พิมพ์ 100 ใบไม่ซ้ำ! รู้จักเทคโนโลยี VDP เพิ่มยอดขาย SME
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูง การสร้างความแตกต่างเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ การ พิมพ์ 100 ใบไม่ซ้ำ! รู้จักเทคโนโลยี VDP เพิ่มยอดขาย SME จึงเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เทคโนโลยีการพิมพ์ข้อมูลแปรผัน หรือ Variable Data Printing (VDP) นี้ คือนวัตกรรมการพิมพ์ดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับลูกค้าแต่ละรายได้ในกระบวนการพิมพ์เพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นการใส่ชื่อลูกค้า ข้อเสนอพิเศษ หรือรูปภาพที่แตกต่างกันบนการ์ดเชิญ คูปอง หรือไดเร็คเมลแต่ละฉบับ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสื่อสิ่งพิมพ์ธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลัง
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ VDP

- การพิมพ์เฉพาะบุคคล: VDP คือเทคโนโลยีที่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงข้อความ รูปภาพ หรือกราฟิกในแต่ละชิ้นงานพิมพ์ได้โดยไม่ต้องหยุดเครื่อง ทำให้สามารถผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่ปรับตามข้อมูลของลูกค้าแต่ละรายได้
- ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล: กระบวนการทำงานอาศัยการผสานข้อมูลจากฐานข้อมูล เช่น ไฟล์ Excel หรือ CSV เข้ากับแม่แบบงานพิมพ์ เพื่อสร้างเอกสารที่มีความเฉพาะตัวสูง
- เพิ่มการตอบสนองของลูกค้า: สื่อสิ่งพิมพ์ที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล เช่น ไดเร็คเมลที่มีชื่อผู้รับและข้อเสนอที่เกี่ยวข้อง มีอัตราการตอบกลับสูงกว่าสื่อแบบทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
- ประสิทธิภาพสำหรับ SME: VDP เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องการทำการตลาดแบบเจาะจง แต่มีงบประมาณจำกัด ช่วยลดต้นทุนและเวลาเมื่อเทียบกับการพิมพ์แบบแยกชิ้น
- หลากหลายการใช้งาน: เทคโนโลยีนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับสื่อสิ่งพิมพ์หลายประเภท ตั้งแต่บัตรเชิญ นามบัตร ฉลากสินค้า ไปจนถึงโบรชัวร์และเอกสารส่งเสริมการขาย
ปลดล็อกศักยภาพการตลาด: ทำไม SME ต้องรู้จัก VDP
ในอดีต การทำการตลาดมักเป็นการสื่อสารในวงกว้าง (Mass Marketing) ที่ส่งข้อความเดียวกันไปยังผู้รับจำนวนมาก แต่ในปัจจุบัน พฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนไป พวกเขาคาดหวังการสื่อสารที่เกี่ยวข้องและเป็นส่วนตัวมากขึ้น การตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า และนี่คือจุดที่เทคโนโลยี Variable Data Printing (VDP) สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจ SME
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน VDP เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถสื่อสารกับลูกค้าในระดับบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลเหมือนในอดีต การส่งคูปองส่วนลดที่ระบุชื่อลูกค้า หรือการส่งการ์ดขอบคุณพร้อมข้อความพิเศษที่อ้างอิงถึงการซื้อครั้งล่าสุด ล้วนเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์ใส่ใจในรายละเอียด สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม (Engagement) แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการรักษาฐานลูกค้าและกระตุ้นยอดขายในระยะยาว
