ทริคดูแลป้ายโฆษณาและสติ๊กเกอร์ให้สีสดทนแดด
- หัวใจสำคัญของการยืดอายุป้ายโฆษณา
- รากฐานที่มั่นคง: การเลือกวัสดุพิมพ์ที่เหมาะสมตั้งแต่วันแรก
- เทคนิคการติดตั้ง: ด่านแรกของการป้องกันแสงแดดและความเสียหาย
- การบำรุงรักษาเชิงรุก: ขั้นตอนการทำความสะอาดที่ถูกต้อง
- เกราะป้องกันขั้นสูงสุด: พลังของการเคลือบผิว
- การจัดเก็บและการตรวจสอบ: ยืดอายุการใช้งานแม้ไม่ได้ติดตั้ง
- บทสรุปและแนวทางการเลือกผู้ผลิตมืออาชีพ
ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ป้ายโฆษณาและสติ๊กเกอร์หน้าร้านไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสื่อสาร แต่ยังเป็นภาพลักษณ์แรกที่ลูกค้าสัมผัส การดูแลรักษาสื่อสิ่งพิมพ์เหล่านี้ให้มีสีสันสดใสและคมชัดอยู่เสมอจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับแสงแดดและสภาพอากาศที่รุนแรงตลอดทั้งปี การเรียนรู้ทริคดูแลป้ายโฆษณาและสติ๊กเกอร์ให้สีสดทนแดดจึงเป็นกุญแจสำคัญในการยืดอายุการใช้งาน ลดต้นทุนการผลิตซ้ำ และรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูเป็นมืออาชีพอยู่เสมอ
หัวใจสำคัญของการยืดอายุป้ายโฆษณา

- การเลือกตำแหน่งติดตั้งเชิงกลยุทธ์: การติดตั้งป้ายในบริเวณที่สัมผัสแสงแดดโดยตรงน้อยที่สุด เช่น ทิศเหนือ หรือใต้ชายคา เป็นการป้องกันความเสียหายจากรังสียูวีตั้งแต่เริ่มต้น
- การทำความสะอาดอย่างถูกวิธี: การใช้ผ้านุ่มและน้ำสบู่อ่อนๆ ทำความสะอาดเป็นประจำช่วยขจัดคราบสกปรกที่บั่นทอนความสดของสี โดยไม่ทำลายพื้นผิวของวัสดุ
- การใช้เทคนิคเคลือบผิวเพื่อป้องกัน: การเคลือบผิวด้วยฟิล์มลามิเนตหรือสารป้องกันรังสียูวี (UV) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างเกราะป้องกันรังสี ความชื้น และรอยขีดข่วน
- การเลือกใช้วัสดุและหมึกพิมพ์คุณภาพสูง: การลงทุนในวัสดุที่ทนทานต่อสภาพอากาศ เช่น ไวนิลทน UV และหมึกพิมพ์สำหรับงานภายนอกโดยเฉพาะ คือรากฐานที่สำคัญที่สุดของการใช้งานที่ยาวนาน
การดูแลรักษาสื่อประชาสัมพันธ์กลางแจ้ง เช่น ป้ายโฆษณา ป้ายไวนิล หรือสติ๊กเกอร์ติดกระจก เป็นมากกว่าการทำความสะอาด แต่เป็นกระบวนการที่ต้องใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัสดุ การติดตั้ง ไปจนถึงการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) การลงทุนเวลาและความรู้ในการดูแลรักษาสิ่งพิมพ์เหล่านี้สามารถส่งผลโดยตรงต่อการประหยัดงบประมาณในระยะยาว เนื่องจากช่วยลดความจำเป็นในการสั่งผลิตใหม่บ่อยครั้ง อีกทั้งยังช่วยคงภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือและดึงดูดสายตาของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเสื่อมสภาพของสีบนป้ายโฆษณาคือรังสียูวีในแสงแดด ซึ่งไม่เพียงทำให้สีซีดจาง แต่ยังทำให้โครงสร้างของวัสดุเปราะบางและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ดังนั้น การทำความเข้าใจเทคนิคการป้องกันและดูแลรักษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกธุรกิจที่ต้องการให้สื่อของตนคงความสวยงามและทนทานในทุกสภาพอากาศ
รากฐานที่มั่นคง: การเลือกวัสดุพิมพ์ที่เหมาะสมตั้งแต่วันแรก
