ทริคออกแบบเมนูอาหารให้ยอดพุ่ง! ฉบับร้านค้า SME
- สรุปประเด็นสำคัญ: กุญแจสู่เมนูที่สร้างยอดขาย
- ความสำคัญของการออกแบบเมนูสำหรับธุรกิจ SME
- จิตวิทยาการจัดวาง: วางเมนูตรงไหนให้ลูกค้าสั่ง?
- Menu Engineering: ศาสตร์และศิลป์ของการจัดเมนู
- พลังของภาพ: เปลี่ยนการมองเห็นให้เป็นยอดสั่งซื้อ
- ศิลปะการใช้คำ: เขียนอย่างไรให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น
- โครงสร้างเมนูและกลยุทธ์ราคาที่ชาญฉลาด
- บทสรุป: เปลี่ยนเมนูอาหารให้เป็นเครื่องมือสร้างยอดขาย
เมนูอาหารไม่ใช่เป็นเพียงแค่รายการอาหารและราคา แต่เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังที่สุดชิ้นหนึ่งที่ร้านอาหารมี การเรียนรู้ทริคออกแบบเมนูอาหารให้ยอดพุ่ง! ฉบับร้านค้า SME จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มผลกำไรและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า เมนูที่ผ่านการคิดและออกแบบมาอย่างดีสามารถนำทางลูกค้าไปยังเมนูที่ทำกำไรสูงสุด กระตุ้นความอยากอาหาร และทำให้การตัดสินใจสั่งซื้อง่ายขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของยอดขายโดยรวม
สรุปประเด็นสำคัญ: กุญแจสู่เมนูที่สร้างยอดขาย
- การจัดวางอย่างมีกลยุทธ์: วางเมนูที่ทำกำไรสูงและเป็นที่นิยมในตำแหน่งที่สายตาของลูกค้ามองเห็นเป็นอันดับแรก เช่น มุมขวาบน หรือกึ่งกลางหน้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกเลือก
- พลังของภาพถ่าย: ใช้ภาพถ่ายอาหารที่คมชัด สีสันสดใส และจัดแสงอย่างสวยงาม เพื่อกระตุ้นความอยากอาหารและสร้างการรับรู้ถึงคุณภาพที่ดีของอาหารจานนั้นๆ
- การใช้คำบรรยายที่น่าดึงดูด: เขียนคำอธิบายเมนูที่สั้นกระชับแต่สามารถบอกเล่าเรื่องราวของวัตถุดิบหรือรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
- วิศวกรรมเมนู (Menu Engineering): วิเคราะห์ข้อมูลยอดขายและต้นทุนเพื่อจัดกลุ่มเมนู แล้วนำมาวางกลยุทธ์ในการจัดวาง การตั้งราคา และการส่งเสริมการขายเมนูแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม
- โครงสร้างและราคาที่ชาญฉลาด: จัดหมวดหมู่เมนูให้ชัดเจน มีจำนวนรายการที่พอเหมาะ และใช้เทคนิคการตั้งราคาเชิงจิตวิทยาเพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าและตัดสินใจสั่งซื้อได้ง่ายขึ้น
ความสำคัญของการออกแบบเมนูสำหรับธุรกิจ SME
สำหรับธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่ขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มีการแข่งขันสูงและทรัพยากรจำกัด การออกแบบเมนูอาหารอย่างมีกลยุทธ์ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เมนูอาหารเป็นมากกว่าแค่รายการอาหาร แต่เป็นตัวแทนของแบรนด์ เป็นพนักงานขายเงียบ และเป็นเครื่องมือสื่อสารโดยตรงกับลูกค้า ณ จุดตัดสินใจซื้อ
เมนูที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีสามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการของร้านได้หลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดขายต่อบิล การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว การลงทุนเวลาและความคิดในการปรับปรุงเมนูจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะสามารถเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเท่ากับการตลาดในรูปแบบอื่นๆ
จิตวิทยาการจัดวาง: วางเมนูตรงไหนให้ลูกค้าสั่ง?