เทคโนโลยี Variable Data Printing (VDP) คืออะไร
เพื่อให้เข้าใจถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้อย่างถ่องแท้ จำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงคำจำกัดความ หลักการทำงาน และความแตกต่างจากการพิมพ์รูปแบบดั้งเดิม
คำจำกัดความและหลักการพื้นฐาน
Variable Data Printing (VDP) หรือที่เรียกว่า การพิมพ์ข้อมูลแปรผัน คือกระบวนการพิมพ์ดิจิทัลรูปแบบหนึ่ง ที่ส่วนประกอบต่างๆ เช่น ข้อความ กราฟิก หรือรูปภาพ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละชิ้นงานที่พิมพ์ออกมา โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในรอบการพิมพ์ (Print Run) เดียวกัน โดยไม่ต้องหยุดหรือตั้งค่าเครื่องพิมพ์ใหม่ VDP เป็นการผสมผสานระหว่างพลังของฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ เข้ากับความยืดหยุ่นของเครื่องพิมพ์ดิจิทัลและซอฟต์แวร์เฉพาะทาง
หลักการสำคัญของ VDP คือการแบ่งองค์ประกอบในหน้าเอกสารออกเป็นสองส่วน:
- องค์ประกอบคงที่ (Static Elements): คือส่วนที่ไม่เปลี่ยนแปลงในทุกสำเนา เช่น โลโก้บริษัท, พื้นหลัง, หรือข้อความที่เป็นมาตรฐาน
- องค์ประกอบแปรผัน (Variable Elements): คือส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปตามข้อมูลในฐานข้อมูล เช่น ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, หมายเลขสมาชิก, รูปภาพสินค้าที่ลูกค้าสนใจ หรือบาร์โค้ดที่ไม่ซ้ำกัน
ด้วยการกำหนดพื้นที่สำหรับองค์ประกอบแปรผันไว้ล่วงหน้า ซอฟต์แวร์ VDP จะดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลมาเติมลงในแต่ละสำเนาโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถผลิตเอกสาร 100, 1,000 หรือมากกว่านั้น โดยแต่ละฉบับมีเนื้อหาที่แตกต่างกันได้อย่างราบรื่น
กระบวนการทำงานของ VDP แบบทีละขั้นตอน
กระบวนการทำงานของ VDP แม้จะดูซับซ้อน แต่สามารถสรุปเป็นขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้:
- การสร้างแม่แบบ (Template Creation): นักออกแบบจะสร้างไฟล์แม่แบบหลักขึ้นมาก่อน โดยใช้โปรแกรมกราฟิกทั่วไป เช่น Adobe Illustrator หรือ CorelDRAW ในแม่แบบนี้จะมีการออกแบบองค์ประกอบคงที่ทั้งหมด และเว้นพื้นที่ว่างไว้สำหรับข้อมูลที่จะแปรผัน หรือที่เรียกว่า “Placeholder”
- การเตรียมฐานข้อมูล (Database Preparation): ข้อมูลเฉพาะบุคคลของลูกค้าจะถูกรวบรวมและจัดเก็บในรูปแบบของฐานข้อมูล เช่น ไฟล์ Microsoft Excel, CSV (Comma-Separated Values) หรือฐานข้อมูล SQL ข้อมูลในแต่ละแถวจะหมายถึงผู้รับหนึ่งคน และแต่ละคอลัมน์คือข้อมูลที่จะนำไปใช้ เช่น ชื่อ, ที่อยู่, รหัสส่วนลด เป็นต้น
- การผสานข้อมูล (Data Merging): ขั้นตอนนี้คือหัวใจของ VDP โดยจะใช้ซอฟต์แวร์ VDP โดยเฉพาะ (ซึ่งอาจเป็นโปรแกรมเดี่ยวๆ หรือปลั๊กอินสำหรับโปรแกรมออกแบบ) เพื่อทำการเชื่อมโยงไฟล์แม่แบบเข้ากับฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์จะอ่านข้อมูลทีละแถวและนำไปใส่ในช่อง Placeholder ที่กำหนดไว้ในแม่แบบโดยอัตโนมัติ
- การสร้างไฟล์พิมพ์ (Print File Generation): หลังจากผสานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ซอฟต์แวร์จะสร้างไฟล์ที่พร้อมสำหรับพิมพ์ขึ้นมา ซึ่งมักอยู่ในรูปแบบที่ปรับให้เหมาะสมกับการพิมพ์ดิจิทัล เช่น PDF/VT ไฟล์นี้จะรวมข้อมูลทั้งหมดของทุกสำเนาไว้ในไฟล์เดียวอย่างมีประสิทธิภาพ
