เพิ่มยอดขายด้วย Unboxing! ทริคใช้สติ๊กเกอร์และการ์ดขอบคุณ
- ประเด็นสำคัญของกลยุทธ์ Unboxing
- ความหมายที่แท้จริงของ Unboxing Experience
- พลังของการ์ดขอบคุณ: สร้างความผูกพันและกระตุ้นการซื้อซ้ำ
- สติ๊กเกอร์ติดกล่อง: เอกลักษณ์ของแบรนด์ที่จับต้องได้
- องค์ประกอบเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่างอันยิ่งใหญ่
- เช็กลิสต์สร้าง Unboxing Experience ที่น่าประทับใจในงบประมาณจำกัด
- บทสรุป: ลงทุนในประสบการณ์เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
- ยกระดับประสบการณ์ Unboxing ของแบรนด์
ในยุคที่ตลาดอีคอมเมิร์ซมีการแข่งขันสูง การสร้างความแตกต่างเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ กลยุทธ์การเพิ่มยอดขายด้วย Unboxing! ทริคใช้สติ๊กเกอร์และการ์ดขอบคุณได้กลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังสำหรับธุรกิจออนไลน์และกลุ่ม SME โดยเปลี่ยนขั้นตอนการเปิดกล่องพัสดุธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ ซึ่งสามารถสร้างความประทับใจแรกพบที่แข็งแกร่งและส่งเสริมความภักดีของลูกค้าได้ในระยะยาว
ประเด็นสำคัญของกลยุทธ์ Unboxing

- Unboxing คือเครื่องมือการตลาด: ไม่ใช่เพียงการบรรจุสินค้าลงกล่อง แต่เป็นโอกาสในการสร้างประสบการณ์และความตื่นเต้นให้กับลูกค้า ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์
- ต้นทุนต่ำแต่ผลกระทบสูง: สติ๊กเกอร์ติดกล่องและการ์ดขอบคุณเป็นองค์ประกอบที่มีต้นทุนไม่สูง แต่สามารถสร้างผลกระทบทางความรู้สึกและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- กระตุ้นการซื้อซ้ำและการจดจำ: ประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมตอนเปิดกล่องช่วยสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์ ทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้ดีขึ้น และเพิ่มโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำ
- ส่งเสริมการตลาดแบบบอกต่อ: แพ็กเกจที่ออกแบบมาอย่างสวยงามและมีรายละเอียดที่น่าสนใจ จะกระตุ้นให้ลูกค้าถ่ายรูปหรือวิดีโอเพื่อแชร์บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์แบรนด์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
การเพิ่มยอดขายด้วย Unboxing! ทริคใช้สติ๊กเกอร์และการ์ดขอบคุณเป็นกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์เชิงบวกให้กับลูกค้า ณ จุดสัมผัสแรกที่จับต้องได้หลังการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ แนวทางนี้เป็นมากกว่าแค่การแพ็กสินค้าให้ปลอดภัย แต่เป็นการออกแบบทุกองค์ประกอบในกล่องพัสดุอย่างพิถีพิถัน เพื่อสื่อสารตัวตนของแบรนด์ สร้างความประทับใจ และเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำ สำหรับผู้ประกอบการในตลาดออนไลน์ที่เต็มไปด้วยคู่แข่ง การลงทุนในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้สามารถสร้างความแตกต่างและนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความหมายที่แท้จริงของ Unboxing Experience
ในโลกธุรกิจออนไลน์ที่ลูกค้าไม่สามารถสัมผัสสินค้าได้โดยตรงก่อนตัดสินใจซื้อ “ประสบการณ์ตอนเปิดกล่อง” หรือ Unboxing Experience จึงกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญที่แบรนด์สามารถสร้างความสัมพันธ์และสื่อสารกับลูกค้าได้เป็นครั้งแรก การทำความเข้าใจแนวคิดนี้อย่างลึกซึ้งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มศักยภาพ
