เคล็ดลับทำบัตรสะสมแต้มให้ปัง ดึงลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
- สรุปประเด็นสำคัญ
- ความสำคัญของบัตรสะสมแต้มในยุคดิจิทัล
- หลักการออกแบบระบบสะสมแต้มให้ประสบความสำเร็จ
- 5 หัวใจหลักที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
- กลยุทธ์และตัวอย่างการใช้งานจริงเพื่อเพิ่มยอดขาย
- ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการทำบัตรสะสมแต้ม
- แนวทางปฏิบัติสำหรับธุรกิจ SME
- สรุปและแนวทางการสร้างบัตรสะสมแต้มที่มีประสิทธิภาพ
บัตรสะสมแต้มยังคงเป็นเครื่องมือการตลาดออฟไลน์ที่ทรงพลังสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โดยเฉพาะร้านกาแฟและร้านค้าปลีก การออกแบบโปรแกรมสะสมแต้มที่มีประสิทธิภาพสามารถสร้างความภักดีของลูกค้าและกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำได้อย่างต่อเนื่อง
สรุปประเด็นสำคัญ
- ความเรียบง่ายเป็นหัวใจ: กติกาการสะสมและแลกแต้มที่เข้าใจง่ายจะช่วยให้ลูกค้าเริ่มต้นใช้งานได้ทันทีโดยไม่รู้สึกสับสน
- รางวัลต้องจูงใจ: ของรางวัลหรือส่วนลดควรมีมูลค่าที่ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าและสามารถแลกได้จริงโดยไม่ต้องใช้เวลานานเกินไป
- ความสะดวกสบายในการใช้งาน: การลดขั้นตอนและอุปสรรคในการใช้งาน เช่น การใช้เบอร์โทรศัพท์หรือแอปพลิเคชันแทนบัตรกระดาษ จะช่วยเพิ่มอัตราการใช้งานซ้ำ
- การออกแบบสะท้อนตัวตน: บัตรหรือระบบสะสมแต้มที่ออกแบบอย่างสวยงาม สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ จะสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ลูกค้ารู้สึกอยากเก็บไว้
- สร้างความสัมพันธ์มากกว่าแค่การซื้อขาย: การให้แต้มสำหรับกิจกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากการซื้อ เช่น การรีวิว หรือการแชร์บนโซเชียลมีเดีย จะช่วยสร้างการมีส่วนร่วมและความผูกพันในระยะยาว
ความสำคัญของบัตรสะสมแต้มในยุคดิจิทัล
เคล็ดลับทำบัตรสะสมแต้มให้ปัง ดึงลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ผู้ประกอบการ SME ไม่ควรมองข้าม แม้ในยุคที่การตลาดดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญ แต่โปรแกรมความภักดี (Loyalty Program) ในรูปแบบที่จับต้องได้ยังคงสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างมีนัยสำคัญ เครื่องมือนี้ไม่ได้เป็นเพียงบัตรกระดาษหรือระบบออนไลน์ แต่เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ช่วยรักษาฐานลูกค้าเก่าซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่ และกระตุ้นให้เกิดการกลับมาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตที่ยั่งยืน
โปรแกรมสะสมแต้มที่มีประสิทธิภาพทำหน้าที่มากกว่าการมอบส่วนลด แต่ยังเป็นการเก็บข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า ทำให้ธุรกิจเข้าใจความต้องการและสามารถนำเสนอโปรโมชั่นที่ตรงใจได้มากขึ้น สำหรับลูกค้า การได้รับสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจนและจับต้องได้ทำให้พวกเขารู้สึกเป็นคนพิเศษและมีแรงจูงใจที่จะเลือกใช้บริการของร้านค้าเดิมมากกว่าคู่แข่ง ดังนั้น การลงทุนในการสร้างระบบสะสมแต้มที่ผ่านการคิดและออกแบบมาอย่างดีจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับทุกธุรกิจที่ต้องการสร้างการเติบโตในระยะยาว
