เปิดกล่องปุ๊บรักปั๊บ! 5 ไอเดีย Unboxing Experience สำหรับ SME
- สรุปประเด็นสำคัญของการสร้าง Unboxing Experience
- Unboxing Experience คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญต่อธุรกิจ SME
- เปิดกล่องปุ๊บรักปั๊บ! 5 ไอเดีย Unboxing Experience สำหรับ SME ที่ทำได้จริง
- เปรียบเทียบไอเดีย Unboxing Experience สำหรับ SME
- บทสรุป: เปลี่ยนทุกการจัดส่งให้เป็นโอกาสทางการตลาด
- สร้างสรรค์ประสบการณ์สุดประทับใจด้วยสื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพ
สรุปประเด็นสำคัญของการสร้าง Unboxing Experience

- Unboxing Experience คือกลยุทธ์การตลาดที่สำคัญสำหรับธุรกิจ SME ในยุคอีคอมเมิร์ซ เพื่อสร้างความประทับใจแรกและเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้เป็นลูกค้าประจำ
- การออกแบบบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มีหน้าที่แค่ป้องกันสินค้า แต่ยังเป็นเครื่องมือสร้างแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นจุดสัมผัสแรกที่ลูกค้าจะได้สัมผัสกับแบรนด์โดยตรง
- องค์ประกอบเล็กๆ ที่มีต้นทุนไม่สูง เช่น การ์ดขอบคุณ สติ๊กเกอร์ หรือวัสดุตกแต่งภายใน สามารถสร้างความแตกต่างและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างมหาศาล
- ประสบการณ์แกะกล่องที่ดีเยี่ยมมักกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอนเทนต์โดยผู้ใช้ (User-Generated Content) บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการตลาดแบบปากต่อปากที่ทรงพลังและน่าเชื่อถือ
- การลงทุนใน Unboxing Experience คือการลงทุนในความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์และกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ
กลยุทธ์ เปิดกล่องปุ๊บรักปั๊บ! 5 ไอเดีย Unboxing Experience สำหรับ SME คือแนวทางการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าตั้งแต่แรกเห็นกล่องพัสดุ ซึ่งเป็นมากกว่าแค่การส่งมอบสินค้า แต่คือการสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์ที่น่าจดจำ ในโลกของการแข่งขันอีคอมเมิร์ซที่รุนแรง การสร้างความแตกต่างผ่านประสบการณ์แกะกล่อง (Unboxing Experience) ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) สามารถสร้างความผูกพันกับลูกค้า เพิ่มการจดจำแบรนด์ และกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสบการณ์นี้ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ภายนอกไปจนถึงการจัดวางสินค้าและองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ภายในกล่อง
Unboxing Experience คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญต่อธุรกิจ SME
Unboxing Experience หรือ “ประสบการณ์การแกะกล่อง” คือกระบวนการที่แบรนด์ออกแบบขึ้นอย่างตั้งใจ เพื่อเปลี่ยนช่วงเวลาที่ลูกค้าเปิดพัสดุให้กลายเป็นเหตุการณ์พิเศษที่น่าตื่นเต้นและน่าจดจำ มันคือการเปลี่ยนธุรกรรมธรรมดาให้กลายเป็นการสร้างความสัมพันธ์ โดยอาศัยหลักจิตวิทยาเรื่องความคาดหวัง ความประหลาดใจ และความพึงพอใจ เพื่อสร้างความรู้สึกเชิงบวกที่เชื่อมโยงกับตัวสินค้าและแบรนด์โดยตรง
นิยามของประสบการณ์แกะกล่องที่มากกว่าการเปิดพัสดุ
