ป้ายซีดเร็วเพราะลืมสิ่งนี้! รู้จัก ‘สารเคลือบ UV’ ตัวช่วยยืดอายุป้ายไวนิลกลางแจ้ง
- ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- ความท้าทายของป้ายโฆษณากลางแจ้ง
- สาเหตุหลักที่ทำให้ป้ายไวนิลซีดจาง
- รู้จัก ‘สารเคลือบ UV’ ตัวช่วยยืดอายุป้ายไวนิลกลางแจ้ง
- การเลือกองค์ประกอบที่เหมาะสมเพื่อป้ายที่ทนทานที่สุด
- แนวทางการดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งานป้ายโฆษณา
- สรุป: การลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อภาพลักษณ์ที่ยั่งยืน
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ป้ายไวนิลสำหรับติดตั้งกลางแจ้งเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญ แต่บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับปัญหาสีซีดจางก่อนเวลาอันควร ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์โดยตรง สาเหตุสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือการขาดชั้นป้องกันรังสียูวี การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสารเคลือบประเภทนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาคุณภาพและความสวยงามของป้ายให้ยาวนานที่สุด
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา

- รังสียูวี (UV): เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สีของป้ายไวนิลเสื่อมสภาพและซีดจาง ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Photo-degradation ซึ่งเป็นการทำลายพันธะเคมีในเม็ดสี
- สารเคลือบ UV: ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน โดยการดูดซับหรือสะท้อนรังสียูวีก่อนที่จะสัมผัสกับหมึกพิมพ์ ช่วยยืดอายุสีสันให้สดใสยาวนานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ความทนทานรอบด้าน: นอกจากการป้องกันแสงแดด การเคลือบยังช่วยเพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วน ความชื้น และมลภาวะในอากาศ เช่น ฝนกรด
- การเลือกองค์ประกอบร่วม: ประสิทธิภาพสูงสุดเกิดจากการเลือกใช้วัสดุไวนิลที่เหมาะสม หมึกพิมพ์ที่ทนทานต่อสภาพอากาศ และการเคลือบป้องกันที่สอดคล้องกัน
- ความคุ้มค่าในการลงทุน: แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่การเคลือบ UV ช่วยลดความถี่ในการพิมพ์ป้ายใหม่ ทำให้ประหยัดต้นทุนในระยะยาวและรักษาภาพลักษณ์ของธุรกิจให้ดูดีอยู่เสมอ
ความท้าทายของป้ายโฆษณากลางแจ้ง
ปัญหาป้ายซีดเร็วเพราะลืมสิ่งนี้! รู้จัก ‘สารเคลือบ UV’ ตัวช่วยยืดอายุป้ายไวนิลกลางแจ้ง นับเป็นข้อกังวลหลักสำหรับธุรกิจที่ต้องใช้สื่อโฆษณากลางแจ้ง ป้ายเหล่านี้คือการลงทุนที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์และคุณภาพของแบรนด์โดยตรง การที่ป้ายซึ่งเคยมีสีสันสดใสกลับซีดจางลงในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ไม่เพียงแต่ลดทอนความน่าสนใจ แต่ยังสร้างความรู้สึกว่าแบรนด์ขาดการดูแลเอาใจใส่ ป้ายที่ติดตั้งภายนอกอาคารต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่รุนแรงตลอดเวลา ตั้งแต่แสงแดดที่แผดเผา ลม ฝน ไปจนถึงมลภาวะในอากาศ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการเสื่อมสภาพของวัสดุและสีที่ใช้ในการพิมพ์ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและวิธีการป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนการผลิตป้ายโฆษณาให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและคุ้มค่ากับการลงทุน
