จัดบูธแฟร์ 2026 ให้ปัง! ทริคทำป้ายสแตนดี้ดึงดูดลูกค้า
- สรุปประเด็นสำคัญเพื่อการจัดบูธที่โดดเด่น
- ทำไมการออกแบบป้ายสแตนดี้จึงเป็นหัวใจสำคัญของงานแฟร์ปี 2026
- ภาพรวมและแนวโน้มงานแสดงสินค้าในประเทศไทย ปี 2026
- ป้ายสแตนดี้คืออะไร และเหตุใดจึงมีความสำคัญต่อการออกบูธ
-
เคล็ดลับเชิงลึก: 7 เทคนิคออกแบบป้ายสแตนดี้สำหรับงานแฟร์ 2026
- 1. การใช้สีและคอนทราสต์เพื่อสร้างจุดเด่น
- 2. การออกแบบตัวอักษรโดยคำนึงถึงระยะการมองเห็น
- 3. การวางผังองค์ประกอบให้สอดคล้องกับพื้นที่บูธ
- 4. การเลือกใช้ภาพและกราฟิกที่สื่อสารได้ทันที
- 5. การใส่คำกระตุ้นการตัดสินใจ (Call to Action) ที่ชัดเจน
- 6. การออกแบบเพื่อรองรับพฤติกรรมการเดินในงาน
- 7. การผสานเทคโนโลยีเพื่อประสบการณ์ที่เหนือกว่า
- ไอเดียธีมป้ายสแตนดี้ที่น่าสนใจสำหรับปี 2026
- กรณีศึกษา: ตัวอย่างป้ายสแตนดี้สำหรับธุรกิจ B2C และ B2B
- ประเภทงานแฟร์ที่ป้ายสแตนดี้สร้างผลกระทบได้สูงสุด
- บทสรุป: เช็คลิสต์สุดท้ายก่อนสั่งพิมพ์ป้ายสแตนดี้
- ปรึกษาและออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับงานแฟร์กับผู้เชี่ยวชาญ
การเตรียมตัวสำหรับงานแสดงสินค้าเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยตรง การใช้สื่อสิ่งพิมพ์อย่างป้ายสแตนดี้และโรลอัพจัดบูธที่มีประสิทธิภาพ สามารถสร้างความแตกต่างและดึงดูดผู้เข้าชมงานให้เข้ามายังบูธได้ท่ามกลางคู่แข่งจำนวนมาก
สรุปประเด็นสำคัญเพื่อการจัดบูธที่โดดเด่น

- การออกแบบที่เน้นการมองเห็น: การใช้สีที่มีคอนทราสต์สูง ตัวอักษรขนาดใหญ่ และข้อความที่สั้นกระชับ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ป้ายโฆษณาออกบูธสามารถดึงดูดสายตาได้จากระยะไกล
- คำกระตุ้นการตัดสินใจที่ชัดเจน: การใส่ Call to Action (CTA) เช่น การสแกน QR Code เพื่อรับส่วนลดหรือของสมนาคุณ ช่วยกระตุ้นให้ผู้เข้าชมงานมีปฏิสัมพันธ์กับบูธมากขึ้น
- การออกแบบเพื่อการแชร์ต่อ: การสร้างสรรค์ป้ายสแตนดี้ให้เป็นฉากหลังที่สวยงามสำหรับการถ่ายภาพ ช่วยส่งเสริมให้เกิดการตลาดแบบปากต่อปาก (Word-of-Mouth) ผ่านโซเชียลมีเดียได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- การผสานกลยุทธ์ออนไลน์และออฟไลน์: แนวโน้มการตลาดแบบ Omnichannel ในงานแฟร์ปี 2026 ทำให้การใช้เทคโนโลยีอย่าง QR Code บนป้ายสแตนดี้เพื่อเชื่อมต่อไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์มีความสำคัญยิ่งขึ้น
ทำไมการออกแบบป้ายสแตนดี้จึงเป็นหัวใจสำคัญของงานแฟร์ปี 2026
การเรียนรู้เทคนิค จัดบูธแฟร์ 2026 ให้ปัง! ทริคทำป้ายสแตนดี้ดึงดูดลูกค้า ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดออฟไลน์ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการและนักการตลาดในยุคปัจจุบัน ป้ายสแตนดี้ (Standee) หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรลอัพ (Roll-up) และ ป้ายดิสเพลย์ (Pop-up Display) ไม่ได้เป็นเพียงป้ายบอกข้อมูล แต่เป็นเครื่องมือทางการตลาดชิ้นแรกที่สร้างความประทับใจและสื่อสารกับผู้ที่เดินผ่านไปมาในงานแสดงสินค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน การออกแบบที่โดดเด่นและสื่อสารได้ชัดเจนสามารถเปลี่ยนผู้คนที่เดินผ่านให้กลายเป็นผู้สนใจและตัดสินใจเดินเข้ามายังบูธได้ในที่สุด
สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME นักการตลาด หรือผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมที่กำลังวางแผนเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในปี 2026 การทำความเข้าใจหลักการออกแบบป้ายสแตนดี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากงานแฟร์เป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง บูธที่สามารถสร้างจุดเด่นทางสายตาได้ก่อนมักจะได้เปรียบในการดึงดูดลูกค้า การลงทุนในการออกแบบและผลิตป้ายโฆษณาออกบูธที่มีคุณภาพจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย
ภาพรวมและแนวโน้มงานแสดงสินค้าในประเทศไทย ปี 2026
ในปี 2026 ประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางของการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) และธุรกิจต่อผู้บริโภค (B2C) ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี, อุตสาหกรรมการผลิต, อาหารและเครื่องดื่ม, ค้าปลีก, และบริการสุขภาพ องค์กรและผู้จัดงานหลายแห่งได้เริ่มเปิดให้มีการจองพื้นที่บูธล่วงหน้าแล้ว ซึ่งเปิดโอกาสให้แบรนด์และธุรกิจต่างๆ สามารถวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการเตรียมความพร้อมได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
แนวโน้มที่น่าสนใจคือการผสมผสานระหว่างกิจกรรมออฟไลน์และออนไลน์ (Omnichannel) มากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้กับผู้เข้าร่วมงาน อย่างไรก็ตาม หัวใจหลักของการจัดบูธให้ประสบความสำเร็จยังคงอยู่ที่การสร้าง “ปัจจัยดึงดูดสายตา” ที่แข็งแกร่ง ซึ่งป้ายสแตนดี้, ฉากหลังบูธ (Backdrop), และป้ายโรลอัพจัดบูธ ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี จะทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกในการสร้างความน่าสนใจและเชิญชวนให้กลุ่มเป้าหมายเดินเข้ามาสำรวจสินค้าหรือบริการภายในบูธ
ป้ายสแตนดี้คืออะไร และเหตุใดจึงมีความสำคัญต่อการออกบูธ
ป้ายสแตนดี้ (Standee) คือสื่อส่งเสริมการขาย ณ จุดขาย ประเภทหนึ่ง มีลักษณะเป็นป้ายโฆษณาที่พิมพ์บนวัสดุหลากหลายชนิด เช่น สติ๊กเกอร์ PP, ผ้า หรือไวนิล แล้วนำมาติดตั้งบนโครงสร้างที่สามารถตั้งได้ด้วยตัวเอง เช่น โครง X-Stand, โครง Roll-up หรือใช้เป็นฉากหลังขนาดใหญ่สำหรับบูธแสดงสินค้า คุณสมบัติหลักที่ทำให้ป้ายสแตนดี้เป็นที่นิยม ได้แก่:
- การมองเห็นที่ชัดเจน: ด้วยขนาดที่ใหญ่ ทำให้สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล
- ความสะดวกในการติดตั้งและเคลื่อนย้าย: โครงสร้างส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา พับเก็บง่าย และติดตั้งได้รวดเร็ว
- ประสิทธิภาพในการสื่อสาร: สามารถใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ในการนำเสนอข้อความหลักของแบรนด์, โปรโมชัน, หรือรูปภาพสินค้าได้อย่างเต็มที่
ความสำคัญของป้ายสแตนดี้ในการดึงดูดลูกค้ามาจากความสามารถในการทำหน้าที่เป็น Visual Hook หรือ “ตะขอเกี่ยวสายตา” ที่ทำให้บูธมีความโดดเด่นและแตกต่างจากบูธข้างเคียง นอกจากนี้ ป้ายที่ออกแบบอย่างสวยงามยังสามารถกลายเป็นจุดถ่ายภาพ (Photo Spot) ที่กระตุ้นให้ผู้เข้าชมงานอยากถ่ายรูปและแชร์ลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์แบรนด์ไปในตัวโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เคล็ดลับเชิงลึก: 7 เทคนิคออกแบบป้ายสแตนดี้สำหรับงานแฟร์ 2026