หนึ่งในปัจจัยที่ทรงอิทธิพลที่สุดในการออกแบบเมนูคือการทำความเข้าใจพฤติกรรมการมองของมนุษย์ โดยธรรมชาติแล้ว สายตาของคนเรามักจะถูกดึงดูดไปยังบางตำแหน่งบนหน้ากระดาษก่อนส่วนอื่นๆ การนำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้กับการจัดวางรายการอาหารจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เมนูที่ต้องการผลักดันถูกมองเห็นและถูกสั่งซื้อมากขึ้น
ตำแหน่งทองคำบนหน้าเมนู
จากการศึกษาพฤติกรรมการอ่านเมนู พบว่ามีตำแหน่งที่เปรียบเสมือน “อสังหาริมทรัพย์ชั้นดี” ที่สายตาของลูกค้ามักจะกวาดไปถึงเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการวางเมนูที่ทำกำไรสูงสุดหรือเมนูแนะนำของร้าน
- มุมขวาบน: ถือเป็นจุดที่สายตามักจะเคลื่อนไปถึงเป็นลำดับแรกหลังจากมองภาพรวมของเมนู เหมาะสำหรับวางเมนูเด่นประจำร้าน หรือเมนูที่มีกำไรสูงที่สุด
- กึ่งกลางหน้า: จุดศูนย์กลางของเมนูเป็นอีกตำแหน่งที่ดึงดูดสายตาได้ดี เหมาะสำหรับโปรโมชันพิเศษ หรือเมนูแนะนำที่ต้องการให้ลูกค้าเห็นทันทีที่เปิดเมนู
- มุมซ้ายบน: เป็นจุดเริ่มต้นของการอ่านตามปกติ ทำให้เป็นตำแหน่งที่ดีสำหรับวางอาหารเรียกน้ำย่อย หรือเมนูที่ได้รับความนิยมสูงเพื่อสร้างความประทับใจแรก
พลังของเมนูรายการแรกในแต่ละหมวดหมู่
นอกจากตำแหน่งภาพรวมแล้ว ลำดับของรายการอาหารในแต่ละหมวดหมู่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยปกติแล้ว ลูกค้ามักจะให้ความสนใจกับ 1-2 รายการแรกในแต่ละหมวดหมู่มากที่สุด ดังนั้น การวางเมนูขายดีหรือเมนูที่ต้องการส่งเสริมการขายไว้เป็นอันดับแรกของหมวดหมู่นั้นๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการถูกเลือกได้อย่างมีนัยสำคัญ
Menu Engineering: ศาสตร์และศิลป์ของการจัดเมนู
Menu Engineering หรือ เมนูวิศวกรรม คือกระบวนการวิเคราะห์เมนูอาหารโดยพิจารณาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความนิยม (Popularity) และ ความสามารถในการทำกำไร (Profitability) ของแต่ละเมนู เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวางกลยุทธ์ในการออกแบบ จัดวาง และตั้งราคาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจ การทำความเข้าใจหลักการนี้จะช่วยให้ร้านอาหารสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลว่าควรจะโปรโมต, ปรับปรุง, หรือตัดเมนูใดออกจากรายการ
วิเคราะห์เมนู 4 ประเภทเพื่อวางกลยุทธ์
โดยทั่วไป เมนูจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักตามความนิยมและกำไร ซึ่งแต่ละประเภทต้องการกลยุทธ์ในการจัดการที่แตกต่างกันออกไป
| ประเภทเมนู (Menu Type) | ลักษณะ (Characteristics) | กลยุทธ์ (Strategy) |
|---|---|---|
| ดาวเด่น (Stars) | กำไรสูง, ความนิยมสูง | รักษามาตรฐานและคุณภาพไว้ให้ดีที่สุด จัดวางในตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดในเมนู |
| ม้างาน (Plowhorses) | กำไรต่ำ, ความนิยมสูง | พิจารณาปรับขึ้นราคาเล็กน้อย หรือลองจับคู่ขายกับสินค้ที่กำไรสูง เช่น เครื่องดื่ม |
| ปริศนา (Puzzles) | กำไรสูง, ความนิยมต่ำ | ลองเปลี่ยนชื่อ, ปรับคำบรรยายให้น่าสนใจ, จัดโปรโมชัน, หรือให้พนักงานแนะนำเป็นพิเศษ |