ผู้ประกอบการจำนวนมากมุ่งเน้นไปที่การออกแบบที่สวยงามและความคมชัดของงานพิมพ์ในเบื้องต้น แต่อาจละเลยปัจจัยด้านความทนทานในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันผลกระทบจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่สุดที่ทำให้สีซีดจาง การเลือกใช้เทคโนโลยีการพิมพ์และวัสดุที่เหมาะสม รวมถึงการเพิ่มขั้นตอนการป้องกัน เช่น การใช้สารเคลือบ UV จะสามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้อย่างสิ้นเชิง จากป้ายที่ต้องเปลี่ยนใหม่ทุกไตรมาส กลายเป็นป้ายที่คงความสวยงามได้นานนับปี ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังรักษามาตรฐานภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้คงที่และน่าเชื่อถือในสายตาของผู้บริโภค
สาเหตุหลักที่ทำให้ป้ายไวนิลซีดจาง
การซีดจางของสีบนป้ายไวนิลไม่ใช่เรื่องของความบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากกระบวนการทางเคมีและฟิสิกส์ที่เกิดขึ้นเมื่อป้ายต้องสัมผัสกับสภาพแวดล้อมภายนอกเป็นเวลานาน การเข้าใจกลไกเหล่านี้จะช่วยให้เห็นความสำคัญของการป้องกันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
กระบวนการ Photo-degradation: เมื่อแสงแดดทำลายเม็ดสี
สาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้สีบนป้ายจางลงคือปรากฏการณ์ “Photo-degradation” หรือการเสื่อมสลายด้วยแสง โดยมีตัวการหลักคือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ที่มองไม่เห็นในแสงแดด เมื่อรังสี UV ที่มีพลังงานสูงตกกระทบลงบนพื้นผิวของป้าย มันจะทำลายพันธะทางเคมีภายในโมเลกุลของเม็ดสี (Pigments) ที่อยู่ในหมึกพิมพ์
กระบวนการนี้ทำให้โครงสร้างของเม็ดสีเปลี่ยนแปลงไป และสูญเสียคุณสมบัติในการสะท้อนช่วงคลื่นแสงสีเดิมออกมา ผลลัพธ์ที่มองเห็นได้คือสีที่เคยสดใสจะเริ่มดูจางลง หมองคล้ำ และในที่สุดอาจเปลี่ยนเป็นเฉดสีอื่นหรือขาวไปเลย สีบางสี เช่น สีเหลืองและสีแดง มีความไวต่อรังสี UV มากกว่าสีอื่น จึงมักเป็นสีที่ซีดจางให้เห็นก่อนเป็นอันดับแรก
ปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่เร่งการเสื่อมสภาพ
นอกเหนือจากแสงแดดแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำงานร่วมกันเพื่อเร่งให้ป้ายเสื่อมสภาพเร็วขึ้น:
- ความชื้นและฝน: น้ำฝน โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีมลภาวะสูง อาจมีสภาพเป็นกรดอ่อน ๆ (ฝนกรด) ซึ่งสามารถกัดกร่อนทั้งผิวของวัสดุไวนิลและชั้นหมึกพิมพ์ได้ นอกจากนี้ ความชื้นที่สะสมยังอาจทำให้เกิดเชื้อราหรือคราบสกปรกที่ทำความสะอาดยาก
- อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง: การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ทำให้วัสดุไวนิลเกิดการยืดและหดตัวซ้ำ ๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยแตกขนาดเล็กบนพื้นผิว และเป็นช่องทางให้ความชื้นและมลภาวะแทรกซึมเข้าไปทำลายชั้นสีได้ง่ายขึ้น
- มลภาวะในอากาศ: สารเคมีและฝุ่นละอองในอากาศสามารถเกาะติดบนผิวป้าย และทำปฏิกิริยาเคมีกับหมึกพิมพ์และวัสดุเมื่อโดนแสงแดดและความชื้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งการซีดจาง
