เจาะลึก Fuji Xerox 2026 นวัตกรรมพิมพ์สติ๊กเกอร์สีสด คมชัด
- ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการพิมพ์
- การเปลี่ยนผ่านจาก Fuji Xerox สู่ FUJIFILM Business Innovation
- เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัล: แกนหลักของงานพิมพ์คุณภาพ
- เปรียบเทียบเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลสำหรับสติ๊กเกอร์
- นวัตกรรมล่าสุดจาก FUJIFILM Business Innovation
- การประยุกต์ใช้ในการผลิตสติ๊กเกอร์และฉลากสินค้าสำหรับ SME
- อนาคตของอุตสาหกรรมการพิมพ์สติ๊กเกอร์ดิจิทัล
- เลือกพันธมิตรด้านการพิมพ์ที่ใช่สำหรับธุรกิจของคุณ
การแสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับ เจาะลึก Fuji Xerox 2026 นวัตกรรมพิมพ์สติ๊กเกอร์สีสด คมชัด สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลคุณภาพสูงสำหรับผลิตฉลากและสติ๊กเกอร์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างแบรนด์และทำการตลาดในยุคปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้ผลักดันให้คุณภาพของงานพิมพ์สติ๊กเกอร์มีความละเอียดสูง สีสันสมจริง และมีความทนทานมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจทุกขนาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ต้องการสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง
- การเปลี่ยนชื่อแบรนด์: Fuji Xerox ได้เปลี่ยนชื่อเป็น FUJIFILM Business Innovation อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2021 ซึ่งเป็นการสิ้นสุดข้อตกลงทางเทคโนโลยีกับ Xerox Corporation และเริ่มต้นการพัฒนานวัตกรรมภายใต้แบรนด์ของตนเอง
- เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัล: หัวใจหลักของนวัตกรรมการพิมพ์สติ๊กเกอร์ในปัจจุบันประกอบด้วยระบบอิงค์เจ็ทความเร็วสูง (Production Inkjet) และระบบเลเซอร์โทนเนอร์ (Laser Toner) ซึ่งแต่ละระบบมีจุดเด่นด้านคุณภาพสี ความเร็ว และความเหมาะสมกับวัสดุพิมพ์ที่แตกต่างกัน
- นวัตกรรมสีพิเศษ: เครื่องพิมพ์ดิจิทัลยุคใหม่ เช่น ตระกูล REVORIA PRESS สามารถพิมพ์สีพิเศษได้มากกว่า 4 สีมาตรฐาน (CMYK) เช่น สีชมพู, สีทอง, สีเงิน หรือเคลียร์โทนเนอร์ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับสติ๊กเกอร์และฉลากสินค้าได้อย่างมาก
- ความสำคัญต่อธุรกิจ SME: เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลช่วยให้ SME สามารถสั่งพิมพ์สติ๊กเกอร์คุณภาพพรีเมียมได้แม้ในปริมาณน้อย มีความยืดหยุ่นสูงในการปรับเปลี่ยนดีไซน์ และได้งานพิมพ์ที่คมชัดทุกรายละเอียด ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการพิมพ์

อุตสาหกรรมการพิมพ์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่เปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ไปอย่างสิ้นเชิง ในอดีต การพิมพ์สติ๊กเกอร์หรือฉลากสินค้ามักถูกจำกัดด้วยระบบการพิมพ์แบบดั้งเดิมที่ต้องการปริมาณการผลิตสูงเพื่อให้คุ้มค่าต่อต้นทุน แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลได้เข้ามาทลายข้อจำกัดดังกล่าว ทำให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถเข้าถึงงานพิมพ์คุณภาพสูงได้ง่ายขึ้น
ความสนใจในหัวข้อเกี่ยวกับเทคโนโลยีการพิมพ์ขั้นสูงสำหรับปี 2026 ชี้ให้เห็นถึงการคาดการณ์ถึงนวัตกรรมที่จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความต้องการด้านสีสันที่สดใส คมชัด, ความสามารถในการพิมพ์บนวัสดุที่หลากหลาย, หรือความรวดเร็วในการผลิตเพื่อรองรับการตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมในปัจจุบันจำเป็นต้องเริ่มต้นจากการรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้เล่นหลักในตลาด ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของหนึ่งในแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในวงการ
การเปลี่ยนผ่านจาก Fuji Xerox สู่ FUJIFILM Business Innovation
