เทรนด์สื่อสิ่งพิมพ์และแพคเกจจิ้งปี 2026 ที่ SME ห้ามพลาด
- ภาพรวมแนวโน้มสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องรู้
- ทำไมการปรับตัวตามเทรนด์ปี 2026 จึงเป็นเรื่องสำคัญ
- เจาะลึกเทรนด์แพคเกจจิ้ง (Packaging) ปี 2026: มากกว่าแค่การห่อหุ้ม
- ทิศทางสื่อสิ่งพิมพ์ (Print Media) และการปรับตัวในยุคดิจิทัล
- เทคโนโลยีและปัจจัยขับเคลื่อนที่ SME ต้องจับตา
- สรุป: ก้าวต่อไปสำหรับ SME เพื่อครองตลาดปี 2026
ในปี 2026 ภูมิทัศน์ของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทรนด์สื่อสิ่งพิมพ์และแพคเกจจิ้งปี 2026 ที่ SME ห้ามพลาด จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นต่อการอยู่รอดและการเติบโต ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ภาพรวมแนวโน้มสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องรู้

- ความยั่งยืนเป็นหัวใจหลัก: บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่กลายเป็นภารกิจหลัก (Green Mandate) ที่ผู้บริโภคคาดหวังจากแบรนด์
- เอกลักษณ์และการสร้างประสบการณ์: การออกแบบบรรจุภัณฑ์และสื่อสิ่งพิมพ์ต้องโดดเด่น มีเรื่องราว และสามารถสร้างความผูกพันกับลูกค้าได้มากกว่าแค่การใช้งาน
- การผสานโลกดิจิทัลและสิ่งพิมพ์: สื่อสิ่งพิมพ์ต้องทำงานร่วมกับกลยุทธ์ดิจิทัลอย่างเป็นระบบ (Full Funnel) เพื่อเข้าถึงลูกค้าในทุกขั้นตอนของการตัดสินใจ
- พลังของความเรียบง่าย: การออกแบบที่มินิมอล (Minimalist) แต่เน้นคุณภาพ ยังคงเป็นแนวทางที่สร้างภาพลักษณ์พรีเมียมและน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์
- เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาท: ปัญญาประดิษฐ์ถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ช่วยในการออกแบบที่ตรงใจ และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต
ทำไมการปรับตัวตามเทรนด์ปี 2026 จึงเป็นเรื่องสำคัญ
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารและตัวเลือกสินค้ามีอยู่มากมาย การสร้างความแตกต่างและการจดจำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ SME การปรับตัวให้ทันต่อเทรนด์สิ่งพิมพ์ 2026 และเทรนด์แพคเกจจิ้งไม่ได้ส่งผลต่อยอดขายในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระยะยาว ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าจากคุณภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังมองหาแบรนด์ที่มีค่านิยมสอดคล้องกับตนเอง เช่น ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ความคิดสร้างสรรค์ และความจริงใจในการสื่อสาร ดังนั้น บรรจุภัณฑ์และสื่อสิ่งพิมพ์จึงเปรียบเสมือน “ด่านหน้า” ที่จะสร้างความประทับใจแรกและสื่อสารตัวตนของแบรนด์ออกไปสู่สาธารณะ ผู้ประกอบการที่เข้าใจและนำแนวโน้มเหล่านี้ไปปรับใช้ จะสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
เจาะลึกเทรนด์แพคเกจจิ้ง (Packaging) ปี 2026: มากกว่าแค่การห่อหุ้ม
บรรจุภัณฑ์ในปี 2026 ได้ก้าวข้ามบทบาทเดิมที่เป็นเพียงสิ่งห่อหุ้มสินค้า ไปสู่การเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลัง เป็นผืนผ้าใบสำหรับเล่าเรื่องราวของแบรนด์ และเป็นจุดสัมผัสสำคัญที่สร้างประสบการณ์และความผูกพันกับลูกค้า แนวโน้มหลักๆ มุ่งเน้นไปที่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านความคิดสร้างสรรค์และความรับผิดชอบต่อสังคม
การออกแบบที่สร้างเอกลักษณ์และประสบการณ์เฉพาะตัว
ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การออกแบบซองหรือกล่องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดสายตาของผู้บริโภคและสร้างการจดจำ แบรนด์ SME ไม่สามารถพึ่งพาบรรจุภัณฑ์แบบสำเร็จรูปที่ดูคล้ายคลึงกันได้อีกต่อไป การลงทุนในการออกแบบที่สะท้อนถึงตัวตนของแบรนด์จึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการใช้รูปทรงที่แปลกตา การเลือกใช้สีที่โดดเด่น หรือการสร้างลวดลายกราฟิกที่เป็นซิกเนเจอร์
อีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจคือการร่วมมือกับศิลปินท้องถิ่น (Community Artwork) เพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะบนบรรจุภัณฑ์ วิธีนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้แพคเกจจิ้งมีความสวยงามและแตกต่าง แต่ยังเป็นการสร้างเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและชุมชน ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับผลิตภัณฑ์และสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมกัน การสร้างประสบการณ์แกะกล่อง (Unboxing Experience) ที่น่าจดจำก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษและอยากแบ่งปันเรื่องราวของแบรนด์ต่อไปในโซเชียลมีเดีย
ความยั่งยืน: จากทางเลือกสู่ภารกิจหลัก (Green Mandate)
กระแสรักษ์โลกได้พัฒนาจนกลายเป็น “Green Mandate” หรือภารกิจสีเขียวที่ธุรกิจต้องปฏิบัติ ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีความตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น พวกเขามองหาและพร้อมที่จะสนับสนุนแบรนด์ที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจัง ดังนั้น การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่แค่ทางเลือกเสริมอีกต่อไป
วัสดุที่รีไซเคิลได้ (Recyclable), ย่อยสลายได้ (Biodegradable), หรือผลิตจากวัสดุหมุนเวียน (Renewable sources) จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม การสื่อสารอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับที่มาของวัสดุและวิธีการจัดการหลังการใช้งาน จะช่วยสร้างความไว้วางใจและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ นอกจากนี้ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ลดการใช้วัสดุที่ไม่จำเป็น หรือสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ (Reusable) ได้ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนและยังอาจช่วยลดต้นทุนในระยะยาวได้อีกด้วย
พลังแห่งความเรียบง่าย (Minimalist Packaging)
ท่ามกลางความวุ่นวายของข้อมูลและภาพลักษณ์ที่ฉูดฉาด การออกแบบที่เรียบง่ายหรือมินิมอลกลับมามีพลังและสร้างความโดดเด่นได้อย่างน่าทึ่ง แนวคิด “น้อยแต่มาก” (Less is More) เน้นไปที่การลดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นออกไป และมุ่งเน้นที่คุณภาพของวัสดุ, การพิมพ์ที่คมชัด และการจัดวางที่สะอาดตา
บรรจุภัณฑ์แบบมินิมอลมักสื่อสารความรู้สึกพรีเมียม ความทันสมัย และความมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี เพราะมันบ่งบอกว่าตัวสินค้ามีคุณภาพดีพอที่ไม่ต้องอาศัยการออกแบบที่หวือหวาเพื่อดึงดูดความสนใจ การเลือกใช้ฟอนต์ที่สวยงาม การเว้นที่ว่าง (White Space) อย่างเหมาะสม และการใช้สีในโทนที่จำกัดแต่ทรงพลัง ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การออกแบบแนวนี้ประสบความสำเร็จและยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ SME ให้เทียบเท่าแบรนด์ชั้นนำได้
สร้างความผูกพันผ่านบรรจุภัณฑ์ (Personalization and Engagement)
บรรจุภัณฑ์สามารถเป็นช่องทางการสื่อสารโดยตรงกับลูกค้าได้ดีเกินคาด การเพิ่มองค์ประกอบที่สร้างปฏิสัมพันธ์และความรู้สึกส่วนตัวลงไปจะช่วยสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การแนบคำแนะนำพิเศษ (Personalized Tips) หรือคู่มือการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม, การใส่การ์ดขอบคุณที่เขียนด้วยลายมือ หรือแม้กระทั่งการพิมพ์จดหมายข่าวขนาดเล็ก (Printed Newsletter) ที่ให้ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับแบรนด์หรือสินค้าใหม่ๆ
แนวทางเหล่านี้เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากการเป็นเพียง “กล่อง” ให้กลายเป็น “ของขวัญ” ที่ลูกค้าตั้งตารอคอยที่จะเปิดดู มันแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของแบรนด์ และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ การลงทุนในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในรูปแบบของความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) และการบอกต่อแบบปากต่อปาก (Word-of-Mouth Marketing)
ทิศทางสื่อสิ่งพิมพ์ (Print Media) และการปรับตัวในยุคดิจิทัล
แม้ว่าโลกจะหมุนไปสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ แต่สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น ป้ายโฆษณา, โบรชัวร์, หรือนามบัตร ยังคงมีบทบาทสำคัญในการตลาด เพียงแต่บทบาทนั้นได้เปลี่ยนไป จากการเป็นสื่อหลักเพียงหนึ่งเดียว มาเป็นการทำงานร่วมกับสื่อดิจิทัลเพื่อสร้างกลยุทธ์ที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ภาพรวมตลาดและมูลค่าสื่อสิ่งพิมพ์ปี 2026
ข้อมูลแนวโน้มตลาดชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ แม้ว่าสื่อบางประเภทอาจมีการเติบโตที่ช้าลงหรือลดลง แต่สื่อสิ่งพิมพ์ในบางรูปแบบยังคงเติบโตและมีความสำคัญ การทำความเข้าใจภาพรวมของตลาดจะช่วยให้ SME สามารถวางแผนและจัดสรรงบประมาณได้อย่างเหมาะสม
| ประเภทสื่อ | มูลค่าคาดการณ์ปี 2026 (ล้านบาท) | อัตราการเปลี่ยนแปลงจากปี 2025 |
|---|---|---|
| นิตยสาร | 2,305 | ลดลง -4% |
| สื่อในโรงภาพยนตร์ (รวมสื่อโปรโมชันสิ่งพิมพ์) | 2,762 | เพิ่มขึ้น +2% |
จากข้อมูลจะเห็นว่า สื่อสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิมอย่างนิตยสารมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์ที่ผนวกกับประสบการณ์เฉพาะทาง เช่น สื่อโปรโมชันในโรงภาพยนตร์ ยังคงมีการเติบโตเล็กน้อย นี่คือสัญญาณที่บ่งชี้ว่า SME ควรเลือกใช้สื่อสิ่งพิมพ์อย่างมีกลยุทธ์ โดยเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์และผนวกรวมเข้ากับกิจกรรมทางการตลาดอื่นๆ แทนที่จะใช้งบประมาณไปกับสื่อสิ่งพิมพ์ในวงกว้างอย่างไร้ทิศทาง
กลยุทธ์ Full Funnel: ผสานสิ่งพิมพ์และดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ
กลยุทธ์ Full Funnel คือการวางแผนการตลาดให้ครอบคลุมทุกขั้นตอนการเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ (Awareness), การพิจารณา (Consideration), การตัดสินใจซื้อ (Conversion), ไปจนถึงการซื้อซ้ำและการบอกต่อ (Repeat Purchase/Advocacy) ในปี 2026 สื่อสิ่งพิมพ์จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์นี้
SME ไม่ควรทุ่มงบประมาณไปที่สื่อใดสื่อหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ควรกระจาย Media Mix ไปยังแพลตฟอร์มที่หลากหลาย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการสร้างยอดขายในปัจจุบันและความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระยะยาว
ตัวอย่างเช่น อาจใช้ป้ายโฆษณา (Out-of-Home Media) เพื่อสร้าง Awareness ในพื้นที่เป้าหมาย จากนั้นใช้โบรชัวร์ที่มี QR Code ลิงก์ไปยังเว็บไซต์หรือโปรโมชันออนไลน์เพื่อกระตุ้นให้เกิด Consideration และปิดการขายผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce การผสมผสานนี้ทำให้สื่อแต่ละชนิดส่งเสริมซึ่งกันและกัน และสร้างเส้นทางที่ราบรื่นสำหรับลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบ
Rebalancing Growth: การใช้ข้อมูลเพื่อการสื่อสารที่ตรงจุด
ยุค 2026 คือยุคของการปรับสมดุลการเติบโต โดยอาศัยข้อมูล (Data-Driven) มาเป็นตัวกำหนดทิศทาง แทนที่จะทำการตลาดแบบหว่านแห สู่การสื่อสารที่เฉพาะเจาะจงกับกลุ่มเป้าหมายย่อย (Niche Audience) มากขึ้น ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าที่เก็บรวบรวมจากช่องทางดิจิทัล สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อออกแบบข้อความและสื่อสิ่งพิมพ์ให้ตรงกับความสนใจของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างแม่นยำ
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจอาจพบว่าลูกค้ากลุ่มหนึ่งสนใจในเรื่องความยั่งยืน ก็สามารถออกแบบแผ่นพับที่เน้นย้ำถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งให้กับลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ หรือหากพบว่าลูกค้าอีกกลุ่มตอบสนองต่อโปรโมชันลดราคา ก็สามารถส่งโปสการ์ดโปรโมชันพิเศษไปให้ได้ การทำการตลาดที่แม่นยำเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญ แต่ยังช่วยลดต้นทุนและสร้างความรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง
เทคโนโลยีและปัจจัยขับเคลื่อนที่ SME ต้องจับตา
นอกเหนือจากเทรนด์ด้านการออกแบบและการตลาดแล้ว เทคโนโลยีก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์และแพคเกจจิ้ง การเปิดรับและปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบ
AI x Digital: ผู้ช่วยอัจฉริยะในการออกแบบและวิเคราะห์
