VDP คืออะไร? พิมพ์ฉลาก-การ์ดเฉพาะบุคคลมัดใจลูกค้า
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจทวีความรุนแรง การสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าถือเป็นหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ การตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) จึงกลายเป็นกลยุทธ์ที่ขาดไม่ได้ และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์นี้ได้อย่างทรงพลังคือ Variable Data Printing หรือ VDP ซึ่งเป็นกระบวนการพิมพ์ดิจิทัลที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ที่มีข้อมูลแตกต่างกันในแต่ละชิ้นได้
สาระสำคัญของการพิมพ์ข้อมูลแปรผัน
- นิยามของ VDP: Variable Data Printing (VDP) คือเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลที่สามารถเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ เช่น ข้อความ รูปภาพ หรือกราฟิก ในแต่ละสำเนาของงานพิมพ์ได้ โดยอ้างอิงข้อมูลจากฐานข้อมูลหรือสเปรดชีต
- การสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล: VDP ช่วยให้ธุรกิจสามารถสื่อสารกับลูกค้าแต่ละรายได้อย่างตรงจุด ผ่านการระบุชื่อ, การมอบข้อเสนอพิเศษ, หรือการแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้ารายนั้นๆ โดยตรงบนสื่อสิ่งพิมพ์
- เพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด: การใช้ VDP ช่วยเพิ่มอัตราการตอบสนองของแคมเปญ, สร้างความภักดีต่อแบรนด์, และเพิ่มยอดขายได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการใช้สื่อสิ่งพิมพ์แบบเดียวกันสำหรับทุกคน
- ความยืดหยุ่นในการใช้งาน: เทคโนโลยีนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับสื่อสิ่งพิมพ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, บัตรเชิญ, นามบัตร, คูปองส่วนลด, ไปจนถึงแค็ตตาล็อกสินค้า
- เหมาะสำหรับธุรกิจทุกขนาด: โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สามารถใช้ VDP เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงในการแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาล
ทำความเข้าใจ Variable Data Printing (VDP)
สำหรับคำถามที่ว่า VDP คืออะไร? พิมพ์ฉลาก-การ์ดเฉพาะบุคคลมัดใจลูกค้าได้อย่างไรนั้น คำตอบอยู่ในความสามารถของเทคโนโลยีการพิมพ์ข้อมูลแปรผัน (Variable Data Printing) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ปฏิวัติวงการการพิมพ์แบบดั้งเดิมโดยสิ้นเชิง VDP เป็นรูปแบบหนึ่งของการพิมพ์ดิจิทัลที่อนุญาตให้องค์ประกอบต่างๆ บนชิ้นงานพิมพ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละสำเนา ภายในรอบการพิมพ์เพียงครั้งเดียว ทำให้การสร้างสรรค์สื่อการตลาดที่ปรับให้เข้ากับผู้รับแต่ละคนเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพ
ในอดีต การพิมพ์จำนวนมากหมายถึงการผลิตสำเนาที่เหมือนกันทุกประการ แต่ VDP ได้ทลายข้อจำกัดนั้นลง โดยการผสานพลังของซอฟต์แวร์, ฐานข้อมูล, และเครื่องพิมพ์ดิจิทัลเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างชิ้นงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สิ่งนี้เปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถสื่อสารกับลูกค้าในระดับบุคคลได้อย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ชื่อลูกค้าลงบนการ์ดขอบคุณ, การใส่รหัสส่วนลดที่ไม่ซ้ำกันบนคูปอง, หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนรูปภาพสินค้าบนโบรชัวร์ให้ตรงกับความสนใจของลูกค้าแต่ละคน