หลักการออกแบบระบบสะสมแต้มให้ประสบความสำเร็จ
การสร้างบัตรสะสมแต้มหรือโปรแกรมความภักดีให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีนั้นจำเป็นต้องอาศัยหลักการออกแบบที่เน้นผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ลูกค้าไม่เพียงแต่เข้าร่วม แต่ยังคงใช้งานอย่างต่อเนื่อง หัวใจสำคัญอยู่ที่การทำให้ทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การเริ่มต้นไปจนถึงการแลกรางวัล เป็นไปอย่างราบรื่นและน่าพอใจ
1. กติกาต้องเรียบง่ายและโปร่งใส
อุปสรรคแรกที่ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่เมินโปรแกรมสะสมแต้มคือกติกาที่ซับซ้อนเกินไป ลูกค้าควรเข้าใจเงื่อนไขทั้งหมดได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที กฎที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาจะช่วยขจัดความลังเลและกระตุ้นให้เกิดการเข้าร่วมได้ทันที องค์ประกอบที่ควรระบุให้ชัดเจน ได้แก่:
- เงื่อนไขการได้รับแต้ม: เช่น “ซื้อครบทุก 50 บาท รับ 1 แต้ม” หรือ “ซื้อเครื่องดื่ม 1 แก้ว รับ 1 ดวงตราประทับ”
- เงื่อนไขการแลกรางวัล: ระบุให้ชัดเจนว่าต้องใช้กี่แต้มเพื่อแลกอะไรได้บ้าง เช่น “สะสมครบ 10 แต้ม แลกรับเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว”
- วันหมดอายุ: กำหนดระยะเวลาของแต้มสะสมอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนและสร้างความรู้สึกเร่งด่วนในการกลับมาใช้บริการ
ความโปร่งใสของเงื่อนไขไม่เพียงแต่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจ แต่ยังสร้างความไว้วางใจให้กับแบรนด์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระยะยาว
2. รางวัลต้องคุ้มค่าและเข้าถึงได้
หากรางวัลที่ตั้งไว้ดูห่างไกลเกินเอื้อม หรือต้องใช้ความพยายามในการสะสมมากเกินไป ลูกค้าจะหมดความสนใจอย่างรวดเร็ว แนวคิดสำคัญคือการสร้าง “ชัยชนะเล็กๆ” (Small Wins) ระหว่างทาง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าความพยายามของพวกเขานั้นคุ้มค่าและได้รับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ
แนวทางการตั้งรางวัลที่มีประสิทธิภาพ:
- ตั้งเป้าหมายแรกให้สำเร็จเร็ว: อาจมีการให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เมื่อสะสมครบ 3-5 แต้มแรก เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สะสมต่อไป
- มูลค่าของรางวัลต้องสมเหตุสมผล: รางวัลควรมีมูลค่าที่ลูกค้ารับรู้ได้ว่าคุ้มค่ากับการกลับมาซื้อซ้ำ เช่น ส่วนลด 10% หรือสินค้าฟรี แทนที่จะเป็นของรางวัลที่ไม่มีมูลค่าชัดเจน
- หลีกเลี่ยงเงื่อนไขซับซ้อนในการแลก: การตั้งเงื่อนไขยุ่งยาก เช่น “แลกได้เฉพาะวันอังคาร” หรือ “ต้องซื้อสินค้าราคาเต็มร่วมด้วย” จะลดทอนคุณค่าของรางวัลและสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดี
3. ช่องทางการใช้งานต้องสะดวกสบาย
ในโลกที่ทุกอย่างต้องการความรวดเร็ว ความสะดวกสบายกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ตัดสินว่าลูกค้าจะใช้โปรแกรมสะสมแต้มหรือไม่ การลดภาระของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ระบบแบบดั้งเดิมที่ใช้บัตรกระดาษมักประสบปัญหาการลืมพกหรือทำบัตรหาย ซึ่งทำให้การสะสมแต้มไม่ต่อเนื่อง ปัจจุบันมีทางเลือกที่ทันสมัยและสะดวกกว่า เช่น:
- การใช้เบอร์โทรศัพท์: เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ลูกค้าเพียงแจ้งเบอร์โทรศัพท์เพื่อสะสมหรือแลกแต้ม ไม่จำเป็นต้องพกบัตรใดๆ
