กลยุทธ์สิ่งพิมพ์ O2O เปลี่ยนป้าย-นามบัตรดึงลูกค้าเข้าร้าน
- ประเด็นสำคัญของกลยุทธ์สิ่งพิมพ์ O2O
- ทำความเข้าใจกลยุทธ์สิ่งพิมพ์ O2O: จากออฟไลน์สู่ออนไลน์
- O2O คืออะไรและแตกต่างจาก Omnichannel อย่างไร
- พลิกโฉมสื่อสิ่งพิมพ์สู่เครื่องมือการตลาดดิจิทัล
- กลไกการทำงาน: จากความสนใจสู่การเป็นลูกค้า
- ธุรกิจประเภทใดที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากกลยุทธ์ O2O
- เปรียบเทียบรูปแบบแคมเปญ O2O ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์
- บทสรุป: อนาคตของสื่อสิ่งพิมพ์ในยุคดิจิทัล
- ยกระดับธุรกิจของคุณด้วยกลยุทธ์สิ่งพิมพ์ O2O
ในยุคที่การตลาดดิจิทัลมีการแข่งขันสูง สื่อสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิมกำลังถูกพัฒนาให้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถเชื่อมต่อโลกออฟไลน์เข้ากับโลกออนไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ แนวคิดนี้ได้ปฏิวัติบทบาทของป้ายโฆษณา นามบัตร และสื่อส่งเสริมการขายต่างๆ ให้เป็นมากกว่าแค่การให้ข้อมูล แต่เป็นประตูสู่การสร้างปฏิสัมพันธ์และกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญของกลยุทธ์สิ่งพิมพ์ O2O

- สื่อสิ่งพิมพ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การให้ข้อมูล แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือสร้างลูกค้าเป้าหมาย (Lead Generation) ที่สามารถวัดผลได้ โดยเชื่อมต่อประสบการณ์ของลูกค้าจากโลกออฟไลน์ไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์
- เทคโนโลยีอย่าง QR Code และ NFC คือหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนสื่อสิ่งพิมพ์ที่หยุดนิ่ง เช่น ป้ายโฆษณา นามบัตร หรือเมนูอาหาร ให้กลายเป็นสะพานดิจิทัลที่นำลูกค้าไปสู่หน้าเว็บไซต์ โปรโมชัน หรือช่องทางการติดต่ออื่นๆ
- กลยุทธ์การตลาด O2O ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ สามารถเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำ และให้ข้อมูลเชิงลึกที่วัดผลได้ดีกว่าการแจกโบรชัวร์แบบเดิม
- เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ SME ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร คลินิกความงาม และธุรกิจบริการอื่นๆ ที่มีหน้าร้าน ซึ่งต้องการเพิ่มยอดขายและสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้าในยุคดิจิทัล
ทำความเข้าใจกลยุทธ์สิ่งพิมพ์ O2O: จากออฟไลน์สู่ออนไลน์
กลยุทธ์สิ่งพิมพ์ O2O เปลี่ยนป้าย-นามบัตรดึงลูกค้าเข้าร้าน คือแนวทางการตลาดที่ผสมผสานจุดแข็งของสื่อออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนสื่อสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิม เช่น ป้ายโฆษณาหน้าร้าน, นามบัตร, เมนูอาหาร, โบรชัวร์ หรือใบปลิว ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางดิจิทัล กลยุทธ์นี้ใช้เทคโนโลยีอย่าง QR Code หรือ NFC (Near Field Communication) เป็นสะพานเชื่อม เพื่อนำลูกค้าจากจุดสัมผัสทางกายภาพ (Offline) ไปสู่การกระทำบางอย่างบนโลกออนไลน์ (Online) เช่น การเข้าชมเว็บไซต์, การเพิ่มเพื่อนใน LINE Official Account, การกรอกแบบฟอร์มเพื่อรับข้อมูล, หรือการรับคูปองส่วนลดพิเศษ