นิยามของ Unboxing ในเชิงการตลาด
Unboxing ไม่ใช่แค่การแกะกล่องพัสดุ แต่เป็นกระบวนการที่ถูกออกแบบมาอย่างมีกลยุทธ์เพื่อสร้างความรู้สึกตื่นเต้น คาดหวัง และประทับใจให้กับผู้รับ มันคือเครื่องมือการตลาดที่เปลี่ยนปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพครั้งแรกระหว่างลูกค้ากับผลิตภัณฑ์ให้กลายเป็นโอกาสในการเล่าเรื่องราวของแบรนด์ (Brand Storytelling) และตอกย้ำคุณค่าของสินค้า ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่กล่องภายนอก เทปปิดกล่อง กระดาษห่อ ไปจนถึงการ์ดขอบคุณและสติ๊กเกอร์ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ถูกคัดสรรมาเพื่อสร้างความรู้สึกเชิงบวกและทำให้แบรนด์ดูมีคุณค่าสูงขึ้นในสายตาของลูกค้า
ประสบการณ์ตอนเปิดกล่อง คือจุดสัมผัสแรกที่สร้างความประทับใจและเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้เป็นลูกค้าประจำ
เหตุผลที่ Unboxing กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ
ความสำคัญของ Unboxing Experience เพิ่มขึ้นอย่างมากในยุคดิจิทัลด้วยเหตุผลหลายประการ ประการแรก ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การสร้างความแตกต่างเป็นสิ่งจำเป็น การมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายสามารถทำให้แบรนด์โดดเด่นจากคู่แข่งที่ขายสินค้าประเภทเดียวกัน ประการที่สอง มันช่วยสร้างสะพานเชื่อมต่อทางอารมณ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความภักดีในระยะยาว ประการสุดท้าย ประสบการณ์ที่น่าประทับใจและสวยงามมักจะถูกบันทึกและแชร์ต่อบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Instagram, TikTok หรือ YouTube สิ่งนี้ก่อให้เกิด “เนื้อหาที่สร้างโดยผู้ใช้” (User-Generated Content) ซึ่งเป็นการตลาดแบบปากต่อปากที่มีความน่าเชื่อถือสูงและช่วยขยายการรับรู้ของแบรนด์ไปสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ โดยที่แบรนด์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณา
พลังของการ์ดขอบคุณ: สร้างความผูกพันและกระตุ้นการซื้อซ้ำ
ท่ามกลางกระบวนการสั่งซื้อและจัดส่งที่เป็นระบบอัตโนมัติ “การ์ดขอบคุณ” คือองค์ประกอบที่สามารถเติมเต็มความเป็นมนุษย์และความใส่ใจลงไปในกล่องพัสดุได้อย่างง่ายดายแต่ทรงพลัง มันเป็นมากกว่ากระดาษแผ่นหนึ่ง แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและกระตุ้นให้เกิดการซื้อครั้งต่อไป
การสร้างความรู้สึกพิเศษและเป็นส่วนตัว
การได้รับการ์ดขอบคุณทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตนเองไม่ได้เป็นเพียงแค่หมายเลขคำสั่งซื้อ แต่เป็นบุคคลที่แบรนด์ให้ความสำคัญ ข้อมูลจาก Shopify ยืนยันว่าการ์ดที่ดูเป็นส่วนตัว เช่น การ์ดที่มีข้อความเขียนด้วยลายมือหรือลงชื่อโดยผู้ก่อตั้ง สามารถสร้างความจริงใจและความประทับใจได้มากกว่าข้อความอัตโนมัติ สำหรับร้านค้าที่มีปริมาณคำสั่งซื้อสูง การใช้เทมเพลตที่ออกแบบมาอย่างดีและพิมพ์บนกระดาษคุณภาพสูงก็ยังคงสามารถสื่อถึงความใส่ใจได้เช่นกัน การเพิ่มรายละเอียดเล็กน้อย เช่น การกล่าวถึงชื่อของลูกค้า (หากระบบเอื้ออำนวย) จะยิ่งเพิ่มความรู้สึกพิเศษและทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์มากขึ้น
เปลี่ยนการ์ดขอบคุณให้เป็นเครื่องมือทางการตลาด
