เปลี่ยนหลักร้อย ขายได้หลักพัน! เทคนิค ‘Packaging Makeover’ ปั้นแบรนด์บ้านๆ ให้ขึ้นห้าง
- หัวใจสำคัญของการแปลงโฉมบรรจุภัณฑ์
- Packaging Makeover คืออะไร ทำไมแบรนด์ SME ต้องให้ความสำคัญ
- 6 เทคนิค ‘Packaging Makeover’ ที่ใช้งบประมาณน้อยแต่ได้ผลลัพธ์เกินคาด
- เจาะเทรนด์การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่กำลังมาแรง
- กรณีศึกษา: จากสินค้าท้องถิ่นสู่แบรนด์พรีเมียมด้วย Packaging
- ผลลัพธ์ที่ได้จากการลงทุนใน Packaging Makeover
- เริ่มต้นปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ของคุณวันนี้
ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง สินค้าที่ดีอาจไม่เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค บรรจุภัณฑ์จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ โดยเฉพาะสำหรับสินค้า OTOP และ SME ที่ต้องการยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ทัดเทียมกับแบรนด์ชั้นนำในห้างสรรพสินค้า
หัวใจสำคัญของการแปลงโฉมบรรจุภัณฑ์

- สร้างความโดดเด่น: บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างมีกลยุทธ์ช่วยให้สินค้าโดดเด่นบนชั้นวาง ท่ามกลางคู่แข่งจำนวนมาก
- เพิ่มมูลค่าสินค้า: การออกแบบที่ดูพรีเมียมสามารถยกระดับการรับรู้ของผู้บริโภค และเป็นเหตุผลให้สามารถตั้งราคาสูงขึ้นได้
- สื่อสารเอกลักษณ์แบรนด์: บรรจุภัณฑ์คือ “พนักงานขายเงียบ” ที่บอกเล่าเรื่องราวและตัวตนของแบรนด์ไปยังลูกค้าโดยตรง
- กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ: รูปลักษณ์ที่น่าดึงดูดใจสามารถกระตุ้นความสนใจและนำไปสู่การตัดสินใจซื้อได้ในทันที
- ส่งเสริมการตลาดแบบปากต่อปาก: บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและมีเอกลักษณ์สร้างประสบการณ์แกะกล่อง (Unboxing Experience) ที่น่าจดจำ กระตุ้นให้เกิดการแชร์บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์แบรนด์ที่มีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์การปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ หรือที่เรียกว่า เทคนิค ‘Packaging Makeover’ ปั้นแบรนด์บ้านๆ ให้ขึ้นห้าง คือกระบวนการสำคัญที่ช่วยแปลงโฉมสินค้าธรรมดาให้มีภาพลักษณ์พรีเมียมและน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลในการเปลี่ยนแปลงสายการผลิตทั้งหมด การปรับโฉมนี้มุ่งเน้นไปที่การออกแบบกราฟิก การเลือกใช้วัสดุ และเทคนิคการพิมพ์ เพื่อสร้างความประทับใจแรกเห็น (First Impression) ที่แข็งแกร่ง และสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หรือสินค้า OTOP การปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ถือเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะเป็นประตูบานแรกที่เปิดโอกาสให้สินค้าได้เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภค และขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังตลาดที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าชั้นนำ หรือแม้กระทั่งตลาดส่งออก การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดึงดูดใจไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มยอดขาย แต่ยังเป็นการสร้างสินทรัพย์ระยะยาวให้กับแบรนด์อีกด้วย
Packaging Makeover คืออะไร ทำไมแบรนด์ SME ต้องให้ความสำคัญ
Packaging Makeover หรือการรีแพคเกจจิ้ง (Repackaging) คือกลยุทธ์การปรับปรุงหรือออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ทั้งหมด เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของสินค้าและแบรนด์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป เช่น การเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ การเพิ่มมูลค่าสินค้า หรือการสร้างความสดใหม่ให้กับแบรนด์ที่อยู่ในตลาดมานาน แนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเปลี่ยนสีหรือโลโก้ แต่ครอบคลุมถึงการพิจารณาโครงสร้าง รูปทรง วัสดุ เทคนิคการพิมพ์ และการสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ผ่านบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร
ในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย บรรจุภัณฑ์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ห่อหุ้มสินค้าอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือทางการตลาดชิ้นสำคัญที่สามารถสร้างความแตกต่างและชัยชนะในการแข่งขันได้ โดยเฉพาะสำหรับแบรนด์ SME ที่อาจมีงบประมาณการตลาดจำกัด การลงทุนใน ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ที่น่าจดจำจึงเป็นการลงทุนที่เห็นผลชัดเจนและวัดผลได้ง่ายที่สุด เพราะบรรจุภัณฑ์จะอยู่กับสินค้าตลอดเวลา ตั้งแต่บนชั้นวางสินค้าไปจนถึงในมือของผู้บริโภค
6 เทคนิค ‘Packaging Makeover’ ที่ใช้งบประมาณน้อยแต่ได้ผลลัพธ์เกินคาด
การปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการผลิตกล่องใหม่ยกชุดเสมอไป การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ผ่านการใช้ฉลากสินค้าหรือสติ๊กเกอร์ที่ออกแบบมาอย่างดี ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ นี่คือ 6 เทคนิคที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที
1. ปรับรูปทรงและโครงสร้าง: สร้างความต่างตั้งแต่แรกเห็น
ก่อนที่ผู้บริโภคจะอ่านข้อมูลบนฉลาก พวกเขาจะเห็นรูปทรงของบรรจุภัณฑ์ก่อน การเลือกใช้โครงสร้างที่แตกต่างจากคู่แข่ง เช่น ซองแบบตั้งได้ (Stand-up Pouch) ขวดที่มีรูปทรงจับถนัดมือ หรือกล่องที่มีรูปทรงแปลกตา สามารถสร้างความโดดเด่นและดึงดูดสายตาได้ทันที เทคนิคนี้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มต้นทุนการพิมพ์มากนัก แต่ช่วยให้สินค้าดูน่าสนใจและง่ายต่อการหยิบจับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ณ จุดขาย การใช้เทคนิคไดคัท (Die-cut) บน สติ๊กเกอร์ติดสินค้า ให้มีรูปทรงที่สอดคล้องกับตัวผลิตภัณฑ์หรือโลโก้ ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มมิติและความน่าสนใจโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างบรรจุภัณฑ์หลัก
2. เพิ่มลูกเล่นด้วยเทคนิคพิมพ์พิเศษ: สัมผัสที่สร้างความหรูหรา
การสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าการมองเห็น คือการเพิ่มมิติทางสัมผัสให้กับบรรจุภัณฑ์ เทคนิคการพิมพ์พิเศษ เช่น การปั๊มนูน (Embossing) หรือปั๊มจม (Debossing) เพื่อทำให้โลโก้หรือข้อความสำคัญดูมีมิติ, การเคลือบเงาเฉพาะจุด (Spot UV) เพื่อเน้นบางส่วนให้โดดเด่นขึ้นมา, หรือการใช้สติ๊กเกอร์ที่มีพื้นผิวสัมผัส (Texture) แตกต่างออกไป เช่น ผิวด้าน ผิวทราย หรือผิวเมทัลลิก เทคนิคเหล่านี้สามารถทำได้บนฉลากหรือสติ๊กเกอร์โดยไม่ต้องเปลี่ยนวัสดุกล่องทั้งหมด ทำให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการ เพิ่มมูลค่าแบรนด์ โดยควบคุมงบประมาณได้
3. เลือกใช้สีสันที่โดดเด่น: สะดุดตาบนชั้นวาง
สีคือองค์ประกอบที่ทรงพลังที่สุดในการสื่อสารอารมณ์และสร้างการจดจำ การเลือกใช้โทนสีที่แตกต่างจากคู่แข่งในกลุ่มสินค้าเดียวกันเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลเสมอ เช่น หากสินค้าในหมวดหมู่เดียวกันนิยมใช้สีโทนอ่อน การเลือกใช้สีสดใส (Bold Colors) หรือคู่สีที่ตัดกันอย่างชัดเจน จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณโดดเด่นออกมาทันที นอกจากนี้ การเลือกใช้ฟอนต์ (Font) ที่ทันสมัย อ่านง่าย และสะท้อนบุคลิกของแบรนด์ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมให้การออกแบบโดยรวมดูเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือมากขึ้น
4. บอกเล่าเรื่องราวผ่านฉลาก: สร้างคุณค่าทางใจ
ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้ซื้อแค่สินค้า แต่ซื้อเรื่องราวและคุณค่าที่แบรนด์นำเสนอ ใช้พื้นที่บนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ (Brand Storytelling) เช่น ที่มาของวัตถุดิบ แนวคิดในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ หรือคุณค่าที่แบรนด์ยึดถือ การใส่ข้อมูลที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างครบถ้วน เช่น วิธีใช้ ส่วนประกอบ หรือข้อมูลทางโภชนาการ ก็ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ การทำให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์ทางอารมณ์ คือปัจจัยที่ทำให้พวกเขายินดีที่จะจ่ายในราคาที่สูงขึ้น และกลายเป็นลูกค้าประจำในที่สุด
5. สร้างประสบการณ์แกะกล่อง (Unboxing Experience) สุดประทับใจ