- การส่งพิมพ์ (Printing): ไฟล์สุดท้ายจะถูกส่งไปยังเครื่องพิมพ์ดิจิทัลความเร็วสูง เครื่องพิมพ์จะทำการพิมพ์เอกสารทั้งหมดออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนแปลงข้อมูลในแต่ละหน้าตามที่กำหนดไว้ในไฟล์โดยไม่มีการหยุดชะงัก
VDP เปลี่ยนกระบวนการพิมพ์จากการผลิตซ้ำแบบเดิมๆ (Mass Production) ให้กลายเป็นการผลิตแบบปรับแต่งตามความต้องการ (Mass Customization) ที่สามารถสร้างสรรค์เอกสารสำหรับผู้รับแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความแตกต่างระหว่าง VDP และการพิมพ์ Offset แบบดั้งเดิม
เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบ VDP กับการพิมพ์ออฟเซ็ทซึ่งเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน จะช่วยให้เห็นภาพความแตกต่างและข้อดีของแต่ละระบบ
| คุณสมบัติ | Variable Data Printing (VDP) | การพิมพ์ Offset แบบดั้งเดิม |
|---|---|---|
| การปรับเปลี่ยนเนื้อหา | สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลในแต่ละชิ้นได้ | ทุกชิ้นงานเหมือนกันทั้งหมด |
| ปริมาณพิมพ์ที่เหมาะสม | จำนวนน้อยถึงปานกลาง (Small to Medium Runs) | จำนวนมาก (Large Runs) |
| ต้นทุนการตั้งค่า | ต่ำมากหรือไม่มีเลย | สูง เนื่องจากต้องทำเพลทแม่พิมพ์ |
| ต้นทุนต่อหน่วย (จำนวนน้อย) | ต่ำ | สูงมาก |
| ต้นทุนต่อหน่วย (จำนวนมาก) | คงที่ | ต่ำลงเรื่อยๆ เมื่อพิมพ์จำนวนมากขึ้น |
| ความเร็วในการผลิต | รวดเร็วสำหรับการพิมพ์จำนวนน้อยและพร้อมใช้งานทันที | ช้าในช่วงตั้งค่า แต่เร็วมากเมื่อเริ่มพิมพ์จำนวนมาก |
| การตลาดที่เหมาะสม | การตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) | การตลาดในวงกว้าง (Mass Marketing) |
ประโยชน์ของ VDP ต่อการเติบโตของธุรกิจ SME
เทคโนโลยี VDP ไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมด้านการพิมพ์ แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังซึ่งสามารถสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจ SME ได้อย่างเป็นรูปธรรม
สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านการสื่อสารเฉพาะบุคคล
ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของ VDP คือความสามารถในการสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์แบบเฉพาะบุคคล (Personalization) การที่ลูกค้าได้รับจดหมาย, โปสการ์ด หรือคูปองที่ระบุชื่อของตนเอง พร้อมข้อเสนอที่สอดคล้องกับความสนใจหรือประวัติการซื้อ ย่อมสร้างความรู้สึกพิเศษและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับพวกเขาเป็นรายบุคคล สิ่งนี้ช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์ (Emotional Connection) และเปลี่ยนจากความสัมพันธ์แบบผู้ซื้อ-ผู้ขาย ไปสู่ความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ได้
เพิ่มอัตราการตอบกลับและกระตุ้นยอดขายอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อการสื่อสารมีความเกี่ยวข้องกับผู้รับมากขึ้น โอกาสที่พวกเขาจะสนใจและตอบสนองก็ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย มีการศึกษาจำนวนมากที่ชี้ให้เห็นว่าแคมเปญไดเร็คเมลที่ใช้ VDP มีอัตราการตอบกลับ (Response Rate) สูงกว่าแคมเปญแบบทั่วไปหลายเท่าตัว การใส่ชื่อลูกค้า, การเสนอส่วนลดสำหรับสินค้าที่เคยดู, หรือการส่งบัตรอวยพรวันเกิดพร้อมรหัสส่วนลดพิเศษ ล้วนเป็นกลยุทธ์ที่กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้ทันที ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของยอดขายและการรักษาลูกค้า (Customer Retention) ที่ดีขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และลดของเสีย
