ฉลาก อย. ต้องมีอะไรบ้าง? SME เช็กก่อนสั่งพิมพ์
- สรุปประเด็นสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ
- ฉลาก อย. คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญอย่างยิ่ง
- องค์ประกอบภาคบังคับ: ข้อมูลที่ต้องมีบนฉลาก อย. ทุกชิ้น
- ข้อมูลเพิ่มเติมที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย
- ข้อควรรู้สำหรับ SME ก่อนสั่งพิมพ์ฉลากสินค้า
- บทสรุป: การเตรียมความพร้อมเพื่อฉลากสินค้าที่ถูกต้องและเป็นมืออาชีพ
การแสดงข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอางเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ไม่เพียงแต่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ แต่ยังเป็นข้อบังคับทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การทราบรายละเอียดว่าฉลาก อย. ต้องมีอะไรบ้างจึงเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ SME เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์สามารถวางจำหน่ายได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค
สรุปประเด็นสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ

- ความครบถ้วนของข้อมูล: ฉลากอาหารที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องแสดงข้อมูลหลักครบถ้วนเสมอ ซึ่งประกอบด้วย ชื่ออาหาร, เลขสารบบอาหาร (เลข อย.), ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย, ส่วนประกอบ, ปริมาณสุทธิ, และวันที่ผลิต/หมดอายุ
- ความถูกต้องและความชัดเจน: ข้อมูลทั้งหมดที่ระบุบนฉลากต้องเป็นความจริง ตรวจสอบได้ และห้ามใช้ข้อความที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงหรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของผลิตภัณฑ์
- การตรวจสอบก่อนการผลิต: ผู้ประกอบการ SME ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลขสารบบอาหาร 13 หลักที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อนดำเนินการสั่งพิมพ์ฉลากสินค้า เพื่อป้องกันความผิดพลาดและหลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมาย
- การเพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ: นอกเหนือจากข้อมูลภาคบังคับ การระบุคำเตือนสำหรับผู้แพ้อาหาร ข้อมูลโภชนาการ และคำแนะนำในการเก็บรักษา จะช่วยยกระดับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น
- คุณภาพของฉลาก: ตัวฉลากที่ใช้ต้องมีความคงทน ไม่หลุดลอกหรือฉีกขาดได้ง่ายตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ข้อมูลสำคัญสามารถตรวจสอบได้เสมอ
“ฉลาก อย. ต้องมีอะไรบ้าง? SME เช็กก่อนสั่งพิมพ์” ถือเป็นโจทย์สำคัญอันดับต้นๆ สำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอางในประเทศไทย การจัดทำฉลากสินค้าให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังในการสร้างความโปร่งใสและความไว้วางใจจากผู้บริโภค ฉลากที่สมบูรณ์เปรียบได้กับ “บัตรประจำตัว” ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งบอกเล่าข้อมูลที่จำเป็นและสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อและการบริโภคอย่างปลอดภัย ดังนั้น การทำความเข้าใจองค์ประกอบต่างๆ ที่กฎหมายกำหนดจึงเป็นรากฐานที่ขาดไม่ได้ในการสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
ฉลาก อย. คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญอย่างยิ่ง
ฉลาก อย. หมายถึง ฉลากของผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งในที่นี้จะเน้นที่ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอาง ที่มีการแสดงข้อมูลและเครื่องหมายตามที่กฎหมายกำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) การมีข้อมูลครบถ้วนบนฉลากเป็นการยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาและได้รับอนุญาตให้ผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
