ออกแบบฉลากสินค้าให้ถูกกฎหมาย อย. ต้องมีอะไรบ้าง?
- สรุปข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้
- ความสำคัญของการออกแบบฉลากให้ถูกต้องตามกฎหมาย
- เช็กลิสต์ 7 ข้อมูลบังคับบนฉลากอาหารที่ อย. กำหนด
- ข้อกำหนดเพิ่มเติมและรายละเอียดทางเทคนิคที่ต้องใส่ใจ
- ข้อมูลแนะนำที่ควรมีบนฉลากเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
- ข้อควรระวังและสิ่งต้องห้ามในการออกแบบฉลากสินค้า
- บทลงโทษหากฉลากสินค้าไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด
- สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ
การออกแบบฉลากสินค้าให้ถูกกฎหมาย อย. เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องสำอางไม่สามารถละเลยได้ เนื่องจากฉลากสินค้าไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ให้ความสวยงามหรือบ่งบอกแบรนด์ แต่ยังเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่สื่อสารโดยตรงกับผู้บริโภคและต้องเป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างเคร่งครัด การจัดทำฉลากที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ปัญหากฎหมาย สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าได้
สรุปข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้
- ข้อมูลบังคับ 7 ประการ: ฉลากอาหารต้องแสดงข้อมูลสำคัญครบถ้วน 7 รายการตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงชื่ออาหาร, เลข อย., ข้อมูลผู้ผลิต, ปริมาณ, วันที่ผลิต/หมดอายุ, ส่วนประกอบ และคำเตือนหรือวิธีใช้
- ความชัดเจนและความถูกต้อง: ข้อมูลบนฉลากต้องเป็นความจริง ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ขนาดตัวอักษรต้องอ่านง่าย และใช้สีที่ตัดกับพื้นหลังของฉลากอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ที่มีข้อกำหนดเฉพาะด้านขนาดและสี
- กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: การออกแบบฉลากอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมายหลายฉบับ เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับต่างๆ ซึ่งเป็นกรอบการทำงานที่ผู้ประกอบการต้องศึกษาและปฏิบัติตาม
- ผลกระทบทางกฎหมาย: การละเลยข้อกำหนดบนฉลากสินค้าอาจมีโทษร้ายแรง ตั้งแต่การถูกปรับ, จำคุก, การถูกสั่งให้เรียกคืนสินค้าออกจากตลาด ไปจนถึงการเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ
ความสำคัญของการออกแบบฉลากให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ฉลากสินค้าเป็นด่านแรกที่สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผลิตภัณฑ์กับผู้บริโภค มันทำหน้าที่มากกว่าการดึงดูดสายตา แต่ยังเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญในการให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจซื้อและความปลอดภัยในการบริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้กำหนดมาตรฐานและข้อบังคับที่ชัดเจนเพื่อให้การสื่อสารนี้โปร่งใสและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค
เหตุผลที่การออกแบบฉลากตามข้อกำหนดของ อย. มีความสำคัญอย่างยิ่งนั้น มีหลายมิติด้วยกัน ประการแรก คือ การคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นหัวใจหลักของกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ฉลากจะต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริง ไม่หลอกลวง และไม่ทำให้เข้าใจผิด เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับประกอบการตัดสินใจ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือคำเตือนที่จำเป็นต่อการบริโภคอย่างปลอดภัย
ประการที่สอง คือ การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ฉลากที่ถูกต้องและครบถ้วนสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพ ความใส่ใจ และความรับผิดชอบของผู้ประกอบการที่มีต่อผลิตภัณฑ์และลูกค้า การมีเลข อย. ที่ถูกต้องและแสดงอย่างชัดเจน เป็นการยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้ผ่านกระบวนการพิจารณาจากหน่วยงานภาครัฐแล้ว ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ในระยะยาว
