ฉลาก อย.: 5 ข้อต้องรู้ก่อนสั่งพิมพ์ฉลากโภชนาการ
การดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่รสชาติหรือคุณภาพของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความถูกต้องของข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉลาก อย.: 5 ข้อต้องรู้ก่อนสั่งพิมพ์ฉลากโภชนาการ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SME ไม่ควรมองข้าม การออกแบบฉลากสินค้าที่ถูกต้องตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่เพียงแต่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ แต่ยังช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการถูกปรับหรือการเรียกคืนสินค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในระยะยาว
ประเด็นสำคัญที่ควรรู้

- ความครบถ้วนของข้อมูล: ฉลากอาหารต้องแสดงข้อมูลพื้นฐานบังคับ 7 รายการอย่างครบถ้วนตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ
- การขออนุญาตเลข อย.: เลขสารบบอาหาร 13 หลักเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดำเนินการขออนุญาตให้เรียบร้อยก่อนเริ่มกระบวนการออกแบบและสั่งพิมพ์ฉลากสินค้า
- ข้อบังคับฉลากโภชนาการ (GDA): อาหาร 13 ประเภทตามประกาศใหม่ มีข้อบังคับให้ต้องแสดงฉลากโภชนาการแบบ GDA (Guideline Daily Amounts) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญด้านสุขภาพสำหรับผู้บริโภค
- ความชัดเจนของตัวอักษร: ขนาด สี และรูปแบบของตัวอักษรบนฉลากมีข้อกำหนดที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถอ่านข้อมูลได้ง่ายและป้องกันความเข้าใจผิด
- คุณภาพวัสดุในการพิมพ์: การเลือกวัสดุสติ๊กเกอร์ อย. ที่เหมาะสมกับประเภทของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ จะช่วยให้ฉลากมีความทนทานและข้อมูลไม่เลือนหายตลอดอายุการใช้งาน
การออกแบบฉลากสินค้าอาหารให้สอดคล้องกับข้อบังคับของ อย. เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการ การละเลยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายและค่าปรับจำนวนมาก บทความนี้จึงได้รวบรวม 5 ข้อควรรู้ที่สำคัญก่อนการสั่งพิมพ์ฉลากโภชนาการ เพื่อให้เจ้าของแบรนด์สามารถเตรียมความพร้อมและดำเนินการได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรกเริ่ม ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับผลิตภัณฑ์ในตลาด
ความสำคัญของการออกแบบฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ฉลากอาหารไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับแสดงชื่อแบรนด์หรือรูปภาพที่สวยงาม แต่เป็นช่องทางการสื่อสารที่สำคัญระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ฉลากที่ถูกต้องและสมบูรณ์ทำหน้าที่ให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจซื้อ เช่น ส่วนประกอบ, ข้อมูลทางโภชนาการ, คำเตือนสำหรับผู้แพ้อาหาร, และวันหมดอายุ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อความปลอดภัยและสุขภาพของผู้บริโภคโดยตรง
สำหรับผู้ประกอบการ การปฏิบัติตามกฎระเบียบของ อย. อย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งที่ไม่สามารถต่อรองได้ กฎหมายเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างมาตรฐานให้กับอุตสาหกรรมอาหาร การจัดทำฉลากที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกมองว่าเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งมีบทลงโทษตั้งแต่การตักเตือน, ค่าปรับ, ไปจนถึงการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต นอกจากนี้ ในยุคที่ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพและเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของข้อมูลบนฉลากจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์และความภักดีของลูกค้าในระยะยาว
เจาะลึก 5 ข้อต้องรู้ก่อนสั่งพิมพ์ฉลากโภชนาการ
เพื่อให้กระบวนการสั่งพิมพ์ฉลากอาหารเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจในรายละเอียดข้อบังคับต่างๆ อย่างละเอียด การเตรียมการที่ดีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนในการแก้ไขงานพิมพ์ในภายหลัง นี่คือรายละเอียดเชิงลึกของ 5 ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจสั่งผลิตสติ๊กเกอร์ อย.