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมการพิมพ์ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือการเปลี่ยนชื่อแบรนด์ของ Fuji Xerox ซึ่งเป็นชื่อที่คุ้นเคยและเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพมาอย่างยาวนาน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนชื่อเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และทิศทางการพัฒนานวัตกรรมของบริษัทในระยะยาวอีกด้วย
เหตุผลและความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง
ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2021 บริษัท Fuji Xerox Co., Ltd. ได้เปลี่ยนชื่อเป็น FUJIFILM Business Innovation Corp. อย่างเป็นทางการ การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจากการสิ้นสุดข้อตกลงทางเทคโนโลยี (Technology Agreement) กับ Xerox Corporation ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มีนาคม 2021 ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งดำเนินมาอย่างยาวนานได้สิ้นสุดลง ทำให้ FUJIFILM Business Innovation สามารถดำเนินธุรกิจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองได้อย่างอิสระทั่วโลกภายใต้แบรนด์ FUJIFILM
การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพและวัสดุศาสตร์ของกลุ่มบริษัทฟูจิฟิล์มมาผสมผสานเข้ากับการพัฒนานวัตกรรมด้านการพิมพ์และโซลูชันสำหรับธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพมากขึ้น
ผลกระทบต่อทิศทางและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์
ภายใต้ชื่อใหม่ FUJIFILM Business Innovation ได้เริ่มเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเองโดยไม่ขึ้นกับเทคโนโลยีของ Xerox อีกต่อไป ส่งผลให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของตลาดการพิมพ์ดิจิทัลสมัยใหม่ ซึ่งรวมถึงเครื่องพิมพ์โปรดักชันสำหรับงานพิมพ์เชิงพาณิชย์, เครื่องพิมพ์รูปแบบกว้าง (Large-format), และโซลูชันการจัดการเอกสารต่างๆ โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพ, คุณภาพสี, และความยืดหยุ่นในการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการพิมพ์สติ๊กเกอร์และฉลากสินค้าคุณภาพสูง
เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัล: แกนหลักของงานพิมพ์คุณภาพ
คุณภาพของสติ๊กเกอร์และฉลากสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสีสันที่สดใส ความคมชัดของตัวอักษร หรือความทนทาน ล้วนขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีการพิมพ์ที่เลือกใช้ ปัจจุบัน เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลที่ครองตลาดและเป็นหัวใจของการผลิตงานพิมพ์คุณภาพสูงมีอยู่ 2 ระบบหลักด้วยกัน คือ ระบบอิงค์เจ็ทและระบบเลเซอร์โทนเนอร์
ระบบการพิมพ์อิงค์เจ็ทความเร็วสูง (Production Inkjet)
เทคโนโลยีอิงค์เจ็ททำงานโดยการพ่นหยดหมึกขนาดเล็กจิ๋วลงบนพื้นผิววัสดุพิมพ์โดยตรง ทำให้สามารถสร้างภาพที่มีการไล่ระดับสีได้อย่างราบรื่นและให้สีสันที่สดใสสมจริง เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทระดับโปรดักชัน เช่น ในตระกูล J Press ของ FUJIFILM Business Innovation ถูกออกแบบมาเพื่อการผลิตงานพิมพ์ปริมาณมากด้วยความเร็วสูง แต่ยังคงรักษาคุณภาพของงานพิมพ์ให้เทียบเท่าหรือดีกว่าระบบการพิมพ์ออฟเซ็ตแบบดั้งเดิม เหมาะสำหรับงานที่ต้องการคุณภาพสีที่แม่นยำและเป็นธรรมชาติ เช่น ฉลากผลิตภัณฑ์อาหาร, เครื่องสำอาง หรือสินค้าพรีเมียม
ระบบการพิมพ์เลเซอร์โทนเนอร์ (Laser Toner)
ระบบเลเซอร์ทำงานโดยใช้ผงหมึก (โทนเนอร์) และความร้อนในการสร้างภาพลงบนวัสดุพิมพ์ จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือความเร็วในการพิมพ์, ความคมชัดของข้อความและลายเส้นที่ยอดเยี่ยม และความทนทานของงานพิมพ์ต่อการขีดข่วนและความชื้น นวัตกรรมล่าสุดในระบบโทนเนอร์ เช่น เครื่องพิมพ์ตระกูล REVORIA PRESS ได้ขยายขีดความสามารถไปอีกขั้น ด้วยการพิมพ์สีที่ 5 และ 6 นอกเหนือจากสี CMYK พื้นฐาน ทำให้สามารถพิมพ์สีพิเศษต่างๆ เช่น สีเมทัลลิก (ทอง, เงิน), สีขาว, สีชมพูนีออน หรือเคลือบเฉพาะจุดได้ในขั้นตอนเดียว ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับสติ๊กเกอร์ได้อย่างมหาศาล
การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมระหว่างอิงค์เจ็ทและโทนเนอร์ขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน, วัสดุที่ใช้, และความต้องการพิเศษด้านสีสัน ซึ่งทั้งสองระบบต่างก็มีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการพิมพ์สติ๊กเกอร์ในปัจจุบัน
เปรียบเทียบเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลสำหรับสติ๊กเกอร์
| คุณสมบัติ | ระบบอิงค์เจ็ท (Inkjet) | ระบบเลเซอร์โทนเนอร์ (Laser Toner) |
|---|---|---|
| คุณภาพสี | ให้การไล่ระดับสีที่นุ่มนวล เป็นธรรมชาติ สีสันสดใสสมจริง เหมาะกับงานภาพถ่ายและกราฟิกซับซ้อน | ให้สีที่สดและมีความอิ่มตัวสูง คมชัด เหมาะกับงานกราฟิก, โลโก้ และข้อความ |
| ความคมชัด | คุณภาพสูง แต่ในข้อความขนาดเล็กมากๆ อาจสู้ระบบโทนเนอร์ไม่ได้ | โดดเด่นเรื่องความคมชัดของข้อความและลายเส้น แม้จะมีขนาดเล็กมาก |
| วัสดุพิมพ์ | ทำงานได้ดีกับวัสดุหลากหลายชนิด โดยเฉพาะวัสดุที่เคลือบผิวมาสำหรับหมึกอิงค์เจ็ท | รองรับวัสดุได้หลากหลาย ทั้งกระดาษและฟิล์ม แต่ต้องทนความร้อนจากกระบวนการพิมพ์ได้ |
| สีพิเศษ | โดยทั่วไปเน้นการผสมสีจากแม่สี CMYK เพื่อให้ได้เฉดสีที่กว้างขวาง | มีความสามารถในการเพิ่มสถานีสีพิเศษ เช่น สีขาว, สีเมทัลลิก, สีนีออน, และเคลียร์โทนเนอร์ |
| ความทนทาน | ขึ้นอยู่กับชนิดของหมึกและวัสดุ หมึกบางชนิด (เช่น UV Inkjet) มีความทนทานสูงมาก | งานพิมพ์มีความทนทานต่อการขีดข่วนและสภาพแวดล้อมได้ดี เนื่องจากผงหมึกถูกหลอมติดกับวัสดุ |
| เหมาะกับงานประเภท | ฉลากสินค้าพรีเมียม, ฉลากเครื่องสำอาง, สติ๊กเกอร์ภาพถ่าย, งานที่เน้นความสมจริงของสี | สติ๊กเกอร์โลโก้, ฉลากข้อมูลสินค้า, บาร์โค้ด, งานที่ต้องการความคมชัดสูง หรือมีสีพิเศษ |
นวัตกรรมล่าสุดจาก FUJIFILM Business Innovation
หลังจากการรีแบรนด์ FUJIFILM Business Innovation ได้นำเสนอนวัตกรรมการพิมพ์ที่น่าสนใจหลายรุ่น ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่มุ่งตอบโจทย์ตลาดการพิมพ์คุณภาพสูงโดยตรง
Revoria Press Series: เทคโนโลยีโทนเนอร์สีพิเศษ
เครื่องพิมพ์ในตระกูล REVORIA PRESS เช่น REVORIA PRESS PC1120 หรือ EC2100S ถือเป็นเรือธงในกลุ่มเครื่องพิมพ์ระบบโทนเนอร์ จุดเด่นที่สำคัญคือความสามารถในการพิมพ์ได้ถึง 6 สีในรอบพิมพ์เดียว (One-pass 6-color print engine) ซึ่งนอกเหนือจาก CMYK มาตรฐานแล้ว ยังสามารถเพิ่มโทนเนอร์สีพิเศษได้อีกสองสถานี เช่น สีทอง, สีเงิน, สีขาว, สีชมพูนีออน, หรือเคลียร์โทนเนอร์ ความสามารถนี้เปิดมิติใหม่ให้กับการออกแบบสติ๊กเกอร์ ทำให้สามารถสร้างสรรค์งานพิมพ์ที่มีลูกเล่นโดดเด่น มีมูลค่าเพิ่ม และยากต่อการลอกเลียนแบบ
J Press Series: มาตรฐานใหม่ของอิงค์เจ็ทโปรดักชัน
สำหรับกลุ่มอิงค์เจ็ท เครื่องพิมพ์ J Press 750HS ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับงานพิมพ์แบบป้อนแผ่น (Sheet-fed) ด้วยการใช้หัวพิมพ์เทคโนโลยี SAMBA® ที่ให้ความละเอียดสูงถึง 1200×1200 dpi และหยดหมึกที่มีขนาดเล็กและสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ที่ได้คืองานพิมพ์ที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือเหนือกว่าระบบออฟเซ็ตแบบดั้งเดิม ให้ขอบเขตสีที่กว้างและรายละเอียดที่น่าทึ่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสติ๊กเกอร์หรือฉลากสินค้าที่ต้องการแสดงภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้ดูสมจริงและน่าสนใจที่สุด
การประยุกต์ใช้ในการผลิตสติ๊กเกอร์และฉลากสินค้าสำหรับ SME
เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลขั้นสูงเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรงพิมพ์ขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ SME ในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
สร้างความโดดเด่นให้แบรนด์ด้วยสีสันที่สดใส