เพื่อสร้างป้ายโฆษณาออกบูธที่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรพิจารณาเทคนิคการออกแบบดังต่อไปนี้
1. การใช้สีและคอนทราสต์เพื่อสร้างจุดเด่น
ในสภาพแวดล้อมของฮอลล์จัดแสดงสินค้าที่มีแสงไฟสว่างและมีสิ่งรบกวนสายตามากมาย การเลือกใช้สีที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกใช้สีหลักของแบรนด์ประมาณ 2–3 สี และสร้างคอนทราสต์หรือความต่างของสีระหว่างพื้นหลังและข้อความให้สูง เช่น พื้นหลังสีเข้มกับตัวอักษรสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ข้อความอ่านง่ายและมองเห็นได้ชัดเจน การใช้สีโทนเดียวกันหรือสีที่จืดชืดจะทำให้ป้ายดูกลืนไปกับสภาพแวดล้อมและไม่โดดเด่น
2. การออกแบบตัวอักษรโดยคำนึงถึงระยะการมองเห็น
ควรเลือกใช้ฟอนต์ (Font) ที่มีขนาดใหญ่และอ่านง่ายสำหรับข้อความหลัก เช่น ชื่อแบรนด์ หรือโปรโมชันสำคัญ ควรมีการจัดลำดับชั้นของข้อมูลอย่างชัดเจน:
- ส่วนบนสุด: โลโก้และชื่อแบรนด์ ควรมีขนาดใหญ่ที่สุดและมองเห็นได้ก่อน
- ส่วนกลาง: ประโยคหรือข้อความหลักที่ต้องการดึงดูดความสนใจ เช่น สโลแกน, จุดเด่นของสินค้า, หรือข้อเสนอพิเศษ
- ส่วนล่าง: ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น เว็บไซต์, ช่องทางการติดต่อ หรือคำกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA)
3. การวางผังองค์ประกอบให้สอดคล้องกับพื้นที่บูธ
การออกแบบป้ายสแตนดี้ให้ทำหน้าที่เป็นฉากหลังของบูธ จะช่วยสร้างภาพรวมที่เป็นมิตรและดูเป็นระเบียบมากกว่าการวางป้ายแยกส่วนไว้ด้านหน้า ควรจัดวางองค์ประกอบสำคัญ เช่น โลโก้หรือข้อความโปรโมชัน ให้อยู่ในตำแหน่งที่เมื่อลูกค้าถ่ายภาพแล้วจะติดไปด้วยเสมอ เช่น บริเวณกึ่งกลางหรือส่วนบนของป้าย การคำนึงถึงสัดส่วนภาพที่นิยมใช้ในโซเชียลมีเดีย เช่น 1:1 หรือ 3:2 จะช่วยให้ภาพที่ถูกแชร์ออกไปดูสวยงามและสื่อสารได้ครบถ้วน
4. การเลือกใช้ภาพและกราฟิกที่สื่อสารได้ทันที
ภาพหนึ่งภาพสามารถแทนคำพูดได้นับพันคำ ควรเลือกใช้ภาพสินค้าจริงที่มีคุณภาพสูง หรือภาพกราฟิกที่สื่อถึงตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับเด็กควรใช้ภาพรอยยิ้มของเด็ก หรือธุรกิจเทคโนโลยีอาจใช้ลายเส้นกราฟิกที่ดูทันสมัย หลีกเลี่ยงการใส่รูปภาพหรือโลโก้จำนวนมากเกินไป เพราะจะทำให้ผู้ชมสับสนและจับจุดโฟกัสไม่ได้ การใชไอคอน (Icon) เล็กๆ เพื่ออธิบายคุณสมบัติหรือโปรโมชัน เช่น รูปสัญลักษณ์ส่วนลด หรือรูป QR Code จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
5. การใส่คำกระตุ้นการตัดสินใจ (Call to Action) ที่ชัดเจน
ป้ายสแตนดี้ที่มีประสิทธิภาพควรบอกให้ผู้เข้าชมงานทราบว่าพวกเขาควรทำอะไรต่อไป การใส่ CTA ที่ชัดเจนจะช่วยเปลี่ยนผู้ที่สนใจให้กลายเป็นลูกค้าหรือผู้ที่มีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้
| เป้าหมาย | ตัวอย่างข้อความ CTA | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง |
|---|---|---|
| สร้างการมีส่วนร่วมทันที | สแกน QR รับของขวัญทันที | เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมบูธและเก็บข้อมูลผู้สนใจ |
| กระตุ้นการแชร์บนโซเชียล | ถ่ายรูปคู่กับป้ายแล้วแชร์ รับคูปองส่วนลด | เพิ่มการรับรู้แบรนด์บนโลกออนไลน์ (Organic Reach) |
| สร้างฐานข้อมูลลูกค้า | ลงทะเบียนที่บูธ รับโปรโมชันพิเศษ | ได้รายชื่อลูกค้าเป้าหมายสำหรับทำการตลาดต่อไป |