ในยุคของโซเชียลมีเดีย ประสบการณ์การเปิดกล่องสินค้ากลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลัง การออกแบบบรรจุภัณฑ์ทั้งภายนอกและภายในให้สวยงามและน่าประทับใจ สามารถสร้างความรู้สึกพิเศษให้กับลูกค้าได้ เช่น การมีชั้นเลเยอร์ในการเปิด, การจัดวางสินค้าภายในอย่างสวยงาม, หรือการมีข้อความขอบคุณเล็กๆ น้อยๆ ซ่อนอยู่ภายใน สิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นให้ลูกค้าถ่ายรูปหรือวิดีโอเพื่อแชร์ลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์แบรนด์ไปในตัว
ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า ประสบการณ์แกะกล่องที่น่าประทับใจสามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ได้ถึง 60% จากการแชร์บนโซเชียลมีเดีย
6. ปรับโฉมตามโอกาส: รักษาความสดใหม่ให้แบรนด์
การ รีแบรนด์สินค้า หรือปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ไม่จำเป็นต้องทำครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว การปรับเปลี่ยนลายกราฟิกหรือโทนสีตามฤดูกาลหรือเทศกาลพิเศษ (Seasonal/Limited Edition) เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความตื่นเต้นและกระตุ้นการซื้อซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีนี้ช่วยให้แบรนด์ดูมีการเคลื่อนไหวและไม่หยุดนิ่ง ลดความน่าเบื่อ และสร้างโอกาสในการสื่อสารกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
| เทคนิค | ผลกระทบด้านต้นทุน | ประโยชน์หลัก |
|---|---|---|
| ปรับรูปทรงและโครงสร้าง | ต่ำ-ปานกลาง | สร้างความโดดเด่นทางกายภาพ, สะดุดตา, ง่ายต่อการหยิบจับ |
| เทคนิคพิมพ์พิเศษ | ต่ำ (เมื่อใช้กับฉลาก) | เพิ่มความหรูหรา, สร้างมิติทางสัมผัส, ยกระดับภาพลักษณ์ |
| เลือกใช้สีสัน/ฟอนต์ | ต่ำ | สร้างการจดจำ, สื่อสารอารมณ์, โดดเด่นบนชั้นวาง |
| บอกเล่าเรื่องราว | ต่ำ | สร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์, เพิ่มคุณค่าให้สินค้า |
| Unboxing Experience | ปานกลาง | สร้างความประทับใจ, กระตุ้นการแชร์บนโซเชียลมีเดีย |
| ปรับโฉมตามโอกาส | ต่ำ-ปานกลาง | สร้างความสดใหม่, กระตุ้นการซื้อซ้ำ, สร้างความเคลื่อนไหวให้แบรนด์ |
เจาะเทรนด์การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่กำลังมาแรง
เพื่อให้การปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ประสบความสำเร็จ การทำความเข้าใจแนวโน้มของผู้บริโภคและตลาดเป็นสิ่งสำคัญ ปัจจุบันมีเทรนด์ ไอเดียแพ็กเกจจิ้ง ที่น่าสนใจหลายอย่างซึ่งแบรนด์ SME สามารถนำไปปรับใช้ได้:
- Sustainability (ความยั่งยืน): ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รีไซเคิลได้ หรือย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและโปร่งใสให้กับแบรนด์
- Minimalism (ความเรียบง่าย): การออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย สะอาดตา ใช้ข้อความน้อยแต่สื่อสารชัดเจน กำลังเป็นที่นิยม เพราะให้ความรู้สึกทันสมัยและพรีเมียม
- Smart Packaging (บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ): การใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วม เช่น การใส่ QR Code บนฉลากเพื่อให้ลูกค้าสแกนเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติม, วิดีโอสาธิต, หรือเรื่องราวของแบรนด์ ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์และมอบข้อมูลที่มากกว่าบนพื้นที่จำกัด
- Personalization (การปรับแต่งเฉพาะบุคคล): การสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ที่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับลูกค้าแต่ละราย เช่น การพิมพ์ชื่อลูกค้าบนฉลากสำหรับสินค้าสั่งทำพิเศษ ช่วยสร้างความรู้สึกพิเศษและผูกพันกับแบรนด์อย่างลึกซึ้ง
- Retro/Vintage (สไตล์ย้อนยุค): การออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากยุคเก่า ช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่น คิดถึงวันวาน และสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากแบรนด์สมัยใหม่
กรณีศึกษา: จากสินค้าท้องถิ่นสู่แบรนด์พรีเมียมด้วย Packaging
มีตัวอย่างมากมายในประเทศไทยที่พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนสินค้าธรรมดาให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการของตลาดในวงกว้าง
ไอศกรีม: เปลี่ยนจากของทานเล่นเป็นของฝาก