จุดเริ่มต้นของการมีป้ายโฆษณาที่ทนทานและมีสีสันยาวนานที่สุด ไม่ได้อยู่ที่การดูแลรักษาหลังการติดตั้ง แต่อยู่ที่การตัดสินใจเลือกวัสดุและเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ถูกต้องตั้งแต่แรก การเลือกวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับงานภายนอกโดยเฉพาะ (Outdoor) ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและเป็นรากฐานสำคัญในการต่อสู้กับสภาพอากาศที่รุนแรงของประเทศไทย
ประเภทของวัสดุสำหรับงานภายนอก
วัสดุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการทนทานต่อแสงแดด ความร้อน และความชื้นแตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
- ป้ายไวนิลทนแดด (UV-Resistant Vinyl): ไวนิลเป็นวัสดุยอดนิยมสำหรับป้ายโฆษณากลางแจ้ง แต่ควรเลือกชนิดที่ผสมสารป้องกันรังสียูวีมาในเนื้อวัสดุ ซึ่งจะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของพลาสติกและป้องกันสีจากการซีดจางได้ดีกว่าไวนิลเกรดทั่วไป
- สติ๊กเกอร์ PVC (Polyvinyl Chloride): สำหรับงานสติ๊กเกอร์ติดกระจกหรือพื้นผิวภายนอก สติ๊กเกอร์ที่ผลิตจาก PVC มีความยืดหยุ่นสูง กันน้ำ และทนความร้อนได้ดีเยี่ยม ทำให้เป็นตัวเลือกมาตรฐานสำหรับงานที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ
ความสำคัญของหมึกพิมพ์คุณภาพสูง
ต่อให้วัสดุดีเพียงใด หากใช้หมึกพิมพ์ที่ไม่มีคุณภาพ สีก็จะซีดจางอย่างรวดเร็วเมื่อเจอแสงแดด หมึกพิมพ์สำหรับงานภายนอก (Outdoor Ink) ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีส่วนผสมของเม็ดสี (Pigment) ที่ทนทานต่อรังสียูวีสูง และมีสารยึดเกาะที่ทนทานต่อสภาพอากาศ ทำให้สีคงความสดใสได้ยาวนานกว่าหมึกพิมพ์ทั่วไปที่ใช้สำหรับงานภายใน (Indoor Ink) ซึ่งมักจะซีดจางในเวลาเพียงไม่กี่เดือนเมื่อนำไปใช้ภายนอกอาคาร การปรึกษาโรงพิมพ์ป้ายที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อเลือกชนิดของหมึกให้เหมาะสมกับวัสดุและอายุการใช้งานที่คาดหวังจึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม
เทคนิคการติดตั้ง: ด่านแรกของการป้องกันแสงแดดและความเสียหาย
การติดตั้งป้ายโฆษณาและสติ๊กเกอร์อย่างถูกวิธีเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่ส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งาน การวางแผนตำแหน่งและวิธีการติดตั้งที่ดีเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันเบื้องต้นจากศัตรูตัวฉกาจอย่างแสงแดด ความร้อน และฝน
การเลือกทิศทางและตำแหน่งเชิงกลยุทธ์
แสงแดดคือตัวการหลักที่ทำให้สีซีดจางและวัสดุเสื่อมสภาพ การลดระยะเวลาที่ป้ายต้องสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงจึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด
- เลือกติดตั้งในทิศที่ร่ม: หากเป็นไปได้ ควรเลือกติดตั้งป้ายในด้านที่หันไปทางทิศเหนือ ซึ่งจะได้รับแสงแดดน้อยที่สุดตลอดทั้งวัน หรือติดตั้งในบริเวณที่มีเงาของอาคารอื่นช่วยบดบังในช่วงเวลาที่แดดจัด เช่น ช่วงบ่าย
- ติดตั้งใต้ชายคาหรือในที่ร่ม: การติดตั้งป้ายไว้ใต้ชายคาอาคาร, กันสาด หรือระเบียง จะช่วยป้องกันทั้งแสงแดดและฝนที่สาดโดยตรง ซึ่งไม่เพียงช่วยรักษาเรื่องสี แต่ยังลดการสะสมของคราบน้ำและฝุ่นอีกด้วย
การใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อลดทอนผลกระทบจากสภาพอากาศ
ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการติดตั้งในพื้นที่โล่งแจ้งได้ การใช้อุปกรณ์เสริมเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพในการสร้างร่มเงาให้กับป้ายโฆษณา การติดตั้งกันสาดหรือแผ่นบังแดดขนาดเล็กไว้เหนือป้ายโดยเฉพาะ จะช่วยลดปริมาณรังสียูวีและความร้อนที่กระทบพื้นผิวป้ายโดยตรงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ศิลปะการขึงป้ายไวนิล: ความตึงเพื่อความทนทาน
สำหรับป้ายไวนิลที่ต้องขึงกับโครงสร้าง เทคนิคการขึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง การขึงป้ายให้ตึงและเรียบเสมอกันทั่วทั้งผืนจะช่วยป้องกันปัญหาหลายประการ ประการแรก ป้องกันการสะสมของน้ำฝนซึ่งอาจทำให้ป้ายแอ่นเป็นท้องกระทะและเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นและเชื้อรา ประการที่สอง ลดการกระพือของป้ายเมื่อลมพัดแรง ซึ่งอาจทำให้ขอบป้ายฉีกขาดหรือเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างได้ การขึงที่พอดีและแข็งแรงจึงช่วยยืดอายุการใช้งานของป้ายไวนิลได้อย่างมาก
การบำรุงรักษาเชิงรุก: ขั้นตอนการทำความสะอาดที่ถูกต้อง
ฝุ่นละออง เขม่าควัน และมลภาวะในอากาศสามารถเกาะติดบนพื้นผิวของป้ายและสติ๊กเกอร์ เมื่อรวมกับความชื้นและแสงแดด คราบสกปรกเหล่านี้สามารถฝังแน่นและทำลายความสดใสของสีได้ การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธีจึงเป็นขั้นตอนการบำรุงรักษาที่จำเป็น
กำหนดความถี่ในการทำความสะอาด
ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ติดตั้ง โดยมีแนวทางทั่วไปดังนี้:
- พื้นที่ทั่วไป: ควรทำความสะอาดอย่างน้อยทุก 3–6 เดือน เพื่อขจัดฝุ่นละอองที่สะสมตามปกติ
- พื้นที่ที่มีมลภาวะสูง: สำหรับพื้นที่ใกล้ถนนใหญ่ เขตก่อสร้าง หรือแหล่งอุตสาหกรรมที่มีฝุ่นและควันเยอะ ควรเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดเป็นทุก 1–2 เดือน เพื่อป้องกันคราบฝังแน่น
คู่มือการทำความสะอาดอย่างปลอดภัย
การเลือกใช้อุปกรณ์และน้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้ป้ายสะอาดโดยไม่เกิดความเสียหายต่อพื้นผิวงานพิมพ์
- เตรียมอุปกรณ์: ใช้เพียงผ้านุ่มที่ไม่มีขน (เช่น ผ้าไมโครไฟเบอร์) หรือฟองน้ำนุ่มๆ และน้ำสบู่อ่อนๆ ที่ได้จากการผสมสบู่เหลวหรือผงซักฟอกชนิดอ่อนที่ไม่กัดกร่อนกับน้ำสะอาด
- เช็ดทำความสะอาด: นำผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำสบู่ที่เตรียมไว้ บิดให้หมาด แล้วเช็ดเบาๆ บนพื้นผิวป้ายเพื่อขจัดคราบสกปรก โดยเริ่มจากบนลงล่างเพื่อไม่ให้น้ำสกปรกไหลย้อนกลับไปบริเวณที่เช็ดแล้ว
- ล้างด้วยน้ำสะอาด: หลังจากเช็ดด้วยน้ำสบู่แล้ว ให้ใช้ผ้าสะอาดอีกผืนชุบน้ำเปล่า บิดหมาด แล้วเช็ดซ้ำเพื่อล้างคราบสบู่ออกให้หมดจด
- ปล่อยให้แห้ง: ปล่อยให้ป้ายแห้งเองตามธรรมชาติ หรือใช้ผ้าแห้งนุ่มๆ ซับเบาๆ เพื่อเร่งกระบวนการ
ข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง
การใช้วัสดุหรือสารเคมีที่ไม่ถูกต้องอาจสร้างความเสียหายถาวรให้กับป้ายโฆษณาได้ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด ได้แก่:
- ห้ามใช้แปรงแข็งหรือวัสดุขัดถู: เช่น สก๊อตช์ไบรต์ หรือผงขัด เพราะจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนพื้นผิวและทำลายชั้นสีพิมพ์
- ห้ามใช้สารเคมีรุนแรง: เช่น ทินเนอร์ แอลกอฮอล์ น้ำยาเช็ดกระจกที่มีแอมโมเนีย หรือสารฟอกขาว เพราะสารเหล่านี้มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง สามารถละลายชั้นหมึกพิมพ์และทำให้สีซีดจางหรือด่างได้
- ห้ามฉีดน้ำแรงดันสูงโดยตรง: การใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงในระยะใกล้เกินไปอาจทำให้ขอบสติ๊กเกอร์ลอกร่อน หรือทำให้น้ำซึมเข้าไปใต้พื้นผิวได้
เกราะป้องกันขั้นสูงสุด: พลังของการเคลือบผิว
สำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการความทนทานสูงสุดในสภาพแวดล้อมกลางแจ้ง การเคลือบผิวเพิ่มเติมถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในการยืดอายุการใช้งาน การเคลือบผิวเปรียบเสมือนการสวมเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่งให้กับงานพิมพ์ ช่วยป้องกันปัจจัยภายนอกได้หลากหลายมิติ
การเคลือบผิวสติ๊กเกอร์ด้วยฟิล์มลามิเนตหรือการเคลือบ UV เปรียบเสมือนการทาครีมกันแดดให้กับป้ายโฆษณา ซึ่งไม่เพียงป้องกันสีซีดจาง แต่ยังช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและความชื้น เพิ่มความทนทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเคลือบลามิเนต: มากกว่าความสวยงาม
การเคลือบลามิเนตคือการปิดทับผิวหน้าของงานพิมพ์ (โดยเฉพาะสติ๊กเกอร์) ด้วยฟิล์มพลาสติกใส ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบเงา (Glossy) และแบบด้าน (Matte) ประโยชน์ของการเคลือบลามิเนตมีดังนี้:
- ป้องกันรังสียูวี: ฟิล์มลามิเนตคุณภาพสูงส่วนใหญ่จะมีสารป้องกันรังสียูวีผสมอยู่ ช่วยกรองรังสีที่เป็นอันตรายไม่ให้ไปถึงชั้นหมึกพิมพ์โดยตรง ชะลอการซีดจางของสีได้หลายปี
- ป้องกันรอยขีดข่วน: ชั้นฟิล์มที่เพิ่มขึ้นมาช่วยรับแรงขีดข่วนและความเสียหายทางกายภาพแทนตัวงานพิมพ์จริง
- เพิ่มความทนทานต่อสารเคมีและความชื้น: ทำให้สามารถทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นและทนทานต่อน้ำฝนหรือสารเคมีอ่อนๆ ได้ดีกว่าเดิม
- เสริมความสวยงาม: การเคลือบเงาช่วยให้สีดูสดและมีมิติขึ้น ในขณะที่การเคลือบด้านช่วยลดแสงสะท้อน ทำให้อ่านง่ายและดูพรีเมียม
การเคลือบ UV เพื่อการปกป้องจากรังสีโดยตรง
นอกจากการใช้ฟิล์มลามิเนต อีกเทคนิคหนึ่งคือการเคลือบผิวด้วยน้ำยาเคลือบป้องกันรังสียูวี (UV Coating) ซึ่งเป็นของเหลวใสที่ถูกนำมาเคลือบบนผิวงานพิมพ์แล้วทำให้แห้งด้วยแสงยูวี วิธีนี้จะสร้างชั้นฟิล์มบางๆ ที่แข็งและทนทาน ช่วยป้องกันรังสียูวีและเพิ่มความเงางามให้กับงานพิมพ์ มักใช้กับงานพิมพ์บนวัสดุที่หลากหลายและให้การป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง
| กลยุทธ์ | เป้าหมายหลัก | ความสำคัญ | ข้อแนะนำ |
|---|---|---|---|
| การติดตั้ง | ลดการสัมผัสปัจจัยทำลายล้าง (แดด, ฝน) | สูง (การป้องกันเริ่มต้น) | เลือกตำแหน่งในที่ร่ม, หันหน้าทางทิศเหนือ, ขึงป้ายให้ตึง |
| การทำความสะอาด | ขจัดคราบสกปรกที่บดบังและทำลายสี | สูง (การบำรุงรักษาต่อเนื่อง) | ทำความสะอาดทุก 3-6 เดือนด้วยน้ำสบู่อ่อนและผ้านุ่ม |