| สุนัข (Dogs) | กำไรต่ำ, ความนิยมต่ำ | พิจารณาปรับสูตรเพื่อลดต้นทุน หรือนำออกจากเมนูถาวรเพื่อลดความซับซ้อนในการจัดการสต็อก |
เทคนิคผลักดันเมนูทำกำไรสูง
หลังจากระบุได้แล้วว่าเมนูใดคือ “ดาวเด่น” หรือ “ปริศนา” ของร้าน ขั้นตอนต่อไปคือการใช้เทคนิคการออกแบบเพื่อทำให้เมนูเหล่านี้โดดเด่นและน่าสนใจยิ่งขึ้น วิธีการที่นิยมใช้ได้แก่:
- การใช้กรอบหรือกล่อง: การใส่กรอบล้อมรอบเมนูที่ต้องการเน้น จะช่วยดึงดูดสายตาและทำให้เมนูนั้นแตกต่างจากรายการอื่นๆ
- การใช้สีหรือไอคอน: การใช้สีที่แตกต่างหรือสัญลักษณ์พิเศษ เช่น รูปดาว หรือคำว่า “Recommended” ข้างๆ ชื่อเมนู จะช่วยสื่อสารกับลูกค้าได้ทันทีว่าเป็นเมนูแนะนำ
- การใช้พื้นที่ว่าง: การเว้นพื้นที่ว่างรอบๆ รายการเมนูที่สำคัญ จะช่วยทำให้เมนูนั้นดูโดดเด่นและไม่รกสายตา
พลังของภาพ: เปลี่ยนการมองเห็นให้เป็นยอดสั่งซื้อ
“คนเรากินอาหารด้วยสายตาก่อนเสมอ” คำกล่าวนี้เป็นจริงอย่างยิ่งในบริบทของการออกแบบเมนูอาหาร ภาพถ่ายอาหารที่มีคุณภาพสูงสามารถสร้างผลกระทบทางอารมณ์ กระตุ้นความอยากอาหาร และช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจสั่งซื้อได้ในทันที การลงทุนกับภาพถ่ายอาหารที่ดีจึงเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง
ภาพสวยคมชัด กระตุ้นความอยากอาหาร
ภาพถ่ายอาหารที่ดีควรมีลักษณะดังนี้:
- ความคมชัด: ภาพต้องมีความคมชัดสูง เห็นรายละเอียดของวัตถุดิบและเนื้อสัมผัสของอาหารได้อย่างชัดเจน
- สีสันสดใส: สีของอาหารควรดูสดใหม่และน่ารับประทาน การปรับแก้สีให้ถูกต้องตามธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญ
- การจัดแสง: แสงที่ดีจะช่วยขับเน้นให้อาหารดูมีมิติและน่าสนใจยิ่งขึ้น ควรหลีกเลี่ยงภาพที่มืดหรือสว่างจนเกินไป
ขนาดของภาพ: ใหญ่หนึ่งภาพดีกว่าเล็กหลายภาพ
การใช้ภาพขนาดใหญ่เพียงหนึ่งภาพสำหรับเมนูเด่น (Hero Image) ที่กินพื้นที่ประมาณ 15-25% ของหน้าเมนู สามารถดึงดูดสายตาได้ดีกว่าการใช้ภาพขนาดเล็กหลายๆ ภาพรวมกัน เพราะช่วยสร้างจุดโฟกัสที่ชัดเจนและทำให้เมนูนั้นดูมีความพิเศษและน่าจดจำมากขึ้น
จับคู่ภาพและข้อความให้ลงตัว
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรจัดวางภาพถ่ายให้อยู่ใกล้กับชื่อและคำอธิบายของเมนูนั้นๆ การแยกภาพไปไว้คนละส่วนกับรายการอาหารจะทำให้ลูกค้าต้องใช้เวลาในการเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งอาจสร้างความสับสนและลดโอกาสในการสั่งซื้อได้ ควรออกแบบให้ภาพและข้อความเป็นหน่วยเดียวกันที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน
ศิลปะการใช้คำ: เขียนอย่างไรให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น
นอกเหนือจากการจัดวางและรูปภาพแล้ว การใช้ถ้อยคำในการตั้งชื่อและบรรยายเมนูก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการโน้มน้าวใจลูกค้า คำบรรยายที่ดีสามารถเปลี่ยนจากเมนูธรรมดาให้กลายเป็นเมนูที่น่าลิ้มลองและยากจะปฏิเสธ
สร้างสรรค์ชื่อเมนูให้น่าสนใจและเข้าใจง่าย
ชื่อเมนูที่ดีควรมีความสมดุลระหว่างความคิดสร้างสรรค์และความชัดเจน ชื่อที่น่าสนใจสามารถสร้างความจดจำได้ดี แต่ต้องไม่ซับซ้อนหรือใช้ศัพท์เทคนิคของเชฟมากเกินไปจนลูกค้าไม่เข้าใจว่าคือเมนูอะไร ควรตั้งชื่อที่กระชับ สื่อถึงส่วนประกอบหลักหรือรสชาติ และทำให้ลูกค้ารู้สึกอยากลอง
