5 ไอเดียอัพเกรด ‘แพ็คเกจจิ้ง’ SME ให้ดูพรีเมียม ทันที
- ความสำคัญของบรรจุภัณฑ์ในการสร้างแบรนด์ SME
-
เจาะลึก 5 ไอเดียอัพเกรดแพ็คเกจจิ้ง SME สู่ระดับพรีเมียม
- 1. ออกแบบมินิมอลแต่โดดเด่น (Minimalist but Striking Design)
- 2. ใช้สีสันและไล่โทนสีอย่างมีศิลปะ (Vibrant Gradients and Colors)
- 3. ผสานเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่า (Smart Packaging Technology)
- 4. เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly Materials)
- 5. เน้นตัวอักษรและข้อความที่ทรงพลัง (Big Text & Bold Copies)
- เปรียบเทียบ 5 แนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการตัดสินใจ
- กลยุทธ์การเลือกเทรนด์ออกแบบแพ็คเกจจิ้งให้เหมาะกับธุรกิจ
- บทสรุป และก้าวต่อไปของการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่น่าจดจำ
ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง บรรจุภัณฑ์หรือแพ็คเกจจิ้งได้กลายเป็นมากกว่าเพียงสิ่งห่อหุ้มสินค้า แต่เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลัง ทำหน้าที่เป็น ‘พนักงานขายเงียบ’ ที่สร้างความประทับใจแรกและสื่อสารตัวตนของแบรนด์ไปยังผู้บริโภคโดยตรง การลงทุนในการออกแบบแพ็คเกจจิ้งจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ต้องการสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- การออกแบบมินิมอลช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่หรูหรา ทันสมัย และน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้บริโภคจดจ่อกับแก่นของผลิตภัณฑ์ได้ดีขึ้น
- การใช้สีสันที่สดใสและการไล่โทนสีอย่างมีกลยุทธ์ สามารถดึงดูดสายตาและทำให้สินค้าโดดเด่นบนชั้นวาง ท่ามกลางคู่แข่งจำนวนมาก
- เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ เช่น QR Code และ NFC เป็นเครื่องมือสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและเพิ่มมูลค่าเชิงข้อมูลให้กับผลิตภัณฑ์
- การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่เพียงตอบสนองต่อกระแสความยั่งยืน แต่ยังสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกและความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่แบรนด์
- การออกแบบโดยเน้นตัวอักษรขนาดใหญ่และข้อความที่ชัดเจน สามารถสื่อสารข้อความหลักของแบรนด์ได้อย่างรวดเร็วและทรงพลัง สร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
บทความนี้จะนำเสนอ 5 ไอเดียอัพเกรด ‘แพ็คเกจจิ้ง’ SME ให้ดูพรีเมียม ทันที ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ของตนเองให้โดดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูง บรรจุภัณฑ์ไม่ได้เป็นเพียงภาชนะสำหรับปกป้องสินค้าอีกต่อไป แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างแบรนด์ (Branding) ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราว สร้างการรับรู้ และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้ตั้งแต่แรกเห็น การทำความเข้าใจในแนวทางการออกแบบที่ทันสมัยและสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคจึงเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ
ความสำคัญของบรรจุภัณฑ์ในการสร้างแบรนด์ SME
สำหรับธุรกิจ SME ที่อาจมีงบประมาณทางการตลาดจำกัด การออกแบบแพ็คเกจจิ้งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เนื่องจากบรรจุภัณฑ์เป็นสื่อที่เข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง ณ จุดขาย และยังคงอยู่กับลูกค้าไปจนถึงการใช้งานครั้งสุดท้าย บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและใช้งานได้ดีสามารถสร้างความประทับใจที่แตกต่างจากคู่แข่ง เพิ่มมูลค่าการรับรู้ (Perceived Value) ของสินค้า และส่งเสริมให้เกิดการซื้อซ้ำและการบอกต่อ
ในยุคดิจิทัล บรรจุภัณฑ์ยังมีบทบาทสำคัญในโลกออนไลน์อีกด้วย ภาพถ่ายสินค้าที่มีแพ็คเกจจิ้งสวยงามมักจะถูกแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดียได้ง่ายกว่า สร้างการตลาดแบบปากต่อปาก (Word-of-Mouth Marketing) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ผู้ประกอบการ SME ทุกรายที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนากล่องสินค้าและฉลากติดกล่องให้มีคุณภาพและสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เจาะลึก 5 ไอเดียอัพเกรดแพ็คเกจจิ้ง SME สู่ระดับพรีเมียม