ฉลากสินค้าคือ “หน้าตา” ของผลิตภัณฑ์ การใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ที่ให้เม็ดสีแน่น สีสดใส และมีความสม่ำเสมอ จะช่วยดึงดูดสายตาของผู้บริโภคบนชั้นวางสินค้าได้เป็นอย่างดี สติ๊กเกอร์ที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิทัลคุณภาพสูงสามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) ได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ
ตอบโจทย์งานพิมพ์จำนวนน้อยและหลากหลาย
หนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของการพิมพ์ดิจิทัลคือความสามารถในการพิมพ์งานตามความต้องการ (Print-on-demand) โดยไม่มีข้อกำหนดจำนวนขั้นต่ำที่สูงเหมือนระบบออฟเซ็ต ทำให้ SME สามารถสั่งพิมพ์สติ๊กเกอร์สำหรับสินค้าหลาย SKU, สินค้ารุ่น Limited Edition, หรือโปรโมชันระยะสั้น ได้อย่างคุ้มค่าและไม่ต้องแบกรับภาระสต็อกสินค้าคงคลัง
ความคมชัดของรายละเอียดแม้ตัวอักษรขนาดเล็ก
ฉลากสินค้าจำนวนมากจำเป็นต้องมีข้อมูลสำคัญ เช่น ส่วนประกอบ, วิธีใช้, หรือข้อมูลทางโภชนาการ ซึ่งมักจะมีขนาดตัวอักษรที่เล็กมาก เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลสมัยใหม่ให้ความคมชัดในระดับที่สามารถอ่านข้อความเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน ไม่เบลอหรือเป็นขุย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของสินค้าและเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย
อนาคตของอุตสาหกรรมการพิมพ์สติ๊กเกอร์ดิจิทัล
แม้จะไม่มีข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับ “Fuji Xerox 2026” แต่แนวโน้มของอุตสาหกรรมการพิมพ์สติ๊กเกอร์และฉลากสินค้ามุ่งไปในทิศทางที่ชัดเจน คือ การผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับความต้องการของตลาดที่เน้นความเป็นส่วนตัว (Personalization) และความยั่งยืน (Sustainability) มากขึ้น
อนาคตของการพิมพ์จะให้ความสำคัญกับการพิมพ์ข้อมูลแปรผัน (Variable Data Printing) ที่สามารถสร้างสติ๊กเกอร์ที่มีรายละเอียดแตกต่างกันในแต่ละชิ้น เช่น ชื่อลูกค้า, QR Code เฉพาะบุคคล, หรือลวดลายที่ไม่ซ้ำกัน นอกจากนี้ การพัฒนาหมึกพิมพ์และวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อกระแสความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคยุคใหม่ เทคโนโลยีจากผู้ผลิตชั้นนำอย่าง FUJIFILM Business Innovation และแบรนด์อื่นๆ จะยังคงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มเหล่านี้ต่อไปอย่างแน่นอน
เลือกพันธมิตรด้านการพิมพ์ที่ใช่สำหรับธุรกิจของคุณ
การทำความเข้าใจในวิวัฒนาการและเทคโนโลยีการพิมพ์เป็นสิ่งสำคัญ แต่สำหรับผู้ประกอบการ การเลือกโรงพิมพ์ที่เป็นพันธมิตรที่เหมาะสมคือหัวใจสู่ความสำเร็จ การเข้าถึงเทคโนโลยีการพิมพ์ขั้นสูงไม่ได้หมายถึงการต้องลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์ราคาแพง แต่คือการเลือกใช้บริการจากโรงพิมพ์ที่นำนวัตกรรมเหล่านี้มาให้บริการอย่างครบวงจร
GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่เข้าใจความต้องการของธุรกิจ SME ไทยอย่างแท้จริง ด้วยการนำเครื่องพิมพ์มาตรฐานระดับสากลและวัสดุคุณภาพสูงมาให้บริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์ไดคัท, ป้ายโฆษณา, นามบัตร, เมนูอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบฟรี เพื่อให้ทุกชิ้นงานสามารถสะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์ของคุณได้อย่างดีที่สุด ด้วยบริการที่รวดเร็ว งานเสร็จไว และจัดส่งทั่วประเทศ จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการงานพิมพ์คุณภาพพรีเมียมในราคาที่คุ้มค่า
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริการพิมพ์สติ๊กเกอร์และสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทางต่างๆ ของเรา
ช่องทางการติดต่อ:
- FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
- LINE: @282iufnx
- TIKTOK: @giantprint_official
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