แม้การพิมพ์แบบเฉพาะบุคคลอาจฟังดูมีราคาแพง แต่ในความเป็นจริง VDP ช่วยให้ SME ประหยัดต้นทุนได้อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการพิมพ์ออฟเซ็ทในจำนวนน้อยถึงปานกลาง การพิมพ์แบบดิจิทัลไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำเพลทแม่พิมพ์ ทำให้สามารถพิมพ์ตามจำนวนที่ต้องการ (Print-on-Demand) ได้ ช่วยลดปัญหาสินค้าคงคลังและของเสียจากการพิมพ์เกินความจำเป็น นอกจากนี้ กระบวนการที่รวดเร็วและเป็นอัตโนมัติยังช่วยลดเวลาและแรงงานที่ต้องใช้ในการจัดการเอกสารแต่ละชิ้น ทำให้การดำเนินงานโดยรวมมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
คุณภาพงานพิมพ์ระดับมืออาชีพ
ในอดีต การพิมพ์ดิจิทัลอาจมีข้อจำกัดด้านคุณภาพเมื่อเทียบกับการพิมพ์ออฟเซ็ท แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน เครื่องพิมพ์ดิจิทัลสมัยใหม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพสูง ทั้งในด้านความคมชัดของภาพ, ความแม่นยำของสี และความสม่ำเสมอของงานพิมพ์ ทำให้ SME สามารถสร้างสรรค์สื่อการตลาดที่ดูเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือ เทียบเท่ากับงานพิมพ์จากบริษัทขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพ
การประยุกต์ใช้ VDP ในกลยุทธ์การตลาด
ความยืดหยุ่นของ VDP ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสื่อสิ่งพิมพ์ทางการตลาดได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป
ตัวอย่างสื่อสิ่งพิมพ์ที่นิยมใช้เทคโนโลยี VDP
- ไดเร็คเมล (Direct Mail): การส่งจดหมายหรือโปสการ์ดที่มีชื่อผู้รับ, ที่อยู่, และข้อเสนอที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
- บัตรเชิญ (Invitations): การพิมพ์บัตรเชิญเข้าร่วมงานอีเวนต์, งานเปิดตัวสินค้า หรือการประชุม โดยระบุชื่อแขกแต่ละท่านบนบัตรแต่ละใบ
- คูปองและบัตรกำนัล (Coupons and Vouchers): การสร้างคูปองส่วนลดที่มีรหัสไม่ซ้ำกันสำหรับลูกค้าแต่ละราย เพื่อติดตามผลและป้องกันการใช้ซ้ำ
- ฉลากสินค้าและบรรจุภัณฑ์ (Labels and Packaging): การพิมพ์ฉลากสินค้าที่มีข้อมูลแตกต่างกัน เช่น หมายเลขซีเรียล, วันหมดอายุ หรือแม้กระทั่งการพิมพ์ชื่อลูกค้าบนบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างแคมเปญพิเศษ
- ใบรับรองและบัตรประจำตัว (Certificates and ID Cards): การผลิตใบประกาศนียบัตร, บัตรสมาชิก หรือบัตรพนักงาน ที่มีชื่อ, รูปภาพ และข้อมูลเฉพาะของแต่ละบุคคล
- โบรชัวร์และแคตตาล็อก (Brochures and Catalogs): การปรับเปลี่ยนเนื้อหาบางส่วนในโบรชัวร์ เช่น การแสดงสินค้าที่ตรงกับความสนใจของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
ซอฟต์แวร์และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับ VDP
การจะเริ่มต้นใช้งาน VDP ได้นั้น จำเป็นต้องมีเครื่องมือและซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม ซึ่งประกอบด้วย:
- โปรแกรมออกแบบกราฟิก: เช่น CorelDRAW หรือ Adobe Illustrator ซึ่งมักจะต้องใช้ร่วมกับปลั๊กอิน (Plugin) หรือส่วนขยาย (Extension) ที่ออกแบบมาสำหรับงาน VDP โดยเฉพาะ