หลักการทำงานเบื้องหลังเทคโนโลยี VDP
กระบวนการทำงานของ VDP สามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ได้เหมือนการ “เติมคำในช่องว่าง” บนแม่แบบที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้:
- การออกแบบแม่แบบ (Template Design): นักออกแบบจะสร้างไฟล์งานพิมพ์หลักขึ้นมา ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบที่คงที่ (Static Elements) เช่น โลโก้, สีพื้นหลัง, และข้อความทั่วไปที่ไม่เปลี่ยนแปลง และกำหนดพื้นที่สำหรับองค์ประกอบที่แปรผัน (Variable Fields) ซึ่งเป็นส่วนที่จะถูกแทนที่ด้วยข้อมูลเฉพาะ
- การเตรียมฐานข้อมูล (Database Preparation): ข้อมูลที่จะนำมาใช้ในการพิมพ์จะถูกรวบรวมและจัดเก็บในรูปแบบของฐานข้อมูล เช่น ไฟล์ Excel, CSV, หรือฐานข้อมูลอื่นๆ โดยแต่ละแถว (Row) จะแทนข้อมูลของลูกค้าหนึ่งราย และแต่ละคอลัมน์ (Column) จะแทนประเภทของข้อมูล เช่น ชื่อ, ที่อยู่, รหัสสมาชิก, หรือประวัติการซื้อ
- การเชื่อมโยงข้อมูลกับแม่แบบ: ซอฟต์แวร์ VDP จะทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูลเข้ากับพื้นที่แปรผันบนแม่แบบที่กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น คอลัมน์ “ชื่อ” ในฐานข้อมูลจะถูกดึงไปใส่ในช่องสำหรับชื่อบนการ์ดเชิญ
- กระบวนการพิมพ์: เมื่อเริ่มต้นการพิมพ์ ซอฟต์แวร์จะส่งข้อมูลของแต่ละระเบียน (Record) ไปยังเครื่องพิมพ์ดิจิทัลทีละรายการ ทำให้เครื่องพิมพ์สามารถพิมพ์ชิ้นงานแต่ละชิ้นออกมาโดยมีข้อมูลที่แตกต่างกันได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว
ข้อมูลอะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับ VDP
หัวใจสำคัญของความสำเร็จในการใช้ VDP คือคุณภาพและความถูกต้องของข้อมูลลูกค้า การมีข้อมูลที่สมบูรณ์และเป็นปัจจุบันจะช่วยให้การสร้างสรรค์แคมเปญเฉพาะบุคคลมีประสิทธิภาพสูงสุด ข้อมูลที่จำเป็นมักประกอบด้วย:
- ข้อมูลพื้นฐาน: ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เพศ, อายุ
- ข้อมูลการติดต่อ: อีเมล, เบอร์โทรศัพท์
- ข้อมูลพฤติกรรม: ประวัติการซื้อสินค้า, สินค้าที่สนใจ, ความถี่ในการซื้อ
- ข้อมูลสมาชิก: หมายเลขสมาชิก, ระดับสมาชิก, คะแนนสะสม
การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ธุรกิจสามารถออกแบบข้อเสนอและเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ นำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ทางการตลาด
ความแตกต่างระหว่างการพิมพ์ VDP และการพิมพ์แบบดั้งเดิม
เพื่อให้เห็นภาพความสามารถของ VDP ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบกับการพิมพ์ออฟเซ็ต (Offset Printing) แบบดั้งเดิมจะช่วยให้เข้าใจถึงข้อได้เปรียบที่สำคัญ โดยทั้งสองระบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน เหมาะสมกับลักษณะงานที่ต่างกันไป
| คุณสมบัติ | Variable Data Printing (VDP) | การพิมพ์ออฟเซ็ต (Traditional Offset) |
|---|---|---|
| ความสามารถในการปรับเปลี่ยนข้อมูล | สูงมาก สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลในทุกสำเนาได้ | ไม่มี ทุกสำเนาจะเหมือนกันทุกประการ |
