วิธีเลือกสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าให้เหมาะกับแพคเกจจิ้ง SME
- ประเด็นสำคัญในการเลือกฉลากสินค้า
- ทำความเข้าใจความสำคัญของสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าสำหรับธุรกิจ SME
- 4 ปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกสติ๊กเกอร์
- รู้จักประเภทของเนื้อสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าที่นิยมใช้
- ตารางเปรียบเทียบ: เลือกวัสดุสติ๊กเกอร์ให้เหมาะกับสถานการณ์
- รายละเอียดเพิ่มเติมที่ SME ไม่ควรมองข้าม
- เช็กลิสต์สุดท้ายก่อนยืนยันการผลิต
- บทสรุปและแนวทางการเลือกผู้ผลิตฉลากสินค้ามืออาชีพ
การเรียนรู้ วิธีเลือกสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าให้เหมาะกับแพคเกจจิ้ง SME เป็นมากกว่าแค่การออกแบบให้สวยงาม แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ ความทนทานของสินค้า และการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค การเลือกใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่ปัญหาฉลากหลุดลอก สีซีดจาง หรือดูไม่เข้ากับบรรจุภัณฑ์ ซึ่งบั่นทอนความน่าเชื่อถือของแบรนด์ได้
ประเด็นสำคัญในการเลือกฉลากสินค้า

-
วิเคราะห์สภาพแวดล้อม: การทำความเข้าใจว่าสินค้าจะถูกจัดเก็บและใช้งานในสภาวะใด เช่น อุณหภูมิ ความชื้น แสงแดด เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการเลือกวัสดุ
-
ความเข้ากันของวัสดุ: วัสดุของสติ๊กเกอร์ต้องสอดคล้องกับพื้นผิวของบรรจุภัณฑ์ (เช่น แก้ว พลาสติก กระดาษ) เพื่อการยึดเกาะที่ดีที่สุด
-
ภาพลักษณ์แบรนด์: เนื้อสติ๊กเกอร์และการพิมพ์ต้องสะท้อนตัวตนของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นแนวพรีเมียม, ธรรมชาติ, หรือทันสมัย
-
คุณสมบัติกันน้ำ: สำหรับสินค้าที่ต้องสัมผัสน้ำหรือแช่เย็น การเลือกใช้สติ๊กเกอร์กันน้ำอย่าง PP หรือ PVC เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาคุณภาพของฉลาก
-
การทดสอบก่อนผลิตจริง: ควรทดลองติดสติ๊กเกอร์บนบรรจุภัณฑ์จริงและนำไปทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงก่อนสั่งผลิตจำนวนมาก เพื่อป้องกันความผิดพลาด
ทำความเข้าใจความสำคัญของสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าสำหรับธุรกิจ SME
สำหรับผู้ประกอบการ SME ฉลากสินค้าเปรียบเสมือน “พนักงานขายเงียบ” ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เป็นสิ่งแรกที่ผู้บริโภคเห็นและใช้ในการตัดสินใจ ฉลากที่ออกแบบและเลือกวัสดุมาอย่างดีไม่เพียงแต่ให้ข้อมูลที่จำเป็น แต่ยังสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งบนชั้นวาง บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ และสร้างความน่าเชื่อถือ การลงทุนเวลาเพื่อศึกษา วิธีเลือกสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าให้เหมาะกับแพคเกจจิ้ง SME จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ช่วยลดปัญหาจุกจิกในระยะยาว เช่น ฉลากเสียหายระหว่างขนส่งหรือจัดเก็บ และยังช่วยยกระดับสินค้าให้ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อยอดขายและความภักดีของลูกค้า