| การเคลือบผิว | สร้างเกราะป้องกันรังสียูวีและรอยขีดข่วน | สูงมาก (การป้องกันขั้นสูง) | เลือกใช้การเคลือบลามิเนตหรือ UV สำหรับงานกลางแจ้งทุกชนิด |
การจัดเก็บและการตรวจสอบ: ยืดอายุการใช้งานแม้ไม่ได้ติดตั้ง
สำหรับป้ายโฆษณาที่ไม่ได้ติดตั้งแบบถาวร เช่น ป้ายสำหรับจัดอีเวนต์หรือโปรโมชั่นตามฤดูกาล วิธีการจัดเก็บที่ถูกต้องและการตรวจสอบสภาพเป็นประจำก็เป็นส่วนสำคัญในการยืดอายุการใช้งานเช่นกัน
หลักการจัดเก็บป้ายและสติ๊กเกอร์
- ม้วนเก็บ ห้ามพับ: การพับป้ายไวนิลหรือสติ๊กเกอร์จะสร้างรอยยับถาวรซึ่งอาจทำให้ชั้นหมึกพิมพ์แตกหรือลอกได้ วิธีที่ดีที่สุดคือการม้วนเก็บ โดยให้ด้านที่มีงานพิมพ์อยู่ด้านนอกเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้างานพิมพ์เสียดสีกันเอง
- เก็บในที่แห้งและเย็น: ควรเก็บป้ายที่ม้วนแล้วในที่แห้ง ไม่โดนความชื้น และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงหรือโดนแสงแดดโดยตรง เช่น ห้องเก็บของใต้หลังคา
การตรวจสอบสภาพอย่างสม่ำเสมอ
การหมั่นตรวจเช็กสภาพป้ายที่ติดตั้งอยู่เป็นประจำจะช่วยให้สามารถพบเห็นความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น ขอบสติ๊กเกอร์เริ่มลอก, รอยแยกเล็กๆ, หรือสีที่เริ่มซีดจางในบางจุด การซ่อมแซมปัญหาเหล่านี้ทันทีก่อนที่มันจะลุกลามจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งชุดได้
บทสรุปและแนวทางการเลือกผู้ผลิตมืออาชีพ
โดยสรุปแล้ว การดูแลป้ายโฆษณาและสติ๊กเกอร์ให้มีสีสดทนแดดและใช้งานได้ยาวนานนั้น เป็นผลลัพธ์ของการผสมผสานระหว่างการเลือกวัสดุคุณภาพสูง การติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม การทำความสะอาดอย่างถูกวิธี และการใช้เทคนิคเคลือบผิวเพื่อสร้างชั้นป้องกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการวางแผนและความใส่ใจในรายละเอียด
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สำคัญที่สุดซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความทนทานทั้งหมด คือการเลือกโรงพิมพ์และผู้ผลิตที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถให้คำแนะนำในการเลือกวัสดุ หมึกพิมพ์ และเทคนิคการผลิตที่เหมาะสมกับงานกลางแจ้งโดยเฉพาะ การร่วมงานกับผู้ผลิตมืออาชีพจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าสื่อสิ่งพิมพ์ที่ได้รับนั้นมีคุณภาพตามมาตรฐาน ทนทานต่อสภาพอากาศ และคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว
สำหรับผู้ประกอบการที่มองหาโซลูชันด้านสื่อสิ่งพิมพ์แบบครบวงจร GIANT PRINT คือโรงงานผลิตที่พร้อมให้บริการออกแบบและผลิตสื่อทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์, และการ์ดแต่งงาน ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัยและวัสดุชั้นนำจากต่างประเทศ พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานที่ตอบโจทย์และสร้างความประทับใจให้กับธุรกิจของคุณ
สามารถติดตามผลงานและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: FACEBOOK PAGE | LINE | TIKTOK
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
