เช็คลิสต์ฉลากโภชนาการ SME: อัปเดตล่าสุดที่ต้องรู้
- สรุปประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงฉลากอาหาร
- กรอบกฎหมายฉลากโภชนาการล่าสุดที่ SME ต้องรู้
- เช็คลิสต์ฉลากโภชนาการสำหรับ SME (ฉบับอัปเดต)
- เช็คลิสต์ฉลากอาหารทั่วไปสำหรับสินค้าบรรจุหีบห่อ
- เช็คลิสต์การกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claims) สำหรับ SME
- ข้อควรรู้สำหรับสินค้านำเข้าและส่งออก
- ขั้นตอนการตรวจสอบฉลากสำหรับ SME (ฉบับปฏิบัติ)
- สรุปและแนวทางการดำเนินงานสำหรับผู้ประกอบการ
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังสร้างแบรนด์อาหาร การทำความเข้าใจ เช็คลิสต์ฉลากโภชนาการ SME: อัปเดตล่าสุดที่ต้องรู้ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากในช่วงปี พ.ศ. 2566–2568 ประเทศไทยมีการปรับปรุงข้อกำหนดด้านกฎหมายฉลากอาหารครั้งใหญ่ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบและพิมพ์ฉลากสินค้า เพื่อให้ถูกต้องตามกฎระเบียบและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค การเตรียมความพร้อมจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
สรุปประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงฉลากอาหาร

- กฎหมายฉบับใหม่: มีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับใหม่ที่รวบรวมและปรับปรุงข้อกำหนดฉลากอาหารบรรจุหีบห่อ โดยมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่านถึงวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
- มาตรฐานตารางโภชนาการ: ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป ผลิตภัณฑ์อาหารต้องแสดงฉลากโภชนาการตามรูปแบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งขนาดตัวอักษร สีพื้น และโครงสร้าง เพื่อให้อ่านง่ายและชัดเจน
- เกณฑ์ “ทางเลือกสุขภาพ” ที่เข้มงวดขึ้น: การใช้สัญลักษณ์ “Healthier Choice” ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ด้านสารอาหารที่รัดกุมกว่าเดิม โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่ม เครื่องปรุงรส และนมจากพืช
- ข้อมูลบนฉลากที่ต้องปรับปรุง: มีการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดข้อมูลสำคัญ เช่น การแสดงข้อมูลผู้แพ้อาหารที่ต้องระบุ “หอย” และ “หมึก” เพิ่มเติม และความยืดหยุ่นในการเรียงลำดับส่วนประกอบ
- การยอมรับฉลากต่างประเทศ: สำหรับสินค้านำเข้า อย. อนุญาตให้แสดงฉลากโภชนาการรูปแบบต่างประเทศควบคู่กับฉลากแบบไทยได้ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า
การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดฉลากโภชนาการและฉลากอาหารโดยรวมในช่วงปี พ.ศ. 2566–2568 นับเป็นการปฏิรูปครั้งสำคัญที่ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ กฎหมายฉลากอาหารใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความโปร่งใสด้านข้อมูลให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล การปรับตัวให้ทันต่อข้อกำหนดเหล่านี้ไม่เพียงแต่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างแบรนด์อาหารให้แข็งแกร่งและได้รับความไว้วางใจจากตลาด
บทความนี้จะนำเสนอเช็คลิสต์ฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ประกอบการ SME เพื่อใช้ตรวจสอบและออกแบบฉลากสินค้าให้สอดคล้องกับข้อกำหนด อย. ล่าสุด ครอบคลุมทั้งฉลากโภชนาการ, ฉลากอาหารทั่วไป, การกล่าวอ้างทางสุขภาพ และข้อควรรู้สำหรับสินค้านำเข้า-ส่งออก
กรอบกฎหมายฉลากโภชนาการล่าสุดที่ SME ต้องรู้
เพื่อให้การปรับตัวเป็นไปอย่างราบรื่น ผู้ประกอบการ SME ควรทำความเข้าใจกรอบกฎหมายหลัก 3 ส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบโดยตรงต่อการผลิตและจำหน่ายสินค้าอาหาร
ประกาศใหม่ว่าด้วยฉลากอาหารบรรจุหีบห่อ (พ.ศ. 2567)
กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศฉบับที่ 450 พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นการรวบรวมและยกเลิกประกาศฉบับเก่าหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับฉลากอาหารบรรจุหีบห่อ เพื่อสร้างมาตรฐานที่เป็นหนึ่งเดียวและเข้าใจง่ายขึ้น ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 อย่างไรก็ตาม ได้มีการให้ระยะเวลาเปลี่ยนผ่านแก่ผู้ประกอบการเป็นเวลา 2 ปี จนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สำหรับสินค้าที่ติดฉลากตามข้อกำหนดเดิมก่อนวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ยังคงสามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าจะหมดอายุ แต่ผู้ประกอบการควรเริ่มวางแผนและปรับเปลี่ยนการออกแบบฉลากให้สอดคล้องกับกฎใหม่โดยเร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านสต็อกบรรจุภัณฑ์ในอนาคต
ข้อกำหนดใหม่สำหรับฉลากโภชนาการและ GDA
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 445 พ.ศ. 2566 ได้มีการกำหนดรูปแบบของตารางข้อมูลโภชนาการ (Nutrition Facts) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยเน้นความชัดเจนและง่ายต่อการอ่าน ซึ่งข้อกำหนดนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงนี้ครอบคลุมถึงขนาดตัวอักษร, การใช้ตัวหนา, และสีพื้นหลังของตาราง ส่วนฉลาก GDA (Guideline Daily Amounts) ที่แสดงข้อมูลพลังงาน, น้ำตาล, ไขมัน และโซเดียมบริเวณด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ ก็มีการปรับให้มีความยืดหยุ่นด้านการใช้สีมากขึ้น แต่ยังคงต้องรักษาความชัดเจนไว้
สัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” และเกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่
สัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” (Thai Healthier Choice Logo) เป็นฉลากแบบสมัครใจ แต่หากผู้ประกอบการต้องการใช้สัญลักษณ์นี้ จะต้องปฏิบัติตามเกณฑ์สารอาหารที่เข้มงวดมากขึ้น โดยตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป อย. ได้ปรับปรุงเกณฑ์ให้รัดกุมขึ้นในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เช่น:
- น้ำซุปพร้อมบริโภค: ต้องมีโซเดียมไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
- นมจากพืช: ต้องมีน้ำตาลไม่เกิน 5.5 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร
ผู้ผลิตที่เคยได้รับอนุญาตให้ใช้สัญลักษณ์ภายใต้เกณฑ์เก่า จะมีเวลา 2 ปีในการปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ให้เป็นไปตามเกณฑ์ใหม่
เช็คลิสต์ฉลากโภชนาการสำหรับ SME (ฉบับอัปเดต)
เพื่อให้แน่ใจว่าฉลากสินค้าถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ประกอบการ SME ควรตรวจสอบองค์ประกอบต่างๆ ของฉลากโภชนาการอย่างละเอียด
สินค้าของคุณต้องมีฉลากโภชนาการหรือไม่?
ขั้นตอนแรกคือการตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของคุณจัดอยู่ในกลุ่มที่กฎหมายบังคับให้ต้องแสดงฉลากโภชนาการหรือไม่ โดยทั่วไปแล้ว อาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่ายสำหรับผู้บริโภครายย่อย เช่น ขนมขบเคี้ยว, เครื่องดื่ม, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารแช่แข็ง มักจะเข้าข่ายบังคับ หากสินค้ามีเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) และไม่ได้อยู่ในรายการยกเว้น ก็จำเป็นต้องจัดทำฉลากโภชนาการ หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาหน่วยงาน อย. หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาหารโดยตรง
รูปแบบและโครงสร้างของตารางข้อมูลโภชนาการ
การออกแบบตารางข้อมูลโภชนาการต้องเป็นไปตามมาตรฐานใหม่ ดังนี้:
- รูปแบบและสี: ต้องจัดทำในรูปแบบตารางบนพื้นหลังสีขาว และใช้ตัวอักษรสีเดียวกันทั้งหมด (เช่น สีดำ) เพื่อความชัดเจน
- ขนาดตัวอักษร:
- ข้อมูล “พลังงานทั้งหมด” และ “ข้อมูลโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค” ต้องเป็นตัวหนา และมีความสูงไม่น้อยกว่า 1.5 มิลลิเมตร
- ค่าร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน (%DV) สำหรับสารอาหารหลัก (ไขมัน, คอเลสเตอรอล, โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, โซเดียม) ต้องเป็นตัวหนา และสูงไม่น้อยกว่า 1 มิลลิเมตร
- วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ต้องมีความสูงตัวอักษรไม่น้อยกว่า 1 มิลลิเมตร
- สารอาหารที่ต้องแสดง: ฉลากโภชนาการแบบไทยต้องแสดงข้อมูลสารอาหารหลักอย่างน้อย 9 รายการ
- หน่วยบริโภค: ต้องระบุขนาดของ “หนึ่งหน่วยบริโภค” (เช่น 1 ซอง (30 กรัม)) และ “จำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ” (เช่น 2.5 ครั้ง) ให้ชัดเจนและสอดคล้องกับความเป็นจริง
| ลำดับ | รายการสารอาหาร (ภาษาไทย) | รายการสารอาหาร (ภาษาอังกฤษ) |
|---|---|---|
| 1 | พลังงาน | Energy |
| 2 | ไขมันทั้งหมด | Total Fat |
| 3 | ไขมันอิ่มตัว | Saturated Fat |
| 4 | คอเลสเตอรอล | Cholesterol |
| 5 | โปรตีน | Protein |
| 6 | คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด | Total Carbohydrate |
| 7 | น้ำตาล | Sugars |
| 8 | โซเดียม | Sodium |
| 9 | โพแทสเซียม | Potassium |
การออกแบบ, สี และฉลาก GDA
แม้ว่าข้อกำหนดใหม่จะให้ความยืดหยุ่นในการใช้สีสำหรับฉลาก GDA ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์มากขึ้น แต่หัวใจสำคัญยังคงอยู่ที่ความชัดเจนและง่ายต่อการอ่าน ในขณะที่ส่วนของตารางข้อมูลโภชนาการหลักยังคงบังคับให้ใช้พื้นหลังสีขาวและตัวอักษรสีเดียวกัน การออกแบบส่วนอื่นๆ บนบรรจุภัณฑ์ เช่น การใช้รูปภาพหรือข้อความส่งเสริมการขาย สามารถทำได้อย่างอิสระ ตราบใดที่ไม่บดบังข้อมูลสำคัญและไม่สร้างความเข้าใจผิดให้แก่ผู้บริโภค
เช็คลิสต์ฉลากอาหารทั่วไปสำหรับสินค้าบรรจุหีบห่อ
นอกเหนือจากข้อมูลโภชนาการแล้ว ฉลากอาหารโดยรวมยังต้องมีข้อมูลพื้นฐานตามข้อกำหนดใหม่อีกด้วย
ข้อมูลบังคับที่ต้องมีนอกเหนือจากข้อมูลโภชนาการ
ตามประกาศฉลากอาหารบรรจุหีบห่อ พ.ศ. 2567 ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบว่าฉลากมีข้อมูลต่อไปนี้ครบถ้วน:
- ชื่ออาหาร: ต้องมีภาษาไทยที่ชัดเจน สามารถจัดวางได้ตามการออกแบบ ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องในแนวนอน
- เลขสารบบอาหาร (เลข อย.): หากผลิตภัณฑ์ต้องมี
- ปริมาณสุทธิ: ระบุเป็นหน่วยน้ำหนักหรือปริมาตร หากไม่สามารถระบุได้ (เช่น ไข่เค็ม) ให้ระบุเป็นจำนวนหน่วย
- วันหมดอายุ หรือ “ควรบริโภคก่อน” (Best Before): ต้องใช้ข้อความให้สอดคล้องกับนิยามของ Codex และระบุตำแหน่งที่แสดงไว้อย่างชัดเจน
- ส่วนประกอบ (Ingredients): การเรียงลำดับส่วนประกอบจากปริมาณมากไปน้อยกลายเป็นเพียง “คำแนะนำ” ไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมายอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม การเรียงลำดับยังคงเป็นแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อความโปร่งใส
- ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร (Allergen Information): สามารถใช้ข้อความอื่นที่มีความหมายใกล้เคียงได้ และต้องระบุสารก่อภูมิแพ้กลุ่มใหม่อย่าง “หอย” และ “หมึก” และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ดังกล่าวให้ชัดเจน
การแสดงข้อมูลสารปรุงแต่งและสี
ข้อกำหนดใหม่ได้ยกเลิกการบังคับให้ต้องระบุว่าเป็น “สีธรรมชาติ” หรือ “สีสังเคราะห์” บนฉลาก โดยผู้ประกอบการสามารถระบุเพียงชื่อของสีหรือกลุ่มของสารตามที่กฎหมายกำหนดได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใส่ข้อมูลเพิ่มเติมที่ไม่ใช่ข้อบังคับได้ ตราบใดที่ข้อมูลนั้นเป็นความจริงและไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
เช็คลิสต์การกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claims) สำหรับ SME
กฎหมายใหม่มีความเข้มงวดกับการกล่าวอ้างคุณประโยชน์บนฉลากมากขึ้น ผู้ประกอบการ SME จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ทำความเข้าใจประเภทของคำกล่าวอ้าง
คำกล่าวอ้างทางสุขภาพแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก:
- การกล่าวอ้างด้านสารอาหาร (Nutrient Claim): เช่น “แคลเซียมสูง”, “ไขมันต่ำ”
- การกล่าวอ้างด้านหน้าที่ (Functional Claim): เช่น “มีใยอาหาร ช่วยในการทำงานของลำไส้”