4 ปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกสติ๊กเกอร์
การเลือกสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าที่มีประสิทธิภาพต้องพิจารณาปัจจัยรอบด้าน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการและคุ้มค่าที่สุด ปัจจัยหลัก 4 ประการที่ผู้ประกอบการ SME ควรให้ความสำคัญมีดังนี้
สภาพแวดล้อมในการใช้งานและการจัดเก็บ
คำถามแรกที่ต้องตอบคือ “สินค้าจะไปอยู่ที่ไหน?” สภาพแวดล้อมเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของสติ๊กเกอร์
- สินค้าแห้ง/ใช้งานในร่ม: สินค้าที่ไม่ต้องสัมผัสน้ำหรือความชื้นสูง เช่น ขนมแห้ง ของชำร่วย กล่องผลิตภัณฑ์ สามารถใช้สติ๊กเกอร์กระดาษเพื่อควบคุมต้นทุนได้
- สินค้าแช่เย็น/สัมผัสน้ำ: สินค้าที่ต้องเก็บในตู้เย็น ตู้แช่ หรือมีการสัมผัสกับน้ำและความชื้น เช่น ขวดเครื่องดื่ม กล่องไอศกรีม ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ จำเป็นต้องใช้ สติ๊กเกอร์กันน้ำ เช่น สติ๊กเกอร์ PP หรือ PVC เพื่อป้องกันฉลากเปื่อยยุ่ยหรือหมึกเลือนหาย
- สินค้าใช้นอกอาคาร/โดนแดด: สินค้าที่ต้องวางกลางแจ้งหรือสัมผัสแสงแดดและฝนเป็นประจำ เช่น อุปกรณ์การเกษตร สติ๊กเกอร์ติดรถยนต์ ควรเลือกใช้สติ๊กเกอร์ PVC ที่มีความทนทานต่อรังสียูวีและสภาพอากาศสูงเป็นพิเศษ
วัสดุและรูปทรงของบรรจุภัณฑ์
พื้นผิวและรูปทรงของแพคเกจจิ้งมีผลอย่างมากต่อการยึดเกาะของฉลาก
- วัสดุพื้นผิว: พื้นผิวที่แตกต่างกันต้องการกาวที่เหมาะสมต่างกัน เช่น พื้นผิวแก้ว พลาสติก (PET, PE), โลหะ หรือกล่องกระดาษเคลือบ/ไม่เคลือบ การเลือกกาวที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ฉลากเด้งหรือหลุดลอกได้ง่าย
- รูปทรงบรรจุภัณฑ์: บรรจุภัณฑ์ที่มีพื้นผิวเรียบจะติดสติ๊กเกอร์ได้ง่ายกว่า แต่หากเป็นขวดทรงโค้ง กระปุก หรือซองที่มีความยืดหยุ่น ควรเลือกใช้วัสดุสติ๊กเกอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูงอย่าง PVC เพื่อให้ฉลากโอบรับกับความโค้งได้ดี ไม่เกิดรอยย่นหรือเป็นฟองอากาศ
ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ต้องการสื่อสาร
สติ๊กเกอร์คือองค์ประกอบสำคัญในการสร้างการรับรู้แบรนด์ วัสดุที่เลือกใช้ควรสะท้อนตัวตนและตำแหน่งทางการตลาดของสินค้า
- ลุคพรีเมียม/หรูหรา: แบรนด์เครื่องสำอาง ไวน์ หรือสินค้า high-end มักเลือกใช้สติ๊กเกอร์ฟอยล์ (สีเงิน/ทอง) หรือสติ๊กเกอร์ใสพิมพ์หมึกขาว เพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษและมีมูลค่า
- ลุคธรรมชาติ/ออร์แกนิก/โฮมเมด: แบรนด์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ เช่น อาหารคลีน สบู่แฮนด์เมด มักเลือกใช้สติ๊กเกอร์กระดาษคราฟท์ ซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- ลุคทันสมัย/มินิมอล: สติ๊กเกอร์ใสหรือสติ๊กเกอร์กระดาษผิวด้านที่ออกแบบอย่างเรียบง่าย สามารถสื่อถึงความทันสมัยและสะอาดตาได้เป็นอย่างดี
งบประมาณและการควบคุมต้นทุนการผลิต
