เจาะงบโฆษณา 2569: สื่อสิ่งพิมพ์ตายจริงหรือ? SME ควรอ่าน
- ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการ SME ต้องรู้
- บทวิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรมโฆษณาไทย 2569
- ภาพรวมเม็ดเงินโฆษณา และการเปลี่ยนแปลงของตลาด
- สถานะของสื่อสิ่งพิมพ์ ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน
- เจาะลึก 2 เทรนด์หลักที่จะกำหนดอนาคตสื่อสิ่งพิมพ์
- เปรียบเทียบแนวโน้มสื่อโฆษณาหลักในปี 2569 สำหรับ SME
- กลยุทธ์การตลาดสำหรับ SME ในปี 2569
- บทสรุป: ทิศทางสื่อสิ่งพิมพ์และก้าวต่อไปของธุรกิจ SME
การวิเคราะห์เพื่อเจาะงบโฆษณา 2569: สื่อสิ่งพิมพ์ตายจริงหรือ? SME ควรอ่าน ถือเป็นวาระสำคัญสำหรับผู้ประกอบการและนักการตลาดที่กำลังวางแผนกลยุทธ์ในยุคที่ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการขยายตัวของสื่อดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทหลัก ทำให้เกิดคำถามถึงความอยู่รอดและความคุ้มค่าของสื่อดั้งเดิมอย่างสื่อสิ่งพิมพ์ บทความนี้จะทำการวิเคราะห์แนวโน้มของอุตสาหกรรมโฆษณาไทยในปี 2569 โดยเปรียบเทียบศักยภาพระหว่างสื่อดิจิทัลและสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME ได้รับข้อมูลเชิงลึกสำหรับตัดสินใจจัดสรรงบประมาณการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมายที่สุด
ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการ SME ต้องรู้
- สื่อสิ่งพิมพ์ยังไม่สูญพันธุ์: แม้จะถูกท้าทายจากสื่อดิจิทัล แต่สื่อสิ่งพิมพ์ยังมีบทบาทสำคัญหากปรับตัวเข้ากับเทรนด์ใหม่ๆ เช่น การพิมพ์เชิงโต้ตอบ (Interactive) และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- งบโฆษณาโดยรวมยังเติบโต: คาดการณ์ว่าเม็ดเงินโฆษณาในไทยปี 2569 จะเติบโตในอัตราที่ไม่สูงนัก แต่มีแนวโน้มแตะระดับ 100,000 ล้านบาท โดยมีสื่อดิจิทัลและกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
- กลยุทธ์ผสมผสานคือคำตอบ: SME ควรหลีกเลี่ยงการพึ่งพาสื่อประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว การใช้กลยุทธ์แบบผสมผสาน (Hybrid Strategy) ที่เชื่อมโยงประสบการณ์ออฟไลน์จากสิ่งพิมพ์เข้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์ จะสร้างผลลัพธ์ทางการตลาดที่ทรงพลังกว่า
- นวัตกรรมคือกุญแจสำคัญ: บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน, ฉลากสินค้าที่มี QR Code หรือเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) คือตัวอย่างของการประยุกต์ใช้สื่อสิ่งพิมพ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในยุคปัจจุบัน
บทวิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรมโฆษณาไทย 2569
เมื่อเข้าสู่ปี 2569 อุตสาหกรรมโฆษณาของประเทศไทยยังคงเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่องและซับซ้อน ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้คือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาส่วนใหญ่ไหลไปยังแพลตฟอร์มดิจิทัล สำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) การทำความเข้าใจทิศทางตลาดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถวางแผนกลยุทธ์และจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดนี้ คำถามที่ว่าสื่อดั้งเดิมอย่างสื่อสิ่งพิมพ์จะยังคงมีที่ยืนอยู่หรือไม่ กลายเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ภาพรวมเม็ดเงินโฆษณา และการเปลี่ยนแปลงของตลาด
คาดการณ์ว่าภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาของไทยในปี 2569 จะมีการเติบโตในอัตราที่ไม่สูงมากนัก แต่มีแนวโน้มที่จะขยับเข้าใกล้ตัวเลข 100,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้ไม่ได้กระจายตัวอย่างเท่าเทียมกันในทุกประเภทสื่อ แต่เป็นการเติบโตที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่มสื่อดิจิทัลเป็นหลัก
การเติบโตของสื่อดิจิทัลที่ยังคงร้อนแรง
แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง Meta (Facebook, Instagram), TikTok และ LINE OA ยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่ครองส่วนแบ่งงบโฆษณาส่วนใหญ่ เนื่องจากความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ, การวัดผลที่ชัดเจน และการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่สูง เทรนด์สำคัญที่น่าจับตามองคือ:
- Shoppertainment: การผสมผสานระหว่างการชอปปิงและความบันเทิง โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง TikTok และ Instagram Reels ซึ่งสามารถสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้สูงกว่าคอนเทนต์รูปแบบอื่น ๆ ข้อมูลระบุว่าวิดีโอสั้นสามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมได้ถึง 650% เมื่อเทียบกับโพสต์แบบรูปภาพ
- Personalization ด้วย AI: การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของแต่ละบุคคลแบบเรียลไทม์ จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญดิจิทัล
- Influencer Marketing: การตลาดผ่านผู้มีอิทธิพลบนโซเชียลมีเดียยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Micro-influencer และ Nano-influencer ที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้ดี
แรงกดดันต่อสื่อดั้งเดิม
ในขณะที่สื่อดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดด สื่อดั้งเดิมอย่างโทรทัศน์, วิทยุ และโดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ (Newspaper, Magazine) และสื่อโฆษณานอกบ้าน (Out-of-Home: OOH) เช่น ป้ายโฆษณา ต่างเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากการที่แบรนด์และเอเจนซี่โฆษณาโยกย้ายงบประมาณไปยังช่องทางที่วัดผลได้ดีกว่าและเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ได้โดยตรงมากกว่า ทำให้สื่อเหล่านี้ต้องปรับตัวเพื่อหาจุดยืนใหม่ในระบบนิเวศการตลาด
สถานะของสื่อสิ่งพิมพ์ ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน
คำกล่าวที่ว่า “สื่อสิ่งพิมพ์ตายแล้ว” อาจเป็นการสรุปที่เร็วเกินไป ความจริงคือ สื่อสิ่งพิมพ์กำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ บทบาทของมันไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง แต่กำลังถูกนิยามใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคดิจิทัล
ความท้าทายที่ต้องเผชิญ
ความท้าทายหลักของสื่อสิ่งพิมพ์คือการแข่งขันโดยตรงกับสื่อดิจิทัลในด้านความเร็ว, การเข้าถึง และการวัดผล การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันไปเสพข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้ยอดพิมพ์และการเข้าถึงของสื่อสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิมลดลงอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจของนักการตลาดในการจัดสรรงบประมาณโฆษณา
โอกาสและความอยู่รอด: กุญแจสำคัญในการปรับตัว
อย่างไรก็ตาม สื่อสิ่งพิมพ์ยังมีจุดแข็งที่ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยสื่อดิจิทัล นั่นคือ “การจับต้องได้” (Tangibility) และการสร้างประสบการณ์ทางกายภาพที่น่าจดจำ โอกาสในการอยู่รอดและเติบโตของสื่อสิ่งพิมพ์จึงอยู่ที่การปรับตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อผสานจุดแข็งนี้เข้ากับโลกดิจิทัล
สื่อสิ่งพิมพ์จะไม่สูญพันธุ์ หากสามารถวิวัฒนาการตัวเองจากสื่อที่ให้ข้อมูลเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเป็นสื่อที่สร้างประสบการณ์และเชื่อมต่อกับช่องทางดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ
เจาะลึก 2 เทรนด์หลักที่จะกำหนดอนาคตสื่อสิ่งพิมพ์
จากการวิเคราะห์ตลาด พบว่ามี 2 แนวโน้มหลักที่จะเป็นตัวชี้วัดความอยู่รอดและเป็นโอกาสสำคัญสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ในปี 2569 โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจ SME ที่ต้องการสร้างความแตกต่าง
1. บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนและเทรนด์รักษ์โลก (Sustainable & Eco-Friendly)
ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น การเลือกซื้อสินค้าและบริการไม่ได้พิจารณาแค่คุณภาพและราคา แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ด้วย (ESG: Environmental, Social, and Governance)