1. ข้อมูลพื้นฐาน 7 ประการที่ต้องมีบนฉลากอาหาร
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567 ว่าด้วยเรื่องฉลากอาหาร ได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อาหารต้องแสดงข้อมูลบังคับบนฉลากอย่างน้อย 7 รายการ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและเพียงพอต่อการตัดสินใจ การขาดหายไปของข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งอาจถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
| รายการข้อมูล | รายละเอียดและข้อกำหนดสำคัญ |
|---|---|
| 1. ชื่ออาหาร | ต้องเป็นชื่อภาษาไทยที่สื่อถึงประเภทหรือชนิดของอาหารอย่างชัดเจน ขนาดตัวอักษรต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร และต้องไม่เล็กกว่าชื่อภาษาต่างประเทศ (ถ้ามี) |
| 2. เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) | เป็นเลข 13 หลักที่ได้รับอนุญาต ต้องแสดงในกรอบเครื่องหมาย อย. ที่มีสีของตัวเลขตัดกับสีพื้นของกรอบอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ง่าย |
| 3. ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า | ระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิต ผู้แบ่งบรรจุ หรือผู้นำเข้า (แล้วแต่กรณี) ให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ได้ |
| 4. ปริมาณสุทธิ | แสดงปริมาณของอาหารในหน่วยเมตริก เช่น กรัม (g), กิโลกรัม (kg), มิลลิลิตร (ml), หรือลิตร (l) เพื่อให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบราคาต่อหน่วยได้ |
| 5. วันเดือนปีที่ผลิต/หมดอายุ | ต้องระบุ “วันที่ผลิต” (MFG/Mfd. Date) และ “ควรบริโภคก่อน” (Best Before/BBE) หรือ “วันที่หมดอายุ” (EXP/Exp. Date) ให้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค |
| 6. ส่วนประกอบที่สำคัญ | แสดงรายการส่วนประกอบทั้งหมดโดยเรียงลำดับจากปริมาณมากไปน้อย และต้องระบุข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร (เช่น มีถั่ว, นม, แป้งสาลี) หากผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมดังกล่าว |
| 7. ข้อมูลโภชนาการ | จำเป็นสำหรับอาหารบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด หรือในกรณีที่มีการกล่าวอ้างคุณประโยชน์ทางโภชนาการบนฉลาก ต้องแสดงในรูปแบบตารางข้อมูลโภชนาการ (Nutrition Facts) หรือแบบ GDA |
2. ความถูกต้องและความชัดเจนของตัวอักษร: รายละเอียดที่มองข้ามไม่ได้
นอกเหนือจากความครบถ้วนของข้อมูลแล้ว ความชัดเจนในการแสดงผลก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน อย. ได้กำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับขนาดและสีของตัวอักษรไว้ เพื่อให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มสามารถอ่านข้อมูลบนฉลากได้อย่างสะดวกและไม่เกิดความสับสน
- ขนาดตัวอักษร: ชื่ออาหารต้องมีขนาดความสูงของตัวอักษรไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่สามารถอ่านได้ง่าย อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กที่มีพื้นที่แสดงฉลากน้อยกว่า 35 ตารางเซนติเมตร ซึ่งอนุญาตให้ใช้ขนาดตัวอักษรความสูงไม่น้อยกว่า 1 มิลลิเมตรได้
- ความคมชัดของสี: โดยเฉพาะในส่วนของกรอบเครื่องหมาย อย. สีของตัวเลข 13 หลักจะต้องตัดกับสีพื้นของกรอบอย่างชัดเจน เช่น พื้นกรอบสีขาว ตัวเลขสีน้ำเงินเข้ม หรือพื้นกรอบสีน้ำเงิน ตัวเลขสีขาว เพื่อให้สามารถตรวจสอบและมองเห็นได้ง่าย
- การแสดงผลชื่ออาหาร: หากมีการแสดงชื่ออาหารเป็นภาษาต่างประเทศควบคู่กัน ชื่อภาษาไทยจะต้องมีขนาดไม่เล็กกว่าและต้องแสดงอยู่ในลักษณะต่อเนื่องกันในแนวนอน เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและยืนยันประเภทของผลิตภัณฑ์
การใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ฉลากสินค้าผ่านการอนุมัติตามกฎหมาย แต่ยังสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจที่แบรนด์มีต่อผู้บริโภคอีกด้วย
3. ขั้นตอนการขออนุญาตเลขสารบบอาหาร (อย.) 13 หลัก
เลขสารบบอาหาร หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “เลข อย.” คือรหัส 13 หลักที่เปรียบเสมือนบัตรประจำตัวของผลิตภัณฑ์อาหารนั้นๆ ซึ่งบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการอนุญาตให้ผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้ประกอบการต้องยื่นขอเลข อย. ให้เรียบร้อยก่อนที่จะดำเนินการสั่งพิมพ์ฉลาก เนื่องจากเลข 13 หลักนี้เป็นข้อมูลบังคับที่ต้องปรากฏบนฉลากสินค้า
เลข อย. 13 หลัก ประกอบด้วยข้อมูล 5 กลุ่มที่มีความหมายแตกต่างกันไป ดังนี้:
- กลุ่มที่ 1 (หลักที่ 1-2): รหัสจังหวัดที่ตั้งของสถานที่ผลิตหรือนำเข้า เช่น 10 สำหรับกรุงเทพมหานคร, 40 สำหรับขอนแก่น
- กลุ่มที่ 2 (หลักที่ 3): สถานะของหน่วยงานที่อนุญาต เช่น 1 หมายถึงอนุญาตโดย อย. (ส่วนกลาง), 2 หมายถึงอนุญาตโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)
- กลุ่มที่ 3 (หลักที่ 4-8): เลขที่สถานที่ผลิตหรือนำเข้า และเลขท้ายของปี พ.ศ. ที่ได้รับอนุญาต เช่น 12345/67 หมายถึง สถานที่ลำดับที่ 12345 ได้รับอนุญาตในปี พ.ศ. 2567
- กลุ่มที่ 4 (หลักที่ 9): หน่วยงานที่อนุญาตผลิตภัณฑ์ (เช่น 1 สำหรับผลิตภัณฑ์ที่อนุญาตโดย อย. ส่วนกลาง)
- กลุ่มที่ 5 (หลักที่ 10-13): ลำดับที่ของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตภายใต้สถานที่ผลิตนั้นๆ
การยื่นขออนุญาตสามารถทำได้ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ เมื่อได้รับเลข อย. มาแล้ว ผู้ประกอบการควรตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขอีกครั้งผ่านระบบฐานข้อมูลของ อย. ก่อนนำไปใช้ในการออกแบบฉลากสินค้าต่อไป
4. ข้อกำหนดฉลากโภชนาการ (GDA) ตามกฎหมายใหม่
ฉลากโภชนาการแบบ GDA (Guideline Daily Amounts) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ฉลากหวาน มัน เค็ม” เป็นรูปแบบการแสดงข้อมูลโภชนาการที่เข้าใจง่าย โดยจะแสดงค่าพลังงาน, น้ำตาล, ไขมัน และโซเดียม ต่อหนึ่งหน่วยบรรจุภัณฑ์ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 445-448) พ.ศ. 2567 ได้มีการบังคับให้อาหาร 13 ประเภท ต้องแสดงฉลากโภชนาการแบบ GDA ที่ด้านหน้าของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป
ประเภทอาหารที่เข้าข่ายบังคับใช้ ได้แก่:
- มันฝรั่งทอดหรืออบกรอบ และข้าวเกรียบหรืออาหารขบเคี้ยวชนิดเดียวกัน
- ข้าวโพดคั่วทอดหรืออบกรอบ
- ขนมปังกรอบหรือแครกเกอร์หรือบิสกิต
- เวเฟอร์สอดไส้
- เค้กและขนมหวานที่มีลักษณะคล้ายเค้ก
- คุกกี้
- ช็อกโกแลตและผลิตภัณฑ์ในทำนองเดียวกัน
- เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท (เช่น น้ำอัดลม, น้ำผลไม้, เครื่องดื่มธัญพืช)
- อาหารกึ่งสำเร็จรูป (เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, โจ๊ก, ซุป)
- ผลิตภัณฑ์นมและผลิตภัณฑ์ทางเลือก (เช่น นมเปรี้ยว, โยเกิร์ต)
- ไอศกรีม
- อาหารมื้อหลักที่เก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำ (แช่เย็น/แช่แข็ง)
- ขนมปังและผลิตภัณฑ์เบเกอรี่อื่นๆ
