การตลาด O2O ปี 2026! เชื่อมสื่อสิ่งพิมพ์ออฟไลน์สู่ออนไลน์
- ประเด็นสำคัญของการตลาด O2O ในยุคใหม่
- เจาะลึกแนวคิด O2O Marketing
- เหตุผลที่การตลาด O2O ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์จะทวีความสำคัญในปี 2026
- กลยุทธ์และตัวอย่างการประยุกต์ใช้ O2O ที่น่าจับตามอง
- พลิกโฉมสื่อสิ่งพิมพ์ออฟไลน์สู่เครื่องมือการตลาดดิจิทัล
- บทสรุป: อนาคตของการตลาดที่ผสานโลกออฟไลน์และออนไลน์
- ยกระดับกลยุทธ์ O2O ของธุรกิจด้วยสื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพ
กลยุทธ์ การตลาด O2O ปี 2026! เชื่อมสื่อสิ่งพิมพ์ออฟไลน์สู่ออนไลน์ กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเป็นการผสมผสานจุดแข็งของโลกออฟไลน์ที่จับต้องได้เข้ากับพลังของช่องทางดิจิทัล เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อและดึงดูดลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงและต้นทุนการตลาดออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น การใช้สื่อสิ่งพิมพ์เป็นสะพานเชื่อมจึงเป็นคำตอบที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
ประเด็นสำคัญของการตลาด O2O ในยุคใหม่

- ลดต้นทุนโฆษณา: การใช้สื่อสิ่งพิมพ์ออฟไลน์ เช่น ใบปลิว โปสเตอร์ หรือนามบัตร ที่มี QR Code ช่วยลดการพึ่งพิงโฆษณาออนไลน์ที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ท้องถิ่นได้อย่างแม่นยำ
- เชื่อมต่อประสบการณ์ลูกค้า: กลยุทธ์ O2O สร้างเส้นทางให้ลูกค้าเดินทางจากโลกออนไลน์ (เช่น การเห็นโปรโมชันบนโซเชียลมีเดีย) มาสู่หน้าร้านจริง (Offline) หรือในทางกลับกัน จากการเห็นสื่อสิ่งพิมพ์หน้าร้าน (Offline) สู่แพลตฟอร์มออนไลน์ (Online) เช่น LINE OA หรือ TikTok
- สร้างฐานข้อมูลลูกค้าของตนเอง: การนำลูกค้าจากสื่อออฟไลน์เข้าสู่ช่องทางออนไลน์ที่ควบคุมได้ ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างและบริหารจัดการฐานข้อมูลลูกค้า (Customer Data Platform – CDP) ได้โดยตรง ลดการพึ่งพาอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มอื่น
- วัดผลได้จริง: เทคโนโลยีอย่าง QR Code ทำให้สามารถติดตามและวัดผลของแคมเปญสื่อสิ่งพิมพ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น จำนวนการสแกน, การเพิ่มเพื่อนใน LINE OA, หรือการเข้าชมหน้าเว็บไซต์โปรโมชัน
- สร้างความน่าเชื่อถือ: สื่อที่จับต้องได้ยังคงสร้างความน่าเชื่อถือและความรู้สึกใกล้ชิดให้กับลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนในพื้นที่
เจาะลึกแนวคิด O2O Marketing
การตลาด O2O ปี 2026! เชื่อมสื่อสิ่งพิมพ์ออฟไลน์สู่ออนไลน์ ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นวิวัฒนาการของการตลาดที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลซึ่งใช้ชีวิตควบคู่กันทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์ การทำความเข้าใจแนวคิดนี้อย่างลึกซึ้งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถวางกลยุทธ์ได้อย่างเฉียบคมและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
นิยามที่แท้จริงของ Online-to-Offline