เทรนด์นี้ได้สร้างโอกาสมหาศาลให้กับอุตสาหกรรมการพิมพ์ โดยเฉพาะในส่วนของบรรจุภัณฑ์, ฉลากสินค้า, และสื่อส่งเสริมการขาย ณ จุดขาย (POSM) ธุรกิจ SME สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันโดย:
- เลือกใช้วัสดุรีไซเคิลและย่อยสลายได้: การลงทุนในกระดาษจากแหล่งป่าไม้ที่ยั่งยืน (เช่น กระดาษที่ได้รับการรับรองจาก FSC), หมึกพิมพ์จากถั่วเหลือง (Soy-based ink) หรือวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์
- การสื่อสารที่โปร่งใส: ใช้พื้นที่บนบรรจุภัณฑ์หรือสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อสื่อสารเรื่องราวความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ ซึ่งจะช่วยดึงดูดลูกค้ากลุ่มสีเขียว (Green Consumers) และสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว
2. การพิมพ์เชิงโต้ตอบ (Interactive Print) เชื่อมโลกออฟไลน์สู่ออนไลน์
เทคโนโลยีได้เข้ามาทลายกำแพงระหว่างโลกกายภาพและโลกดิจิทัล สื่อสิ่งพิมพ์ยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงกระดาษที่พิมพ์ข้อความหรือรูปภาพอีกต่อไป แต่สามารถเป็นประตูสู่ประสบการณ์ดิจิทัลที่หลากหลายและน่าตื่นเต้นได้ การพิมพ์เชิงโต้ตอบคือการผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น:
- QR Code (Quick Response Code): เป็นวิธีที่ง่ายและแพร่หลายที่สุดในการเชื่อมโยงสื่อสิ่งพิมพ์ไปยังช่องทางออนไลน์ SME สามารถใช้ QR Code บนนามบัตร, โบรชัวร์, เมนูอาหาร หรือบรรจุภัณฑ์ เพื่อนำลูกค้าไปยังเว็บไซต์, LINE OA, หน้าโปรโมชันพิเศษ หรือวิดีโอสาธิตการใช้งานสินค้าได้ทันที
- AR (Augmented Reality): เทคโนโลยี AR สามารถยกระดับประสบการณ์ของสื่อสิ่งพิมพ์ไปอีกขั้น เพียงแค่ใช้สมาร์ทโฟนส่องไปที่สื่อสิ่งพิมพ์ (เช่น แคตตาล็อกสินค้า หรือโปสเตอร์) ก็จะปรากฏภาพโมเดล 3 มิติ, วิดีโอ หรือข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นมาบนหน้าจอ ช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจและเพิ่มการมีส่วนร่วมได้อย่างมหาศาล
การพิมพ์เชิงโต้ตอบไม่เพียงแต่เพิ่มมูลค่าให้กับสื่อสิ่งพิมพ์ แต่ยังช่วยให้นักการตลาดสามารถเก็บข้อมูลและวัดผลแคมเปญออฟไลน์ได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของสื่อสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิม
เปรียบเทียบแนวโน้มสื่อโฆษณาหลักในปี 2569 สำหรับ SME
| ประเภทสื่อ | เทรนด์หลักปี 2569 | โอกาสสำหรับ SME |
|---|---|---|
| สื่อดิจิทัล (TikTok, Meta, LINE) | Shoppertainment, การใช้ AI ทำ Personalization, คอนเทนต์วิดีโอสั้น (Reels) ที่สร้าง Engagement สูง | ใช้คอนเทนต์วิดีโอสั้นที่สร้างสรรค์และเป็นส่วนตัวด้วยการสนับสนุนจาก AI เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ |
| สื่อสิ่งพิมพ์ (บรรจุภัณฑ์, โบรชัวร์, ฉลาก) | เทรนด์รักษ์โลก (Eco-Friendly) และการพิมพ์เชิงโต้ตอบ (Interactive) ผ่าน QR Code/AR | สร้างความแตกต่างด้วยบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน และใช้สื่อสิ่งพิมพ์เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงลูกค้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ผ่านโปรโมชันแบบไฮบริด |
| ภาพรวมอุตสาหกรรม | การเติบโตของเม็ดเงินโฆษณารวมอยู่ในระดับต่ำ แต่มีแนวโน้มแตะ 1 แสนล้านบาท | ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบผสมผสาน (Integrated Marketing) ที่เชื่อมโยงจุดแข็งของสื่อดิจิทัลและสื่อออฟไลน์เพื่อสร้างผลลัพธ์สูงสุดในงบประมาณที่จำกัด |
กลยุทธ์การตลาดสำหรับ SME ในปี 2569
จากข้อมูลและแนวโน้มทั้งหมด SME ควรปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อ แทนที่จะมองว่าสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัลเป็นคู่แข่งกัน ควรมองว่าทั้งสองเป็นเครื่องมือที่สามารถทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบให้กับลูกค้าได้
สร้างพลังร่วมด้วยกลยุทธ์ Omnichannel
SME ควรหลีกเลี่ยงการทุ่มงบประมาณทั้งหมดไปที่สื่อสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Omnichannel ที่เชื่อมโยงทุกช่องทางการสื่อสารเข้าด้วยกันอย่างราบรื่น ตัวอย่างเช่น:
- แคตตาล็อกสินค้าเชิงโต้ตอบ: พิมพ์แคตตาล็อกสินค้าที่สวยงามและน่าจับต้อง พร้อมใส่ QR Code ในแต่ละรายการสินค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถสแกนเพื่อดูวิดีโอรีวิว, ตรวจสอบสต็อกสินค้า หรือสั่งซื้อผ่าน LINE OA และเว็บไซต์ได้ทันที
- บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ: ออกแบบบรรจุภัณฑ์หรือฉลากสินค้าที่เมื่อใช้ AR ส่องแล้ว จะแสดงข้อมูลส่วนผสม, วิธีการใช้งาน หรือสูตรอาหารพิเศษขึ้นมา ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์
- แคมเปญ O2O (Online-to-Offline): ยิงโฆษณาผ่าน Google Ads หรือ Facebook Ads เพื่อโปรโมตกิจกรรมที่หน้าร้าน พร้อมแนบลิงก์ให้ลูกค้าลงทะเบียนรับคูปองส่วนลดอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นลูกค้าสามารถนำคูปองนั้นมาสแกนที่ร้านเพื่อรับส่วนลด โดยอาจมีการใช้บัตรสะสมแต้มที่พิมพ์ออกมาเพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำ
การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI และนโยบายภาครัฐ
ในภาวะเศรษฐกิจปี 2569 ที่คาดว่างบประมาณภาครัฐอาจลดลง แต่การสนับสนุนด้านเทคโนโลยียังคงเป็นวาระสำคัญ โดยเฉพาะการนำ AI มาปรับใช้ในธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ SME สามารถแข่งขันในตลาดดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น มีรายงานว่าสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนการทำ AI Transformation ในภาคธุรกิจ SME สามารถใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและสร้างแคมเปญการตลาดที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งกับโฆษณาดิจิทัลและการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
บทสรุป: ทิศทางสื่อสิ่งพิมพ์และก้าวต่อไปของธุรกิจ SME
สรุปแล้ว ในปี 2569 สื่อสิ่งพิมพ์ยังไม่ตาย แต่บทบาทได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากสื่อหลักในการกระจายข่าวสาร สู่การเป็นเครื่องมือสร้างประสบการณ์ทางกายภาพที่สามารถเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลได้อย่างทรงพลัง สำหรับผู้ประกอบการ SME การจะอยู่รอดและเติบโตได้นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกระหว่าง “สิ่งพิมพ์” หรือ “ดิจิทัล” แต่อยู่ที่ความสามารถในการผสมผสานจุดแข็งของทั้งสองสื่อเข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์
การลงทุนในสื่อสิ่งพิมพ์ยุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืนและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้ จะช่วยสร้างความแตกต่างและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ ในขณะเดียวกัน การใช้สื่อดิจิทัลเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างและวัดผลอย่างแม่นยำก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น การวางแผนกลยุทธ์ที่สมดุลและปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป คือหัวใจสำคัญที่จะนำพาธุรกิจ SME ไปสู่ความสำเร็จในสมรภูมิการตลาดยุคใหม่
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่กำลังมองหาพันธมิตรด้านการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่เข้าใจความต้องการของตลาดยุคใหม่ GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการ ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัยและวัสดุคุณภาพสูงจากต่างประเทศ เราเชี่ยวชาญในการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์, การ์ดแต่งงาน และอื่นๆ อีกมากมาย
ทีมงานมืออาชีพของเราพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบชิ้นงานที่โดดเด่นและสอดคล้องกับกลยุทธ์การตลาดของคุณ เพื่อให้สื่อสิ่งพิมพ์เป็นมากกว่าแค่กระดาษ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
- ที่อยู่: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไจแอนท์ ปริ้น 44 หมู่ 14 ถนน ศรีจันทร์ ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
- Email: [email protected]
- ช่องทางโซเชียลมีเดีย: FACEBOOK PAGE, LINE, และ TIKTOK