การเลือกแนวทางการออกแบบที่เหมาะสมจะช่วยให้บรรจุภัณฑ์ทำหน้าที่ส่งเสริมการขายได้อย่างเต็มศักยภาพ ต่อไปนี้คือ 5 แนวคิดที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้เพื่อยกระดับแบรนด์ SME ได้ทันที
1. ออกแบบมินิมอลแต่โดดเด่น (Minimalist but Striking Design)
คำจำกัดความ: การออกแบบมินิมอลคือปรัชญา “น้อยแต่มาก” (Less is More) โดยเน้นการตัดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นออกไปให้เหลือเพียงแก่นแท้ที่สำคัญ เช่น การใช้พื้นที่ว่าง (Negative Space) อย่างชาญฉลาด, การเลือกใช้ตัวอักษร (Typography) ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง, และการจำกัดจำนวนสีที่ใช้ ผลลัพธ์ที่ได้คือความสะอาดตา สบายใจ และสื่อสารข้อความหลักได้อย่างชัดเจน การออกแบบในลักษณะนี้มักใช้กราฟิกแบบสองมิติ (2D) ที่ลดทอนแสงเงา เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถโฟกัสที่ข้อมูลสำคัญได้โดยตรง
การประยุกต์ใช้และตัวอย่าง: แนวทางนี้เหมาะอย่างยิ่งกับสินค้าในกลุ่มสุขภาพ ความงาม เครื่องสำอาง สินค้าเทคโนโลยี หรือผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ที่ต้องการสื่อถึงความบริสุทธิ์ คุณภาพ และความน่าเชื่อถือ ตัวอย่างเช่น กล่องครีมบำรุงผิวสีขาวสะอาดที่มีเพียงโลโก้แบรนด์ขนาดเล็กและชื่อผลิตภัณฑ์ที่พิมพ์ด้วยฟอนต์ Sans-serif ที่สง่างาม หรือถุงกาแฟชนิดพิเศษที่ใช้เพียงสีดำและสีขาว พร้อมข้อความอธิบายแหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟอย่างกระชับ
ความเรียบง่ายของการออกแบบมินิมอลช่วยสร้างความรู้สึกหรูหรา ทันสมัย และเป็นมืออาชีพ ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูมีมูลค่าสูงขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการพิมพ์ที่ซับซ้อน
2. ใช้สีสันและไล่โทนสีอย่างมีศิลปะ (Vibrant Gradients and Colors)
คำจำกัดความ: ตรงกันข้ามกับแนวทางมินิมอล การใช้สีสันที่ฉูดฉาด (Vibrant Colors) และการไล่ระดับสี (Gradients) อย่างมีชั้นเชิง เป็นเทคนิคที่มุ่งดึงดูดสายตาและสร้างพลังงานให้กับผลิตภัณฑ์ การเลือกใช้คู่สีที่น่าสนใจและการเปลี่ยนผ่านของสีที่นุ่มนวลสามารถสร้างมิติและความลึกให้กับบรรจุภัณฑ์ ทำให้ดูมีชีวิตชีวาและน่าตื่นเต้น เทคนิคนี้ต้องอาศัยความเข้าใจในทฤษฎีสีเพื่อสื่อสารอารมณ์และบุคลิกของแบรนด์ให้ตรงเป้าหมาย
การประยุกต์ใช้และตัวอย่าง: กลยุทธ์นี้มีประสิทธิภาพสูงสำหรับสินค้าที่ต้องการสร้างความโดดเด่นบนชั้นวางที่มีการแข่งขันสูง เช่น เครื่องดื่ม, ขนม, ของเล่น หรือผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มวัยรุ่น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กระป๋องน้ำอัดลมที่ใช้การไล่โทนสีจากสีเหลืองสดไปยังสีส้มเพื่อสื่อถึงรสชาติผลไม้เมืองร้อน หรือกล่องขนมขบเคี้ยวที่ใช้สีนีออนสะดุดตาเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็กและวัยรุ่น การพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ในลักษณะนี้สามารถสร้างการจดจำแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว
3. ผสานเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่า (Smart Packaging Technology)
คำจำกัดความ: บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart Packaging) คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจจิ้งเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์และมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับผู้บริโภค เทคโนโลยีที่นิยมใช้คือ QR Code (Quick Response Code) และ NFC (Near Field Communication) ซึ่งช่วยเชื่อมต่อโลกออฟไลน์ของผลิตภัณฑ์เข้ากับโลกออนไลน์ของแบรนด์ได้อย่างไร้รอยต่อ
การประยุกต์ใช้และตัวอย่าง: เทคโนโลยีนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับสินค้าหลากหลายประเภท