ความสำคัญของการจัดทำฉลากให้ถูกต้องนั้นมีหลายมิติ ประการแรกคือ ด้านกฎหมาย การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดการแสดงฉลากอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการถูกดำเนินคดี มีโทษปรับ หรืออาจถึงขั้นถูกสั่งให้ระงับการผลิตหรือจำหน่ายสินค้านั้นๆ ประการที่สองคือ ด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค ฉลากเป็นแหล่งข้อมูลเดียวที่ผู้บริโภคสามารถใช้ตรวจสอบส่วนประกอบ วันหมดอายุ หรือข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร เพื่อประกอบการตัดสินใจและบริโภคได้อย่างปลอดภัย ประการสุดท้ายคือ ด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ ฉลากที่ออกแบบอย่างสวยงามและให้ข้อมูลครบถ้วนสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจของผู้ผลิต ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณแทนที่จะเป็นของคู่แข่ง
องค์ประกอบภาคบังคับ: ข้อมูลที่ต้องมีบนฉลาก อย. ทุกชิ้น
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลาก สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่าย (กลุ่ม 1-4) ผู้ประกอบการจำเป็นต้องแสดงข้อมูลพื้นฐานต่อไปนี้ให้ครบถ้วนและชัดเจนบนตัวบรรจุภัณฑ์
1. ชื่ออาหาร
ชื่ออาหารต้องระบุให้ชัดเจน อาจเป็นชื่อสามัญที่คนทั่วไปรู้จัก ประเภทหรือชนิดของอาหารนั้นๆ ในกรณีที่ใช้ชื่อทางการค้า จะต้องมีชื่อสามัญหรือชื่อชนิดของอาหารกำกับไว้ด้วยเสมอ ขนาดของตัวอักษรสำหรับชื่ออาหารต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร เว้นแต่ในกรณีที่พื้นที่ฉลากมีขนาดเล็กกว่า 35 ตารางเซนติเมตร สามารถใช้ตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า 1 มิลลิเมตรได้
2. เลขสารบบอาหาร 13 หลัก หรือ เลข อย.
เลขสารบบอาหาร หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “เลข อย.” คือหมายเลข 13 หลักที่เปรียบเสมือนลายนิ้วมือของผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละชนิด ซึ่งบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องแล้ว ตัวเลขนี้จะต้องแสดงอยู่ในกรอบเครื่องหมาย อย. ที่มีสีของตัวเลขตัดกับสีพื้นของกรอบ และสีของกรอบต้องตัดกับสีพื้นของฉลากอย่างชัดเจน เพื่อให้สังเกตได้ง่าย ขนาดของตัวอักษรและตัวเลขต้องสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร การตรวจสอบความถูกต้องของเลข อย. ก่อนการพิมพ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันปัญหาการปลอมแปลงหรือการใช้เลขที่ไม่ได้รับอนุญาต
3. ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือผู้นำเข้า
ฉลากต้องระบุชื่อและที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของผู้ผลิต หรือผู้แบ่งบรรจุ หรือผู้จัดจำหน่ายอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ได้ ในกรณีที่เป็นสินค้านำเข้า จะต้องระบุข้อความว่า “ผู้นำเข้า” หรือ “นำเข้าโดย” พร้อมทั้งชื่อและที่อยู่ของผู้นำเข้า และต้องระบุชื่อประเทศผู้ผลิตควบคู่ไปด้วย
4. ส่วนประกอบที่สำคัญ
การแสดงรายการส่วนประกอบจะต้องเรียงลำดับตามปริมาณจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด โดยคิดเป็นร้อยละของน้ำหนัก ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีส่วนผสมหลักคืออะไร และมีส่วนผสมที่ตนเองอาจแพ้หรือไม่ ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้บริโภคที่มีข้อจำกัดด้านอาหารหรือมีอาการแพ้ส่วนผสมบางชนิด
5. ปริมาณสุทธิของอาหาร
ต้องแสดงปริมาณสุทธิของผลิตภัณฑ์เป็นหน่วยเมตริก เช่น กรัม (g), กิโลกรัม (kg), มิลลิลิตร (ml), หรือลิตร (l) เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบปริมาณและราคาได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่า
6. ข้อมูลวันที่ผลิตและวันหมดอายุ