สำหรับ SME งบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ ต้นทุนของสติ๊กเกอร์แต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน โดยทั่วไปสามารถเรียงลำดับจากราคาต่ำไปสูงได้ดังนี้: สติ๊กเกอร์กระดาษ < สติ๊กเกอร์ PP < สติ๊กเกอร์ PVC < สติ๊กเกอร์ชนิดพิเศษ (เช่น ฟอยล์, โฮโลแกรม) การวางแผนงบประมาณและจำนวนที่ต้องการสั่ง พิมพ์สติ๊กเกอร์ จะช่วยให้สามารถเลือกวัสดุที่เหมาะสมในต้นทุนที่ควบคุมได้
รู้จักประเภทของเนื้อสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าที่นิยมใช้
การทำความเข้าใจคุณสมบัติของวัสดุแต่ละชนิดจะช่วยให้การตัดสินใจง่ายและแม่นยำขึ้น นี่คือประเภทสติ๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มธุรกิจ SME
การเลือกวัสดุที่ถูกต้องตั้งแต่แรก คือการป้องกันปัญหาฉลากเสียหายและสร้างความประทับใจที่ดีให้กับลูกค้าในระยะยาว
สติ๊กเกอร์กระดาษ (Paper Sticker)
เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุดเนื่องจากราคาที่เป็นมิตร มีให้เลือกหลากหลายพื้นผิว ทั้งแบบผิวมัน (Art Paper) ผิวด้าน และแบบกึ่งมันกึ่งด้าน
- ข้อดี: ราคาถูก พิมพ์สีได้สวยงาม คมชัด สามารถเขียนทับได้ง่าย
- ข้อจำกัด: ไม่กันน้ำ ฉีกขาดได้ง่าย ไม่ทนทานต่อความชื้นหรือการเสียดสี
- เหมาะกับสินค้าประเภทใด: สินค้าแห้งที่ไม่ต้องแช่เย็น, สินค้าที่มีอายุการใช้งานสั้น, ฉลากบาร์โค้ด, สติ๊กเกอร์ติดของชำร่วย, ฉลากที่ต้องการระบุวันหมดอายุด้วยการเขียนหรือปั๊ม
สติ๊กเกอร์พีพี (PP Sticker)
ทำจากพลาสติก Polypropylene มีคุณสมบัติเด่นคือความทนทานและกันน้ำได้ 100% มีให้เลือกทั้งแบบขาวเงา ขาวด้าน และแบบใส
- ข้อดี: กันน้ำ ทนความชื้น ทนความร้อนได้ดี (ประมาณ 90 องศาเซลเซียส) เนื้อเหนียว ฉีกขาดยาก
- ข้อจำกัด: ราคาสูงกว่าสติ๊กเกอร์กระดาษ มีความยืดหยุ่นน้อยกว่า PVC
- เหมาะกับสินค้าประเภทใด: สินค้าที่ต้องแช่เย็นหรือสัมผัสความชื้น เช่น ขวดเครื่องดื่ม, แก้วกาแฟ, กระปุกครีม, แชมพู, สบู่เหลว, สินค้าในห้องน้ำ
สติ๊กเกอร์พีวีซี (PVC Sticker)
ทำจากพลาสติก Polyvinyl Chloride เป็นสติ๊กเกอร์ที่มีความทนทานและยืดหยุ่นสูงสุด เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ
- ข้อดี: ทนทานสูงมาก กันน้ำ กันแดด ทนความร้อนได้ดีเยี่ยม (ทนได้ถึง 40-60 องศาเซลเซียส) มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการติดบนพื้นผิวโค้ง
- ข้อจำกัด: ราคาสูงที่สุดในกลุ่มสติ๊กเกอร์พื้นฐาน
- เหมาะกับสินค้าประเภทใด: สินค้าที่ใช้งานกลางแจ้ง, ฉลากติดรถยนต์, สติ๊กเกอร์ติดเครื่องใช้ไฟฟ้า, ฉลากอุปกรณ์ที่ต้องการความคงทนสูง, ขวดหรือบรรจุภัณฑ์ที่บีบได้
สติ๊กเกอร์ใส (Clear Sticker)
เป็นสติ๊กเกอร์ที่มองทะลุได้ ทำให้เห็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน สร้างลุคที่ดูสะอาดและทันสมัย มีทั้งเนื้อ PP ใส และ PVC ใส
- ข้อดี: ดูพรีเมียม, กันน้ำ, สามารถออกแบบให้เหมือนไม่มีฉลากได้ (No-Label Look), เหมาะกับการโชว์สีสันหรือเนื้อของผลิตภัณฑ์
- ข้อจำกัด: ต้องใช้การออกแบบที่ดีเพื่อให้ข้อความมองเห็นชัดเจนบนพื้นหลังของผลิตภัณฑ์, การพิมพ์หมึกขาวอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- เหมาะกับสินค้าประเภทใด: ขวดน้ำผลไม้, ขวดแก้ว, ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง, เทียนหอม หรือสินค้าใดๆ ที่ต้องการโชว์เนื้อผลิตภัณฑ์