| การตั้งค่าเริ่มต้น | รวดเร็ว ใช้ไฟล์ดิจิทัลและฐานข้อมูล ไม่ต้องทำเพลท | ใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายสูงในการทำแม่พิมพ์ (เพลท) |
| ปริมาณการพิมพ์ที่เหมาะสม | เหมาะสำหรับงานจำนวนน้อยถึงปานกลาง และงานที่ต้องการความเฉพาะเจาะจง | คุ้มค่าสำหรับงานพิมพ์ปริมาณมาก (หลักพันถึงแสนชิ้นขึ้นไป) |
| ต้นทุนต่อหน่วย | คงที่ ไม่ว่าจำนวนพิมพ์จะน้อยหรือมาก | ยิ่งพิมพ์จำนวนมาก ต้นทุนต่อหน่วยยิ่งถูกลง |
| ความเร็วในการผลิต | รวดเร็ว สำหรับงานจำนวนไม่มาก และสามารถเริ่มพิมพ์ได้ทันที | ช้าในช่วงแรกเนื่องจากต้องเตรียมเพลท แต่พิมพ์ได้เร็วมากเมื่อเริ่มเดินเครื่อง |
| การตลาดเฉพาะบุคคล | เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด สามารถสร้างสารที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละบุคคลได้ | ไม่สามารถทำได้ เหมาะกับการสื่อสารแบบวงกว้าง (Mass Communication) |
ประเภทของข้อมูลแปรผันที่นิยมใช้ในงานพิมพ์
ความยืดหยุ่นของ VDP มาจากความสามารถในการจัดการข้อมูลแปรผันได้หลายรูปแบบ ทำให้สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานที่มีความซับซ้อนและน่าสนใจได้หลากหลาย โดยประเภทข้อมูลที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมีดังนี้
ข้อมูลตัวอักษร (Text)
นี่คือรูปแบบพื้นฐานและใช้บ่อยที่สุดของการทำ VDP ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงข้อความในส่วนต่างๆ ของงานพิมพ์ ตัวอย่างเช่น:
- คำทักทายและชื่อผู้รับ: เช่น “เรียน คุณสมชาย” บนจดหมาย หรือ “สำหรับคุณสมหญิงโดยเฉพาะ” บนปกแค็ตตาล็อก
- ที่อยู่สำหรับจัดส่ง: พิมพ์ชื่อและที่อยู่ของผู้รับลงบนไปรษณียบัตรหรือซองจดหมายโดยตรง
- ข้อมูลเฉพาะบุคคล: เช่น หมายเลขสมาชิก, วันหมดอายุสมาชิก, หรือข้อความขอบคุณที่อ้างอิงถึงการซื้อครั้งล่าสุด
ข้อมูลตัวเลข (Run Number)
การพิมพ์ตัวเลขที่เรียงลำดับหรือเป็นชุดข้อมูลที่ไม่ซ้ำกัน เป็นหนึ่งในการใช้งาน VDP ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการจัดการและการรักษาความปลอดภัย ตัวอย่างที่พบบ่อยได้แก่:
- หมายเลขซีเรียล: บนบัตรรับประกันสินค้า, ใบรับรอง, หรือฉลากผลิตภัณฑ์
- หมายเลขคูปองและบัตรของขวัญ: เพื่อควบคุมการใช้งานและป้องกันการทำซ้ำ
- หมายเลขตั๋ว: สำหรับการเข้าชมคอนเสิร์ต, งานสัมมนา, หรือกิจกรรมต่างๆ ซึ่งอาจรวมถึงหมายเลขที่นั่งด้วย
- บาร์โค้ด และ QR Code: สร้างบาร์โค้ดหรือ QR Code ที่ไม่ซ้ำกันสำหรับแต่ละชิ้นงาน เพื่อใช้ในการติดตามสินค้า, การลงทะเบียน, หรือการลิงก์ไปยังโปรโมชั่นพิเศษส่วนบุคคล
ข้อมูลรูปภาพและกราฟิก (Images and Graphics)
VDP ขั้นสูงสามารถเปลี่ยนแปลงรูปภาพหรือองค์ประกอบกราฟิกได้ตามข้อมูลของลูกค้าแต่ละราย ทำให้การสื่อสารด้วยภาพมีความทรงพลังและตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น เช่น:
- แค็ตตาล็อกสินค้า: แสดงรูปภาพสินค้าที่แตกต่างกันไปตามประวัติการซื้อหรือความสนใจของลูกค้า
- การ์ดอวยพร: เปลี่ยนภาพพื้นหลังให้เข้ากับเทศกาลหรือสถานที่ที่ลูกค้าอาศัยอยู่
- โบรชัวร์อสังหาริมทรัพย์: แสดงรูปบ้านหรือแผนผังห้องในรูปแบบที่ลูกค้าเคยแสดงความสนใจ
การประยุกต์ใช้ VDP เพื่อยกระดับกลยุทธ์การตลาด