สุดท้าย คือ การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมาย การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฉลากสินค้าอาจนำมาซึ่งบทลงโทษที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นโทษปรับ การจำคุก การถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้า ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ การลงทุนเวลาและทรัพยากรเพื่อให้ฉลากถูกต้องตั้งแต่แรกจึงเป็นการป้องกันปัญหาที่คุ้มค่ากว่าการแก้ไขในภายหลัง
เช็กลิสต์ 7 ข้อมูลบังคับบนฉลากอาหารที่ อย. กำหนด
เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถออกแบบฉลากสินค้าได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567 และฉบับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้มีการกำหนดข้อมูลบังคับที่ต้องปรากฏบนฉลากอาหารที่จำหน่ายในภาชนะบรรจุไว้อย่างน้อย 7 รายการหลัก ดังนี้
| ลำดับ | รายการข้อมูลบังคับ | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|---|
| 1 | ชื่ออาหารภาษาไทย | ต้องแสดงชื่อภาษาไทยที่สื่อถึงผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน และมีขนาดไม่เล็กกว่าชื่อภาษาต่างประเทศ |
| 2 | เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) | ต้องเป็นเลข 13 หลัก อยู่ในกรอบเครื่องหมาย อย. ขนาดตัวอักษรไม่ต่ำกว่า 2 มม. สีตัดกับพื้นฉลาก |
| 3 | ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า | ระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิต, ผู้แบ่งบรรจุ, หรือผู้นำเข้า พร้อมคำกำกับ เช่น “ผลิตโดย” |
| 4 | ปริมาณอาหาร | แสดงปริมาณสุทธิในระบบเมตริก เช่น กรัม (g), กิโลกรัม (kg), มิลลิลิตร (ml), ลิตร (L) |
| 5 | วันผลิต และ วันหมดอายุ | ต้องระบุข้อมูล “ผลิต”, “ควรบริโภคก่อน” หรือ “หมดอายุ” เป็น วัน/เดือน/ปี ที่ชัดเจน |
| 6 | ส่วนประกอบ | ระบุส่วนประกอบทั้งหมดโดยเรียงลำดับจากปริมาณมากที่สุดไปน้อยที่สุด |
| 7 | วิธีใช้ / คำเตือน / ข้อควรระวัง | แสดงคำแนะนำในการบริโภค, การเก็บรักษา หรือคำเตือนสำหรับผู้แพ้อาหาร (ถ้ามี) |
1. ชื่ออาหารภาษาไทย
ชื่ออาหารเป็นสิ่งแรกที่ผู้บริโภคใช้ทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ กฎหมายกำหนดให้ต้องมีชื่ออาหารเป็นภาษาไทยที่ชัดเจน และหากมีชื่อภาษาต่างประเทศกำกับอยู่ด้วย ขนาดของตัวอักษรชื่อภาษาไทยจะต้องไม่เล็กกว่าชื่อภาษาต่างประเทศ และต้องแสดงอยู่ในบรรทัดเดียวกันหรือต่อเนื่องกันในแนวนอน เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถอ่านและเข้าใจได้ทันที
2. เลขสารบบอาหาร (เลข อย.)
เครื่องหมาย อย. พร้อมเลขสารบบอาหาร 13 หลัก เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว ข้อกำหนดสำหรับส่วนนี้มีความเฉพาะเจาะจงสูง ได้แก่:
- รูปแบบ: ต้องแสดงเลขสารบบอาหาร 13 หลัก ภายในกรอบเครื่องหมาย อย. เท่านั้น
- ขนาด: ความสูงของตัวเลขและตัวอักษรต้องไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร
- สี: สีของกรอบและตัวเลขต้องตัดกับสีพื้นของฉลากอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถมองเห็นและอ่านได้ง่าย
3. ชื่อและที่ตั้งของผู้เกี่ยวข้อง
เพื่อความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ฉลากต้องระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์นั้นๆ อย่างชัดเจน ได้แก่ ผู้ผลิต, ผู้แบ่งบรรจุ, หรือผู้นำเข้า (ในกรณีที่เป็นสินค้านำเข้า) โดยต้องมีคำกำกับหน้าชื่อ เช่น “ผลิตโดย”, “แบ่งบรรจุโดย”, หรือ “นำเข้าโดย” เพื่อให้ผู้บริโภคทราบว่าใครคือผู้รับผิดชอบหลักของผลิตภัณฑ์
4. ปริมาณอาหารสุทธิ
ข้อมูลปริมาณสุทธิเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาและความคุ้มค่าได้ โดยต้องแสดงเป็นหน่วยในระบบเมตริกเท่านั้น เช่น กรัม (g), กิโลกรัม (kg) สำหรับของแข็ง และ มิลลิลิตร (ml), ลิตร (L) สำหรับของเหลว การแสดงหน่วยวัดอื่น ๆ สามารถทำได้ แต่ต้องมีหน่วยเมตริกเป็นหลัก
5. วันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ
ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ฉลากจะต้องแสดงข้อมูลวันที่อย่างน้อย 2 รายการ คือ วันที่ผลิต และ วันที่ควรบริโภคก่อน (Best Before) หรือ วันหมดอายุ (Expiry Date) โดยต้องระบุเป็น วัน, เดือน และ ปี ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการบริโภคสินค้าที่เสื่อมคุณภาพ
