เทรนด์สิ่งพิมพ์รักษ์โลก 2027 นวัตกรรมฉลากที่ SME ต้องรู้
- ทิศทางตลาดและประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
- บทนำ: ทำไม SME ต้องปรับตัวสู่การพิมพ์รักษ์โลกในปี 2027
- แกนหลักของเทรนด์สิ่งพิมพ์รักษ์โลก 2027
- นวัตกรรมฉลากสินค้าที่ SME ต้องจับตามองเป็นพิเศษ
- เปรียบเทียบนวัตกรรมฉลากสำหรับธุรกิจ SME
- แนวทางปฏิบัติสำหรับ SME ไทย: ปรับตัวอย่างไรให้ทันเทรนด์
- สรุปและก้าวต่อไปสู่การเป็นแบรนด์รักษ์โลก
เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ปี 2027 การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทรนด์สิ่งพิมพ์รักษ์โลก 2027 นวัตกรรมฉลากที่ SME ต้องรู้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน การปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่แบรนด์ แต่ยังเป็นการตอบสนองต่อกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก และเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม
ทิศทางตลาดและประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
- วัสดุที่ยั่งยืนเป็นมาตรฐานใหม่: การเปลี่ยนผ่านจากการใช้วัสดุที่ผลิตขึ้นใหม่ (Virgin Materials) ไปสู่วัสดุรีไซเคิล วัสดุชีวภาพ (Bio-based) และวัสดุที่ย่อยสลายได้ (Compostable) จะกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และฉลากสินค้า
- เทคโนโลยีดิจิทัลคือหัวใจหลัก: ระบบการพิมพ์ดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลิตแบบ On-Demand และการพิมพ์งานจำนวนน้อย (Short-run) ซึ่งช่วยลดของเสียจากสต็อกสินค้าที่ล้าสมัย และเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนดีไซน์
- ฉลากต้องสื่อสารและตรวจสอบได้: ผู้บริโภคต้องการความโปร่งใสมากขึ้น ฉลากอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีอย่าง QR Code หรือ RFID เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปยังแหล่งที่มาของวัตถุดิบจะสร้างความเชื่อมั่นและมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์
- กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัววัสดุ แต่ยังครอบคลุมไปถึงการใช้หมึกพิมพ์ที่มีสารระเหยอินทรีย์ต่ำ (Low VOC) การลดของเสียในกระบวนการผลิต และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
บทนำ: ทำไม SME ต้องปรับตัวสู่การพิมพ์รักษ์โลกในปี 2027
ในอดีต แนวคิดเรื่องความยั่งยืนอาจถูกมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสังคมหรือกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะในปี 2027 ความยั่งยืนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจที่ไม่อาจมองข้ามได้ ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับที่มาของผลิตภัณฑ์ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และจริยธรรมของแบรนด์มากขึ้น การตัดสินใจซื้อไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพหรือราคาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของแบรนด์นั้นๆ ด้วย
สำหรับผู้ประกอบการ SME การปรับตัวให้ทันกับเทรนด์สิ่งพิมพ์รักษ์โลกจึงไม่ใช่แค่การตามกระแส แต่คือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับธุรกิจในระยะยาว การเลือกใช้ฉลากและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถสร้างความแตกต่างและจุดยืนที่ชัดเจนในตลาดที่มีการแข่งขันสูง นอกจากนี้ การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพและลดของเสียยังช่วยลดต้นทุนแฝงได้อีกด้วย ผู้ประกอบการที่เริ่มต้นปรับตัวตั้งแต่วันนี้ จะสามารถสร้างความได้เปรียบและครองใจผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้อย่างแน่นอน
แกนหลักของเทรนด์สิ่งพิมพ์รักษ์โลก 2027
แนวโน้มการพิมพ์เพื่อความยั่งยืนในปี 2027 ถูกขับเคลื่อนโดย 3 แกนหลักที่ทำงานสอดประสานกัน ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบไปจนถึงวิธีการสื่อสารกับผู้บริโภค การทำความเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยให้ SME สามารถวางกลยุทธ์ได้อย่างรอบด้าน
1. วัสดุที่ยั่งยืน: หัวใจของการเปลี่ยนแปลง