- การเสียดสีทางกายภาพ: ลมที่พัดแรงอาจทำให้ป้ายเสียดสีกับกิ่งไม้หรือตัวอาคาร หรือพัดพาเม็ดทรายและฝุ่นมาขีดข่วนผิวหน้าป้าย ทำให้ชั้นป้องกันบางลงและเสียหายได้
รู้จัก ‘สารเคลือบ UV’ ตัวช่วยยืดอายุป้ายไวนิลกลางแจ้ง
เมื่อเข้าใจถึงศัตรูตัวฉกาจของป้ายไวนิลแล้ว การหาเกราะป้องกันจึงเป็นขั้นตอนต่อไป สารเคลือบ UV หรือที่เรียกกันในวงการว่า Liquid Laminate คือคำตอบที่ตรงจุดที่สุดสำหรับปัญหานี้ มันเป็นมากกว่าแค่ชั้นเคลือบเงา แต่เป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องงานพิมพ์โดยเฉพาะ
สารเคลือบ UV คืออะไรและทำงานอย่างไร
สารเคลือบ UV คือของเหลวใสที่ถูกนำมาทาหรือพ่นลงบนผิวหน้าของงานพิมพ์หลังจากที่หมึกแห้งสนิทแล้ว ส่วนประกอบสำคัญในสารเคลือบนี้คือสารยับยั้งรังสียูวี (UV Inhibitors) และสารดูดซับรังสียูวี (UV Absorbers) ซึ่งทำงานร่วมกันเปรียบเสมือนครีมกันแดดประสิทธิภาพสูงสำหรับป้ายโฆษณา
การทำงานของสารเคลือบ UV สามารถอธิบายได้ง่าย ๆ คือ เมื่อแสงแดดส่องมายังป้าย สารเคลือบชั้นนอกสุดจะทำหน้าที่เป็นด่านแรก โดยดูดซับและสะท้อนรังสี UV ที่เป็นอันตรายออกไป ป้องกันไม่ให้รังสีเหล่านี้เดินทางไปถึงชั้นของหมึกพิมพ์ที่อยู่ด้านล่าง ด้วยวิธีนี้ โมเลกุลของเม็ดสีจึงไม่ถูกทำลาย และสีของป้ายยังคงความสดใสและคมชัดได้ยาวนานกว่าเดิมหลายเท่าตัว ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีได้สูงถึง 90%
ประเภทของสารเคลือบเพื่อการป้องกัน
ในกระบวนการผลิตป้าย มีวิธีการเคลือบเพื่อป้องกันอยู่หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบมีคุณสมบัติและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป:
- การเคลือบ UV (UV Coating / Liquid Laminate): เป็นการใช้สารเคลือบ dạng ของเหลวตามที่กล่าวไปข้างต้น เหมาะสำหรับงานที่ต้องการการป้องกันแสงแดดเป็นหลัก มีให้เลือกทั้งแบบเงา (Gloss) และแบบด้าน (Matte) เพื่อให้ได้พื้นผิวตามที่ต้องการ และยังช่วยเพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วนเล็กน้อยได้อีกด้วย
- การเคลือบลามิเนต (Lamination): วิธีนี้เป็นการใช้ฟิล์มพลาสติกใสแผ่นบาง ๆ มาประกบติดกับผิวงานพิมพ์โดยใช้ความร้อนหรือกาว การลามิเนตให้การป้องกันทางกายภาพที่เหนือกว่าการเคลือบ UV แบบของเหลว เพราะชั้นฟิล์มจะช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ความชื้น และการฉีกขาดได้ดีเยี่ยม ฟิล์มลามิเนตส่วนใหญ่ก็มีคุณสมบัติในการป้องกันรังสี UV เช่นกัน จึงเป็นการป้องกันแบบสองชั้นที่สมบูรณ์แบบสำหรับป้ายที่ต้องการความทนทานสูงสุด
- Spot UV: เป็นเทคนิคการเคลือบ UV เฉพาะจุด ไม่ใช่การเคลือบเพื่อการป้องกันทั้งแผ่น วัตถุประสงค์หลักของ Spot UV คือเพื่อการตกแต่ง สร้างความโดดเด่นให้กับบางส่วนของงานพิมพ์ เช่น โลโก้ หรือตัวอักษร ให้มีความมันวาวและนูนขึ้นมาเล็กน้อย จึงไม่เหมาะกับการนำมาใช้เพื่อป้องกันป้ายกลางแจ้งทั้งผืน
การเลือกองค์ประกอบที่เหมาะสมเพื่อป้ายที่ทนทานที่สุด
การเคลือบป้องกันเป็นเพียงจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งในภาพรวมทั้งหมด การสร้างสรรค์ป้ายไวนิลที่ทนทานและใช้งานได้ยาวนาน ต้องอาศัยการตัดสินใจเลือกองค์ประกอบทุกส่วนอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่วัสดุตั้งต้นไปจนถึงชนิดของหมึกพิมพ์