เทคโนโลยี VDP ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือการพิมพ์ แต่เป็นเครื่องมือการตลาดที่ทรงประสิทธิภาพ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายรูปแบบเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและกระตุ้นยอดขาย
การสร้างฉลากสินค้าและการ์ดเฉพาะบุคคล
การสร้างความประทับใจแรกเป็นสิ่งสำคัญ VDP ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, หรือการ์ดขอบคุณที่มีความเป็นส่วนตัวสูงได้ เช่น การพิมพ์ชื่อลูกค้าลงบนฉลากสินค้าที่สั่งซื้อ, การพิมพ์การ์ดขอบคุณพร้อมลายเซ็นดิจิทัลของผู้ก่อตั้งสำหรับลูกค้าประจำ, หรือการทำการ์ดเชิญเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษที่ระบุชื่อแขกแต่ละคนอย่างชัดเจน วิธีการเหล่านี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นคนพิเศษและเพิ่มคุณค่าทางอารมณ์ให้กับแบรนด์
การส่งเสริมการขายด้วยคูปองและรหัสส่วนลดที่ไม่ซ้ำกัน
แทนที่จะพิมพ์คูปองส่วนลดแบบเดียวกันสำหรับทุกคน VDP ช่วยให้สามารถสร้างคูปองที่มีรหัสเฉพาะ (Unique Code) สำหรับลูกค้าแต่ละรายได้ ซึ่งมีข้อดีหลายประการ:
- ป้องกันการใช้ซ้ำ: สามารถควบคุมการใช้สิทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ติดตามผลได้: สามารถวิเคราะห์ได้ว่าลูกค้ารายใดนำคูปองมาใช้ และนำข้อมูลไปพัฒนากลยุทธ์การตลาดในอนาคต
- สร้างข้อเสนอที่แตกต่าง: สามารถมอบส่วนลดที่แตกต่างกันตามระดับสมาชิกหรือพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้
การจัดทำแค็ตตาล็อกและสื่อส่งเสริมการขายที่ตรงใจ
สำหรับธุรกิจที่มีสินค้าหลากหลาย การส่งแค็ตตาล็อกแบบเดียวกันให้ลูกค้าทุกคนอาจไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด VDP ช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาในแค็ตตาล็อกได้โดยอิงจากข้อมูลลูกค้า เช่น แบรนด์ค้าปลีกสามารถส่งแค็ตตาล็อกที่หน้าปกเป็นสินค้าสำหรับผู้ชายให้กับลูกค้าชาย และสินค้าสำหรับผู้หญิงให้กับลูกค้าหญิง หรือปรับเปลี่ยนสินค้าภายในเล่มให้ตรงกับหมวดหมู่ที่ลูกค้าเคยซื้อบ่อยที่สุด วิธีนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและลดการสิ้นเปลืองในการพิมพ์ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง
VDP เปลี่ยนสื่อสิ่งพิมพ์จากการสื่อสารทางเดียวแบบวงกว้าง (One-to-Many) ให้กลายเป็นการสนทนาแบบตัวต่อตัว (One-to-One) ที่สร้างความผูกพันกับลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง
กรณีศึกษา: แคมเปญ ‘Share a Coke’
หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นและประสบความสำเร็จที่สุดของการใช้ VDP ในระดับโลกคือแคมเปญ “Share a Coke” ของ Coca-Cola แบรนด์ได้ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลและ VDP เพื่อพิมพ์ชื่อเล่นยอดนิยมต่างๆ ลงบนฉลากกระป๋องและขวดเครื่องดื่ม ทำให้ผู้บริโภครู้สึกตื่นเต้นที่จะค้นหาชื่อของตัวเอง เพื่อน หรือคนในครอบครัว แคมเปญนี้ไม่เพียงแต่สร้างกระแสในโซเชียลมีเดียอย่างมหาศาล แต่ยังกระตุ้นยอดขายและสร้างความผูกพันทางอารมณ์ระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังของความเป็นส่วนตัวในการขับเคลื่อนการตลาด
VDP: อาวุธลับทางการตลาดสำหรับธุรกิจ SME
