เช็กลิสต์! ข้อมูลที่ต้องมีบนฉลากสินค้าตามกฎหมายไทย
การสร้างแบรนด์สินค้าจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจส่งผลกระทบทางกฎหมายได้ หนึ่งในนั้นคือ “ฉลากสินค้า” ซึ่งไม่ใช่เพียงพื้นที่สำหรับแสดงโลโก้หรือชื่อแบรนด์ แต่เป็นพื้นที่สำคัญในการสื่อสารข้อมูลที่จำเป็นและถูกต้องตามกฎหมายไปยังผู้บริโภค การจัดทำข้อมูลบนฉลากที่ไม่ครบถ้วนอาจนำไปสู่ปัญหากับหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้
สรุปประเด็นสำคัญของข้อมูลบนฉลากสินค้า

- กฎหมายเป็นข้อบังคับ: การแสดงข้อมูลบนฉลากสินค้าถูกควบคุมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดให้สินค้าควบคุมฉลากต้องมีข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นอย่างครบถ้วนและเป็นจริง
- ข้อมูลแตกต่างตามประเภทสินค้า: สินค้าแต่ละประเภท เช่น อาหาร เครื่องสำอาง หรือสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป มีข้อกำหนดข้อมูลเฉพาะที่ต้องระบุแตกต่างกันไปภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. หรือ สคบ.
- ความชัดเจนเป็นหัวใจสำคัญ: ข้อมูลบนฉลากต้องเป็นภาษาไทย อ่านง่าย เห็นได้ชัดเจน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อได้อย่างมีข้อมูล
- ความถูกต้องสร้างความน่าเชื่อถือ: การระบุข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังเป็นการสร้างความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในระยะยาว
ความสำคัญของฉลากสินค้า: ทำไมผู้ประกอบการต้องใส่ใจ
สำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่กำลังสร้างแบรนด์ของตนเอง การจัดทำ เช็กลิสต์! ข้อมูลที่ต้องมีบนฉลากสินค้าตามกฎหมายไทย ถือเป็นขั้นตอนที่ไม่สามารถมองข้ามได้ ฉลากสินค้าทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสำคัญในการให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค ตั้งแต่ส่วนประกอบ วิธีใช้ คำเตือน ไปจนถึงข้อมูลผู้ผลิต ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าที่เหมาะสมและปลอดภัยกับตนเองได้
ความสำคัญของฉลากสินค้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่การให้ข้อมูลเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค หน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศและข้อบังคับเพื่อกำหนดมาตรฐานของข้อมูลที่ต้องปรากฏบนฉลากอย่างชัดเจน การละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับบทลงโทษทางกฎหมาย ตั้งแต่การถูกปรับไปจนถึงการถูกสั่งให้นำสินค้าออกจากตลาด ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและธุรกิจอย่างมหาศาล ดังนั้น การลงทุนเวลาเพื่อศึกษาและตรวจสอบข้อมูลบนฉลากให้ถูกต้องจึงเป็นการป้องกันความเสี่ยงและสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับธุรกิจ
เช็กลิสต์! ข้อมูลที่ต้องมีบนฉลากสินค้าตามกฎหมายไทย: ข้อกำหนดพื้นฐาน
ก่อนจะลงลึกถึงข้อกำหนดเฉพาะของสินค้าแต่ละประเภท สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจหลักเกณฑ์พื้นฐานที่บังคับใช้กับสินค้าควบคุมฉลากส่วนใหญ่ ซึ่งมีรากฐานมาจากกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
ข้อบังคับจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค
ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ได้กำหนดองค์ประกอบบังคับหลักที่สินค้าควบคุมฉลากต้องแสดงไว้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่เป็นจริงและเพียงพอต่อการตัดสินใจ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้า: ต้องระบุให้ชัดเจนว่าสินค้านั้นคืออะไร เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ทันที เช่น “สบู่ก้อน” หรือ “น้ำมันพืช”
- ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิต: ต้องเป็นชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยอย่างถูกต้อง
- ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของผู้สั่งหรือนำเข้า: ในกรณีที่เป็นสินค้านำเข้า จะต้องระบุชื่อผู้สั่งหรือนำเข้า พร้อมทั้งระบุ “ประเทศผู้ผลิต” อย่างชัดเจน
- สถานที่ตั้งของผู้ผลิต ผู้สั่ง หรือผู้นำเข้า: ต้องระบุที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้จริงของผู้ที่รับผิดชอบต่อสินค้านั้น ๆ
- ขนาด มิติ ปริมาณ ปริมาตร หรือน้ำหนักสุทธิ: ต้องระบุหน่วยวัดให้ชัดเจน เช่น กรัม, มิลลิลิตร, หรือเซนติเมตร เพื่อให้ผู้บริโภคทราบปริมาณที่แท้จริงของสินค้า
ลักษณะของข้อความบนฉลาก
นอกจากข้อมูลที่ต้องมีแล้ว กฎหมายยังกำหนดลักษณะของข้อความบนฉลากด้วย โดยมีเงื่อนไขว่า:
- ภาษา: ต้องใช้ภาษาไทยเป็นหลัก อาจมีภาษาต่างประเทศกำกับได้ แต่ต้องมีภาษาไทยเสมอ
- ความชัดเจน: ข้อความต้องสามารถอ่านได้ง่าย ขนาดตัวอักษรต้องเหมาะสมกับขนาดของฉลาก และสีของตัวอักษรต้องตัดกับสีพื้นหลังอย่างชัดเจน
- ตำแหน่ง: ฉลากต้องติดอยู่บนตัวสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ในตำแหน่งที่ผู้บริโภคสามารถมองเห็นและอ่านข้อมูลได้สะดวก โดยไม่จำเป็นต้องแกะหรือเปิดบรรจุภัณฑ์
ข้อกำหนดเฉพาะสำหรับสินค้าแต่ละประเภท
นอกเหนือจากข้อกำหนดพื้นฐานแล้ว สินค้าแต่ละประเภทยังมีข้อบังคับเพิ่มเติมที่แตกต่างกันไปตามหน่วยงานที่กำกับดูแล ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องศึกษาให้ละเอียดเพื่อการ ออกแบบฉลาก ที่ถูกต้อง
สินค้าทั่วไปที่ควบคุมโดย สคบ.
สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปหลายรายการอยู่ภายใต้การกำกับของ สคบ. ซึ่งอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับสินค้าที่มีความเฉพาะเจาะจงหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายได้หากใช้งานไม่ถูกวิธี
การแสดงเครื่องหมายหรือเลขทะเบียนที่เกี่ยวข้อง เช่น เลขมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) หรือเครื่องหมายรับรองคุณภาพจากหน่วยงานเฉพาะทาง ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสินค้าบางชนิด เพื่อยืนยันมาตรฐานและความปลอดภัย
| ประเภทสินค้า | ข้อกำหนดเพิ่มเติมบนฉลาก |
|---|---|
| น้ำมันเครื่อง | ต้องแสดงเครื่องหมายและเลขทะเบียนคุณภาพที่ได้รับจากกรมธุรกิจพลังงาน |
| ก๊าซหุงต้ม | ต้องมีเครื่องหมายประจำตัวผู้บรรจุก๊าซจากกรมธุรกิจพลังงาน |
| เครื่องทำน้ำอุ่นระบบก๊าซ | ต้องมีคำเตือนที่ชัดเจน เช่น “อันตรายถึงชีวิต ถ้าไม่ติดตั้งสายดิน” ด้วยตัวอักษรสีแดง ขนาดไม่ต่ำกว่า 3 มิลลิเมตร |
| ข้าวสารบรรจุถุง | ต้องระบุชนิดของข้าวสาร เช่น ข้าวหอมมะลิ หรือ ข้าวขาว และสามารถมีภาษาต่างประเทศกำกับภาษาไทยได้ |
อาหารและเครื่องดื่ม (ควบคุมโดย อย.)
สินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมีข้อกำหนดที่เข้มงวดที่สุดกลุ่มหนึ่ง เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยอยู่ภายใต้การกำกับของ อย. ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขหลายฉบับ ข้อมูลที่จำเป็นต้องมีบนฉลาก ได้แก่:
- ชื่ออาหาร: ต้องสื่อถึงผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน
- เลขสารบบอาหาร (เลข อย.): ตัวเลข 13 หลักในกรอบเครื่องหมาย อย. เป็นสิ่งยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการพิจารณาจาก อย. แล้ว
- ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต/ผู้บรรจุ/ผู้นำเข้า: เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ
- ส่วนประกอบสำคัญ: ต้องระบุส่วนประกอบเป็นร้อยละของน้ำหนัก โดยเรียงลำดับจากปริมาณมากที่สุดไปน้อยที่สุด และต้องระบุข้อมูลวัตถุเจือปนอาหารด้วย
- ปริมาณสุทธิ: ระบุในระบบเมตริก เช่น กรัม หรือ ลิตร
- วันผลิต และ วันหมดอายุ: ต้องแสดงข้อความ “ผลิต” และ “ควรบริโภคก่อน” หรือ “หมดอายุ” อย่างชัดเจน
- ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร: หากมีส่วนประกอบที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น ถั่ว นม หรือแป้งสาลี ต้องระบุคำเตือนให้ชัดเจน
- ฉลากโภชนาการ (GDA): สำหรับอาหารบางประเภท เช่น ขนมขบเคี้ยว หรือเครื่องดื่ม ต้องแสดงกรอบข้อมูลโภชนาการที่ระบุค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม เพื่อให้ผู้บริโภคทราบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
- สัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ”: หากผลิตภัณฑ์ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด สามารถแสดงสัญลักษณ์นี้เพื่อเป็นจุดเด่นได้
เครื่องสำอาง (ควบคุมโดย อย.)
