่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน
เรียนรู้จากผู้นำและเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริม
SME ควรศึกษาแนวทางการดำเนินงานของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม เช่น แนวทางของ SCGP ในการปรับเปลี่ยนกระบวนการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) และการใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์คาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อคำนวณและติดตามผล นอกจากนี้ การเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมต่างๆ เช่น โครงการ The Green Pack Challenge 2026 : Beyond Plastic with DIPROM จะช่วยสร้างความตระหนักรู้และมอบโอกาสในการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
บทสรุป: ก้าวต่อไปของ SME ไทยในสมรภูมิแพ็กเกจจิ้งรักษ์โลก
ทิศทางของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และฉลากสินค้าในปี 2027 มีความชัดเจนอย่างยิ่ง การมุ่งสู่ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงแค่การ “ทำเพื่อความดี” อีกต่อไป แต่เป็นการ “ทำให้เป็นข้อบังคับ” ที่ทุกธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและเติบโต
สำหรับ SME ไทย หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนมุมมองจากการมองว่าบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นต้นทุน ไปสู่การมองว่าเป็นการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่มและเป็นเครื่องมือสำคัญในการแข่งขันในตลาดโลกยุคใหม่
การหันมาใช้ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อสร้างความโปร่งใส การพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่สามารถกินได้หรือรีไซเคิลได้ง่าย และการใช้ Smart Packaging เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ คือกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณไม่เพียงแค่ตามทันเทรนด์ แต่ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดได้
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการพันธมิตรในการสร้างสรรค์ฉลากสินค้าและสื่อสิ่งพิมพ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลก พร้อมคุณภาพการพิมพ์ที่โดดเด่น GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการ ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานสากลและวัสดุชั้นนำ เราเชี่ยวชาญในการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า สติกเกอร์ สกรีนแก้วกาแฟ นามบัตร เมนูอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย ทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำแนะนำและคำปรึกษา เพื่อให้ผลงานของคุณตอบโจทย์ธุรกิจและสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
FACEBOOK PAGE
LINE
TIKTOK
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