ในภาวะที่ต้นทุนการโฆษณาดิจิทัลสูงขึ้นและการเข้าถึงแบบออร์แกนิกบนโซเชียลมีเดียลดลง การตลาด O2O จึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มีหน้าร้าน กลยุทธ์นี้ไม่เพียงช่วยสร้างการรับรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลลูกค้าเป้าหมาย (Lead Capture) และกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ทุกการลงทุนในสื่อสิ่งพิมพ์สามารถวัดผลและสร้างผลตอบแทนที่ชัดเจนได้
O2O คืออะไรและแตกต่างจาก Omnichannel อย่างไร
เพื่อให้เข้าใจถึงศักยภาพของกลยุทธ์นี้อย่างถ่องแท้ การทำความเข้าใจความหมายที่แท้จริงของ O2O และความแตกต่างจากคำว่า Omnichannel เป็นสิ่งสำคัญ
นิยามของการตลาด O2O
O2O หรือ Offline-to-Online (และในทางกลับกัน Online-to-Offline) คือกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการนำลูกค้าจากช่องทางหนึ่งไปยังอีกช่องทางหนึ่งอย่างชัดเจน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกระทำที่เฉพาะเจาะจง การทำงานของ O2O แบ่งได้เป็น 2 ทิศทางหลัก:
- Offline-to-Online: ใช้สื่อหรือกิจกรรมในโลกออฟไลน์ (เช่น ป้ายหน้าร้าน, นามบัตร, อีเวนต์) เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล (เช่น เว็บไซต์, แอปพลิเคชัน, โซเชียลมีเดีย) ตัวอย่างเช่น การสแกน QR Code บนเมนูอาหารเพื่อรับส่วนลดในแอปพลิเคชัน
- Online-to-Offline: ใช้สื่อหรือแคมเปญบนโลกออนไลน์ (เช่น โฆษณา Facebook, คูปองใน LINE) เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเดินทางไปยังหน้าร้านจริง ตัวอย่างเช่น การแจกคูปองออนไลน์ที่ต้องนำไปใช้ที่สาขาเท่านั้น
กลยุทธ์สิ่งพิมพ์ O2O ที่กำลังกล่าวถึงนี้ อยู่ในกลุ่มแรกเป็นหลัก คือการใช้สื่อสิ่งพิมพ์เป็นเครื่องมือในการเริ่มต้นเส้นทางดิจิทัลของลูกค้า
ความแตกต่างระหว่าง O2O และ Omnichannel
ในขณะที่ O2O เน้นการ “ส่งต่อ” ลูกค้าจากช่องทางหนึ่งไปยังอีกช่องทางหนึ่ง, Omnichannel เป็นแนวคิดที่กว้างกว่า โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ “ไร้รอยต่อและต่อเนื่อง” ในทุกช่องทางที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย, อีเมล, หรือหน้าร้านจริง ทุกช่องทางจะทำงานประสานกันเพื่อให้ข้อมูลและการบริการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
กล่าวโดยสรุป O2O คือกลยุทธ์ย่อยที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่แบบ Omnichannel ได้ โดย O2O ทำหน้าที่เป็น “ตัวกระตุ้น” (Trigger) ที่ชัดเจนในการเคลื่อนย้ายลูกค้า ในขณะที่ Omnichannel คือการวางรากฐานประสบการณ์ลูกค้าทั้งหมดให้เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์
พลิกโฉมสื่อสิ่งพิมพ์สู่เครื่องมือการตลาดดิจิทัล
การประยุกต์ใช้กลยุทธ์ O2O สามารถทำได้กับสื่อสิ่งพิมพ์หลากหลายประเภท โดยเปลี่ยนหน้าที่จากผู้ให้ข้อมูลเพียงอย่างเดียว มาเป็นเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วมเชิงรุก
ป้ายโฆษณาและสื่อ ณ จุดขาย (QR Code Signage)