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปสำหรับ SME ในปี 2026 AI สามารถเข้ามาเป็นผู้ช่วยในหลายมิติ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อหา Insight สำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ถูกใจ, การสร้างต้นแบบดีไซน์ฉลากสินค้าหรือป้ายโฆษณาหลายๆ แบบในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อทดสอบว่าแบบใดได้รับการตอบรับดีที่สุด (A/B Testing), ไปจนถึงการจัดการสต็อกบรรจุภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ ลดของเสียและต้นทุนจม
การใช้ AI เพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalization) ก็เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่น่าสนใจ เช่น การพิมพ์ข้อความหรือรูปภาพที่แตกต่างกันบนบรรจุภัณฑ์สำหรับลูกค้าแต่ละรายโดยอัตโนมัติ สร้างความรู้สึกพิเศษและแปลกใหม่ให้กับแบรนด์
บทบาทของ Content Marketing บนแพลตฟอร์มใหม่
แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องของโลกดิจิทัล แต่ Content Marketing มีความเชื่อมโยงกับสื่อสิ่งพิมพ์และแพคเกจจิ้งอย่างแยกไม่ออก แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง TikTok หรือแพลตฟอร์ม E-commerce ที่ผนวกกับโซเชียลมีเดียเช่น TikTok Shop ได้กลายเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างแบรนด์และยอดขาย
SME สามารถใช้สื่อสิ่งพิมพ์เพื่อนำลูกค้าเข้าสู่ช่องทางดิจิทัลเหล่านี้ได้ เช่น การพิมพ์ QR Code บนกล่องสินค้าเพื่อลิงก์ไปยังวิดีโอสาธิตวิธีการใช้งานบน TikTok หรือการทำการ์ดสะสมแต้มที่สามารถนำไปแลกส่วนลดพิเศษบน TikTok Shop ได้ ในทางกลับกัน คอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ ก็สามารถนำมาต่อยอดเป็นไอเดียในการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์หรือบรรจุภัณฑ์รุ่นพิเศษได้เช่นกัน เป็นการสร้างวงจรการตลาดที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์
สรุป: ก้าวต่อไปสำหรับ SME เพื่อครองตลาดปี 2026
เทรนด์สื่อสิ่งพิมพ์และแพคเกจจิ้งปี 2026 ที่ SME ห้ามพลาด ล้วนมีหัวใจสำคัญร่วมกันคือ การสร้างคุณค่าที่มากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์, การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม, และการสื่อสารอย่างตรงจุดและจริงใจ การปรับตัวตามแนวโน้มเหล่านี้ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการ SME จะได้ทบทวนและยกระดับแบรนด์ของตนเองให้โดดเด่นและเป็นที่รักของลูกค้าในระยะยาว
การลงทุนในบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนและมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์, การวางกลยุทธ์สื่อสิ่งพิมพ์ให้ทำงานร่วมกับสื่อดิจิทัล, และการนำเทคโนโลยีอย่าง AI มาปรับใช้ จะเป็นสามเสาหลักที่ช่วยค้ำจุนให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางความท้าทายของตลาดในอนาคต
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการพันธมิตรที่เข้าใจและพร้อมดูแลงานพิมพ์แบบครบวงจร เพื่อให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นและนำเทรนด์ก่อนใคร GIANT PRINT คือโรงงานผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่พร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพ ด้วยบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษาและออกแบบฟรี ไปจนถึงการผลิตชิ้นงานคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น ฉลากสินค้า, สติ๊กเกอร์, สกรีนแก้วกาแฟ, นามบัตร, บัตรสะสมแต้ม, เมนูอาหาร, โบรชัวร์, การ์ดแต่งงาน และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องพิมพ์ Fuji Xerox ที่ทันสมัยและวัสดุชั้นนำ มั่นใจได้ในคุณภาพสีที่สดใส คมชัด พร้อมทีมงานที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างรวดเร็วและจัดส่งทั่วประเทศไทย
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/GiantprintMedia
- LINE: https://line.me/ti/p/@282iufnx
- TIKTOK: https://www.tiktok.com/@giantprint_official
- Website: https://giantprint.co.th/contact-us/
ที่อยู่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 082-2262660
อีเมล: [email protected]