O2O หรือ Online-to-Offline Marketing คือชุดของกลยุทธ์ที่ใช้ช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือในการชักจูงและกระตุ้นให้ผู้บริโภคเป้าหมายเดินทางไปใช้บริการหรือซื้อสินค้า ณ สถานประกอบการจริงหรือหน้าร้าน (Physical Store) ในขณะเดียวกัน ยังครอบคลุมถึงกลยุทธ์ในทิศทางตรงกันข้าม คือ Offline-to-Online ซึ่งหมายถึงการใช้สื่อหรือกิจกรรม ณ จุดขาย เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้าไปมีส่วนร่วมกับแบรนด์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล
เป้าหมายหลักของ O2O คือการทลายกำแพงระหว่างสองโลก เพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) ที่สมบูรณ์แบบและต่อเนื่องตลอดเส้นทางการตัดสินใจซื้อ (Customer Journey) ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ (Awareness) ผ่านโซเชียลมีเดียหรือการค้นหาผ่าน SEO, การสร้างแรงจูงใจ (Incentive) ด้วยคูปองส่วนลดออนไลน์, ไปจนถึงการปิดการขายที่หน้าร้าน
เส้นทางผู้บริโภคในโลก O2O
เส้นทางของผู้บริโภคในโมเดล O2O มีความหลากหลายและไม่เป็นเส้นตรงเสมอไป แต่สามารถแบ่งเป็นขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้:
- การค้นพบ (Discovery): ผู้บริโภคอาจเริ่มต้นจากการเห็นโฆษณาบน Facebook, ค้นหาข้อมูลร้านอาหารใกล้บ้านผ่าน Google Maps, หรือได้รับใบปลิวโปรโมชันที่มี QR Code ขณะเดินผ่านหน้าร้าน
- การพิจารณา (Consideration): หลังจากรับรู้แล้ว ผู้บริโภคจะเริ่มพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติม เช่น อ่านรีวิว, เปรียบเทียบราคาบนเว็บไซต์, หรือสแกน QR Code บนสแตนดี้หน้าร้านเพื่อดูเมนูพิเศษ
- การกระทำ (Action): ขั้นตอนนี้คือจุดเชื่อมต่อที่สำคัญ อาจเป็นการกดรับคูปองส่วนลดในแอปพลิเคชัน, การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แล้วเลือกรับที่หน้าร้าน (Click and Collect), หรือการตัดสินใจเดินทางไปยังร้านค้าทันที
- ประสบการณ์ ณ หน้าร้าน (In-Store Experience): เมื่อลูกค้ามาถึงร้านค้า ประสบการณ์ที่ได้รับ เช่น การบริการของพนักงาน, บรรยากาศ, และคุณภาพของสินค้า จะเป็นตัวตัดสินความพึงพอใจ
- การรักษาความสัมพันธ์ (Retention): หลังจากการซื้อ ธุรกิจสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ เช่น LINE OA เพื่อส่งโปรโมชันใหม่ๆ หรือเก็บบัตรสะสมแต้มดิจิทัล เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำ
เหตุผลที่การตลาด O2O ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์จะทวีความสำคัญในปี 2026
ในขณะที่โลกการตลาดมุ่งเน้นไปที่ช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก การกลับมาให้ความสำคัญกับสื่อสิ่งพิมพ์ในฐานะเครื่องมือเชื่อมต่อไปยังโลกออนไลน์กลับเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2026 ที่คาดการณ์ว่าภูมิทัศน์การตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง
การเปลี่ยนกระดาษธรรมดาให้กลายเป็นประตูสู่ยอดขาย คือหัวใจของการตลาด O2O ยุคใหม่ สื่อสิ่งพิมพ์ไม่ได้หายไปไหน แต่กำลังวิวัฒนาการไปสู่เครื่องมือเชื่อมต่อที่ทรงพลังและวัดผลได้
ทางออกของวิกฤตค่าโฆษณาออนไลน์ที่สูงขึ้น
หนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของนักการตลาดดิจิทัลคือต้นทุนค่าโฆษณา (Ad Spend) บนแพลตฟอร์มหลักๆ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี การแข่งขันที่ดุเดือดทำให้การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมีราคาแพงขึ้น การใช้สื่อสิ่งพิมพ์ออฟไลน์ เช่น ใบปลิว, โปสเตอร์, หรือป้ายโฆษณาหน้าร้าน ที่มี QR Code จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ (Geo-targeting) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การแจกใบปลิวในบริเวณรอบร้านค้า หรือการตั้งสแตนดี้ในงานอีเวนต์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นการลงทุนที่ต่ำกว่าแต่ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุด
สร้างฐานข้อมูลลูกค้าโดยตรง ลดการพึ่งพาอัลกอริทึม
อัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้การเข้าถึงลูกค้า (Organic Reach) ลดลง ธุรกิจจึงต้องพึ่งพาการซื้อโฆษณามากขึ้น กลยุทธ์ O2O ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ช่วยแก้ปัญหานี้โดยตรง การสแกน QR Code บนนามบัตรหรือโบรชัวร์สามารถนำลูกค้าไปสู่ช่องทางที่ธุรกิจเป็นเจ้าของ เช่น การสมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์, การเพิ่มเพื่อนใน LINE OA, หรือการติดตามช่อง TikTok ซึ่งหมายความว่าธุรกิจกำลังสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเอง สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงของอัลกอริทึม
การวัดผลแคมเปญที่ชัดเจนและจับต้องได้
ในอดีต ความท้าทายของสื่อสิ่งพิมพ์คือการวัดผลที่ยากลำบาก แต่ด้วยเทคโนโลยี QR Code ปัญหานี้ได้หมดไป ธุรกิจสามารถสร้าง QR Code ที่แตกต่างกันสำหรับสื่อแต่ละประเภทหรือแคมเปญแต่ละครั้ง ทำให้สามารถติดตามข้อมูลเชิงลึกได้ เช่น จำนวนครั้งที่ถูกสแกน, ช่วงเวลาที่สแกนมากที่สุด, หรืออุปกรณ์ที่ใช้สแกน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้นักการตลาดสามารถประเมินประสิทธิภาพของสื่อสิ่งพิมพ์แต่ละชิ้นและปรับปรุงแคมเปญในอนาคตให้ดียิ่งขึ้นได้
กลยุทธ์และตัวอย่างการประยุกต์ใช้ O2O ที่น่าจับตามอง
ความสำเร็จของกลยุทธ์ O2O ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้เครื่องมือและรูปแบบแคมเปญที่เหมาะสมกับธุรกิจและกลุ่มเป้าหมาย ด้านล่างนี้คือตารางสรุปกลยุทธ์หลักพร้อมตัวอย่างการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการผสานโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน
| กลยุทธ์ | รายละเอียด | ตัวอย่างการใช้งาน |
|---|---|---|
| Click and Collect (BOPIS) | ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และเลือกไปรับสินค้าด้วยตนเองที่หน้าร้าน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง และเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าอื่น ๆ (Cross-selling) เมื่อลูกค้ามาที่ร้าน | ธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ใช้แอปพลิเคชันให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคล่วงหน้า แล้วกำหนดเวลารับที่สาขาใกล้บ้าน เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว |
| คูปองและโปรโมชันผ่านแอปพลิเคชัน | มอบสิทธิพิเศษ ส่วนลด หรือของแถมผ่านแอปพลิเคชันของแบรนด์ โดยกำหนดให้ใช้สิทธิ์ได้เฉพาะที่หน้าร้านเท่านั้น เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเดินทางมาที่ร้าน | แอปพลิเคชันสะสมแต้มของซูเปอร์มาร์เก็ตที่มอบคูปองส่วนลดแบบ Personalized ตามประวัติการซื้อของลูกค้า ดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำที่สาขา |