แบรนด์ไอศกรีมท้องถิ่นหลายแห่งประสบความสำเร็จในการยกระดับสินค้าจากการเป็นเพียงของทานเล่น มาเป็นของฝากพรีเมียมที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อหา ด้วยการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากถ้วยพลาสติกธรรมดามาเป็นกล่องกระดาษที่ออกแบบอย่างสวยงาม มีการเล่าเรื่องราวของรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นนั้นๆ ทำให้มูลค่าของสินค้าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
สบู่แฮนด์เมด: บรรจุภัณฑ์สะท้อนตัวตน
สินค้าประเภทสบู่แฮนด์เมดมักใช้บรรจุภัณฑ์สไตล์คราฟท์ (Craft) ที่ทำจากกระดาษรีไซเคิลหรือวัสดุธรรมชาติ เพื่อสะท้อนถึงความเป็นธรรมชาติและตัวตนของเจ้าของแบรนด์ การใช้ฉลากที่พิมพ์ด้วยฟอนต์ลายมือ หรือมีภาพวาดประกอบที่เรียบง่าย ช่วยสื่อสารความเป็นสินค้าทำมือที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างชัดเจน
สังขยา: ปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัย
แบรนด์สังขยาชื่อดังได้ทำการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากขวดแก้วแบบดั้งเดิมให้ดูทันสมัยขึ้น พร้อมทั้งลงทุนในการถ่ายภาพสินค้าให้น่ารับประทานและดึงดูดสายตาบนช่องทางออนไลน์ การปรับโฉมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ยังทำให้สินค้าสามารถเข้าไปวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำได้อีกด้วย
ผลลัพธ์ที่ได้จากการลงทุนใน Packaging Makeover
การลงทุนปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามและมีกลยุทธ์ ไม่ใช่เป็นเพียงค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว ประโยชน์ที่แบรนด์จะได้รับนั้นมีมากกว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้น:
- เพิ่มโอกาสทางการตลาด: บรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่นช่วยให้สินค้ามีโอกาสถูกเลือกไปวางจำหน่ายในช่องทางค้าปลีกชั้นนำ เช่น ห้างสรรพสินค้า, ร้านสะดวกซื้อพรีเมียม หรือแม้กระทั่งการส่งออก
- สร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty): ประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่แรกเห็นจนถึงการใช้งาน ช่วยสร้างความทรงจำที่ดีและทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
- เพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness): บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามกระตุ้นให้เกิดการแชร์บนโซเชียลมีเดีย ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างโดยไม่ต้องใช้งบประมาณโฆษณาจำนวนมาก
- ป้องกันความเสียหายของสินค้า: บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาอย่างดีไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังต้องทำหน้าที่ปกป้องสินค้าภายในให้ปลอดภัยจากการขนส่ง ซึ่งช่วยลดต้นทุนความเสียหายได้
เริ่มต้นปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ของคุณวันนี้
การปรับโฉมบรรจุภัณฑ์คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทรงพลังและคุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการเติบโตและแข่งขันในตลาดปัจจุบัน การลงทุนเพียงเล็กน้อยในการออกแบบฉลาก สติ๊กเกอร์ หรือกล่องบรรจุภัณฑ์ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ตั้งแต่การเพิ่มมูลค่าสินค้าไปจนถึงการเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่เคยเข้าถึงมาก่อน
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโซลูชันด้านการพิมพ์ที่ครบวงจรเพื่อเริ่มต้นโปรเจกต์ Packaging Makeover ของตนเอง GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีความพร้อมและเชี่ยวชาญ สามารถตอบสนองทุกความต้องการด้วยบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์ไดคัท, สกรีนบรรจุภัณฑ์, นามบัตร, ไปจนถึงสื่อส่งเสริมการขายอื่นๆ ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานระดับสากลและวัสดุคุณภาพสูง พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานที่ตอบโจทย์และช่วยยกระดับแบรนด์ของคุณให้ประสบความสำเร็จ
สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือติดตามผลงานผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่:
FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
LINE: @282iufnx
TIKTOK: @giantprint_official
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