นอกเหนือจากการแสดงความขอบคุณแล้ว การ์ดยังสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการขายต่อยอด (Upselling) และส่งเสริมการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใส่รหัสส่วนลดสำหรับการซื้อครั้งถัดไปเป็นกลยุทธ์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะมันสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ากลับมาที่ร้านอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้พื้นที่บนการ์ดเพื่อเชิญชวนให้ลูกค้าติดตามแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย, เข้าร่วมโปรแกรมสะสมคะแนน, หรือแม้กระทั่งสแกน QR Code เพื่อดูสินค้าคอลเลกชันใหม่ การผสมผสานคำขอบคุณเข้ากับคำกระตุ้นการตัดสินใจ (Call-to-Action) ที่ชัดเจน จะเปลี่ยนการ์ดขอบคุณให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางการตลาดที่คุ้มค่า
ตัวอย่างข้อความบนการ์ดขอบคุณ
ข้อความที่ดีควรสั้น กระชับ และจริงใจ สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบุคลิกของแบรนด์ได้
- แบบเรียบง่ายและจริงใจ: “ขอบคุณที่เลือกอุดหนุนสินค้าของเรานะคะ/ครับ หวังว่าคุณจะมีความสุขกับผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้! จากใจทีมงาน [ชื่อแบรนด์]”
- แบบเน้นสร้างชุมชน: “ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัว [ชื่อแบรนด์]! ขอบคุณที่สนับสนุนธุรกิจเล็กๆ ของเรา ติดตามเรื่องราวและโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ [ชื่อโซเชียลมีเดีย]”
- แบบกระตุ้นการซื้อซ้ำ: “ขอบคุณสำหรับคำสั่งซื้อ! เพื่อเป็นการขอบคุณ เราขอมอบส่วนลด 10% สำหรับการซื้อครั้งถัดไป เพียงใช้โค้ด: THANKYOU10”
สติ๊กเกอร์ติดกล่อง: เอกลักษณ์ของแบรนด์ที่จับต้องได้
สติ๊กเกอร์เป็นองค์ประกอบชิ้นเล็กๆ ที่สามารถสร้างผลกระทบทางการมองเห็นได้อย่างมหาศาล มันทำหน้าที่เป็นป้ายประกาศเคลื่อนที่สำหรับแบรนด์ เปลี่ยนกล่องพัสดุสีน้ำตาลธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่โฆษณาและเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์แบรนด์ที่ชัดเจน
เสริมสร้างการจดจำแบรนด์ (Brand Recognition)
การใช้สติ๊กเกอร์โลโก้หรือสติ๊กเกอร์ที่ออกแบบตามอัตลักษณ์ขององค์กร (Corporate Identity – CI) เช่น การใช้สีและฟอนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ จะช่วยตอกย้ำภาพจำในใจของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่บุรุษไปรษณีย์ที่นำส่งพัสดุ ไปจนถึงลูกค้าที่ได้รับกล่อง การมองเห็นโลโก้ซ้ำๆ จะช่วยสร้างการจดจำโดยไม่รู้ตัว เมื่อลูกค้าเห็นพัสดุที่มีสติ๊กเกอร์ของแบรนด์ติดอยู่ จะเกิดความรู้สึกคุ้นเคยและตื่นเต้นทันที ซึ่งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพและทำให้สินค้าดูแตกต่างจากคู่แข่งที่ใช้บรรจุภัณฑ์ทั่วไป
ใช้สติ๊กเกอร์เพื่อสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์
นอกจากการสร้างแบรนด์แล้ว สติ๊กเกอร์ยังมีประโยชน์ในเชิงฟังก์ชันอีกด้วย สามารถใช้เพื่อสื่อสารข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสินค้าได้อย่างกระชับและชัดเจน ตัวอย่างเช่น สติ๊กเกอร์ “ระวังแตก (Fragile)” สำหรับสินค้าที่บอบบาง, สติ๊กเกอร์ “Handmade” เพื่อเน้นย้ำคุณค่าของงานฝีมือ, หรือสติ๊กเกอร์ที่ระบุข้อมูลสำคัญ เช่น ส่วนผสมหลัก, วันหมดอายุ, หรือคำแนะนำการใช้งานเบื้องต้น การใช้สติ๊กเกอร์ในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยในการใช้งานผลิตภัณฑ์ ซึ่งส่งผลดีต่อความมั่นใจของลูกค้า