6. การออกแบบเพื่อรองรับพฤติกรรมการเดินในงาน
ผู้เข้าร่วมงานแฟร์ส่วนใหญ่มักจะเดินค่อนข้างเร็วและมองสิ่งต่างๆ แบบผ่านๆ ดังนั้นข้อความบนป้ายควรสั้น กระชับ และได้ใจความภายใน 1–2 บรรทัด หรือไม่เกิน 7–9 คำ คำสำคัญที่ต้องการเน้น เช่น “ลด 50%” หรือ “ใหม่ล่าสุด” ควรมีขนาดใหญ่ที่สุด การใช้สัญลักษณ์อย่างลูกศรเพื่อชี้เชิญชวนให้เดินเข้ามาในบูธ หรือชี้ไปยังจุดลงทะเบียน ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ช่วยนำทางสายตาและพฤติกรรมของผู้ชมได้
7. การผสานเทคโนโลยีเพื่อประสบการณ์ที่เหนือกว่า
เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มในปี 2026 การผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับป้ายสแตนดี้จะช่วยสร้างความน่าสนใจได้มากขึ้น การใส่ QR Code ที่สามารถนำทางผู้ใช้ไปยังหน้าต่างๆ ได้ทันที เช่น:
- แคตตาล็อกสินค้าออนไลน์
- หน้าลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมหรือสัมมนา
- LINE Official Account หรือ Facebook Messenger เพื่อพูดคุยกับแอดมิน
นอกจากนี้ การเลือกใช้วัสดุหรือสีพิเศษ เช่น สีสะท้อนแสง หรือการออกแบบกราฟิกที่เหมาะกับการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยของฮอลล์ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้ป้ายมีความโดดเด่นมากขึ้น
ไอเดียธีมป้ายสแตนดี้ที่น่าสนใจสำหรับปี 2026
การกำหนดธีมการออกแบบที่ชัดเจนจะช่วยให้การสื่อสารมีทิศทางและน่าจดจำยิ่งขึ้น
การเลือกธีมที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจและเทรนด์ปัจจุบัน จะช่วยให้ป้ายสแตนดี้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
ธีมเปิดตัวสินค้าใหม่ (New Launch 2026)
ใช้โทนสีที่สดใสและสื่อถึงความใหม่ เช่น สีส้ม, สีฟ้าสดใส หรือการไล่เฉดสีที่ดูทันสมัย พร้อมใส่ข้อความที่ชัดเจน เช่น “New Arrival 2026” หรือ “เปิดตัวครั้งแรกที่นี่” เพื่อสร้างความรู้สึกตื่นเต้นและพิเศษ
ธีมสินค้ารุ่นพิเศษ (Limited Edition)
ใช้โทนสีที่ให้ความรู้สึกหรูหราและพรีเมียม เช่น สีดำ, สีน้ำเงินเข้ม ตัดกับตัวอักษรสีทองหรือสีเงิน พร้อมใส่สัญลักษณ์หรือข้อความที่บ่งบอกถึงความพิเศษ เช่น “Limited Edition” หรือ “Exclusive at This Event”
ธีมรักษ์โลกและยั่งยืน (Green / ESG)
ใช้โทนสีธรรมชาติ เช่น สีเขียว, สีน้ำตาล, สีขาว และใช้องค์ประกอบกราฟิกที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ เช่น รูปใบไม้ หรือสัญลักษณ์รีไซเคิล เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกระแสที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น
ธีมโซนกิจกรรม (Interactive Zone)
หากบูธมีกิจกรรมให้ร่วมสนุก ควรออกแบบป้ายให้สื่อถึงการปฏิสัมพันธ์ เช่น ใช้ไอคอนรูปกล้อง, รูปมือถือ หรือรูปจอยเกม พร้อมข้อความเชิญชวนให้เข้ามามีส่วนร่วม เช่น “โซนทดลองสินค้า” หรือ “ร่วมสนุกชิงรางวัล”
กรณีศึกษา: ตัวอย่างป้ายสแตนดี้สำหรับธุรกิจ B2C และ B2B
การสื่อสารบนป้ายสแตนดี้ควรแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย
สำหรับธุรกิจ B2C (Business-to-Consumer)
เน้นการสื่อสารที่เข้าใจง่าย กระตุ้นอารมณ์ และสร้างความรู้สึกคุ้มค่า
- ส่วนบน: โลโก้ + ชื่อแบรนด์ขนาดใหญ่
- ส่วนกลาง: “ลดสูงสุด 50% เฉพาะในงานนี้เท่านั้น!”