การเลือกใช้วัสดุถือเป็นด่านแรกและเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการสร้างสรรค์สิ่งพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แนวโน้มหลักคือการลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่และหันมาใช้วัสดุทางเลือกมากขึ้น
- กระดาษและพลาสติกรีไซเคิล (Recycled Materials): การนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาผลิตใหม่ ช่วยลดปริมาณขยะและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันมีตัวเลือกกระดาษรีไซเคิลที่มีคุณภาพสูงและให้ผิวสัมผัสที่หลากหลาย เหมาะสำหรับสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
- วัสดุชีวภาพ (Bio-based Materials): คือวัสดุที่ผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียนได้ เช่น พืช (ข้าวโพด, อ้อย) ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาปิโตรเลียม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) ที่เริ่มมีการนำมาใช้ทำฟิล์มเคลือบหรือแม้กระทั่งตัวสติ๊กเกอร์
- วัสดุย่อยสลายได้/คอมโพสท์ได้ (Compostable Materials): เป็นวัสดุที่สามารถย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยได้ตามธรรมชาติภายใต้สภาวะที่เหมาะสม เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการเน้นย้ำวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์แบบปิด (Closed-loop) และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
2. กระบวนการผลิตดิจิทัล: ลดของเสีย เพิ่มประสิทธิภาพ
เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมการพิมพ์ จากเดิมที่เน้นการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) ไปสู่รูปแบบที่ยืดหยุ่นและลดของเสียได้มากขึ้น แนวคิดนี้เรียกว่า Eco-Centric Production ซึ่งประกอบด้วย:
- การพิมพ์ตามความต้องการ (Print-on-Demand): เทคโนโลยีดิจิทัลทำให้การพิมพ์ฉลากในปริมาณน้อยเป็นไปได้และคุ้มค่ามากขึ้น SME สามารถสั่งพิมพ์ตามจำนวนที่ต้องการใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้องสต็อกฉลากจำนวนมาก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่ฉลากจะล้าสมัยหรือกลายเป็นของเสียหากมีการปรับเปลี่ยนสูตรหรือดีไซน์
- การลดของเสียในกระบวนการ (Waste Reduction): การพิมพ์ดิจิทัลไม่จำเป็นต้องใช้แม่พิมพ์ ทำให้ขั้นตอนการเตรียมงานสั้นลงและลดการใช้วัตถุดิบและสารเคมีในขั้นตอนนี้ นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถปรับแก้ไฟล์งานได้อย่างรวดเร็วก่อนการพิมพ์จริง ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดที่ทำให้ต้องทิ้งงานทั้งล็อต
- หมึกพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การเลือกใช้หมึกพิมพ์ที่มีสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายต่ำ (Low VOC) หรือหมึกที่ทำจากถั่วเหลือง (Soy Ink) และน้ำ (Water-based Ink) กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากปลอดภัยต่อทั้งผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม
3. ฉลากและบรรจุภัณฑ์ที่สื่อสารความยั่งยืน
ฉลากสินค้าไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งที่ให้ข้อมูลพื้นฐานอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังในการบอกเล่าเรื่องราวความยั่งยืนของแบรนด์ ผู้บริโภคยุคใหม่มองหาความโปร่งใสและหลักฐานที่จับต้องได้
ความยั่งยืนไม่ได้เป็นแค่ภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจ และเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
- การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability): การใช้เทคโนโลยีอย่าง QR Code หรือ RFID บนฉลากเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสแกนและเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต หรือแม้กระทั่งเรื่องราวของเกษตรกร จะช่วยสร้างความไว้วางใจและความผูกพันกับแบรนด์ได้อย่างมหาศาล
- การรับรองและสัญลักษณ์มาตรฐาน: การแสดงสัญลักษณ์รับรองด้านสิ่งแวดล้อม เช่น FSC (Forest Stewardship Council) สำหรับกระดาษจากป่าปลูกอย่างยั่งยืน หรือสัญลักษณ์รีไซเคิล จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและเป็นการยืนยันคำกล่าวอ้างของแบรนด์