การเลือกวัสดุไวนิลให้เหมาะสมกับการใช้งาน
วัสดุไวนิลมีหลากหลายเกรดและคุณสมบัติ การเลือกให้ตรงกับวัตถุประสงค์และสภาพแวดล้อมในการติดตั้งเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง
| ประเภทของไวนิล | คุณสมบัติเด่น | อายุการใช้งานโดยประมาณ (กลางแจ้ง) |
|---|---|---|
| ไวนิล PVC ธรรมดา | ราคาประหยัด เหมาะสำหรับใช้งานชั่วคราว | 3–6 เดือน |
| ไวนิล PVC เกรดพรีเมียม | มีความหนาและทนทานกว่าเกรดธรรมดา | 1–3 ปี |
| ไวนิลเคลือบสารกัน UV | มีการผสมสารป้องกัน UV ในเนื้อวัสดุ ช่วยชะลอการซีดจาง | 2–5 ปี |
| ไวนิลทึบแสง (Blockout) | ทึบแสง 100% ป้องกันแสงทะลุ เหมาะสำหรับพิมพ์สองหน้า ทนทานสูง | 3–5+ ปี |
| ไวนิลกันน้ำ (Waterproof) | ออกแบบมาเพื่อป้องกันความชื้นโดยเฉพาะ เหมาะกับพื้นที่ฝนตกชุก | 2–4 ปี |
ความสำคัญของหมึกพิมพ์ต่อความทนทาน
หมึกพิมพ์คือหัวใจของสีสันบนป้าย การเลือกใช้หมึกที่ผลิตขึ้นมาเพื่องานกลางแจ้งโดยเฉพาะจะช่วยให้สียึดเกาะกับวัสดุได้ดีและทนทานต่อสภาพอากาศได้ดียิ่งขึ้น
- หมึก Solvent: เป็นหมึกพิมพ์ที่ได้รับความนิยมสำหรับงานกลางแจ้ง มีคุณสมบัติในการกัดผิววัสดุเล็กน้อย ทำให้เม็ดสีซึมลึกลงไปในเนื้อไวนิล ส่งผลให้มีความทนทานต่อการขีดข่วนและสภาพอากาศสูง ป้องกันการซีดจางได้ในระดับดี
- หมึก UV (UV Ink): เป็นเทคโนโลยีหมึกพิมพ์ที่แตกต่างจาก “สารเคลือบ UV” โดยหมึกชนิดนี้จะแห้งตัวทันทีเมื่อผ่านแสง UV จากหลอดไฟในเครื่องพิมพ์ ทำให้หมึกแข็งตัวและยึดเกาะบนผิววัสดุได้อย่างแน่นหนา หมึก UV มีความทนทานต่อแสงแดดและสภาพอากาศสูงมาก ให้สีสันที่สดใสคมชัด และกันน้ำได้ดีเยี่ยม ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับงานที่ต้องการอายุการใช้งานยาวนาน
เปรียบเทียบความแตกต่าง: ป้ายไวนิลธรรมดา ปะทะ ป้ายพิมพ์ระบบ UV
ความแตกต่างระหว่างการใช้ระบบการพิมพ์แบบดั้งเดิม (เช่น หมึก Solvent) บนไวนิลธรรมดา กับการใช้ระบบการพิมพ์ด้วยหมึก UV นั้นเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อเวลาผ่านไป ป้ายไวนิลธรรมดาที่ไม่ได้เคลือบป้องกันใด ๆ อาจเริ่มซีดจางอย่างเห็นได้ชัดภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี แม้จะใช้หมึก Solvent ก็ตาม ในขณะที่ป้ายที่พิมพ์ด้วยระบบหมึก UV บนวัสดุเกรดพรีเมียมและมีการเคลือบลามิเนตป้องกันอีกชั้น สามารถคงความสวยงามได้ยาวนาน 3-5 ปี หรือมากกว่านั้น แม้จะติดตั้งในบริเวณที่โดนแดดจัดตลอดวัน
แนวทางการดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งานป้ายโฆษณา
แม้จะเลือกใช้วัสดุ หมึกพิมพ์ และการเคลือบที่ดีที่สุดแล้ว การดูแลรักษาที่ถูกวิธียังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ป้ายโฆษณาคงสภาพดีเยี่ยมไปได้นานที่สุด
การติดตั้งที่ถูกต้องและปลอดภัย
การติดตั้งป้ายต้องมีความแข็งแรงและตึงพอดี ป้ายที่หย่อนเกินไปจะสะบัดตามแรงลม ทำให้เกิดการเสียดสีและอาจฉีกขาดได้ง่าย ในทางกลับกัน การขึงป้ายให้ตึงเกินไปอาจสร้างแรงเค้นที่ขอบและมุม ทำให้วัสดุเสียหายเมื่อเจออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าโครงสร้างที่ใช้ยึดป้ายมีความมั่นคงและสามารถรับแรงลมในบริเวณนั้นได้
การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
ควรทำความสะอาดผิวหน้าป้ายอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อกำจัดฝุ่นละออง คราบเขม่า หรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่อาจเกาะติดและทำปฏิกิริยาเคมีกับผิวป้ายเมื่อโดนแดดและฝน วิธีทำความสะอาดที่ปลอดภัยคือการใช้น้ำสะอาดผสมกับสบู่อ่อน ๆ และใช้ผ้านุ่มหรือฟองน้ำเช็ดเบา ๆ หลีกเลี่ยงการใช้แปรงขนแข็งหรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง เพราะอาจทำลายชั้นเคลือบป้องกันได้
การตรวจสอบสภาพป้ายเป็นประจำ
ควรมีการตรวจสอบสภาพป้ายเป็นระยะ โดยเฉพาะหลังเกิดพายุหรือลมแรง มองหาร่องรอยการฉีกขาดบริเวณขอบหรือรูตาไก่ หากพบความเสียหายเล็กน้อย ควรรีบซ่อมแซมเพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลาม การปล่อยให้มีรอยรั่วหรือฉีกขาดอาจทำให้น้ำและความชื้นซึมเข้าไปใต้ชั้นพิมพ์ ซึ่งจะสร้างความเสียหายจากภายในและทำให้อายุการใช้งานสั้นลงอย่างมาก
สรุป: การลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อภาพลักษณ์ที่ยั่งยืน
การเผชิญกับปัญหาป้ายไวนิลซีดจางก่อนกำหนดสามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยความเข้าใจและการวางแผนที่ถูกต้อง รังสี UV จากแสงแดดคือปัจจัยหลักที่ทำลายสีสันของงานพิมพ์ แต่ด้วยเทคโนโลยีสารเคลือบ UV และการเคลือบลามิเนต เราสามารถสร้างเกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพเพื่อยืดอายุการใช้งานของป้ายได้อย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มค่าใช้จ่ายเล็กน้อยในขั้นตอนการผลิตเพื่อเคลือบป้องกัน ถือเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าในระยะยาว เพราะช่วยลดต้นทุนและความยุ่งยากในการต้องสั่งพิมพ์ป้ายใหม่บ่อยครั้ง
ท้ายที่สุดแล้ว ป้ายโฆษณาที่สวยงามและมีสีสันสดใสอยู่เสมอไม่เพียงแต่จะดึงดูดสายตาผู้คนได้ดีกว่า แต่ยังสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจในรายละเอียดของแบรนด์ การเลือกใช้วัสดุ หมึกพิมพ์ และการป้องกันที่เหมาะสม จึงเป็นการรักษาทั้งทรัพย์สินและภาพลักษณ์ของธุรกิจให้แข็งแกร่งและยั่งยืน
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
การเลือกคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับป้ายโฆษณาอาจมีความซับซ้อน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่างานพิมพ์ของคุณจะตอบโจทย์ทั้งในด้านความสวยงามและความทนทาน GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรที่มีความพร้อมในการให้บริการ ทั้งด้านการออกแบบและผลิตสื่อทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, ป้ายไวนิล, และอื่น ๆ อีกมากมาย
ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานที่ทันสมัย การเลือกใช้วัสดุชั้นนำ และทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างรวดเร็ว ท่านจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลงานที่ตอบโจทย์ความต้องการและคุ้มค่ากับการลงทุนอย่างแท้จริง
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: GiantprintMedia
- LINE: @giantprint
- TIKTOK: giantprint_official
- Website: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