สติ๊กเกอร์ฟอยล์ (Foil Sticker)
เป็นสติ๊กเกอร์ที่มีผิวเคลือบโลหะมันวาว มีสีให้เลือก เช่น สีเงิน สีทอง ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าและความหรูหราให้กับสินค้าได้อย่างมาก
- ข้อดี: สร้างความโดดเด่นและดึงดูดสายตา, ให้ความรู้สึกหรูหราพรีเมียม, ทนทานและกันน้ำได้ดี
- ข้อจำกัด: ราคาสูง, อาจไม่เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการลุคเรียบง่ายหรือเป็นธรรมชาติ
- เหมาะกับสินค้าประเภทใด: เครื่องสำอาง, น้ำหอม, ไวน์, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์, สินค้ากลุ่มของขวัญและของที่ระลึก
สติ๊กเกอร์กระดาษคราฟท์ (Kraft Paper Sticker)
มีเนื้อผิวเป็นสีน้ำตาลธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และดูเป็นงานฝีมือ
- ข้อดี: สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดูเป็นธรรมชาติ, เข้ากับเทรนด์รักษ์โลก, มีพื้นผิวที่เป็นเอกลักษณ์
- ข้อจำกัด: ไม่กันน้ำ, สีที่พิมพ์ลงไปอาจเพี้ยนไปจากหน้าจอเล็กน้อยเนื่องจากสีพื้นของกระดาษ
- เหมาะกับสินค้าประเภทใด: สินค้าออร์แกนิก, สินค้าแฮนด์เมด, เบเกอรี่, ของชำร่วย, ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสื่อถึงความเป็นธรรมชาติ
ตารางเปรียบเทียบ: เลือกวัสดุสติ๊กเกอร์ให้เหมาะกับสถานการณ์
เพื่อช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้น ตารางด้านล่างนี้สรุปแนวทางการเลือกวัสดุสติ๊กเกอร์สำหรับสถานการณ์ต่างๆ ที่ SME มักพบเจอ
| สถานการณ์การใช้งาน | วัสดุที่แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| สินค้าทั่วไป, ต้นทุนต่ำ, ไม่โดนน้ำ | สติ๊กเกอร์กระดาษ | ราคาประหยัดที่สุด พิมพ์สีสวยงาม |
| สินค้าแช่เย็น, เครื่องดื่ม, เครื่องสำอาง | สติ๊กเกอร์ PP | กันน้ำ 100% ทนความชื้นได้ดี เนื้อเหนียว |
| สินค้าใช้งานกลางแจ้ง, ติดบนพื้นผิวโค้ง | สติ๊กเกอร์ PVC | ทนทานสูงสุด กันแดด กันฝน และมีความยืดหยุ่นสูง |
| ต้องการสร้างแบรนด์ให้ดูพรีเมียม | สติ๊กเกอร์ฟอยล์ / สติ๊กเกอร์ใส | ให้ความรู้สึกหรูหรา (ฟอยล์) หรือทันสมัยสะอาดตา (ใส) |
| แบรนด์รักษ์โลก, สินค้าโฮมเมด | สติ๊กเกอร์กระดาษคราฟท์ | สื่อถึงความเป็นธรรมชาติและงานฝีมือได้ดี |
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ SME ไม่ควรมองข้าม
นอกจากการเลือกเนื้อสติ๊กเกอร์แล้ว ยังมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพและความสวยงามของฉลากสินค้าได้
ขนาด สัดส่วน และการออกแบบที่อ่านง่าย
ก่อนจะสั่งผลิต ควรลองพิมพ์แบบร่างออกมาแล้วแปะลงบนบรรจุภัณฑ์จริง เพื่อตรวจสอบว่าขนาดและสัดส่วนของฉลากเหมาะสมกับแพคเกจจิ้งหรือไม่ ข้อความและโลโก้มีขนาดใหญ่พอที่จะอ่านได้ง่ายและชัดเจนจากระยะปกติหรือไม่ การออกแบบไม่ควรแน่นจนเกินไป ควรมีพื้นที่ว่าง (White Space) ที่เหมาะสมเพื่อให้องค์ประกอบโดยรวมดูสบายตาและเป็นมืออาชีพ
ชนิดของกาว: ปัจจัยลับสู่ความทนทาน
กาวที่ใช้บนสติ๊กเกอร์มีหลายชนิด เช่น กาวทั่วไป, กาวรีมูฟ (ลอกออกได้ไม่ทิ้งคราบ), หรือกาวสำหรับห้องเย็นที่ทนทานต่ออุณหภูมิต่ำเป็นพิเศษ ควรปรึกษาโรงพิมพ์เพื่อเลือกชนิดกาวให้เหมาะสมกับพื้นผิวของบรรจุภัณฑ์และสภาพแวดล้อมในการจัดเก็บ เพื่อป้องกันปัญหาฉลากหลุดลอกก่อนเวลาอันควร