เป็นข้อมูลที่ขาดไม่ได้เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ต้องแสดงข้อความ “ผลิต” หรือ “MFG” ควบคู่กับวันที่ผลิต และข้อความ “ควรบริโภคก่อน” หรือ “Best Before” หรือ “หมดอายุ” หรือ “EXP” ควบคู่กับวันที่ผลิตภัณฑ์หมดอายุ การแสดงผลต้องชัดเจนและเข้าใจง่าย เพื่อป้องกันการบริโภคสินค้าที่เสื่อมคุณภาพ
| ประเภทข้อมูล | รายละเอียดสำคัญ | สถานะ |
|---|---|---|
| ชื่ออาหาร | ต้องระบุชื่อสามัญหรือชนิดของอาหารกำกับชื่อการค้า | บังคับ |
| เลขสารบบอาหาร (อย.) | เลข 13 หลัก ในกรอบเครื่องหมาย อย. ที่ชัดเจน | บังคับ |
| ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย | ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย/ผู้นำเข้า และประเทศผู้ผลิต (กรณีนำเข้า) | บังคับ |
| ส่วนประกอบ | เรียงลำดับจากปริมาณมากไปน้อย | บังคับ |
| ปริมาณสุทธิ | แสดงในหน่วยเมตริก (กรัม, มิลลิลิตร) | บังคับ |
| วันที่ผลิต/หมดอายุ | แสดงข้อความ “ผลิต” และ “ควรบริโภคก่อน” หรือ “หมดอายุ” อย่างชัดเจน | บังคับ |
| คำเตือน | เช่น ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร หรือข้อความตามที่กฎหมายกำหนด | บังคับ (ตามกรณี) |
| ข้อมูลโภชนาการ | ตารางแสดงข้อมูลพลังงาน, ไขมัน, โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต ฯลฯ | แนะนำ / บังคับบางกรณี |
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย
นอกเหนือจากข้อมูลภาคบังคับแล้ว การแสดงข้อมูลเพิ่มเติมบางประการยังช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคและยกระดับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้นได้
คำแนะนำในการเก็บรักษา การเตรียม และการบริโภค
สำหรับผลิตภัณฑ์บางชนิดที่มีเงื่อนไขการเก็บรักษาเป็นพิเศษ เช่น “ควรเก็บในที่เย็นและแห้ง” หรือ “เมื่อเปิดแล้วควรเก็บในตู้เย็น” การระบุข้อมูลเหล่านี้จะช่วยรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีที่สุดจนถึงวันหมดอายุ นอกจากนี้ หากเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทารกหรือเด็กเล็ก หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีการปรุงก่อนบริโภค ควรมีคำแนะนำในการเตรียมที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย
คำเตือนสำหรับผู้บริโภคกลุ่มเฉพาะ
ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหารเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งตามกฎหมาย โดยต้องระบุส่วนประกอบที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ เช่น ผลิตภัณฑ์จากธัญพืชที่มีกลูเตน, สัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง, ไข่, ปลา, ถั่วลิสง, ถั่วเหลือง, นม เป็นต้น นอกจากนี้ หากผลิตภัณฑ์มีวัตถุกันชื้นบรรจุอยู่ภายใน ต้องมีข้อความเตือน “ห้ามรับประทาน” ด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดไม่ต่ำกว่า 3 มิลลิเมตรบนพื้นขาว
ข้อมูลโภชนาการ
แม้ว่าจะไม่ได้เป็นข้อบังคับสำหรับอาหารทุกประเภท แต่การแสดง “กรอบข้อมูลโภชนาการ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ฉลากจีดีเอ (GDA)” หรือ “ฉลากหวาน มัน เค็ม” ที่ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ จะช่วยให้ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพสามารถคำนวณพลังงานและสารอาหารที่ได้รับในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์
เครื่องหมายการค้าและตราสัญลักษณ์
การใส่โลโก้หรือเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ช่วยสร้างการจดจำและความเชื่อมั่น หากผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองมาตรฐานอื่นๆ เช่น GMP (Good Manufacturing Practice), HACCP, หรือ Halal การแสดงตราสัญลักษณ์เหล่านี้บนฉลากก็จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น