ในอดีต การตลาดเฉพาะบุคคลอาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัล ทำให้ VDP กลายเป็นเครื่องมือที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และถือเป็น “อาวุธลับ” ที่ช่วยให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
SME มักมีความใกล้ชิดกับลูกค้ามากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ และมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้าของตนเองอยู่แล้ว VDP ช่วยให้ SME สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ร้านกาแฟสามารถพิมพ์บัตรสะสมแต้มที่มีชื่อลูกค้าและเครื่องดื่มแก้วโปรด, ร้านค้าออนไลน์สามารถส่งการ์ดขอบคุณพร้อมรหัสส่วนลดสำหรับการซื้อครั้งถัดไปที่อ้างอิงจากสินค้าที่เพิ่งซื้อไป หรือสตูดิโอโยคะสามารถส่งจดหมายข่าวพร้อมตารางคลาสที่แนะนำตามคลาสที่ลูกค้าเคยเข้าร่วม การกระทำเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้สร้างความแตกต่างอย่างมหาศาลในการสร้างความภักดีของลูกค้า
ข้อดีที่สำคัญสำหรับ SME คือ VDP ไม่ต้องการการพิมพ์ในปริมาณมหาศาล สามารถเริ่มต้นได้แม้ในจำนวนน้อย ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการทดลองแคมเปญต่างๆ และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนคงที่ที่สูงเหมือนการพิมพ์ออฟเซ็ต
บทสรุป และแนวทางการเริ่มต้นใช้งาน VDP
Variable Data Printing (VDP) ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของอุตสาหกรรมการพิมพ์และการตลาดไปอย่างสิ้นเชิง โดยเปลี่ยนจากสื่อที่ไม่มีชีวิตชีวาให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ที่ทรงพลัง เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมีความหมาย ตรงจุด และเป็นส่วนตัว ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มการมีส่วนร่วม, สร้างความภักดีต่อแบรนด์, และขับเคลื่อนยอดขายได้อย่างยั่งยืน ตั้งแต่การพิมพ์ฉลากสินค้าที่มีชื่อลูกค้า, การสร้างคูปองส่วนลดที่ไม่ซ้ำกัน, ไปจนถึงการปรับแค็ตตาล็อกให้ตรงใจผู้รับ VDP คือคำตอบสำหรับการตลาดยุคใหม่ที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
สำหรับผู้ประกอบการ SME หรือธุรกิจที่ต้องการยกระดับสื่อสิ่งพิมพ์และสร้างความประทับใจที่ไม่เหมือนใคร การเลือกใช้บริการจากโรงพิมพ์ดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญด้าน VDP คือก้าวแรกที่สำคัญ
ที่ GIANT PRINT เราเป็นโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจร พร้อมด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลที่ทันสมัยและทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษา เราสามารถช่วยเปลี่ยนไอเดียการตลาดเฉพาะบุคคลของคุณให้กลายเป็นจริงได้ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, การ์ดเชิญ หรือสื่อส่งเสริมการขายอื่นๆ ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและบริการที่รวดเร็ว เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตและมัดใจลูกค้าได้อย่างอยู่หมัด
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือปรึกษาเกี่ยวกับโปรเจกต์งานพิมพ์ของคุณได้ที่:
ที่อยู่: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไจแอนท์ ปริ้น 44 หมู่ 14 ถนน ศรีจันทร์ ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
ติดตามผลงานและโปรโมชั่นของเราได้ที่: FACEBOOK PAGE | LINE | TIKTOK
