ฉลากสินค้าต้องมีอะไรบ้าง? เช็กลิสต์ตามกฎหมาย SME
- สรุปข้อมูลสำคัญบนฉลากสินค้าที่ผู้ประกอบการควรรู้
- ความสำคัญของฉลากสินค้า: มากกว่าแค่ความสวยงาม
- ฉลากสินค้าต้องมีอะไรบ้าง? เช็กลิสต์ข้อมูลพื้นฐานตามกฎหมาย
- ข้อกำหนดพิเศษสำหรับฉลากสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม
- รู้จักหน่วยงานกำกับดูแลและบทบาทที่เกี่ยวข้องกับฉลากสินค้า
- คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ SME เพื่อการสร้างฉลากที่ถูกต้อง
- สร้างความเชื่อมั่นให้แบรนด์ด้วยฉลากสินค้าที่สมบูรณ์
การออกแบบฉลากสินค้าที่สวยงามเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ แต่ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมายคือหัวใจสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจตามมาสำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ SME ที่การปฏิบัติตามข้อบังคับเป็นรากฐานสู่การเติบโตที่ยั่งยืน
สรุปข้อมูลสำคัญบนฉลากสินค้าที่ผู้ประกอบการควรรู้

เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับฉลากสินค้าได้ง่ายขึ้น สามารถสรุปประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการ SME ต้องให้ความสำคัญได้ดังนี้:
- ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น: ฉลากสินค้าทุกประเภทต้องระบุข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อสินค้า, ปริมาณสุทธิ, ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า, วันผลิต/วันหมดอายุ, และส่วนประกอบหลักอย่างชัดเจนและเป็นภาษาไทย
- บทลงโทษที่รุนแรง: การละเลยหรือแสดงข้อมูลบนฉลากที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่บทลงโทษตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งมีทั้งโทษปรับสูงสุด 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ข้อกำหนดเฉพาะสำหรับอาหาร: สินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมีข้อบังคับเพิ่มเติมที่เข้มงวด โดยเฉพาะการแสดงกรอบข้อมูลโภชนาการตามประกาศฉบับใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการต้องเตรียมปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องภายในระยะเวลาที่กำหนด
- หน่วยงานกำกับดูแล: ผู้ประกอบการควรทราบว่ามีหน่วยงานใดบ้างที่รับผิดชอบการตรวจสอบฉลากสินค้า เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำหรับสินค้าทั่วไป และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารและยา
- การตรวจสอบล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญ: เพื่อลดความเสี่ยง ผู้ประกอบการสามารถยื่นฉลากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ความเห็นชอบล่วงหน้าได้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ช่วยป้องกันความผิดพลาดก่อนการผลิตจำนวนมาก
ความสำคัญของฉลากสินค้า: มากกว่าแค่ความสวยงาม
สำหรับคำถามที่ว่า ฉลากสินค้าต้องมีอะไรบ้าง? เช็กลิสต์ตามกฎหมาย SME ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการทุกคน ฉลากสินค้าไม่ใช่เพียงองค์ประกอบด้านการตลาดที่ใช้สื่อสารเอกลักษณ์ของแบรนด์ แต่ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่กฎหมายกำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนไม่เพียงแต่แสดงถึงความรับผิดชอบของผู้ผลิต แต่ยังเป็นเครื่องมือสร้างความโปร่งใสและความไว้วางใจให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคใส่ใจในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์มากขึ้น การมีฉลากที่สมบูรณ์จึงเปรียบเสมือนการรับประกันคุณภาพเบื้องต้นที่แบรนด์มอบให้กับลูกค้า
ผู้ประกอบการ SME ควรตระหนักว่าการลงทุนเวลาและทรัพยากรเพื่อให้ฉลากสินค้าเป็นไปตามข้อบังคับนั้นไม่ใช่ภาระ แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจสร้างความเสียหายต่อธุรกิจในอนาคต การทำความเข้าใจข้อกำหนดต่างๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยให้แบรนด์สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมั่นคงและสง่างาม
ฉลากสินค้าต้องมีอะไรบ้าง? เช็กลิสต์ข้อมูลพื้นฐานตามกฎหมาย
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ฉลากของสินค้าที่จำหน่ายในประเทศไทยจะต้องแสดงข้อมูลที่จำเป็นอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับทราบข้อเท็จจริงในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้านั้นๆ
องค์ประกอบหลักที่ต้องแสดงบนฉลากสินค้าทั่วไป
ข้อมูลที่ต้องระบุบนฉลากสินค้าทั่วไปมีดังนี้:
- ชื่อหรือประเภทของสินค้า: ต้องระบุให้ชัดเจนว่าสินค้านั้นคืออะไร เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด เช่น “น้ำดื่ม” หรือ “สบู่ทำความสะอาดผิว”
- ปริมาณสุทธิ: ต้องแสดงปริมาณของสินค้าในหน่วยมาตราชั่งตวงวัดที่เป็นมาตรฐาน เช่น กรัม, กิโลกรัม, มิลลิลิตร, ลิตร โดยข้อมูลนี้ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2466 และต้องตรงกับปริมาณจริงในบรรจุภัณฑ์
- ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า: ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต (กรณีผลิตในประเทศ) หรือของผู้นำเข้าและผู้ผลิตในต่างประเทศ (กรณีนำเข้า) เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
- วันเดือนปีที่ผลิต (ว/ด/ป ผลิต): ระบุวันที่ผลิตสินค้า
- วันเดือนปีที่หมดอายุ (ว/ด/ป หมดอายุ) หรือควรบริโภคก่อน: มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสินค้าที่สามารถเสื่อมสภาพได้ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง หรือยา เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
- ส่วนประกอบหลักหรือวัตถุดิบ: แจ้งรายการส่วนประกอบสำคัญ โดยเรียงลำดับจากปริมาณมากที่สุดไปน้อยที่สุด หากมีส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ (สารก่อภูมิแพ้) จำเป็นต้องระบุให้ชัดเจนเป็นพิเศษ
- คำเตือนหรือข้อควรระวัง: หากสินค้ามีข้อควรระวังในการใช้งานหรือการเก็บรักษา จะต้องระบุไว้อย่างชัดเจน เช่น “เก็บให้พ้นมือเด็ก” หรือ “ห้ามรับประทาน”
- เลขที่จดแจ้งหรือเลขทะเบียน: สำหรับสินค้าบางประเภทที่กฎหมายกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุม เช่น อาหาร หรือเครื่องสำอาง จะต้องแสดงเลขที่ใบรับจดแจ้ง หรือเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลทั้งหมดบนฉลากต้องเป็นภาษาไทย หรือมีภาษาไทยกำกับภาษาต่างประเทศ และต้องแสดงในลักษณะที่มองเห็นและอ่านได้ง่าย ไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจคลาดเคลื่อน
บทลงโทษหากข้อมูลบนฉลากไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
การจัดทำฉลากที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดถือเป็นความผิดร้ายแรง ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่จงใจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้า หรือจัดทำฉลากที่ไม่ถูกต้อง โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่ภาครัฐมอบให้กับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค
ข้อกำหนดพิเศษสำหรับฉลากสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม
นอกเหนือจากข้อกำหนดทั่วไปแล้ว สินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งมีข้อบังคับเพิ่มเติมที่ผู้ประกอบการ SME ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
การแสดงฉลากโภชนาการ: ข้อบังคับใหม่ที่ SME ต้องปรับตัว
ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศฉบับที่ 445-448 ซึ่งมีการปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับการแสดงข้อมูลโภชนาการบนฉลากอาหารให้มีความทันสมัยและให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น โดยมีสาระสำคัญที่ SME ต้องเตรียมพร้อมดังนี้:
- บังคับใช้กรอบข้อมูลโภชนาการแบบมาตรฐาน: กำหนดให้แสดงข้อมูลโภชนาการในรูปแบบกรอบมาตรฐาน (แบบเต็ม) เท่านั้น โดยไม่มีรูปแบบย่ออีกต่อไป เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
- ข้อมูลที่ต้องแสดง: ในกรอบข้อมูลโภชนาการจะต้องแสดงค่าพลังงาน (แคลอรี), ปริมาณไขมันทั้งหมด, ไขมันอิ่มตัว, โคเลสเตอรอล, โปรตีน, คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด, ใยอาหาร, น้ำตาล และโซเดียม (เกลือ)
- ค่าอ้างอิงสำหรับคนไทย (Thai RDIs): การคำนวณร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน จะต้องอ้างอิงจากค่า Thai Recommended Daily Intakes (Thai RDIs) สำหรับประชากรอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
- ระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน: ผู้ประกอบการสามารถใช้ฉลากรูปแบบเก่าตามประกาศฉบับที่ 379 ได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ประกาศฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ โดยข้อบังคับใหม่จะถูกบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบหลังวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป
อาหารควบคุมเฉพาะและกระบวนการขออนุญาต
ผลิตภัณฑ์อาหารบางประเภทถูกจัดเป็น “อาหารควบคุมเฉพาะ” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องผ่านกระบวนการขออนุญาตที่เข้มงวดกว่าอาหารทั่วไป ตัวอย่างเช่น อาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก หรืออาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานเฉพาะ ผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตหรือนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้ จะต้องยื่นขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหารและขออนุญาตใช้ฉลากต่อ อย. ให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถดำเนินการผลิตหรือจำหน่ายได้ การละเมิดข้อกำหนดสำหรับอาหารควบคุมเฉพาะอาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท
รู้จักหน่วยงานกำกับดูแลและบทบาทที่เกี่ยวข้องกับฉลากสินค้า
การปฏิบัติตามกฎหมายฉลากสินค้าเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานภาครัฐ การทำความเข้าใจบทบาทของแต่ละหน่วยงานจะช่วยให้ผู้ประกอบการ SME ติดต่อประสานงานและดำเนินการได้อย่างถูกต้อง