| องค์ประกอบ | หน้าที่หลัก | ผลลัพธ์ต่อลูกค้า |
|---|---|---|
| สติ๊กเกอร์ติดกล่อง | สร้างการจดจำแบรนด์ (Visual Identity) และสื่อสารข้อมูล | รู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพ, ความน่าเชื่อถือ และจดจำแบรนด์ได้ง่าย |
| การ์ดขอบคุณ | สร้างความสัมพันธ์ส่วนตัว (Emotional Connection) และกระตุ้นการตัดสินใจ | รู้สึกถึงความใส่ใจเป็นพิเศษ, ความผูกพัน และมีแรงจูงใจในการซื้อซ้ำ |
| การใช้งานร่วมกัน | เสริมสร้างประสบการณ์ Unboxing ที่สมบูรณ์แบบ | เกิดความประทับใจสูงสุด, เพิ่มความภักดีต่อแบรนด์ และส่งเสริมการบอกต่อ |
องค์ประกอบเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่างอันยิ่งใหญ่
ความสำเร็จของ Unboxing Experience อยู่ที่การใส่ใจในรายละเอียด องค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ที่เพิ่มเข้ามาในกล่องพัสดุสามารถเปลี่ยนประสบการณ์ธรรมดาให้กลายเป็นสิ่งที่น่าจดจำและควรค่าแก่การแชร์ต่อ
รายละเอียดที่ยกระดับประสบการณ์
นอกจากการ์ดขอบคุณและสติ๊กเกอร์แล้ว ยังมีองค์ประกอบอีกหลายอย่างที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับประสบการณ์ Unboxing ได้ เช่น
- เทปพิมพ์โลโก้: การใช้เทปที่มีแบรนด์ของตัวเองแทนเทปสีน้ำตาลธรรมดา ช่วยสร้างความโดดเด่นและดูเป็นมืออาชีพตั้งแต่แรกเห็น
- กระดาษห่อหรือกระดาษฝอย: การห่อสินค้าด้วยกระดาษบางๆ ที่มีสีหรือลวดลายของแบรนด์ หรือการใช้กระดาษฝอยรองสินค้า ช่วยป้องกันการกระแทกและสร้างความรู้สึกเหมือนกำลังเปิดของขวัญ
- ของแถมขนาดเล็ก (Freebies): ของแถมที่ไม่คาดคิด เช่น สินค้าตัวอย่าง, ขนมชิ้นเล็กๆ หรือของที่ระลึกที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ สามารถสร้างความประหลาดใจและความสุขให้กับลูกค้าได้อย่างมาก
- ใบแทรก (Inserts): ใบปลิวหรือโปสการ์ดที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์, แนะนำสินค้าอื่นๆ หรือบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังผลิตภัณฑ์ ช่วยสร้างความลึกซึ้งให้กับแบรนด์ได้
การผสมผสานองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกันอย่างลงตัวจะทำให้ประสบการณ์ Unboxing ดูพรีเมียมและน่าจดจำยิ่งขึ้น
ออกแบบอย่างไรให้เกิดการแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดีย
เพื่อให้ลูกค้าอยากแบ่งปันประสบการณ์ Unboxing ของพวกเขา การออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงความสวยงามและ “ความน่าถ่ายรูป” (Photogenic) เป็นสำคัญ ควรเลือกใช้สีที่สอดคล้องกับแบรนด์, จัดวางองค์ประกอบต่างๆ ภายในกล่องอย่างเป็นระเบียบ, และตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกอย่างดูสะอาดและน่ามอง การสร้าง “โมเมนต์” ที่น่าสนใจ เช่น การซ่อนข้อความเล็กๆ ไว้ใต้ฝากล่อง หรือการผูกโบว์สวยๆ สามารถเป็นจุดดึงดูดให้คนอยากถ่ายรูปหรือวิดีโอเพื่ออวดเพื่อนๆ บนโลกออนไลน์ได้ การทำให้แพ็กเกจจิ้งดูดีในภาพถ่าย คือการลงทุนที่ชาญฉลาดเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตลาดแบบออร์แกนิก
เช็กลิสต์สร้าง Unboxing Experience ที่น่าประทับใจในงบประมาณจำกัด
การสร้างประสบการณ์ Unboxing ที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาลเสมอไป ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเทคนิคง่ายๆ ต่อไปนี้