- ซอฟต์แวร์ VDP เฉพาะทาง: มีซอฟต์แวร์หลายตัวในตลาดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจัดการกระบวนการ VDP โดยตรง เช่น Roland VersaWorks หรือโซลูชันจากผู้ผลิตเครื่องพิมพ์อย่าง Konica Minolta
- โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล: อย่างน้อยที่สุดคือโปรแกรมสเปรดชีต เช่น Microsoft Excel เพื่อใช้ในการจัดระเบียบข้อมูลลูกค้า
- เครื่องพิมพ์ดิจิทัล: หัวใจสำคัญของกระบวนการ คือเครื่องพิมพ์ดิจิทัลคุณภาพสูงที่รองรับการพิมพ์ข้อมูลแปรผันได้
- ฟอนต์บาร์โค้ด (Barcode Fonts): ในกรณีที่ต้องการพิมพ์บาร์โค้ดหรือ QR Code ที่ไม่ซ้ำกัน อาจจำเป็นต้องใช้ฟอนต์พิเศษเพื่อการจัดการข้อมูลดังกล่าว
ข้อจำกัดและสิ่งที่ควรพิจารณา
แม้ VDP จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อควรพิจารณาบางประการ โดยทั่วไปแล้ว เทคโนโลยีนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับงานพิมพ์จำนวนน้อยถึงปานกลาง สำหรับงานพิมพ์จำนวนมากหลักแสนหรือล้านชิ้น การพิมพ์ออฟเซ็ทยังคงมีต้นทุนต่อหน่วยที่ถูกกว่า อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลที่ใช้ไม่ซับซ้อนมากนัก VDP สมัยใหม่ก็สามารถรองรับงานพิมพ์จำนวนมากได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ความซับซ้อนของข้อมูลที่แปรผันอาจส่งผลต่อความเร็วในการประมวลผลของเครื่องพิมพ์ได้ หากแต่ละหน้ามีการเปลี่ยนแปลงรูปภาพความละเอียดสูงจำนวนมาก อาจทำให้กระบวนการพิมพ์ช้าลง แต่ด้วยการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ข้อจำกัดเหล่านี้ก็ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ
ยกระดับการพิมพ์เพื่องานการตลาดของคุณ
โดยสรุป เทคโนโลยี Variable Data Printing (VDP) ได้ปฏิวัติวงการสิ่งพิมพ์และเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ SME ในการทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคลได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยความสามารถในการสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละชิ้น VDP ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความประทับใจ เพิ่มการมีส่วนร่วม และกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ยังคงควบคุมต้นทุนและเวลาได้อย่างเหมาะสม นับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถแข่งขันในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
สำหรับผู้ประกอบการที่มองหาโซลูชันการพิมพ์ที่ครบวงจรและต้องการนำเทคโนโลยี VDP มาใช้เพื่อยกระดับกลยุทธ์การตลาด GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่พร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพ ด้วยเครื่องพิมพ์มาตรฐานทันสมัยและทีมงานผู้เชี่ยวชาญ เราพร้อมให้คำปรึกษาและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, โบรชัวร์, หรือการ์ดเชิญ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า SME ทุกท่าน
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือเยี่ยมชมช่องทางของเราได้ที่:
FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/GiantprintMedia
LINE: https://line.me/ti/p/@282iufnx
TIKTOK: https://www.tiktok.com/@giantprint_official
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