- QR Code: สามารถพิมพ์ลงบนฉลากติดกล่องหรือตัวบรรจุภัณฑ์โดยตรง เมื่อลูกค้าสแกน จะสามารถนำทางไปยังหน้าเว็บไซต์, วิดีโอสาธิตวิธีการใช้งาน, สูตรอาหาร, หน้าสำหรับลงทะเบียนรับประกัน, หรือแม้กระทั่งหน้า Landing Page สำหรับรับส่วนลดพิเศษในการซื้อครั้งถัดไป
- NFC: เป็นเทคโนโลยีการแตะเพื่อเชื่อมต่อ มักใช้กับสินค้าที่มีราคาสูง เช่น สุรา, เครื่องสำอางแบรนด์เนม หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ยืนยันว่าเป็นของแท้ หรือให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถเปลี่ยนสีเพื่อบ่งบอกอุณหภูมิที่เหมาะสมในการบริโภค หรือบอกความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
4. เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly Materials)
คำจำกัดความ: บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก คือการเลือกใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Biodegradable), นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Recyclable), หรือทำจากวัสดุรีไซเคิล (Recycled Materials) เช่น กระดาษคราฟท์, กระดาษที่ไม่ผ่านการฟอกสี, พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) ที่ผลิตจากพืช, หรือแม้กระทั่งวัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างบรรจุภัณฑ์จาก菌사 (Mycelium) หรือสาหร่าย
การประยุกต์ใช้และตัวอย่าง: ปัจจุบัน ผู้บริโภคจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและเลือกสนับสนุนแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม การใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกจึงไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่เป็นมาตรฐานใหม่ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารที่ใช้กล่องอาหารที่ทำจากชานอ้อย, แบรนด์เสื้อผ้าที่ใช้ถุงส่งของที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล, หรือสบู่แฮนด์เมดที่ห่อด้วยกระดาษที่มีเมล็ดพันธุ์ฝังอยู่ สามารถนำไปปลูกต่อได้ แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังเป็นการสร้างแบรนด์ SME ที่ยั่งยืนและเป็นที่รักของลูกค้า
5. เน้นตัวอักษรและข้อความที่ทรงพลัง (Big Text & Bold Copies)
คำจำกัดความ: แนวทางการออกแบบที่เน้นการใช้ตัวอักษร (Typography-led Design) เป็นพระเอก โดยใช้ฟอนต์ขนาดใหญ่, ตัวหนา, หรือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อสื่อสารข้อความหลักของแบรนด์อย่างตรงไปตรงมาและน่าจดจำ การออกแบบลักษณะนี้มักจะลดทอนการใช้รูปภาพหรือกราฟิกที่ซับซ้อนลง และให้ความสำคัญกับคำพูด (Copywriting) ที่สั้น กระชับ และทรงพลัง
การประยุกต์ใช้และตัวอย่าง: วิธีนี้ได้ผลดีกับแบรนด์ที่ต้องการสื่อสารคุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน หรือมีชื่อแบรนด์ที่น่าสนใจและต้องการสร้างการจดจำอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น กล่องซีเรียลที่ใช้คำว่า “ENERGY” พิมพ์ขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ด้านหน้า หรือขวดน้ำผลไม้ที่ใช้ฟอนต์แบบเขียนด้วยมือขนาดใหญ่ระบุชื่อรสชาติว่า “FRESH” เพื่อสื่อถึงความสดใหม่ การออกแบบเช่นนี้สร้างความแตกต่างจากบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่ในตลาดที่มักเน้นภาพถ่ายสินค้า ทำให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นและเป็นที่จดจำได้ง่าย
เปรียบเทียบ 5 แนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการตัดสินใจ
เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับแบรนด์ SME ของท่านมากที่สุด ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปจุดเด่นและภาพลักษณ์ของแต่ละแนวทางไว้
| แนวทางการออกแบบ | จุดเด่น | เหมาะกับสินค้าประเภท | ภาพลักษณ์ที่สร้าง |
|---|---|---|---|
| มินิมอลแต่โดดเด่น | เรียบง่าย สะอาดตา สื่อสารชัดเจน | เครื่องสำอาง, สุขภาพ, เทคโนโลยี, อาหารพรีเมียม | หรูหรา, ทันสมัย, น่าเชื่อถือ, มีคุณภาพ |
| สีสันและไล่โทนสี | ดึงดูดสายตา โดดเด่น มีพลัง | เครื่องดื่ม, ขนม, ของเล่น, สินค้าแฟชั่น | สดใส, สนุกสนาน, สร้างสรรค์, มีชีวิตชีวา |