- การเชื่อมต่อกับ LINE Official Account (OA): ลูกค้าสามารถดูแต้มสะสมและแลกรางวัลผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานเป็นประจำอยู่แล้ว
- ระบบสะสมแต้มออนไลน์: อาจเป็นแอปพลิเคชันของร้านค้าเองหรือการใช้บริการจากผู้ให้บริการระบบ Loyalty Program โดยตรง
ข้อดีของระบบดิจิทัลคือช่วยให้ลูกค้าเริ่มต้นได้เร็วขึ้น ลดปัญหาบัตรหาย และยังช่วยให้ธุรกิจสามารถเก็บข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อยอดทางการตลาดได้อีกด้วย
4. การออกแบบที่สะท้อนแบรนด์และน่าเก็บ
สำหรับธุรกิจที่ยังคงเลือกใช้บัตรสะสมแต้มแบบกระดาษหรือพลาสติก การออกแบบถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่ง บัตรที่ออกแบบอย่างสวยงามและมีคุณภาพจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี และยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสื่อสารแบรนด์ในกระเป๋าสตางค์ของลูกค้าอีกด้วย
หลักการออกแบบที่ควรคำนึงถึง:
- ความสอดคล้องกับแบรนด์: ใช้สี ฟอนต์ และโลโก้ที่ตรงกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อสร้างการจดจำ
- ความชัดเจนและอ่านง่าย: จัดวางเลย์เอาต์ให้ไม่รกสายตา ข้อมูลเงื่อนไขต่างๆ ต้องอ่านง่ายและชัดเจน
- วัสดุและคุณภาพการพิมพ์: การเลือกใช้วัสดุที่ทนทาน เช่น กระดาษหนาพิเศษ หรือบัตร PVC จะช่วยยืดอายุการใช้งานและสร้างความรู้สึกพรีเมียม การพิมพ์ที่มีคุณภาพ สีสด คมชัด จะทำให้บัตรดูน่าเชื่อถือและน่าเก็บมากยิ่งขึ้น
- ลูกเล่นพิเศษ: การเพิ่มเทคนิคพิเศษ เช่น การเคลือบ Spot UV หรือการปั๊มฟอยล์ สามารถยกระดับบัตรให้ดูโดดเด่นและน่าสนใจ
5. เชื่อมโยงแต้มกับพฤติกรรมที่ต้องการ
โปรแกรมสะสมแต้มที่มีประสิทธิภาพไม่ควรจำกัดการให้คะแนนอยู่แค่การซื้อสินค้าเท่านั้น แต่สามารถขยายผลไปสู่การกระตุ้นพฤติกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจได้ ซึ่งจะช่วยสร้างการมีส่วนร่วมและความผูกพันที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น:
- การให้แต้มสำหรับการรีวิวสินค้า: กระตุ้นให้เกิด User-Generated Content ที่เป็นประโยชน์
- การให้แต้มสำหรับการแชร์บนโซเชียลมีเดีย: ช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในวงกว้าง
- การให้แต้มเมื่อชวนเพื่อนมาสมัครสมาชิก: ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบบอกต่อ (Referral Marketing)
- การสร้างภารกิจ (Mission): เช่น “ซื้อกาแฟครบ 5 แก้วภายในเดือนนี้ รับแต้มโบนัส” เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกลับมาใช้บริการบ่อยขึ้น
5 หัวใจหลักที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
เพื่อให้โปรแกรมสะสมแต้มสามารถดึงดูดลูกค้าให้กลับมาได้อย่างแท้จริง ควรให้ความสำคัญกับปัจจัย 5 ประการต่อไปนี้ ซึ่งเป็นแกนหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าโดยตรง
| สิ่งที่ควรทำ | เหตุผลเชิงพฤติกรรม |
|---|---|
| ทำให้เริ่มต้นง่าย | ลูกค้าในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน การสมัครที่ง่ายดายช่วยลดอุปสรรคในการตัดสินใจเข้าร่วม |
| ให้รางวัลเร็ว | การได้รับรางวัลอย่างรวดเร็วจะสร้างความรู้สึกพึงพอใจและคุ้มค่า กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการกลับมาใช้บริการซ้ำเพื่อรับรางวัลต่อไป |