- การกล่าวอ้างการลดความเสี่ยงของโรค (Disease Risk Reduction Claim): เช่น “ช่วยลดความเสี่ยงของโรค…”
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการอนุมัติ
ทุกคำกล่าวอ้างจะต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือรองรับ และต้องใช้ถ้อยคำตามที่ อย. อนุญาตเท่านั้น โดยเฉพาะการกล่าวอ้างเพื่อลดความเสี่ยงของโรค ซึ่งต้องผ่านกระบวนการพิจารณาและอนุมัติที่เข้มงวดเป็นพิเศษ
ข้อควรระวังในการนำเสนอข้อมูล
ข้อความบนฉลากจะต้องไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าอาหารนั้นมีคุณสมบัติในการป้องกันหรือรักษาโรคได้เทียบเท่ากับยา ผู้ประกอบการ SME ควรหลีกเลี่ยงการใช้ข้อความที่กำกวมหรือเกินจริง เช่น “กินแล้วไม่อ้วน” หรือ “ทดแทนยาได้” โดยเด็ดขาด
ข้อควรรู้สำหรับสินค้านำเข้าและส่งออก
สำหรับ SME ที่มีการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าอาหาร มีข้อกำหนดเพิ่มเติมที่ต้องให้ความสำคัญ
การยอมรับฉลากโภชนาการจากต่างประเทศ
เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ปัจจุบัน อย. อนุญาตให้สินค้านำเข้าสามารถแสดงฉลากโภชนาการของประเทศต้นทางควบคู่ไปกับฉลากโภชนาการแบบไทยบนบรรจุภัณฑ์เดียวกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขรูปแบบของฉลากต่างประเทศ แต่ข้อมูลทั้งหมดต้องอ้างอิงจากผลการวิเคราะห์ทางโภชนาการชุดเดียวกัน
ข้อกำหนดด้านภาษา
ฉลากโภชนาการตามมาตรฐานไทยจะต้องแสดงเป็นภาษาไทยเสมอ ในขณะที่ฉลากโภชนาการของต่างประเทศที่แสดงควบคู่กันสามารถใช้ภาษาใดก็ได้ หากมีการจัดทำฉลากสองภาษา (Bilingual) ข้อมูลในภาษาอื่นจะต้องมีความหมายตรงกับข้อมูลในภาษาไทย
ขั้นตอนการตรวจสอบฉลากสำหรับ SME (ฉบับปฏิบัติ)
เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้จริง ผู้ประกอบการสามารถทำตามขั้นตอนการตรวจสอบฉลากได้ดังนี้:
- ตรวจสอบหมวดหมู่สินค้า: ยืนยันว่าสินค้าของคุณเข้าข่ายบังคับต้องมีฉลากโภชนาการและเลข อย. หรือไม่
- ตรวจสอบข้อมูลฉลากพื้นฐาน: ตรวจสอบความครบถ้วนของชื่ออาหาร, เลข อย., ปริมาณสุทธิ, วันหมดอายุ, ข้อมูลผู้ผลิต และข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร
- ตรวจสอบตารางโภชนาการ: เช็คให้แน่ใจว่ารูปแบบ, สีพื้นหลัง, สีตัวอักษร, ขนาดตัวอักษร, และข้อมูลสารอาหาร 9 รายการเป็นไปตามมาตรฐานใหม่
- ตรวจสอบ GDA และสัญลักษณ์สุขภาพ: หากมีฉลาก GDA ด้านหน้า ต้องจัดวางให้อ่านง่ายและชัดเจน หากใช้สัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” ต้องตรวจสอบว่าสูตรผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับเกณฑ์ล่าสุด
- ตรวจสอบคำกล่าวอ้างทางสุขภาพ: ทบทวนทุกข้อความส่งเสริมการขายว่ามีหลักฐานรองรับและไม่สื่อความหมายเกินจริงหรืออวดอ้างสรรพคุณเป็นยา
- วางแผนการเปลี่ยนผ่าน: จัดการสต็อกบรรจุภัณฑ์เก่าอย่างเหมาะสม และเริ่มดำเนินการออกแบบฉลากใหม่ตามข้อกำหนดล่าสุด เพื่อให้พร้อมก่อนถึงเส้นตายในปี พ.ศ. 2569
สรุปและแนวทางการดำเนินงานสำหรับผู้ประกอบการ
การปรับปรุงกฎหมายฉลากอาหารและฉลากโภชนาการครั้งใหญ่นี้ถือเป็นความท้าทายและโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ SME การปฏิบัติตามข้อกำหนดไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้าและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว การเตรียมความพร้อมและลงมือปรับปรุงฉลากตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความช่วยเหลือในการออกแบบและพิมพ์ฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามข้อกำหนด อย. ล่าสุด GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการ ด้วยทีมงานมืออาชีพ เครื่องพิมพ์มาตรฐาน และวัสดุคุณภาพ เราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลกระบวนการผลิตฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, และสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ เพื่อสนับสนุนการสร้างแบรนด์อาหารของคุณให้ประสบความสำเร็จ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
ติดตามเราได้ที่:
FACEBOOK PAGE | LINE | TIKTOK