6. ส่วนประกอบที่สำคัญ
ฉลากต้องแสดงรายการส่วนประกอบทั้งหมดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ โดยมีหลักการสำคัญคือต้องเรียงลำดับตามปริมาณจากมากที่สุดไปหาน้อยที่สุด นอกจากนี้ หากผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบที่อาจเป็นสารก่อภูมิแพ้ เช่น ถั่ว, นม, ไข่, แป้งสาลี จะต้องมีการแสดงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหารแยกไว้อย่างชัดเจนด้วย
7. ข้อมูลจำเป็นอื่นๆ
ส่วนนี้รวมถึงคำแนะนำต่างๆ ที่จำเป็นต่อการบริโภคหรือใช้งานผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องและปลอดภัย เช่น วิธีการเตรียมหรือปรุง, วิธีการเก็บรักษาหลังเปิดใช้, และคำเตือนต่างๆ ที่กฎหมายกำหนดสำหรับอาหารบางประเภท เช่น คำเตือนเกี่ยวกับการบริโภคในเด็กหรือสตรีมีครรภ์
ข้อกำหนดเพิ่มเติมและรายละเอียดทางเทคนิคที่ต้องใส่ใจ
นอกเหนือจากข้อมูลบังคับ 7 รายการหลักแล้ว ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยด้านเทคนิคที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้การออกแบบฉลากสินค้าสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมายมากที่สุด
ภาษาและขนาดตัวอักษร
ภาษาหลักที่ใช้บนฉลากต้องเป็นภาษาไทย เพื่อให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ของประเทศสามารถเข้าใจข้อมูลได้โดยง่าย สามารถมีภาษาต่างประเทศกำกับได้ แต่ต้องมีเนื้อหาที่ตรงกันและขนาดตัวอักษรภาษาไทยต้องไม่เล็กกว่า ส่วนขนาดของตัวอักษรโดยรวมต้องมีความเหมาะสมกับขนาดของฉลาก สามารถอ่านได้ง่ายด้วยตาเปล่า ไม่เล็กจนเกินไปจนเป็นอุปสรรคต่อการอ่าน
สีและตำแหน่งการแสดงผล
ความชัดเจนในการมองเห็นเป็นสิ่งสำคัญ กฎหมายกำหนดให้สีของตัวอักษรต้องตัดกับสีพื้นของฉลากอย่างชัดเจน (High Contrast) เพื่อให้อ่านง่าย เช่น ตัวอักษรสีเข้มบนพื้นสีอ่อน หรือตัวอักษรสีอ่อนบนพื้นสีเข้ม ควรหลีกเลี่ยงการใช้สีที่กลมกลืนกันเกินไป นอกจากนี้ ตำแหน่งของฉลากต้องติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์ในจุดที่ผู้บริโภคสามารถเห็นและอ่านข้อมูลได้สะดวก โดยไม่ต้องแกะหรือทำลายส่วนหนึ่งส่วนใดของบรรจุภัณฑ์
ข้อมูลแนะนำที่ควรมีบนฉลากเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
แม้จะไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย แต่การเพิ่มข้อมูลบางอย่างลงบนฉลากสามารถช่วยสร้างความเชื่อมั่นและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้บริโภคได้ ซึ่งส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์
- ข้อมูลโภชนาการ (Nutrition Facts): การแสดงกรอบข้อมูลโภชนาการจะช่วยให้ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพสามารถตรวจสอบปริมาณพลังงาน, ไขมัน, โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, และสารอาหารอื่นๆ ได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้
- เครื่องหมายรับรองมาตรฐานอื่นๆ: หากผลิตภัณฑ์ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานอื่นๆ เช่น GMP, HACCP, Halal, หรือเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) การแสดงสัญลักษณ์เหล่านี้บนฉลากจะเป็นการการันตีคุณภาพและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
- ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน: การแสดงโลโก้หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง ช่วยสร้างการจดจำแบรนด์และป้องกันการลอกเลียนแบบ
- ประเทศผู้ผลิต: โดยเฉพาะในกรณีของสินค้านำเข้า การระบุประเทศต้นกำเนิดของสินค้า (Country of Origin) ช่วยให้ข้อมูลที่โปร่งใสแก่ผู้บริโภค
ข้อควรระวังและสิ่งต้องห้ามในการออกแบบฉลากสินค้า
การออกแบบฉลากสินค้าที่ดีไม่เพียงแต่ต้องมีข้อมูลครบถ้วน แต่ยังต้องหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือสร้างความเข้าใจผิดให้แก่ผู้บริโภค
สิ่งสำคัญที่สุดคือข้อมูลบนฉลากต้องเป็นความจริง พิสูจน์ได้ และไม่ใช้ข้อความที่เป็นเท็จ โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญของผลิตภัณฑ์
ข้อห้ามที่สำคัญในการออกแบบฉลากประกอบด้วย:
- ห้ามแสดงข้อมูลที่เป็นเท็จ: เช่น การระบุส่วนประกอบที่ไม่มีอยู่จริง หรือการแจ้งปริมาณที่ไม่ถูกต้อง