หัวใจของ Unboxing Experience ไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมทุกองค์ประกอบที่ลูกค้าสัมผัสได้ ตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกของกล่องพัสดุ วัสดุที่ใช้ ไปจนถึงการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ภายใน ไม่ว่าจะเป็นกระดาษห่อที่มีลวดลายสวยงาม การ์ดข้อความที่เขียนด้วยความใส่ใจ หรือของแถมเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่คาดคิด ทุกรายละเอียดถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความรู้สึกเหมือนกำลังเปิดของขวัญชิ้นพิเศษ ไม่ใช่แค่การเปิดกล่องพัสดุที่สั่งซื้อทางออนไลน์ทั่วไป กระบวนการนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าทางอารมณ์ให้กับสินค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการตัดสินใจซื้อนั้นคุ้มค่าและได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ความสำคัญในยุค E-commerce ที่กล่องพัสดุคือหน้าร้านแรก
สำหรับธุรกิจที่ดำเนินงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์และไม่มีหน้าร้านจริง กล่องพัสดุคือ “หน้าร้าน” ด่านแรกและเป็นจุดสัมผัสทางกายภาพเพียงไม่กี่อย่างที่ลูกค้ามีกับแบรนด์ มันคือโอกาสสำคัญในการสร้างความประทับใจแรกที่จับต้องได้และแตกต่างจากคู่แข่ง บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาอย่างดีไม่เพียงแต่ปกป้องสินค้าจากการเสียหายระหว่างการขนส่ง แต่ยังทำหน้าที่เป็นสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ที่สร้างการรับรู้แบรนด์ไปในตัว
ในตลาดอีคอมเมิร์ซที่แออัด ประสบการณ์แกะกล่องที่น่าจดจำคือสิ่งที่เปลี่ยนลูกค้าที่ซื้อครั้งเดียวให้กลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน
ยิ่งไปกว่านั้น ประสบการณ์แกะกล่องที่น่าประทับใจยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการตลาดแบบปากต่อปาก (Word-of-Mouth) ที่ทรงพลังที่สุดในยุคดิจิทัล นั่นคือการที่ลูกค้าถ่ายรูปหรือวิดีโอการแกะกล่องแล้วนำไปแบ่งปันบนโซเชียลมีเดีย เช่น Instagram, Facebook หรือ TikTok ซึ่งคอนเทนต์เหล่านี้ (User-Generated Content) มีความน่าเชื่อถือสูงและสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้อย่างกว้างขวางโดยที่แบรนด์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเพิ่มเติม
เปิดกล่องปุ๊บรักปั๊บ! 5 ไอเดีย Unboxing Experience สำหรับ SME ที่ทำได้จริง
การสร้าง Unboxing Experience ที่น่าประทับใจไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาลเสมอไป ผู้ประกอบการ SME สามารถเริ่มต้นได้จากองค์ประกอบเล็กๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจและสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ต่อไปนี้คือ 5 ไอเดียที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที
1. การ์ดขอบคุณที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์
การ์ดขอบคุณเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายและทรงพลังที่สุดในการสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับลูกค้า แทนที่จะใช้การ์ดสำเร็จรูป ควรลงทุนออกแบบการ์ดที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สี ฟอนต์ หรือโลโก้ของแบรนด์ก็ตาม
คำจำกัดความ: การ์ดขอบคุณ (Thank You Card) คือสื่อสิ่งพิมพ์ขนาดเล็กที่แนบไปกับสินค้า เพื่อแสดงความขอบคุณต่อลูกค้าที่เลือกซื้อสินค้าและบริการ แต่ในบริบทของ Unboxing Experience มันคือเครื่องมือสื่อสารที่สร้างความรู้สึกพิเศษและเป็นส่วนตัว
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้:
- ข้อความที่ปรับให้เป็นส่วนตัว: หากเป็นไปได้ การเขียนชื่อลูกค้าด้วยลายมือหรือการเพิ่มข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยมือจะสร้างความประทับใจได้มากกว่าข้อความที่พิมพ์สำเร็จ
- บอกเล่าเรื่องราว: ใช้พื้นที่บนการ์ดเพื่อเล่าเรื่องราวสั้นๆ เกี่ยวกับแบรนด์ ที่มาของสินค้า หรือภารกิจของธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์มากขึ้น
- มอบส่วนลดพิเศษ: เพิ่มโค้ดส่วนลดสำหรับการซื้อครั้งถัดไป เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำและสร้างความภักดีต่อแบรนด์
- คำแนะนำการใช้งาน: สำหรับสินค้าบางประเภท สามารถออกแบบการ์ดให้เป็นคู่มือการดูแลรักษาหรือเคล็ดลับการใช้งานอย่างสร้างสรรค์
การ์ดขอบคุณที่ออกแบบมาอย่างดีจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับพวกเขาเป็นรายบุคคล ไม่ใช่เพียงแค่หนึ่งในคำสั่งซื้อจำนวนมาก
2. สติ๊กเกอร์ปิดกล่องและตกแต่ง: ลงทุนน้อย แต่สร้างการจดจำสูง
สติ๊กเกอร์เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ใช้งบประมาณน้อยแต่สร้างผลกระทบได้สูง สามารถเปลี่ยนกล่องพัสดุสีน้ำตาลธรรมดาให้กลายเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีแบรนด์โดดเด่นขึ้นมาทันที
คำจำกัดความ: สติ๊กเกอร์แบรนด์ (Branded Sticker) คือสติ๊กเกอร์ที่พิมพ์โลโก้ สโลแกน หรือลวดลายกราฟิกที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ใช้สำหรับปิดกล่องพัสดุแทนเทปใสธรรมดา หรือใช้ตกแต่งภายในกล่อง เช่น ปิดทับกระดาษห่อ
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้:
- สติ๊กเกอร์ปิดผนึก: ออกแบบสติ๊กเกอร์วงกลมหรือสี่เหลี่ยมที่มีโลโก้แบรนด์อย่างชัดเจนเพื่อใช้ปิดฝากล่อง เป็นสิ่งแรกที่ลูกค้าจะเห็นและสร้างการจดจำได้ทันที
- สติ๊กเกอร์ข้อความสนุกๆ: พิมพ์สติ๊กเกอร์ที่มีข้อความสั้นๆ ที่น่าสนใจ เช่น “ของข้างในจะทำให้คุณยิ้ม” หรือ “เปิดเลย! รอไม่ไหวแล้ว” เพื่อสร้างความตื่นเต้น
- สติ๊กเกอร์สำหรับตกแต่ง: สามารถพิมพ์สติ๊กเกอร์ลวดลายต่างๆ ที่สอดคล้องกับธีมของแบรนด์ให้ลูกค้าใช้ตกแต่งสมุดหรือแล็ปท็อปได้ ซึ่งเป็นการช่วยโปรโมตแบรนด์ไปในตัว
การพิมพ์สติ๊กเกอร์มีต้นทุนต่อชิ้นที่ต่ำมากเมื่อสั่งผลิตในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้เป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่าสำหรับ SME ทุกขนาด
3. วัสดุห่อหุ้มและจัดวางภายในที่เหนือความคาดหมาย
ประสบการณ์ที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้นเมื่อลูกค้าเปิดฝากล่องออกมา การจัดวางสินค้าและวัสดุที่ใช้ห่อหุ้มภายในจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
คำจำกัดความ: วัสดุห่อหุ้มภายใน (Inner Wrapping Materials) คือองค์ประกอบที่ใช้ในการปกป้องและตกแต่งสินค้าภายในกล่อง เช่น กระดาษห่อ กระดาษฝอย หรือริบบิ้น ซึ่งมีบทบาทในการสร้างสุนทรียภาพและความรู้สึกพรีเมียม
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้:
- กระดาษห่อพิมพ์ลาย: แทนที่จะใช้กระดาษไขธรรมดา ลองลงทุนกับกระดาษห่อที่พิมพ์โลโก้หรือลวดลายของแบรนด์เพื่อสร้างความต่อเนื่องของประสบการณ์
- กระดาษฝอยสีสัน: เลือกใช้กระดาษฝอยกันกระแทกในสีที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อเพิ่มความสวยงามและทำให้สินค้าดูโดดเด่นขึ้น
- ริบบิ้นหรือเชือกป่าน: การผูกริบบิ้นหรือเชือกป่านรอบตัวสินค้าช่วยเพิ่มความรู้สึกเหมือนได้รับของขวัญและแสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียด
- การจัดวางอย่างเป็นระเบียบ: จัดวางสินค้าและองค์ประกอบต่างๆ อย่างเป็นระเบียบและสวยงาม ไม่ใช่แค่ใส่ทุกอย่างรวมกันในกล่อง การจัดวางที่ดีจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้ามีคุณค่า
การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะยกระดับประสบการณ์ทั้งหมด และแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของแบรนด์
4. ของแถมเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างรอยยิ้ม (The Unexpected Freebie)
การได้รับของที่ไม่คาดคิดเป็นสิ่งที่สร้างความสุขและความประหลาดใจได้เสมอ การมอบของแถมเล็กๆ น้อยๆ เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการสร้างความรู้สึกเชิงบวกและทำให้ลูกค้ารู้สึกขอบคุณ
คำจำกัดความ: ของแถม (Freebie) คือของขวัญชิ้นเล็กๆ ที่แบรนด์มอบให้ลูกค้าเพิ่มเติมจากสินค้าที่สั่งซื้อ โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เพื่อสร้างความประหลาดใจและความประทับใจ
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้:
- สินค้าขนาดทดลอง: หากแบรนด์มีสินค้าหลายชนิด การมอบสินค้าขนาดทดลอง (Sample Size) เป็นวิธีที่ดีในการแนะนำสินค้าอื่นและอาจนำไปสู่การซื้อในอนาคต
- ของที่ระลึกของแบรนด์: ของชิ้นเล็กๆ ที่มีโลโก้แบรนด์ เช่น พวงกุญแจ, ที่คั่นหนังสือ, หรือแม้แต่ขนมเล็กๆ น้อยๆ ที่มีบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์
- ของที่เกี่ยวข้องกับสินค้า: เช่น หากขายกาแฟ อาจแถมช้อนตวงขนาดเล็ก หากขายเครื่องเขียน อาจแถมคลิปหนีบกระดาษลายน่ารัก
สิ่งสำคัญคือของแถมต้องสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์และมีประโยชน์หรือสร้างความสุขให้กับลูกค้าได้จริง แม้จะเป็นของชิ้นเล็กๆ แต่ก็สามารถสร้างความแตกต่างทางความรู้สึกได้อย่างมาก
5. บรรจุภัณฑ์ที่เล่าเรื่อง (Storytelling Through Packaging)
สำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างความผูกพันในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อเล่าเรื่องราวของแบรนด์เป็นกลยุทธ์ขั้นสูงที่ทรงพลัง
คำจำกัดความ: บรรจุภัณฑ์เล่าเรื่อง (Storytelling Packaging) คือการออกแบบกล่องหรือองค์ประกอบของบรรจุภัณฑ์ให้สื่อสารเรื่องราว ภารกิจ หรือคุณค่าหลักของแบรนด์ ทำให้บรรจุภัณฑ์เป็นมากกว่าแค่ที่ใส่สินค้า
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้:
- พิมพ์เรื่องราวบนกล่อง: ใช้พื้นที่ด้านในฝากล่องเพื่อพิมพ์ข้อความสั้นๆ เกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการสร้างแบรนด์หรือที่มาของผลิตภัณฑ์
- การออกแบบที่สะท้อนคุณค่า: แบรนด์ที่เน้นความยั่งยืนอาจเลือกใช้กล่องที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล 100% พร้อมพิมพ์ข้อความเชิญชวนให้ลูกค้านำกล่องกลับมาใช้ใหม่
- บรรจุภัณฑ์แบบมีปฏิสัมพันธ์: ออกแบบกล่องให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ เช่น กล่องสำหรับแบรนด์ของเล่นเด็กที่สามารถตัดประกอบเป็นของเล่นชิ้นใหม่ได้ หรือกล่องสำหรับแบรนด์ต้นไม้ที่สามารถใช้เป็นกระถางเพาะชำได้
วิธีนี้อาจมีต้นทุนสูงกว่าวิธีอื่น แต่ผลตอบแทนในแง่ของความภักดีต่อแบรนด์และการสร้างชุมชนของลูกค้าที่มีคุณค่าร่วมกันนั้นประเมินค่าไม่ได้
เปรียบเทียบไอเดีย Unboxing Experience สำหรับ SME
เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกไอเดียที่เหมาะสมกับธุรกิจ ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปการเปรียบเทียบในด้านต่างๆ ของแต่ละไอเดีย
| ไอเดีย (Idea) | ต้นทุนโดยประมาณ | ระดับความยากในการทำ | ประโยชน์หลัก |
|---|---|---|---|
| 1. การ์ดขอบคุณ | ต่ำ | ง่าย | สร้างความรู้สึกส่วนตัวและความสัมพันธ์ที่ดี |
| 2. สติ๊กเกอร์แบรนด์ | ต่ำมาก | ง่าย | เพิ่มการจดจำแบรนด์ได้ทันทีและคุ้มค่า |
| 3. วัสดุห่อหุ้มภายใน | ต่ำ-ปานกลาง | ง่าย-ปานกลาง | ยกระดับความรู้สึกพรีเมียมและใส่ใจในรายละเอียด |
| 4. ของแถม | ต่ำ-ปานกลาง | ง่าย | สร้างความประหลาดใจเชิงบวกและส่งเสริมการขาย |
| 5. บรรจุภัณฑ์เล่าเรื่อง | ปานกลาง-สูง | ปานกลาง | สร้างความผูกพันทางอารมณ์และสร้างความภักดีระยะยาว |
บทสรุป: เปลี่ยนทุกการจัดส่งให้เป็นโอกาสทางการตลาด
สรุปได้ว่า Unboxing Experience ไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่คือการลงทุนที่สำคัญอย่างยิ่งต่อกลยุทธ์การตลาดและการสร้างแบรนด์สำหรับธุรกิจ SME ในยุคดิจิทัล การสร้างความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ลูกค้าได้รับสินค้า สามารถเปลี่ยนการซื้อขายธรรมดาให้เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ผ่านการ์ดขอบคุณ สติ๊กเกอร์ การเลือกใช้วัสดุห่อหุ้ม ของแถมที่ไม่คาดคิด หรือแม้กระทั่งการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อเล่าเรื่องราว ล้วนเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งและทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำในใจของลูกค้า
สำหรับผู้ประกอบการ SME การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือใช้ต้นทุนสูงเสมอไป การเลือกใช้ไอเดียที่เหมาะสมกับงบประมาณและเอกลักษณ์ของแบรนด์เพียงหนึ่งหรือสองอย่าง ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้แล้ว ท้ายที่สุดแล้ว ทุกกล่องพัสดุที่ส่งออกไปคือโอกาสในการสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง คือโอกาสในการสร้างรอยยิ้ม และคือโอกาสในการเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำที่ภักดีต่อแบรนด์ตลอดไป
สร้างสรรค์ประสบการณ์สุดประทับใจด้วยสื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพ
หากต้องการเริ่มต้นสร้าง Unboxing Experience ที่น่าจดจำ การเลือกใช้สื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพคือหัวใจสำคัญ ที่ GIANT PRINT เราคือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแบรนด์ของคุณให้โดดเด่น ด้วยบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการ์ดขอบคุณ, พิมพ์สติ๊กเกอร์ โลโก้, ฉลากสินค้า, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม และอื่นๆ อีกมากมาย
เราใช้เครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัยและวัสดุคุณภาพสูงจากต่างประเทศ พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบชิ้นงานที่ตอบโจทย์ธุรกิจ SME ของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ เปลี่ยนทุกไอเดียให้เป็นจริงและสร้างความประทับใจให้ลูกค้าของคุณตั้งแต่เปิดกล่อง
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือปรึกษาทีมงานของเราได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
- LINE: @282iufnx
- TIKTOK: @giantprint_official
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