เครื่องสำอางเป็นอีกกลุ่มสินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย. และมีข้อกำหนดบนฉลากที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตามประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง ดังนี้:
- ชื่อการค้าและชื่อเครื่องสำอาง
- ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง
- ชื่อส่วนผสมทุกชนิด (Ingredients): ต้องเรียงลำดับจากปริมาณมากไปน้อย
- วิธีใช้: อธิบายขั้นตอนการใช้งานอย่างชัดเจน
- ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า: หากเป็นสินค้านำเข้า ต้องระบุประเทศที่ผลิตด้วย
- ปริมาณสุทธิ: ขนาดตัวอักษรต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์
- เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต
- เดือนและปีที่ผลิต และ เดือนและปีที่หมดอายุ
- คำเตือน (ถ้ามี): เช่น คำเตือนสำหรับผลิตภัณฑ์ย้อมสีผิวหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีบางชนิด
- เลขที่ใบรับจดแจ้ง: เป็นเลข 10 หรือ 13 หลัก ที่ยืนยันว่าเครื่องสำอางได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. แล้ว
หมายเหตุ: ในกรณีที่บรรจุภัณฑ์มีขนาดเล็กมาก (พื้นที่ฉลากน้อยกว่า 20 ตารางเซนติเมตร) กฎหมายอนุโลมให้แสดงข้อมูลที่จำเป็นบางส่วนบนตัวบรรจุภัณฑ์ และแสดงข้อมูลทั้งหมดบนฉลากที่กล่องหรือเอกสารกำกับแทน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจัดอยู่ในกลุ่มอาหาร แต่มีข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เน้นด้านความปลอดภัยและป้องกันการโฆษณาเกินจริง ข้อมูลบนฉลากจะต้องประกอบด้วยข้อมูลพื้นฐานเช่นเดียวกับอาหาร แต่เพิ่มความสำคัญในส่วนของคำเตือน เช่น “เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน” หรือ “ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค” เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจขอบเขตของผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง
มาตรฐานและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
นอกเหนือจากกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและข้อบังคับของ อย. แล้ว ยังมีหน่วยงานและมาตรฐานอื่น ๆ ที่ผู้ประกอบการควรทราบเพื่อการ พิมพ์ฉลากสินค้า ที่สมบูรณ์แบบ
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
สินค้าบางประเภท โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง หรือของเล่นเด็ก ถูกกำหนดให้ต้องผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 สินค้าเหล่านี้จำเป็นต้องแสดงเครื่องหมาย มอก. พร้อมเลขมาตรฐานบนฉลาก เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งาน
ความทนทานของวัสดุฉลาก
แม้กฎหมายจะไม่ได้ระบุชนิดของวัสดุโดยตรง แต่ลักษณะการใช้งานของสินค้าเป็นตัวกำหนดความทนทานของฉลาก เช่น ฉลากสำหรับผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำอย่างสบู่หรือแชมพู ควรทนทานต่อน้ำและความชื้น ส่วนฉลากสำหรับเครื่องสำอางอาจต้องทนทานต่อสารเคมีหรือน้ำมันบางชนิด การเลือกวัสดุพิมพ์ฉลากที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ข้อมูลบนฉลากคงอยู่และอ่านได้ชัดเจนตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์
บทสรุป: การออกแบบและพิมพ์ฉลากสินค้าให้ถูกต้องและเป็นมืออาชีพ
การจัดทำข้อมูลบนฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามกฎหมายไทยเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องให้ความสำคัญสูงสุด เพราะฉลากไม่ได้เป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นหลักประกันความปลอดภัยและความโปร่งใสที่มอบให้กับผู้บริโภค การตรวจสอบข้อมูลตามเช็กลิสต์สำหรับสินค้าแต่ละประเภท ตั้งแต่สินค้าทั่วไปภายใต้การดูแลของ สคบ. ไปจนถึงอาหารและเครื่องสำอางที่ควบคุมโดย อย. จะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ได้อย่างยั่งยืน
เมื่อเตรียมข้อมูลทั้งหมดครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการออกแบบและพิมพ์ฉลากที่มีคุณภาพ เพื่อให้สินค้าโดดเด่นและข้อมูลสำคัญสามารถสื่อสารไปยังผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน การเลือกใช้บริการจากโรงพิมพ์มืออาชีพจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ประกอบการ
ที่ GIANT PRINT เราคือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจร พร้อมให้บริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, และสื่อส่งเสริมการขายอื่น ๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัยและวัสดุคุณภาพสูงจากต่างประเทศ พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำแนะนำและคำปรึกษา เพื่อให้ผลงานตอบโจทย์ความต้องการของ SME สร้างแบรนด์ และลูกค้าทุกท่าน
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
Email: [email protected]
ติดตามเราผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย:
FACEBOOK PAGE | LINE | TIKTOK
หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านเว็บไซต์ของเราโดยตรง