นวัตกรรมฉลากสินค้าที่ SME ต้องจับตามองเป็นพิเศษ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น SME ควรทำความรู้จักกับ 4 นวัตกรรมฉลากที่จะเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งในปี 2027 และพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ของตนเอง
ฉลากดิจิทัล: พิมพ์น้อย แต่ได้มาก
การพิมพ์ฉลากด้วยระบบดิจิทัลตอบโจทย์ธุรกิจ SME สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสินค้าหลาย SKU (Stock Keeping Unit) หรือมีการปรับเปลี่ยนโปรโมชันบ่อยครั้ง ข้อได้เปรียบหลักคือสามารถสั่งพิมพ์ในปริมาณน้อยได้โดยที่ต้นทุนต่อหน่วยไม่สูงเกินไป เหมาะสำหรับแคมเปญการตลาดเฉพาะกลุ่ม (Personalized Campaigns) หรือการทดลองตลาดกับสินค้าใหม่ๆ ช่วยลดภาระการจัดเก็บสต็อกและขจัดปัญหาฉลากเหลือทิ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฉลากตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability Labels)
เทคโนโลยีอย่าง RFID (Radio-Frequency Identification) และ QR Code ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป แต่การประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานกำลังทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ สำหรับสินค้าที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง เช่น อาหารออร์แกนิก, เครื่องสำอางจากธรรมชาติ, หรือสินค้าเกษตรแปรรูป การที่ผู้บริโภคสามารถใช้สมาร์ทโฟนสแกนเพื่อดูข้อมูลฟาร์มที่มาของวัตถุดิบ, วันที่ผลิต, หรือผลการทดสอบต่างๆ จะช่วยยกระดับแบรนด์ให้เหนือกว่าคู่แข่งและสร้างความภักดีในระยะยาว
ฉลากมาตรฐานความยั่งยืน: เตรียมพร้อมสู่ตลาดโลก
ในระดับสากล โดยเฉพาะในสหภาพยุโรป กำลังมีการผลักดันให้เกิดระบบการติดฉลากด้านความยั่งยืนที่เป็นมาตรฐานเดียวกันและสามารถตรวจสอบได้อัตโนมัติมากขึ้น แม้ว่าอาจจะเริ่มต้นในอุตสาหกรรมอื่นก่อน แต่ทิศทางนี้สะท้อนให้เห็นว่าในอนาคต การอ้างว่าผลิตภัณฑ์ “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” จะต้องมีข้อมูลและมาตรฐานรองรับที่ชัดเจน SME ที่ต้องการส่งออกสินค้าไปยังตลาดเหล่านี้จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลและเลือกใช้วัสดุที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล
ฉลากที่ออกแบบโดยคำนึงถึงผลกระทบทั้งระบบ
แนวคิดนี้มองไกลกว่าแค่ตัววัสดุของสติ๊กเกอร์ แต่พิจารณาผลกระทบตลอดวงจรชีวิตของฉลาก ตั้งแต่การออกแบบ, การผลิต, ไปจนถึงการกำจัด โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือ:
- หมึกพิมพ์และกาว: เลือกใช้หมึกพิมพ์ชีวภาพและกาวที่สามารถย่อยสลายได้หรือไม่เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์
- การใช้พลังงาน: เลือกโรงพิมพ์ที่ใช้เครื่องจักรทันสมัยและมีนโยบายการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ
- การลดเศษวัสดุ (Liner Waste): เลือกใช้สติ๊กเกอร์ที่มีแผ่นรองหลัง (Liner) แบบรีไซเคิลได้ หรือมองหานวัตกรรม Linerless Label (สติ๊กเกอร์ไม่มีแผ่นรองหลัง) เพื่อลดขยะให้เป็นศูนย์
เปรียบเทียบนวัตกรรมฉลากสำหรับธุรกิจ SME
เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปและเปรียบเทียบนวัตกรรมฉลากแต่ละประเภทให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน
| นวัตกรรมฉลาก | เหมาะสำหรับธุรกิจประเภท… | ประโยชน์หลัก |
|---|---|---|
| ฉลากดิจิทัล | สินค้ามีหลายรสชาติ/สูตร, ทำโปรโมชันบ่อย, สินค้าทดลองตลาด, แบรนด์ขนาดเล็ก | ลดต้นทุนคงคลัง, ลดของเสีย, ยืดหยุ่นสูง, พิมพ์ตามจำนวนที่ต้องการได้ |
| ฉลากตรวจสอบย้อนกลับได้ | สินค้าเกษตรอินทรีย์, อาหารเสริม, เครื่องสำอาง, สินค้าพรีเมียม, สินค้าส่งออก | สร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใส, เพิ่มมูลค่าสินค้า, บริหารจัดการซัพพลายเชนได้ดีขึ้น |