ข้อควรรู้สำหรับ SME ก่อนสั่งพิมพ์ฉลากสินค้า
ก่อนที่ผู้ประกอบการจะตัดสินใจสั่งพิมพ์ฉลากสินค้าจำนวนมาก มีกฎเกณฑ์และข้อควรระวังบางประการที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อป้องกันความเสียหายและปัญหาทางกฎหมายที่อาจตามมา
การยืนยันข้อมูลและเลขสารบบอาหารกับ อย. ให้ถูกต้อง 100% ก่อนการสั่งพิมพ์ คือขั้นตอนการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งเงินและเวลาในการแก้ไขฉลากใหม่ทั้งหมด
- ความคงทนของฉลาก: ฉลากต้องติดอยู่กับภาชนะบรรจุอย่างถาวร ไม่สามารถลอกหรือหลุดออกได้ง่ายตลอดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ การใช้สติ๊กเกอร์ที่ไม่มีคุณภาพและหลุดลอกง่ายอาจถือว่าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
- ตำแหน่งการแสดงผล: ต้องติดฉลากไว้ในตำแหน่งที่ผู้บริโภคสามารถมองเห็นและอ่านข้อมูลทั้งหมดได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องแกะหรือทำลายบรรจุภัณฑ์
- ห้ามแสดงข้อมูลเท็จหรือหลอกลวง: ห้ามใช้ข้อความ รูปภาพ หรือการออกแบบใดๆ ที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญของผลิตภัณฑ์ เช่น การอวดอ้างสรรพคุณในการรักษาโรค หรือการใช้ภาพส่วนประกอบที่ไม่มีอยู่จริงในผลิตภัณฑ์
- ข้อกำหนดสำหรับสินค้าส่งออก: สำหรับอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออก อย่างน้อยที่สุดต้องมีการแสดงชื่อประเทศผู้ผลิตและเลขสารบบอาหาร (ถ้ามี) เป็นภาษาไทยบนฉลาก อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาข้อกำหนดของประเทศปลายทางควบคู่ไปด้วย
- ตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์: ผลิตภัณฑ์อาหารบางประเภท เช่น เครื่องปรุงรส หรือน้ำพริกสำเร็จรูป จัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องมีการขออนุญาตสถานที่ผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP และต้องมีเครื่องหมาย อย. กำกับเสมอ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของตนจัดอยู่ในกลุ่มใดเพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง
บทสรุป: การเตรียมความพร้อมเพื่อฉลากสินค้าที่ถูกต้องและเป็นมืออาชีพ
การทำความเข้าใจว่า ฉลาก อย. ต้องมีอะไรบ้าง และการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนสั่งพิมพ์ เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องสำอางสำหรับผู้ประกอบการ SME ทุกราย การปฏิบัติตามข้อกำหนดไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่นและถูกกฎหมาย แต่ยังเป็นการสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงและเป็นเครื่องมือสร้างความไว้วางใจที่สำคัญที่สุดจากผู้บริโภค การลงทุนเวลาในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทุกตัวอักษรบนฉลาก คือการลงทุนเพื่อความยั่งยืนและความสำเร็จของแบรนด์ในระยะยาว
เมื่อการออกแบบและข้อมูลบนฉลากพร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกโรงพิมพ์ที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ เพื่อให้ได้ฉลากสินค้าที่สวยงาม คมชัด และทนทาน GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการออกแบบและผลิตฉลากสินค้าและสติ๊กเกอร์ทุกรูปแบบ ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานระดับสากลและวัสดุคุณภาพสูงจากต่างประเทศ พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษา เพื่อให้ฉลากสินค้าของคุณโดดเด่นและเป็นไปตามข้อกำหนด
นอกจากการพิมพ์ฉลากสินค้าแล้ว เรายังมีบริการอื่นๆ อีกมากมายเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการ SME ไม่ว่าจะเป็น สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์, การ์ดแต่งงาน และสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
Email: [email protected]
ติดตามผลงานและโปรโมชั่นได้ที่:
FACEBOOK PAGE | LINE | TIKTOK