ป้ายโฆษณาประเภทต่างๆ เช่น โปสเตอร์, สแตนดี้ (Standee), ป้ายไวนิล, สติกเกอร์ติดกระจก หรือแม้แต่ป้ายตั้งโต๊ะ (Table Tent) สามารถเพิ่มศักยภาพได้อย่างมหาศาลด้วยการเพิ่ม QR Code ที่นำไปสู่ปลายทางดิจิทัลได้หลายรูปแบบ:
- หน้าข้อมูลสินค้าหรือรีวิว: ให้ลูกค้าสแกนเพื่อดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม, วิดีโอสาธิตการใช้งาน, หรืออ่านรีวิวจากลูกค้าท่านอื่น เพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อ
- LINE Official Account: เชิญชวนให้ลูกค้าเพิ่มเพื่อนเพื่อรับข่าวสาร, โปรโมชัน, หรือสะสมแต้ม เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างฐานลูกค้าประจำ
- คูปองส่วนลดและโปรโมชัน: สร้างแคมเปญ “Scan-to-Claim” เพื่อให้ลูกค้าสแกนรับส่วนลดพิเศษที่สามารถใช้ได้ทันทีหรือในการซื้อครั้งถัดไป
- แบบฟอร์มลงทะเบียนหรือจองคิว: สำหรับธุรกิจบริการ เช่น คลินิกความงาม หรือร้านอาหาร สามารถให้ลูกค้าสแกนเพื่อจองคิวหรือลงทะเบียนรับบริการล่วงหน้าได้
การใช้ป้ายโฆษณาที่มี QR Code ไม่เพียงแต่ให้ข้อมูล แต่ยังสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำและกระตุ้นให้เกิดการกระทำได้ทันที ณ จุดขาย
นามบัตรอัจฉริยะ (NFC และ QR Business Cards)
นามบัตร不再เป็นเพียงกระดาษที่ระบุข้อมูลติดต่อ แต่สามารถกลายเป็น “ไมโครพอร์ทัล” ดิจิทัลส่วนตัวได้ ด้วยเทคโนโลยี NFC (แตะเพื่อเชื่อมต่อ) หรือ QR Code (สแกนเพื่อเชื่อมต่อ) ซึ่งช่วยยกระดับความเป็นมืออาชีพและประสิทธิภาพในการติดตามผล
- บันทึกข้อมูลติดต่ออัตโนมัติ: ลูกค้าสามารถแตะหรือสแกนนามบัตรเพื่อบันทึกข้อมูลติดต่อลงในโทรศัพท์ได้ทันที ลดความผิดพลาดและเพิ่มความสะดวกสบาย
- เชื่อมต่อไปยังพอร์ตโฟลิโอหรือแคตตาล็อก: เหมาะสำหรับฝ่ายขาย, นักออกแบบ, หรือฟรีแลนซ์ ที่สามารถนำเสนอผลงานหรือรายการสินค้าทั้งหมดได้ทันทีหลังการประชุม
- ลิงก์ไปยังหน้าจองคิวหรือเว็บไซต์: ทำให้ผู้รับนามบัตรสามารถนัดหมายหรือเข้าชมเว็บไซต์เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ง่ายขึ้น
โบรชัวร์และใบปลิวที่สร้าง Lead ได้
เปลี่ยนโบรชัวร์จากการแจกเพื่อให้ข้อมูลเพียงฝ่ายเดียว มาเป็นการออกแบบเพื่อ “ดักจับ” ความสนใจของลูกค้าเป้าหมาย โดยมี Call-to-Action ที่ชัดเจนผ่าน QR Code เพื่อนำไปสู่:
- หน้าลงทะเบียนรับข้อมูล: เชิญชวนให้ผู้อ่านสแกนเพื่อลงทะเบียนรับ E-book, ข่าวสาร, หรือตัวอย่างสินค้า
- ช่องทางแชทเพื่อสอบถาม: เชื่อมต่อลูกค้าเข้ากับทีมขายหรือฝ่ายบริการลูกค้าผ่าน LINE หรือ Facebook Messenger เพื่อตอบข้อสงสัยได้ทันที
- โปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ถือใบปลิว: สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการแจกใบปลิว โดยมอบส่วนลดหรือของสมนาคุณเมื่อสแกน QR Code และนำไปใช้ที่หน้าร้าน
แนวทางนี้ช่วยให้สามารถวัดผลประสิทธิภาพของแคมเปญใบปลิวได้ดีกว่าเดิมมาก จากที่เคยไม่รู้ว่าใครสนใจบ้าง ก็สามารถเก็บข้อมูลผู้ที่แสดงความสนใจได้ทันที
กลไกการทำงาน: จากความสนใจสู่การเป็นลูกค้า
หัวใจของกลยุทธ์สิ่งพิมพ์ O2O คือการสร้างเส้นทางการเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) ที่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งสามารถสรุปเป็นขั้นตอนได้ดังนี้:
- ดึงดูดความสนใจ (Attract): สื่อสิ่งพิมพ์ที่มีการออกแบบอย่างสวยงามและน่าสนใจทำหน้าที่ดึงดูดสายตาของกลุ่มเป้าหมายในโลกออฟไลน์
- กระตุ้นให้เกิดการกระทำ (Engage): QR Code หรือ NFC ที่โดดเด่นพร้อมคำเชิญชวนที่ชัดเจน (Call-to-Action) กระตุ้นให้ลูกค้าใช้สมาร์ทโฟนเพื่อสแกนหรือแตะ
- เก็บข้อมูลลูกค้าเป้าหมาย (Capture): การสแกนจะนำลูกค้าไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ซึ่งธุรกิจสามารถเก็บข้อมูลได้ เช่น การเพิ่มเพื่อนใน LINE, การกรอกแบบฟอร์ม, หรือการติดตั้งแอปพลิเคชัน
- บ่มเพาะความสัมพันธ์ (Nurture): เมื่อได้ข้อมูลลูกค้ามาแล้ว ธุรกิจสามารถใช้ช่องทางดิจิทัลในการส่งข้อมูล, โปรโมชัน, หรือเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และรักษาความสนใจของลูกค้าไว้
- ผลักดันสู่การซื้อ (Convert): ท้ายที่สุด ธุรกิจจะใช้แคมเปญออนไลน์เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่หน้าร้าน (Online-to-Offline) เช่น การส่งคูปองส่วนลดที่มีเวลาจำกัด
- สร้างการซื้อซ้ำ (Retain): วงจรนี้สามารถดำเนินต่อไปเพื่อสร้างลูกค้าประจำ โดยใช้ช่องทางดิจิทัลในการกระตุ้นให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำ
ด้วยกลไกนี้ สื่อสิ่งพิมพ์จึงไม่ได้จบหน้าที่ลงเมื่อถูกอ่าน แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับลูกค้า
ธุรกิจประเภทใดที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากกลยุทธ์ O2O
กลยุทธ์สิ่งพิมพ์ O2O มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถปรับใช้ได้กับหลากหลายธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีหน้าร้านหรือต้องมีการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง:
- ร้านค้าปลีก: ใช้ป้ายโปรโมชันเพื่อแจกคูปองดิจิทัล หรือใช้สติกเกอร์บนสินค้าเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม
- ร้านอาหารและคาเฟ่: ใช้เมนูอาหาร QR Code เพื่อสั่งอาหารและชำระเงิน, เพิ่มเพื่อนใน LINE เพื่อสะสมแต้ม, หรือใช้ป้ายตั้งโต๊ะเพื่อโปรโมตเมนูพิเศษ
- คลินิกความงามและสุขภาพ: ใช้นามบัตรของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อลิงก์ไปยังหน้าจองคิว หรือใช้โบรชัวร์เพื่อนำเสนอข้อมูลคอร์สบริการพร้อมลิงก์สำหรับลงทะเบียน
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: ติดป้าย QR Code หน้าโครงการเพื่อให้ผู้สนใจสแกนดูแปลนบ้าน, วิดีโอทัวร์เสมือนจริง, หรือลงทะเบียนนัดหมายเข้าชมโครงการ
- ธุรกิจบริการ (เช่น ฟิตเนส, สปา): ใช้ใบปลิวหรือโปสเตอร์เพื่อโปรโมตแพ็กเกจทดลองใช้ โดยให้ลูกค้าสแกนเพื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์
- ธุรกิจแฟรนไชส์: สร้างมาตรฐานสื่อสิ่งพิมพ์ O2O ให้กับทุกสาขา เพื่อรักษาประสบการณ์ของแบรนด์และเก็บข้อมูลลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ
- การออกบูธและงานอีเวนต์: ใช้ป้าย, โรลอัป, หรือนามบัตร เพื่อเก็บข้อมูลผู้เข้าร่วมงานและติดตามผลหลังจบงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เปรียบเทียบรูปแบบแคมเปญ O2O ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์