| ฉลากมาตรฐานความยั่งยืน | แบรนด์ที่ต้องการส่งออกไปตลาดยุโรป/อเมริกา, สินค้าที่วางขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ | สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระดับสากล, ตอบโจทย์กฎระเบียบทางการค้า, สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่น่าเชื่อถือ |
| ฉลากที่คำนึงถึงผลกระทบทั้งระบบ | แบรนด์ที่มีจุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมชัดเจน, ธุรกิจที่ต้องการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน | ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง, สื่อสารความมุ่งมั่นของแบรนด์ได้ลึกซึ้ง, ลดขยะจากกระบวนการผลิต |
แนวทางปฏิบัติสำหรับ SME ไทย: ปรับตัวอย่างไรให้ทันเทรนด์
การปรับตัวสู่การพิมพ์รักษ์โลกสามารถเริ่มต้นได้จากขั้นตอนง่ายๆ ที่ผู้ประกอบการ SME สามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที
การเลือกซัพพลายเออร์และวัสดุ
เริ่มต้นจากการพูดคุยกับโรงพิมพ์หรือซัพพลายเออร์ด้านการพิมพ์ สอบถามเกี่ยวกับตัวเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สติ๊กเกอร์รักษ์โลกที่ทำจากกระดาษรีไซเคิล หรือหมึกพิมพ์ชีวภาพ การเลือกคู่ค้าที่มีความเข้าใจและมีตัวเลือกที่หลากหลายจะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น
การออกแบบฉลากอย่างชาญฉลาด
พิจารณาการออกแบบที่ลดการใช้วัสดุ อาจเป็นการลดขนาดฉลากลงเล็กน้อยโดยยังคงข้อมูลสำคัญไว้ครบถ้วน หรือเลือกใช้ดีไซน์ที่พิมพ์ด้วยสีน้อยลงเพื่อลดการใช้หมึก การออกแบบที่เรียบง่ายแต่สื่อสารชัดเจน (Minimalism) ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สอดคล้องกับเทรนด์รักษ์โลก
การลงทุนในเทคโนโลยีการพิมพ์ที่เหมาะสม
สำหรับธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงฉลากบ่อยครั้ง การเลือกใช้บริการพิมพ์ฉลากระบบดิจิทัลแบบ Short-run จะช่วยลดต้นทุนแฝงจากการทิ้งฉลากเก่าได้อย่างมหาศาล ควรวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับยอดขายจริง เพื่อลดการผลิตเกินความจำเป็น
การสื่อสารเรื่องความยั่งยืนสู่ผู้บริโภค
เมื่อเลือกใช้ฉลากสินค้าย่อยสลายได้หรือวัสดุรักษ์โลกอื่นๆ แล้ว อย่าลืมที่จะสื่อสารให้ผู้บริโภครับรู้ อาจจะผ่านข้อความสั้นๆ บนฉลาก, สัญลักษณ์รีไซเคิล, หรือ QR Code ที่ลิงก์ไปยังหน้าเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ การสื่อสารอย่างจริงใจจะช่วยสร้างความผูกพันกับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
สรุปและก้าวต่อไปสู่การเป็นแบรนด์รักษ์โลก
เทรนด์สิ่งพิมพ์รักษ์โลก 2027 ไม่ใช่เพียงกระแสที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่เป็นทิศทางหลักของอุตสาหกรรมที่จะกำหนดอนาคตของธุรกิจ SME การหันมาให้ความสำคัญกับวัสดุที่ยั่งยืน, การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อลดของเสีย, และการใช้นวัตกรรมฉลากเพื่อสื่อสารความโปร่งใส จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างมั่นคงและเป็นที่ยอมรับในใจของผู้บริโภคยุคใหม่ การเริ่มต้นปรับตัวตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทั้งธุรกิจและโลกของเรา
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่กำลังมองหาโซลูชันด้านการพิมพ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลกและต้องการคู่คิดมืออาชีพ GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการ ด้วยความเชี่ยวชาญในการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ตั้งแต่ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์รักษ์โลก, ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เราใช้เครื่องพิมพ์มาตรฐานระดับสากลและมีวัสดุชั้นนำให้เลือกหลากหลาย เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานคุณภาพที่สะท้อนความเป็นแบรนด์รักษ์โลกของคุณ ทีมงานมืออาชีพของเราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างรวดเร็วและออกแบบโซลูชันที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือปรึกษาเกี่ยวกับงานพิมพ์ของคุณได้ที่:
- ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
- Email: [email protected]
- ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE, TIKTOK