สำหรับผู้ประกอบการที่ผลิตหรือจำหน่ายอาหารในกลุ่มนี้ การปรับปรุงฉลากสินค้าให้มีข้อมูล GDA เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยกฎหมายได้มีระยะเวลาผ่อนผันให้สามารถใช้ฉลากเดิมได้จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2570 เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาในการปรับตัวและจัดการสต็อกสินค้าเก่า ดังนั้น การวางแผนออกแบบฉลากใหม่ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดจึงควรเริ่มต้นดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้
5. การเลือกวัสดุและการพิมพ์ฉลากให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์
ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากที่ได้ข้อมูลและแบบฉลากที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว คือการเลือกวัสดุและการพิมพ์ การเลือกวัสดุที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ฉลากหลุดลอก, สีซีดจาง หรือข้อมูลสำคัญเลือนหายไประหว่างการขนส่งหรือการเก็บรักษา ซึ่งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของสินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภค
ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกวัสดุสำหรับพิมพ์ฉลาก อย. ได้แก่:
- ประเภทของบรรจุภัณฑ์: วัสดุฉลากสำหรับขวดแก้ว, กระป๋องโลหะ, หรือถุงพลาสติกมีความแตกต่างกัน ควรเลือกชนิดที่สามารถยึดติดกับพื้นผิวของบรรจุภัณฑ์ได้อย่างดีเยี่ยม
- สภาพการเก็บรักษา: สินค้าที่ต้องแช่เย็นหรือแช่แข็งจำเป็นต้องใช้สติ๊กเกอร์ที่ทนทานต่อความชื้นและความเย็น เพื่อป้องกันการเปื่อยยุ่ยหรือหลุดลอก
- อายุการใช้งานของสินค้า: สินค้าที่มีอายุการเก็บรักษานานควรใช้ฉลากที่ทนทานต่อแสงแดดและสภาพแวดล้อม เพื่อให้สีและข้อมูลยังคงความคมชัดตลอดอายุผลิตภัณฑ์
- เทคนิคการพิมพ์: การปรึกษากับโรงพิมพ์ฉลากสินค้าที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยให้สามารถเลือกเทคนิคการพิมพ์ที่เหมาะสมกับดีไซน์และงบประมาณได้ เช่น ระบบดิจิทัลที่เหมาะกับงานพิมพ์จำนวนน้อย หรือระบบออฟเซ็ตสำหรับงานผลิตจำนวนมาก
สำหรับผู้ประกอบการ SME การหาโรงพิมพ์ที่เข้าใจความต้องการและมีปริมาณการสั่งผลิตขั้นต่ำที่ไม่สูงจนเกินไป (เช่น 1,000 ดวง) จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนการพิมพ์จะช่วยยืนยันความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมดบนฉลากอีกครั้งหนึ่ง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้
บทสรุป และแนวทางการดำเนินการต่อ
การจัดทำฉลากอาหารให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของ อย. เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลบังคับ 7 ประการ, การออกแบบตัวอักษรให้ชัดเจน, การขอเลขสารบบอาหาร 13 หลักล่วงหน้า, การปฏิบัติตามข้อกำหนดฉลากโภชนาการ GDA สำหรับอาหารกลุ่มเสี่ยง, ไปจนถึงการเลือกวัสดุการพิมพ์ที่เหมาะสม การทำความเข้าใจและปฏิบัติตาม ฉลาก อย.: 5 ข้อต้องรู้ก่อนสั่งพิมพ์ฉลากโภชนาการ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาผู้ช่วยมืออาชีพในการออกแบบและผลิตฉลากสินค้า GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการ ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำและปรึกษาด้านการออกแบบฉลากให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมบริการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยใช้เครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัยและวัสดุคุณภาพสูงจากต่างประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า SME และทุกธุรกิจได้อย่างลงตัว
ติดต่อเรา
สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือติดตามผลงานของเราผ่านช่องทางต่างๆ
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