- เริ่มต้นด้วยความสะอาดและเป็นระเบียบ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากล่องพัสดุอยู่ในสภาพดี ไม่บุบสลาย และการจัดวางสินค้าภายในดูเป็นระเบียบเรียบร้อย
- ออกแบบสติ๊กเกอร์และการ์ดให้เป็นเอกภาพ: ใช้องค์ประกอบการออกแบบ (สี, ฟอนต์, โลโก้) ที่สอดคล้องกันในทุกส่วน เพื่อสร้างภาพจำที่แข็งแกร่งและดูเป็นมืออาชีพ
- ใช้ข้อความที่มาจากใจจริง: บนการ์ดขอบคุณ ไม่จำเป็นต้องเขียนยาว แต่ควรแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ อาจเป็นการกล่าวถึงคุณค่าของแบรนด์หรือภารกิจของร้าน
- พิจารณาของแถมที่ต้นทุนต่ำ: อาจเป็นสินค้าตัวอย่างขนาดเล็กจากซัพพลายเออร์ หรือของที่ระลึกทำมือที่สะท้อนถึงแบรนด์
- เพิ่มคำกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA): อย่าลืมใส่ข้อความเชิญชวนให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ หรือติดตามบนโซเชียลมีเดีย อาจอยู่ในรูปแบบของรหัสส่วนลดหรือ QR Code
- เลือกใช้วัสดุที่สร้างสรรค์: แทนที่จะใช้บับเบิ้ลกันกระแทก อาจลองใช้กระดาษรีไซเคิลหรือเชือกป่านเพื่อสร้างสัมผัสที่เป็นธรรมชาติและดูมีสไตล์
บทสรุป: ลงทุนในประสบการณ์เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
สรุปได้ว่า กลยุทธ์การเพิ่มยอดขายด้วย Unboxing! ทริคใช้สติ๊กเกอร์และการ์ดขอบคุณ เป็นแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับธุรกิจออนไลน์ได้จริง มันคือการลงทุนในประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งเป็นมากกว่าแค่การทำธุรกรรมซื้อขาย แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์, ความภักดี และการบอกต่อในเชิงบวก การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่สติ๊กเกอร์ที่ปิดผนึกกล่องไปจนถึงข้อความบนการ์ดขอบคุณ สามารถเปลี่ยนการรับพัสดุธรรมดาให้กลายเป็นความทรงจำที่ดี และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเลือกที่จะกลับมาอุดหนุนแบรนด์อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ยกระดับประสบการณ์ Unboxing ของแบรนด์
สำหรับผู้ประกอบการ SME และธุรกิจออนไลน์ที่ต้องการสร้างสรรค์ประสบการณ์ Unboxing ที่น่าประทับใจ GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่พร้อมเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ ด้วยบริการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์ติดกล่อง, การ์ดขอบคุณ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, และอื่นๆ อีกมากมาย
ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานระดับสากลจาก Fuji Xerox และวัสดุคุณภาพสูง ทำให้ทุกชิ้นงานมีสีสันสดใส คมชัด และสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพให้กับแบรนด์ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและบริการออกแบบฟรี เพื่อให้แน่ใจว่าทุกองค์ประกอบสอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์และตอบโจทย์เป้าหมายทางการตลาดได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือเริ่มต้นสร้างประสบการณ์ Unboxing ที่ไม่เหมือนใครได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
- LINE: @282iufnx
- TIKTOK: @giantprint_official
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