เพื่อให้เห็นภาพการนำไปใช้ที่ชัดเจนขึ้น สามารถเปรียบเทียบการใช้งานสื่อสิ่งพิมพ์แต่ละประเภทกับเป้าหมายของแคมเปญได้ดังตารางต่อไปนี้
| สื่อสิ่งพิมพ์ | รูปแบบแคมเปญผ่าน QR/NFC | เป้าหมายหลัก |
|---|---|---|
| ป้ายโฆษณาหน้าร้าน/สแตนดี้ | สแกนเพื่อรับคูปองส่วนลดทันที | เพิ่มจำนวนลูกค้าเข้าร้าน (Foot Traffic) |
| นามบัตร | แตะ/สแกนเพื่อบันทึกข้อมูลติดต่อ และดูพอร์ตโฟลิโอ | สร้างความประทับใจและง่ายต่อการติดตามผล |
| เมนูอาหาร/ป้ายตั้งโต๊ะ | สแกนเพื่อเพิ่มเพื่อนใน LINE และสะสมแต้ม | สร้างฐานลูกค้าประจำ (Customer Retention) |
| ใบปลิว/โบรชัวร์ | สแกนเพื่อลงทะเบียนรับข้อมูล หรือปรึกษาทางแชท | การสร้างลูกค้าเป้าหมาย (Lead Generation) |
| สติกเกอร์บนบรรจุภัณฑ์ | สแกนเพื่อดูวิธีการใช้งาน หรือสูตรอาหาร | เพิ่มมูลค่าให้สินค้าและสร้างการมีส่วนร่วม |
บทสรุป: อนาคตของสื่อสิ่งพิมพ์ในยุคดิจิทัล
กลยุทธ์สิ่งพิมพ์ O2O ได้พิสูจน์แล้วว่าสื่อสิ่งพิมพ์ไม่ได้หายไปไหน แต่กำลังวิวัฒนาการไปสู่บทบาทใหม่ที่สำคัญกว่าเดิมในโลกการตลาด ด้วยการผสานพลังของสื่อที่จับต้องได้เข้ากับความรวดเร็วและสามารถวัดผลได้ของเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้ป้ายโฆษณา, นามบัตร, หรือเมนูอาหาร กลายเป็นเครื่องมือเชิงรุกที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์, เก็บข้อมูลลูกค้า, และผลักดันยอดขายได้อย่างเป็นรูปธรรม การลงทุนในสื่อสิ่งพิมพ์ในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การสร้างการรับรู้ แต่เป็นการสร้างสะพานที่แข็งแกร่งเพื่อนำลูกค้าจากโลกออฟไลน์ไปสู่ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจในยุคปัจจุบัน
ยกระดับธุรกิจของคุณด้วยกลยุทธ์สิ่งพิมพ์ O2O
การจะเริ่มต้นใช้กลยุทธ์สิ่งพิมพ์ O2O ให้ประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์ที่มีความเข้าใจทั้งในด้านการออกแบบที่สวยงามและเทคนิคการผลิตที่ทันสมัย ที่ GIANT PRINT เราคือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ SME และลูกค้าทุกท่าน
เรามีบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร QR Code, บัตรสะสมแต้ม, พิมพ์เมนูอาหาร, โบรชัวร์, การ์ดแต่งงาน และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์ Fuji Xerox ระดับโลกที่ให้งานพิมพ์คมชัด สีสด ดึงดูดทุกสายตา พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบฟรี เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานที่ตอบโจทย์กลยุทธ์ O2O ของธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เปลี่ยนสื่อสิ่งพิมพ์ธรรมดาให้เป็นพนักงานขายคนสำคัญที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม เพื่อรับคำปรึกษาและเริ่มต้นสร้างแคมเปญ O2O ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจของคุณได้แล้ววันนี้
ช่องทางการติดต่อ:
- FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
- LINE: @282iufnx
- TIKTOK: @giantprint_official
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