ตัวอย่าง: แทนที่จะใช้ชื่อว่า “สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งเบคอน” อาจลองปรับเป็น “สปาเก็ตตี้เบคอนกรอบผัดพริกแห้งกระเทียมสด” ซึ่งให้ภาพที่ชัดเจนและน่ารับประทานกว่า
เทคนิคการเขียนคำบรรยายที่ทรงพลัง
คำบรรยายสั้นๆ ใต้ชื่อเมนูเป็นโอกาสทองในการ “ขาย” อาหารจานนั้น สูตรการเขียนคำบรรยายที่มีประสิทธิภาพประกอบด้วย:
- ชื่อเมนู: ระบุชื่อเมนูให้ชัดเจน
- วัตถุดิบ/รายละเอียด: บอกส่วนประกอบหลักที่น่าสนใจ เช่น “เนื้อสันในออสเตรเลีย”, “เสิร์ฟพร้อมซอสทรัฟเฟิลโฮมเมด”
- คำขยายเชิงบวก: ใช้คำที่กระตุ้นประสาทสัมผัส เช่น “หอมกรุ่น”, “นุ่มละมุน”, “กรอบนอกนุ่มใน”, “รสชาติจัดจ้าน”
การใช้คำบรรยายที่เห็นภาพจะช่วยให้ลูกค้าจินตนาการถึงรสชาติและตัดสินใจสั่งได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องสอบถามพนักงานเพิ่มเติม
โครงสร้างเมนูและกลยุทธ์ราคาที่ชาญฉลาด
โครงสร้างของเมนูโดยรวมและการตั้งราคาเป็นองค์ประกอบสุดท้ายที่จะช่วยเติมเต็มให้เมนูกลายเป็นเครื่องมือสร้างยอดขายที่สมบูรณ์แบบ การจัดระเบียบเมนูให้ดีและใช้กลยุทธ์ราคาที่เหมาะสมจะช่วยลดความลังเลของลูกค้าและเพิ่มมูลค่าการสั่งซื้อต่อบิลได้
จัดหมวดหมู่ให้ชัดเจน ลดภาระการตัดสินใจ
การจัดกลุ่มเมนูให้เป็นหมวดหมู่ที่เข้าใจง่ายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว การจัดหมวดหมู่ที่นิยมใช้ ได้แก่:
- แบ่งตามลำดับคอร์ส: อาหารเรียกน้ำย่อย, สลัด, ซุป, อาหารจานหลัก, ของหวาน, เครื่องดื่ม
- แบ่งตามประเภทวัตถุดิบหลัก: เมนูไก่, เมนูหมู, เมนูปลา, เมนูเนื้อ, เมนูมังสวิรัติ
การจัดหมวดหมู่ที่เป็นระเบียบจะช่วยลดภาระทางความคิด (Cognitive Load) ของลูกค้า ทำให้ประสบการณ์การเลือกอาหารเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าพึงพอใจ
ความสมดุลของตัวเลือก: ทำไมเมนูไม่ควรยาวเกินไป
ปรากฏการณ์ “Paradox of Choice” หรือความขัดแย้งของตัวเลือกที่มากเกินไป สามารถเกิดขึ้นได้กับเมนูอาหารเช่นกัน เมื่อลูกค้าต้องเผชิญกับตัวเลือกจำนวนมากเกินไป พวกเขามักจะรู้สึกสับสน ลังเล และอาจตัดสินใจเลือกเมนูที่คุ้นเคยที่สุด (ซึ่งอาจไม่ใช่เมนูที่ทำกำไรสูงสุด) หรืออาจรู้สึกไม่พอใจกับการตัดสินใจของตนเองในภายหลัง การจำกัดจำนวนรายการในแต่ละหมวดหมู่ให้พอเหมาะ (โดยทั่วไปแนะนำที่ 5-7 รายการต่อหมวด) จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้ร้านสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสีย และรักษามาตรฐานรสชาติได้ดีกว่า
กลยุทธ์การตั้งราคาเชิงจิตวิทยา
การแสดงราคามีผลต่อการรับรู้ของลูกค้าอย่างมาก เทคนิคการตั้งราคาที่นิยมใช้ ได้แก่:
- การซ่อนสัญลักษณ์สกุลเงิน: การแสดงราคาเป็นตัวเลขเพียงอย่างเดียว (เช่น 250) แทนที่จะเป็น “250 บาท” หรือ “฿250” สามารถช่วยลด “ความเจ็บปวดจากการจ่ายเงิน” (Pain of Paying) ในเชิงจิตวิทยา ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจที่จะสั่งมากขึ้น