| LINE OA x O2O | ใช้ LINE Official Account ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างสูงในประเทศไทย เป็นศูนย์กลางในการสื่อสารและส่งโปรโมชันเพื่อดึงดูดผู้ติดตามให้ไปใช้บริการที่หน้าร้านจริง | ร้านอาหารส่งเมนูพิเศษประจำวันพร้อมส่วนลดผ่าน LINE OA ให้กับลูกค้าที่แอดเป็นเพื่อน เชิญชวนให้มาลิ้มลองที่ร้านภายในวันที่กำหนด |
| แคมเปญ O2O เฉพาะกิจ | สร้างแคมเปญที่มีเงื่อนไขเวลาจำกัด (Fear Marketing) ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น “โปรโมชันวันเดียวเท่านั้น!” เพื่อสร้างความรู้สึกเร่งด่วนและกระตุ้นให้ลูกค้าต้องรีบไปที่หน้าร้าน | ร้านหนังสือจัดโปรโมชันลดราคาทั้งร้าน 20-25% ผ่าน Facebook Post โดยระบุว่าโปรโมชันนี้สำหรับลูกค้าที่มาซื้อที่หน้าร้านภายในสุดสัปดาห์เท่านั้น |
| สื่อสิ่งพิมพ์พร้อม QR Code | การใช้สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น ใบปลิว นามบัตร หรือสแตนดี้ ที่มี QR Code เพื่อเป็นสะพานเชื่อมลูกค้าในพื้นที่ใกล้เคียงไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลของแบรนด์ | ร้านกาแฟเปิดใหม่แจกใบปลิวให้คนในย่านนั้น โดยมี QR Code ให้สแกนเพื่อรับส่วนลด 10% สำหรับการซื้อครั้งแรก และแอดเป็นเพื่อนใน LINE OA เพื่อรับข่าวสาร |
พลิกโฉมสื่อสิ่งพิมพ์ออฟไลน์สู่เครื่องมือการตลาดดิจิทัล
สื่อสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิมไม่ได้ไร้ค่าในยุคดิจิทัล แต่กลับมีศักยภาพในการเป็นจุดเริ่มต้น (Touchpoint) ที่สำคัญในการดึงดูดลูกค้าเข้าสู่โลกออนไลน์ของแบรนด์ การออกแบบและใช้งานสื่อเหล่านี้อย่างสร้างสรรค์จะสามารถสร้างผลลัพธ์ทางการตลาดได้อย่างมหาศาล
นามบัตร: ประตูบานแรกสู่โลกออนไลน์
การทำนามบัตรในยุค 2026 ไม่ใช่แค่การให้ข้อมูลติดต่ออีกต่อไป แต่มันคือเครื่องมือสร้างความประทับใจแรกและเป็นประตูสู่ตัวตนดิจิทัลของธุรกิจ การเพิ่ม QR Code บนนามบัตรสามารถนำผู้รับไปยังช่องทางต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย เช่น:
- Portfolio หรือ Website: สำหรับธุรกิจบริการ เช่น ช่างภาพ, นักออกแบบ, หรือที่ปรึกษา สามารถลิงก์ไปยังหน้าผลงานเพื่อแสดงความเชี่ยวชาญได้ทันที
- LINE Official Account: ทำให้ผู้ที่สนใจสามารถเพิ่มเพื่อนเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดตามข่าวสารได้อย่างสะดวก
- หน้าโปรโมชันพิเศษ: สร้าง Landing Page เฉพาะสำหรับผู้ที่ได้รับนามบัตร เพื่อมอบส่วนลดหรือข้อเสนอสุดพิเศษ เป็นการสร้างความรู้สึกพิเศษและกระตุ้นการตัดสินใจ
ป้ายโฆษณาหน้าร้านและสแตนดี้: มากกว่าแค่การสร้างการรับรู้
ป้ายโฆษณาหน้าร้านและสแตนดี้ เป็นสื่อที่ดึงดูดสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี การพิมพ์สแตนดี้ที่มีคุณภาพและความคมชัดสูง พร้อมกับการออกแบบที่โดดเด่น จะช่วยหยุดความสนใจของผู้คนได้ และเมื่อเพิ่มองค์ประกอบแบบ O2O เข้าไป สื่อเหล่านี้จะกลายเป็นเครื่องมือสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงรุก
ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารสามารถตั้งสแตนดี้โปรโมต “เมนูลับประจำสัปดาห์” พร้อม QR Code ที่ให้ลูกค้าสแกนเพื่อดูรูปภาพและรายละเอียดของเมนูนั้นๆ หรือร้านค้าปลีกสามารถใช้ป้ายโฆษณาหน้าร้านเพื่อประกาศกิจกรรม Flash Sale พร้อม QR Code สำหรับลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าเพื่อรับของที่ระลึก
ใบปลิวและโบรชัวร์: สื่อคลาสสิกที่ทรงพลังในยุคดิจิทัล
แม้จะถูกมองว่าเป็นสื่อเก่าแก่ แต่ใบปลิวและโบรชัวร์ยังคงมีประสิทธิภาพสูงในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่จำกัด (Hyperlocal Marketing) การออกแบบที่สวยงามและข้อความที่กระชับยังคงเป็นสิ่งสำคัญ แต่การเพิ่ม QR Code จะยกระดับให้สื่อเหล่านี้กลายเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลและสร้างยอดขายได้
ธุรกิจสามารถใช้ใบปลิวเพื่อโปรโมตสินค้าใหม่ โดยมี QR Code นำไปยังวิดีโอสาธิตการใช้งานบน YouTube หรือ TikTok หรืออาจใช้โบรชัวร์แนะนำบริการต่างๆ พร้อม QR Code ที่ลิงก์ไปยังหน้าจองคิวออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนสำหรับลูกค้า
บทสรุป: อนาคตของการตลาดที่ผสานโลกออฟไลน์และออนไลน์
โดยสรุปแล้ว การตลาด O2O ปี 2026! เชื่อมสื่อสิ่งพิมพ์ออฟไลน์สู่ออนไลน์ คือกลยุทธ์ที่จำเป็นสำหรับธุรกิจทุกขนาด โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการแข่งขันในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การผสานพลังของสื่อที่จับต้องได้เข้ากับความสามารถในการเข้าถึงและวัดผลของโลกดิจิทัล ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาค่าโฆษณาที่สูงขึ้น แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้า และสร้างฐานข้อมูลที่เป็นสินทรัพย์ระยะยาวของธุรกิจ
หัวใจสำคัญคือการมองสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นนามบัตร สแตนดี้ หรือใบปลิว ในมุมมองใหม่ ว่าเป็น “สะพาน” ที่จะนำพาลูกค้าจากโลกแห่งความเป็นจริงไปสู่ประสบการณ์ดิจิทัลที่แบรนด์ได้ออกแบบไว้ การลงทุนกับการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพสูงจึงไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
ยกระดับกลยุทธ์ O2O ของธุรกิจด้วยสื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพ
การจะทำให้กลยุทธ์ O2O ประสบความสำเร็จ สื่อสิ่งพิมพ์ที่ใช้เป็นจุดเชื่อมต่อแรกต้องมีความน่าสนใจและมีคุณภาพสูง เพื่อสร้างความประทับใจและกระตุ้นให้เกิดการกระทำ (สแกน QR Code) การเลือกผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัยจึงเป็นปัจจัยสำคัญ
ที่ GIANT PRINT เราคือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของธุรกิจ SME ด้วยบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์, และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์ Fuji Xerox มาตรฐานระดับโปรที่ให้งานพิมพ์สวยงาม คมชัด พร้อมบริการไดคัทที่แม่นยำ และการจัดส่งที่รวดเร็วถึงหน้าบ้านทั่วประเทศภายใน 2-3 วัน
ทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบฟรี เพื่อให้สื่อสิ่งพิมพ์ของท่านตอบโจทย์กลยุทธ์การตลาด O2O ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม:
- FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
- LINE: @282iufnx
- TIKTOK: @giantprint_official
- Website: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