การไดคัทฉลาก: เพิ่มความโดดเด่นให้บรรจุภัณฑ์
การไดคัท (Die-cut) คือการตัดสติ๊กเกอร์ให้เป็นรูปทรงต่างๆ ตามที่ออกแบบไว้ ไม่จำกัดอยู่แค่สี่เหลี่ยมหรือวงกลม การเลือกใช้บริการ ไดคัทสติ๊กเกอร์ฟรี จากโรงพิมพ์จะช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างสรรค์ฉลากที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ เข้ากับโลโก้หรือตัวบรรจุภัณฑ์ได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างความแตกต่างและเป็นที่จดจำ
เช็กลิสต์สุดท้ายก่อนยืนยันการผลิต
เพื่อความมั่นใจและลดความผิดพลาด การตรวจสอบตามรายการด้านล่างนี้ก่อนยืนยันการผลิตกับโรงพิมพ์เป็นขั้นตอนที่จำเป็นอย่างยิ่ง
- ตรวจสอบไฟล์ Artwork: ตรวจสอบความถูกต้องของข้อความทั้งหมด ตัวสะกด ความละเอียดของรูปภาพ และโหมดสี (ควรเป็น CMYK สำหรับงานพิมพ์)
- ยืนยันวัสดุและชนิดกาว: พูดคุยกับโรงพิมพ์ให้ชัดเจนเกี่ยวกับวัสดุที่เลือกและชนิดของกาวที่เหมาะสมกับงาน
- ทดสอบกับสินค้าจริง: หากเป็นไปได้ ขอตัวอย่างสติ๊กเกอร์เพื่อนำมาทดลองติดบนสินค้าจริง และทดสอบในสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง (เช่น แช่ตู้เย็น, จุ่มน้ำ)
- ยืนยันรูปแบบการไดคัท: ตรวจสอบเส้นไดคัทในไฟล์งานว่าถูกต้องตามรูปทรงที่ต้องการหรือไม่
- สอบถามเรื่องจำนวนสั่งผลิตขั้นต่ำ: ตรวจสอบจำนวนขั้นต่ำในการผลิตและคำนวณต้นทุนต่อชิ้น เพื่อให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจ
บทสรุปและแนวทางการเลือกผู้ผลิตฉลากสินค้ามืออาชีพ
สรุปได้ว่า วิธีเลือกสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าให้เหมาะกับแพคเกจจิ้ง SME เป็นกระบวนการที่ต้องใส่ใจในรายละเอียด ตั้งแต่การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์และสภาพแวดล้อม ไปจนถึงการเลือกวัสดุ การออกแบบ และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ การตัดสินใจที่ถูกต้องจะช่วยให้ฉลากสินค้าทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งในด้านการให้ข้อมูล การปกป้อง และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์
สำหรับการ ทำฉลากสินค้า SME ที่ต้องการคุณภาพและความเป็นมืออาชีพ การเลือกโรงพิมพ์ที่มีความเชี่ยวชาญและบริการครบวงจรเป็นสิ่งสำคัญ GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่พร้อมตอบโจทย์ผู้ประกอบการ ด้วยบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์ Fuji Xerox มาตรฐานสากลที่ให้สีสด คมชัด พร้อมวัสดุคุณภาพสูง และทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทุกชิ้นงานสะท้อนความเป็นแบรนด์ของคุณได้อย่างดีที่สุด พร้อมบริการไดคัทฟรีและจัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศ
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาเรื่องการผลิตสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
- LINE: @giantprint
- TIKTOK: @giantprint_official
- Website: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