| ผสานเทคโนโลยี | สร้างปฏิสัมพันธ์ เพิ่มมูลค่าข้อมูล | สินค้ามูลค่าสูง, อิเล็กทรอนิกส์, อาหารและยา | นวัตกรรม, ล้ำสมัย, ปลอดภัย, น่าไว้วางใจ |
| วัสดุรักษ์โลก | เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างภาพลักษณ์ดี | สินค้าออร์แกนิก, แฮนด์เมด, ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ | รับผิดชอบต่อสังคม, ใส่ใจ, ยั่งยืน, จริงใจ |
| เน้นตัวอักษร | สื่อสารตรงไปตรงมา น่าจดจำ | อาหาร, สินค้าไลฟ์สไตล์, แบรนด์ที่มีชื่อเฉพาะตัว | มั่นใจ, ชัดเจน, กล้าแสดงออก, มีเอกลักษณ์ |
กลยุทธ์การเลือกเทรนด์ออกแบบแพ็คเกจจิ้งให้เหมาะกับธุรกิจ
การเลือกใช้เทรนด์ใดเทรนด์หนึ่งไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับ “ตัวตนของแบรนด์” (Brand Identity) และ “กลุ่มเป้าหมาย” (Target Audience) มากที่สุด ผู้ประกอบการควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้:
- เอกลักษณ์ของแบรนด์: แบรนด์ของคุณมีบุคลิกแบบไหน? เป็นทางการ, สนุกสนาน, หรูหรา, หรือเป็นกันเอง? การออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้องสะท้อนบุคลิกนั้นออกมา
- กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย: ลูกค้าของคุณคือใคร? พวกเขาให้ความสำคัญกับอะไร? ความสวยงาม, ความยั่งยืน, หรือนวัตกรรม? การออกแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าจะสร้างความเชื่อมโยงได้ดีกว่า
- ประเภทของผลิตภัณฑ์: สินค้าของคุณคืออะไร? บรรจุภัณฑ์ต้องสามารถปกป้องสินค้าได้ดีและเหมาะสมกับการใช้งานจริง เช่น สินค้าที่เป็นของเหลวต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ป้องกันการรั่วซึมได้ดี
- จุดยืนในตลาด: ต้องการให้แบรนด์ของคุณแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร? การศึกษาบรรจุภัณฑ์ของคู่แข่งจะช่วยให้เห็นช่องว่างและโอกาสในการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์สวยๆ ที่ไม่เหมือนใคร
การผสมผสานเทรนด์ต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เช่น การออกแบบมินิมอลบนวัสดุรักษ์โลก หรือการใช้สีสันสดใสร่วมกับการพิมพ์ QR Code เพื่อเพิ่มลูกเล่น การเลือกเทรนด์ที่เหมาะสมจะทำให้แพ็คเกจจิ้งไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
บทสรุป และก้าวต่อไปของการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่น่าจดจำ
การอัพเกรดแพ็คเกจจิ้งให้ดูพรีเมียมเป็นหนึ่งในการลงทุนที่สำคัญและให้ผลตอบแทนสูงสำหรับธุรกิจ SME ทั้ง 5 ไอเดียที่นำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบมินิมอล, การใช้สีสันดึงดูดใจ, การผสานเทคโนโลยี, การเลือกใช้วัสดุรักษ์โลก, หรือการเน้นตัวอักษรที่ทรงพลัง ล้วนเป็นแนวทางที่สามารถสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ หัวใจสำคัญคือการเลือกกลยุทธ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างลงตัว
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นบรรจุภัณฑ์ที่จับต้องได้จริงและมีคุณภาพนั้น ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการออกแบบและการผลิต การมีที่ปรึกษาและโรงพิมพ์มืออาชีพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัสดุไปจนถึงเทคนิคการพิมพ์ เป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่กำลังมองหาโซลูชันด้านการพิมพ์ที่ครบวงจร GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่พร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพ ด้วยบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์, การ์ดแต่งงาน, และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัยและวัสดุชั้นนำจากต่างประเทศ พร้อมทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานที่ตอบโจทย์และช่วยยกระดับแบรนด์ของคุณ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
ที่อยู่: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไจแอนท์ ปริ้น 44 หมู่ 14 ถนน ศรีจันทร์ ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
Email: [email protected]
ติดตามผลงานและโปรโมชั่นได้ทาง: FACEBOOK PAGE, LINE, และ TIKTOK