- การใช้ราคาล่อ (Decoy Pricing): การวางเมนูที่มีราคาสูงมากไว้ใกล้ๆ กับเมนูเป้าหมายที่ต้องการขาย จะทำให้เมนูเป้าหมายนั้นดูมีราคาที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่ากว่าโดยเปรียบเทียบ
- การตั้งราคาแบบกลุ่ม: การตั้งราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 9 หรือ 5 ไม่ได้ผลเสมอไป บางครั้งการตั้งราคาเป็นตัวเลขกลมๆ หรือจัดกลุ่มราคาให้จำง่าย (เช่น 120, 150, 180) สามารถสร้างการรับรู้ถึงคุณภาพที่ดีได้มากกว่า
เพิ่มมูลค่าด้วยชุดเมนูและโปรโมชัน
การจัดชุดเมนู (Bundling) หรือเซ็ตอาหาร เป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดขายต่อบิลและทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า การจับคู่เมนูขายดีกับเครื่องดื่มหรือของหวานในราคาพิเศษ จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าสั่งซื้อมากกว่าที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก นอกจากนี้ การใส่โปรโมชันที่น่าสนใจ เช่น “สั่งอาหารจานหลัก รับส่วนลด 50% สำหรับเครื่องดื่ม” ลงในเมนูโดยตรง ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มยอดขายต่อออเดอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทสรุป: เปลี่ยนเมนูอาหารให้เป็นเครื่องมือสร้างยอดขาย
การออกแบบเมนูอาหารไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานจิตวิทยา การตลาด และการวิเคราะห์ข้อมูลเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับผู้ประกอบการ SME การนำทริคออกแบบเมนูอาหารให้ยอดพุ่ง! ฉบับร้านค้า SME ไปปรับใช้ ตั้งแต่การจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสม การใช้ภาพที่น่าดึงดูด การเขียนคำบรรยายที่ทรงพลัง ไปจนถึงการวางโครงสร้างและกลยุทธ์ราคาที่ชาญฉลาด จะสามารถเปลี่ยนเมนูธรรมดาให้กลายเป็นพนักงานขายมือทองที่ช่วยเพิ่มกำไรและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
การมีเมนูที่ออกแบบมาอย่างมืออาชีพและพิมพ์ด้วยวัสดุคุณภาพดี เช่น เมนูกันน้ำ สีสันคมชัด ทนทานต่อการใช้งาน จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์และสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าตั้งแต่แรกเห็น
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับเมนูอาหารให้โดดเด่นและสร้างยอดขาย GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการ ด้วยทีมงานมืออาชีพและเครื่องพิมพ์มาตรฐานสากล เราเชี่ยวชาญในการออกแบบและผลิตเมนูอาหารทุกรูปแบบ รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับธุรกิจ SME เช่น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, นามบัตร, และบัตรสะสมแต้ม
เราเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง พิมพ์ด้วยเครื่อง Fuji Xerox ที่ให้สีสดคมชัด พร้อมบริการออกแบบที่เข้าใจความต้องการของธุรกิจคุณ เพื่อสร้างสรรค์เมนูที่ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลัง
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือปรึกษาทีมงานของเราได้ที่:
- ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
- Email: [email protected]
- ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE, และ TIKTOK