- ห้ามใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด: ตัวอย่างเช่น การใช้คำว่า “ออร์แกนิก” หรือ “ปลอดสารพิษ” โดยไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ หรือการใช้ภาพผลไม้สดขนาดใหญ่บนฉลากน้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้เพียงเล็กน้อย
- ห้ามอวดอ้างสรรพคุณในการป้องกันหรือรักษาโรค: ผลิตภัณฑ์อาหารไม่สามารถโฆษณาสรรพคุณในเชิงการรักษาโรคได้ เว้นแต่จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยา
- ห้ามเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งในเชิงดูหมิ่น: การโฆษณาเชิงเปรียบเทียบต้องทำอย่างระมัดระวังและต้องไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง
ก่อนทำการพิมพ์ฉลากสินค้าในปริมาณมาก ผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อหลีกเลี่ยงการแก้ไขซึ่งทำให้เกิดต้นทุนและเสียเวลา
บทลงโทษหากฉลากสินค้าไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด
การเพิกเฉยต่อข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับการจัดทำฉลากสินค้าสามารถนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงต่อธุรกิจได้ หน่วยงานภาครัฐมีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายและกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม ซึ่งอาจรวมถึง:
- โทษทางอาญา: ผู้ประกอบการอาจต้องเผชิญกับโทษปรับเป็นเงินจำนวนมาก หรือในกรณีที่ร้ายแรงอาจมีโทษจำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการกระทำผิด
- มาตรการทางการปกครอง: อย. อาจมีคำสั่งให้แก้ไขฉลากให้ถูกต้อง, สั่งระงับการโฆษณา, หรือสั่งให้เรียกคืนสินค้าทั้งหมดออกจากท้องตลาด ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งในด้านการเงินและโลจิสติกส์
- การเพิกถอนใบอนุญาต: ในกรณีที่มีการกระทำผิดซ้ำซากหรือมีความร้ายแรงสูง อาจนำไปสู่การถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ซึ่งหมายถึงการต้องหยุดดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ
- ความเสียหายต่อชื่อเสียง: ข่าวการถูกลงโทษหรือการเรียกคืนสินค้าสามารถทำลายความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว และอาจต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาลในการฟื้นฟูภาพลักษณ์กลับคืนมา
สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ
การออกแบบฉลากสินค้าให้ถูกกฎหมาย อย. เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบและการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด การตรวจสอบให้แน่ใจว่าฉลากมีข้อมูลบังคับครบทั้ง 7 รายการหลัก ตั้งแต่ชื่ออาหารไปจนถึงคำเตือนต่างๆ รวมถึงการใส่ใจในรายละเอียดทางเทคนิค เช่น ขนาดตัวอักษรและความคมชัดของสี ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในตลาด การลงทุนเพื่อให้ฉลากถูกต้องตั้งแต่ต้นไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันปัญหาทางกฎหมาย แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับแบรนด์และสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคในระยะยาว
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความมั่นใจว่าฉลากสินค้าของท่านจะสวยงาม โดดเด่น และถูกต้องตามกฎหมาย การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพิมพ์ฉลากสินค้าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ชาญฉลาด GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่มีทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำปรึกษาและบริการออกแบบผลิตชิ้นงาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ SME และลูกค้าทุกท่าน
เรามีบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์ และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัยและวัสดุชั้นนำจากต่างประเทศ เพื่อให้ผลงานของคุณมีคุณภาพสูงสุด
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
ที่อยู่: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไจแอนท์ ปริ้น 44 หมู่ 14 ถนน ศรีจันทร์ ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
ติดตามผลงานและโปรโมชั่นได้ที่:
FACEBOOK PAGE | LINE | TIKTOK
หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์ของเรา