- ส่วนล่าง: “สแกน QR ลงทะเบียน รับฟรี! สินค้าขนาดทดลอง”
สำหรับธุรกิจ B2B (Business-to-Business)
เน้นการสื่อสารที่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ การแก้ปัญหา และผลประโยชน์ทางธุรกิจ
- ส่วนบน: โลโก้ + “โซลูชันเพื่อการเติบโตของธุรกิจคุณ”
- ส่วนกลาง: “ลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 30% ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด”
- ส่วนล่าง: “สแกนนัดหมาย เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญฟรี 30 นาที”
ประเภทงานแฟร์ที่ป้ายสแตนดี้สร้างผลกระทบได้สูงสุด
ป้ายสแตนดี้สามารถสร้างประโยชน์ได้ในงานแฟร์ทุกประเภท แต่จะเห็นผลอย่างชัดเจนในงานที่มีบูธขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ซึ่งป้ายสแตนดี้จะทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างภาพจำ ตัวอย่างงานแฟร์ที่เหมาะกับการใช้กลยุทธ์นี้ ได้แก่:
- งานแสดงธุรกิจแฟรนไชส์: ใช้ป้ายสแตนดี้เพื่อนำเสนอโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ในปี 2026 พร้อมแสดงตัวเลขผลตอบแทนที่น่าสนใจ
- งานบ้านและสวน: ใช้ภาพบ้านหรือสวนที่ออกแบบอย่างสวยงาม พร้อมข้อความที่สร้างความน่าเชื่อถือ เช่น “ออกแบบและดูแลโดยทีมงานมืออาชีพ”
- งานแสดงเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม: ใช้โทนสีดิจิทัล เช่น สีน้ำเงิน, สีม่วง และกราฟิกลายเส้นที่เคลื่อนไหว เพื่อสื่อถึงความทันสมัยและนวัตกรรม
บทสรุป: เช็คลิสต์สุดท้ายก่อนสั่งพิมพ์ป้ายสแตนดี้
การจัดบูธแฟร์ 2026 ให้ประสบความสำเร็จนั้นเริ่มต้นจากการวางแผนที่ดี และป้ายสแตนดี้คือเครื่องมือชิ้นสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การออกแบบที่ผ่านการคิดวิเคราะห์มาอย่างดีจะสามารถดึงดูดลูกค้าและสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ✅ สีและคอนทราสต์: เลือกใช้สีสดใสและมีความต่างของสีสูงเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจน
- ✅ ข้อความ: สั้น กระชับ ได้ใจความภายใน 1-2 บรรทัด
- ✅ แบรนด์: โลโก้และชื่อแบรนด์มีขนาดใหญ่และอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นง่าย
- ✅ Call to Action: มี CTA ที่ชัดเจน เช่น QR Code หรือข้อความเชิญชวน
- ✅ การวางตำแหน่ง: ออกแบบให้เหมาะกับการมองเห็นจากระยะไกลและเอื้อต่อการถ่ายภาพ
- ✅ ธีมที่ชัดเจน: กำหนดธีมให้สอดคล้องกับเป้าหมาย เช่น New Launch, Limited Edition หรือ Green 2026
ปรึกษาและออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับงานแฟร์กับผู้เชี่ยวชาญ
การเตรียมความพร้อมสำหรับงานแสดงสินค้าต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เพื่อให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ออกมาดีที่สุด ที่ GIANT PRINT เราคือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการออกแบบและผลิตสื่อทุกรูปแบบเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการ SME และธุรกิจทุกขนาด
บริการของเราครอบคลุมตั้งแต่ ป้ายสแตนดี้, โรลอัพ, ฉากหลังบูธ, ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, นามบัตร, เมนูอาหาร, โบรชัวร์ และสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์ Fuji Xerox มาตรฐานสากลและวัสดุคุณภาพสูง ทำให้ทุกชิ้นงานมีสีสันที่คมชัดและทนทาน ทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบฟรี เพื่อให้คุณได้สื่อสิ่งพิมพ์ที่ตรงใจและพร้อมสร้างยอดขายในทุกงานแฟร์
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
- ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
- อีเมล: [email protected]
- ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE, TIKTOK
- หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์