| หน่วยงาน | กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้อง | หน้าที่หลักสำหรับ SME |
|---|---|---|
| สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) | พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 | กำกับดูแลฉลากสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป มีอำนาจสั่งแก้ไขฉลากที่ไม่ถูกต้อง (มาตรา 33) และให้บริการตรวจสอบฉลากล่วงหน้า (มีค่าใช้จ่าย) |
| สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) | พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 | รับผิดชอบการขึ้นทะเบียนและอนุญาตฉลากสำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร ยา และเครื่องสำอาง โดยเฉพาะอาหารควบคุมเฉพาะ |
| สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) | พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 | กำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจมีผลต่อข้อมูลบางส่วนที่ต้องแสดงบนฉลาก |
| สำนักงานกลางชั่งตวงวัด | พ.ร.บ. มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2466 | ตรวจสอบความถูกต้องของปริมาณสุทธิที่แสดงบนบรรจุภัณฑ์ให้ตรงกับความเป็นจริง |
คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ SME เพื่อการสร้างฉลากที่ถูกต้อง
เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดและดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ผู้ประกอบการ SME ควรมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการพัฒนาและตรวจสอบฉลากสินค้า
กลยุทธ์ป้องกันปัญหา: การตรวจสอบล่วงหน้าและการติดตามกฎหมาย
หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันปัญหาคือการยื่นร่างฉลากสินค้าให้คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก (สคบ.) พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนที่จะสั่งผลิตในปริมาณมาก แม้จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 10,000 บาทต่อชนิดสินค้า แต่ก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการต้องแก้ไขหรือเรียกคืนสินค้าทั้งหมด นอกจากนี้ การติดตามข่าวสารและประกาศใหม่ๆ อยู่เสมอเป็นสิ่งจำเป็น เช่น ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2567 ที่มีการกำหนดสินค้าควบคุมเพิ่มเติม ซึ่งผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าใหม่ต้องปฏิบัติตามก่อนวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2567
ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมสำหรับตลาดส่งออกและแนวโน้มในอนาคต
สำหรับ SME ที่มีเป้าหมายในการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ การศึกษาข้อบังคับด้านฉลากของประเทศปลายทางเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่น การส่งออกไปยังสหภาพยุโรป (EU) อาจต้องมีการแสดงฉลาก Nutri-Score ซึ่งเป็นระบบให้คะแนนคุณค่าทางโภชนาการ และต้องระมัดระวังการใช้คำโฆษณาที่อาจเข้าข่ายการฟอกเขียว (Greenwashing) ซึ่งเป็นการอวดอ้างสรรพคุณด้านสิ่งแวดล้อมเกินจริง
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 และต่อไป คาดการณ์ว่าความสำคัญจะมุ่งเน้นไปที่การบังคับใช้ฉลากโภชนาการรูปแบบมาตรฐานอย่างเต็มรูปแบบ และการส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน แม้จะยังไม่มีข้อบังคับใหม่ที่เฉพาะเจาะจงนอกเหนือจากเรื่องอาหาร แต่การเตรียมพร้อมและปรับตัวตามกระแสนิยมด้านความยั่งยืนและความโปร่งใสจะเป็นประโยชน์ต่อแบรนด์ในระยะยาว
สร้างความเชื่อมั่นให้แบรนด์ด้วยฉลากสินค้าที่สมบูรณ์
การจัดทำฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามกฎหมายไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามข้อบังคับ แต่คือการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับแบรนด์ แสดงถึงความใส่ใจในความปลอดภัยและความโปร่งใสต่อผู้บริโภค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน การทำความเข้าใจเช็กลิสต์ข้อมูลที่จำเป็น การติดตามข้อกำหนดใหม่ๆ และการปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SME สามารถออกแบบและผลิตฉลากสินค้าที่ทั้งสวยงามและถูกต้องได้อย่างมั่นใจ
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการพันธมิตรที่เชี่ยวชาญในการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อส่งเสริมแบรนด์ GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการ ด้วยทีมงานมืออาชีพและเครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัย เราพร้อมให้คำแนะนำและบริการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, เมนูอาหาร, โบรชัวร์ และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า SME ทุกท่าน
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
LINE: @282iufnx
TIKTOK: giantprint_official
Website: https://giantprint.co.th/contact-us/
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