| สะสมแต้มได้จากหลายพฤติกรรม | ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่นอกเหนือไปจากการซื้อขาย ทำให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น และเพิ่มช่องทางการตลาดไปในตัว |
| แจ้งเงื่อนไขให้ชัดเจน | ความโปร่งใสช่วยสร้างความไว้วางใจ ลดความรู้สึกกังวลว่าความพยายามในการสะสมแต้มจะสูญเปล่า และป้องกันข้อโต้แย้งในอนาคต |
| ทำให้ดูน่าใช้และน่าเก็บ | การออกแบบที่ดีทั้งในรูปแบบบัตรหรือระบบดิจิทัล ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์และเพิ่มการจดจำในใจของลูกค้า |
กลยุทธ์และตัวอย่างการใช้งานจริงเพื่อเพิ่มยอดขาย
การนำหลักการมาปรับใช้เป็นกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมคือขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้โปรแกรมสะสมแต้มเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ต่อไปนี้คือตัวอย่างกลยุทธ์ที่ธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที
สร้างเป้าหมายที่เข้าถึงง่าย
แทนที่จะตั้งเป้าหมายใหญ่เพียงเป้าหมายเดียว เช่น “สะสมครบ 20 แต้ม แลกของพรีเมียม”, ลองแบ่งเป็นเป้าหมายย่อยๆ เช่น “สะสมครบ 5 แต้ม รับส่วนลด 10% สำหรับการซื้อครั้งถัดไป” วิธีนี้จะช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายแรกได้เร็วขึ้น และมีแรงจูงใจที่จะสะสมต่อเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า
ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดขั้นตอน
การให้คะแนนอัตโนมัติเมื่อลูกค้าชำระเงินโดยใช้เบอร์โทรศัพท์ที่ผูกไว้กับสมาชิก เป็นวิธีที่สะดวกและลดภาระทั้งฝั่งลูกค้าและพนักงาน ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาบัตรหรือประทับตรา ทำให้กระบวนการซื้อขายรวดเร็วและราบรื่น
สร้างแรงจูงใจด้วยระบบสถานะสมาชิก (Tier)
แบ่งระดับสมาชิกออกเป็นขั้นต่างๆ เช่น Silver, Gold, Platinum โดยแต่ละระดับจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันไป วิธีนี้จะสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าอยากซื้อเพิ่มขึ้นเพื่อเลื่อนระดับและรับสิทธิพิเศษที่เหนือกว่า ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงคุณค่าของการเป็นลูกค้าประจำ
กระตุ้นการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง
สร้างภารกิจหรือมิชชั่นรายเดือน เช่น “เช็คอินที่ร้านครบ 4 ครั้งในเดือนนี้ รับแต้ม x2” หรือ “ลองเมนูใหม่ประจำเดือน รับแต้มโบนัส” กลยุทธ์นี้ช่วยสร้างความสดใหม่ให้กับโปรแกรมและกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมามีปฏิสัมพันธ์กับร้านค้าอย่างสม่ำเสมอ
มอบประสบการณ์ที่ทันสมัยและสะดวกสบาย
ใช้แพลตฟอร์มอย่าง LINE OA เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้แต้มแทนเงินสด, แลกของรางวัล หรือตรวจสอบคะแนนสะสมได้ด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์มือถือ มอบประสบการณ์ที่ทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการทำบัตรสะสมแต้ม
แม้ว่าบัตรสะสมแต้มจะมีประโยชน์มากมาย แต่หากออกแบบและบริหารจัดการไม่ดี ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือที่ไม่มีประสิทธิภาพและสิ้นเปลืองงบประมาณได้ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยซึ่งควรหลีกเลี่ยงมีดังนี้:
- กติกาซับซ้อนเกินไป: การมีเงื่อนไขยิบย่อยมากเกินไปทำให้ลูกค้าสับสนและไม่ต้องการเข้าร่วม
- รางวัลห่างเกินเอื้อม: การตั้งเป้าหมายการสะสมที่สูงเกินไปทำให้ลูกค้ารู้สึกท้อแท้และล้มเลิกกลางคัน
- ขั้นตอนการสมัครยุ่งยาก: การต้องกรอกข้อมูลจำนวนมากหรือใช้เวลาสมัครนานเป็นอุปสรรคสำคัญในการดึงดูดสมาชิกใหม่
- ปัญหาบัตรหายหรือลืมพก: หากยังคงใช้ระบบบัตรกระดาษเพียงอย่างเดียว ปัญหานี้จะทำให้ลูกค้าเสียโอกาสในการสะสมแต้มและรู้สึกไม่พอใจ
- ขาดความชัดเจนเรื่องเงื่อนไข: การไม่ระบุวันหมดอายุของแต้มหรือเงื่อนไขการแลกรางวัลให้ชัดเจน อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับลูกค้า
แนวทางปฏิบัติสำหรับธุรกิจ SME
สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการเริ่มต้นทำโปรแกรมสะสมแต้มอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ควรเริ่มต้นจากโครงสร้างที่เรียบง่ายและชัดเจนที่สุด เช่น ระบบประทับตราบนบัตรกระดาษคุณภาพดี หรือระบบสมาชิกที่ใช้เบอร์โทรศัพท์ สิ่งสำคัญคือการกำหนดรางวัลและเงื่อนไขที่โปร่งใสและเข้าใจง่าย
เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นและต้องการเห็นผลลัพธ์ในการซื้อซ้ำที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ควรพิจารณาพัฒนาระบบที่สามารถ:
- ใช้งานง่าย: ทั้งสำหรับลูกค้าและพนักงานหน้าร้าน
- แลกรางวัลได้จริง: รางวัลต้องมีความคุ้มค่าและเข้าถึงได้
- เก็บข้อมูลลูกค้าได้: เพื่อนำไปวิเคราะห์และทำการตลาดแบบเจาะจง (Personalized Marketing)
- ออกแบบให้สอดคล้องกับแบรนด์: เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดี
การเลือกใช้ระบบที่เหมาะสมกับขนาดและลักษณะของธุรกิจเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างโปรแกรมสะสมแต้มที่ประสบความสำเร็จและยั่งยืน
สรุปและแนวทางการสร้างบัตรสะสมแต้มที่มีประสิทธิภาพ
โดยสรุปแล้ว เคล็ดลับทำบัตรสะสมแต้มให้ปัง ดึงลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ นั้นมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ความเรียบง่าย (Simplicity), ความคุ้มค่า (Value), ความสะดวกสบาย (Convenience) และการออกแบบที่น่าดึงดูด (Design) การสร้างโปรแกรมที่ลูกค้าเข้าใจง่าย รู้สึกว่าได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า และใช้งานได้อย่างราบรื่น จะช่วยสร้างความภักดีและกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลงทุนในการออกแบบและผลิตบัตรสะสมแต้มหรือการเลือกระบบดิจิทัลที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตของธุรกิจที่มั่นคง
สำหรับการออกแบบและพิมพ์บัตรสะสมแต้มที่ได้มาตรฐานและสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างมืออาชีพ GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการผู้ประกอบการ SME ทุกท่าน ด้วยบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบัตรสะสมแต้ม, นามบัตร, ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, เมนูอาหาร, โบรชัวร์ และอื่นๆ อีกมากมาย
ด้วยเครื่องพิมพ์ Fuji Xerox ที่ทันสมัยและวัสดุคุณภาพสูง เราการันตีงานพิมพ์สีสด คมชัด พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบฟรี เพื่อให้ผลงานตอบโจทย์ธุรกิจของคุณมากที่สุด
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
